เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 541 ทัณฑ์สวรรค์นี้หาใช่สิ่งที่เขาจะสามารถต้านทานได้ไม่
- Home
- เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
- ตอนที่ 541 ทัณฑ์สวรรค์นี้หาใช่สิ่งที่เขาจะสามารถต้านทานได้ไม่
ตอนที่ 541 ทัณฑ์สวรรค์นี้หาใช่สิ่งที่เขาจะสามารถต้านทานได้ไม่
เมื่อกู่เจิงเฟิงสัมผัสได้ว่าภายในทัณฑ์สวรรค์ มีไอพลังพิฆาตแฝงเอาไว้ ภายในใจของเขาพลันรู้สึกราวกับทุกสิ่งตาลปัตรไปหมด ใบหน้าชราเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก
เดิมที่เขาคิดว่าเมื่อความโกลาหลอันดำมืดเริ่มขึ้น พลังแห่งกฎอันไร้รูปร่างจะมลายหายไป ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่ฟาดฟันลงมาในเวลานี้ควรจะอ่อนกำลังลง
ทว่ากลับมิเป็นเช่นนั้น เพราะเพียงแค่ไอพลังกลุ่มนั้นก็ทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกจนแทบจะทำอันใดมิถูก
แค่คิดก็รู้แล้วว่าทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่จะฟาดฟันลงมานั้น มิเพียงแต่มิได้อ่อนกำลังลงอย่างที่คิด ทว่ากลับทรงพลังมากกว่าเดิมหลายเท่าอีกด้วย
เช่นนั้นมิเท่ากับว่าวันนี้เขาจะต้องตายอยู่ภายใต้ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตนี้หรอกหรือ ?
“ไม่ เป็นไปมิได้ นี่มันเป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ”
“ความโกลาหลอันดำมืดเริ่มขึ้นแล้ว ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตควรจะอ่อนกำลังลงมิใช่หรือ แต่เหตุใดถึงได้ทรงพลังมากถึงเพียงนี้ ! ”
“เพราะเหตุใดกัน ข้ากู่เจิงเฟิงบำเพ็ญเพียรมาจนถึงบัดนี้ ยาวนานหลายหมื่นปี ทั้งชีวิตล้วนทุ่มเทตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพื่อรู้แจ้งสุดยอดวิถีกระบี่ ทว่าตอนนี้เหตุใดเบื้องบนถึงฟาดฟันทัณฑ์สวรรค์พิฆาตอันน่ากลัวเช่นนี้ลงมาใส่ข้าได้เล่า ! ”
“มิยอม ข้ามิยอม ! ”
“……”
“……”
กู่เจิงเฟิงเงยหน้าขึ้นฟ้า พลางคำรามลั่นด้วยความเสียใจที่ท่วมท้น เสียงของเขาราวกับอสนีบาตที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ
ในตอนนั้นเอง อีกด้านหนึ่งของมหาสมุทรแท้จริง
เย่ฉางชิงกำลังนั่งสมาธิอยู่บนหัวเรือวิเศษ และพัฒนาจิตกระบี่ที่เขาเพิ่งคิดค้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อขอบฟ้าที่ไกลออกไป รวมถึงห้วงอากาศโดยรอบบริเวณนั้นมีจิตกระบี่ที่บางเบากระจายไปทั่ว
เขาก็ค่อย ๆ ลืมตาเรียวยาวคู่นั้นขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นทอดมองไปทางขอบฟ้าที่มีเมฆสีดำปกคลุม และมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นระลอก
“นายท่าน เสียงทัณฑ์สวรรค์นั่นรบกวนท่านหรือขอรับ ? ”
ผู้เฒ่าชุดดำเดินมาทางด้านหลังของเย่ฉางชิง พร้อมโค้งคำนับให้เขา พลางเอ่ยถามขึ้น
‘ทัณฑ์สวรรค์งั้นหรือ ? ’
‘หมายความว่ามีคนกำลังรับการทดสอบจากสวรรค์อยู่เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘อีกทั้งยังมีจิตกระบี่แผ่ออกมาบางเบาเช่นนี้ หรือคนผู้นั้นจะบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
สิ้นเสียง เย่ฉางชิงก็มีท่าทางชะงักไปเล็กน้อย พร้อมกับเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
‘จะว่าไปแล้วข้าเองก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่คนหนึ่ง’
‘หากวันหน้าตบะบารมีของข้าบรรลุถึงระดับสูงสุดแล้ว ข้าก็ต้องรับการทดสอบจากสวรรค์ด้วยสินะ ? ’
‘ในเมื่อตอนนี้มีผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่กำลังรับการทดสอบจากสวรรค์อยู่ เช่นนั้นข้าก็ควรจะไปดูเสียหน่อย เผื่อจะได้ผ่านการทดสอบง่ายขึ้น’
คิดดังนั้นแล้ว เย่ฉางชิงกำลังหมุนกายเตรียมจากไป
ผู้เฒ่าชุดดำก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “นายท่าน ในเมื่อคนผู้นี้รบกวนการบำเพ็ญเพียรของท่าน ข้าจะไปสังหารเขาให้เองขอรับ”
เย่ฉางชิง “……”
‘คนกำลังรับการทดสอบจากสวรรค์จะเป็นการรบกวนข้าได้เยี่ยงไร แล้วเจ้ายังจะไปสังหารเขาอีกงั้นหรือ ? ’
‘นี่เป็นสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งควรกระทำเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘แล้วที่เอ่ยมามันคือเหตุผลเช่นไรกัน ! ’
‘มิหนำซ้ำก่อนหน้านี้ เจ้าเองก็คุยโวเอาไว้ว่าจะไปสังหารเซียนทุรชน’
‘แต่ผลสุดท้ายก็มีสภาพสะบักสะบอมกลับมา’
‘เพราะเจ้าบอกว่ามีคนขวางเจ้าเอาไว้ แต่พอข้าจะลงมืออีกฝ่ายก็กลับยอมแพ้เสียดื้อ ๆ ’
‘พวกเจ้าเป็นอันใดกันไปหมด เหตุใดถึงอยากทำตัวสูงส่งและเก่งกาจต่อหน้าข้าด้วย ? ’
‘เมื่อมิมีความสามารถเช่นนั้น ก็แค่อยู่อย่างเงียบ ๆ มิได้หรือเยี่ยงไร ? ’
แม้เย่ฉางชิงจะพร่ำบ่นอยู่ในใจอย่างอดมิได้ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะมิเอ่ยออกมา
จิตวิญญาณอาวุธผู้นี้แม้จะชอบคุยโวโอ้อวด ทว่าตอนนี้เขาก็ยังคงเก่งกาจกว่าทุกคนที่ติดตามข้างกายข้าอยู่ดี
“มิต้อง”
เย่ฉางชิงปัดมือเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “จิตกระบี่ที่ข้าคิดค้นขึ้นตอนนี้สมบูรณ์แล้ว ดังนั้นจึงมินับว่าเป็นการรบกวน”
“เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน เจ้าสั่งให้คนเพิ่มความเร็วการเดินเรือและรีบไปให้ถึงอีกฝั่งเถอะ”
“ท่านเย่โปรดรอสักครู่ ข้าจะเพิ่มความเร็วของเรือวิเศษเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
อวิ๋นจงเอี้ยนได้ยินดังนั้น ก็ประสานมือคารวะเย่ฉางชิง ก่อนจะหมุนกายเดินตรงไปยังกลางลำเรือวิเศษ
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเคอ
รอบเรือวิเศษพลันปรากฏสัญลักษณ์โบราณขึ้นมามากมายจนแน่นขนัดไปหมด ขณะเดียวกันก็แผ่ไอพลังค่ายกลโบราณและลึกลับออกมา
วินาทีต่อมา
ความเร็วของเรือวิเศษก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในทันที ราวกับลำแสงสายหนึ่งพุ่งไปยังตำแหน่งที่กู่เจิงเฟิงกำลังรับการทดสอบจากสวรรค์อยู่
เย่ฉางชิงถอนหายใจออกมาเบา ๆ พยายามระงับสติอารมณ์ของตนเองให้เป็นปกติ ก่อนจะกวาดตามองทุกคน พร้อมกับถามขึ้นว่า
“พลังปราณฟ้าดินมากมายเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
บรรพบุรุษเกล็ดดำเอ่ยตอบอย่างนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มว่า “เรียนนายท่าน พลังแห่งกฎของสวรรค์บูรพาจางหายไป ไอพลังมหามรรคาต่าง ๆ จึงเกิดความโกลาหลขึ้น นั่นหมายความว่าความโกลาหลอันดำมืดที่จะเกิดขึ้นทุก ๆ หนึ่งแสนปีได้เริ่มขึ้นแล้วขอรับ”
“เริ่มขึ้นแล้วงั้นหรือ ? ”
ประกายความตกใจพาดผ่านดวงตาของเย่ฉางชิง
ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เรียกว่าความโกลาหลอันดำมืดนี้ ที่พวกเขาเอ่ยถึงนั้นอัศจรรย์พันลึกอย่างยิ่ง และเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย
ทว่าบัดนี้กลับเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
ซึ่งเขาก็อยากจะเห็นกับตาสักครั้ง ว่าสิ่งที่เรียกว่าความโกลาหลอันดำมืดนี้แท้จริงแล้วจะน่าสะพรึงกลัวและลึกลับเพียงใด
จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
เรือวิเศษที่พวกเย่ฉางชิงโดยสารมา ก็แล่นเข้ามาใกล้บริเวณที่กู่เจิงเฟิงกำลังรับการทดสอบจากสวรรค์
ตอนนั้นเอง
“หยุดก่อน”
เย่ฉางชิงเงยหน้ามองดูเมฆสีดำที่ม้วนตัว เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว ท้องฟ้าโกลาหลไปด้วยไอพลังต่าง ๆ ก่อนจะออกคำสั่งให้เรือหยุดลงอย่างกะทันหัน
“นายท่าน……” ผู้เฒ่าชุดดำเอ่ยเรียกเย่ฉางชิงเบา ๆ
เย่ฉางชิงปรายตามองผู้เฒ่าชุดดำ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเกรี้ยวกราดเล็กน้อย “เส้นทางวิถีเซียนอันตรายอย่างมาก ทว่าสรรพสิ่งกลับต่อสู้เพื่อมัน คนผู้นี้สามารถมีตบะบารมีและความแตกฉานเช่นวันนี้ได้ถือว่ามิง่ายเลย”
“ยิ่งไปกว่านั้นนิมิตเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าทัณฑ์สวรรค์นี้หาได้ธรรมดาเหมือนอย่างที่พวกเจ้าคิดไม่ เวลานี้มิว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ล้วนมิยุติธรรมกับคนผู้นั้น”
ผู้เฒ่าชุดดำพลันมีสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“ผู้น้อยผิดไปแล้วขอรับ” ผู้เฒ่าชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงจืดเจื่อน
เขาพยายามมานานเพียงนี้ ก็เพื่อจะได้กลับมาอยู่ข้างกายนายท่านอีกครั้ง การที่น้ำเสียงของนายท่านดูโมโหเช่นนี้ หากขืนเป็นเช่นนี้ต่อไปวันหน้าเขาอาจถูกขับไล่อีกครั้งก็เป็นได้
เย่ฉางชิงโบกมือไปมา พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า “ต่อไปหากข้าอยากให้เจ้าทำสิ่งใด ข้าจะสั่งเอง เจ้ามิจำเป็นต้องเอ่ยย้ำหลายครั้งเช่นนี้”
ผู้เฒ่าชุดดำรีบก้มหัวลงกับพื้น และมิกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
ทว่าในตอนนั้นเอง อวิ๋นจงเอี้ยนที่ยืนอยู่หน้าราวกั้น ดวงตาพลันเปล่งประกายระยิบระยับออกมา พร้อมกับเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “เป็นบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ท่านนั้นนี่เอง”
‘ราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ ? ’
‘บรรพบุรุษ ? ’
เย่ฉางชิงได้ยินดังนั้น บนใบหน้าพลันเผยรอยยิ้มที่มีเลศนัยออกมาทันที
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่นิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อรับมือกับราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ เขาจึงได้ตัดสินใจให้เสี่ยวชิงและเสี่ยวไป๋อยู่ต่อ
ทว่าผู้ใดจะคาดคิดว่า บนมหาสมุทรแท้จริงอันกว้างใหญ่แห่งนี้ พวกเขาจะได้พบกับบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ได้
ดังนั้นขอเพียงสามารถเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายได้ ก็สามารถลดความยุ่งยากให้แก่นิกายกระบี่สวรรค์ได้แล้ว
อีกอย่างเป้าหมายที่พวกเขามาก็เพื่อตำหนักเทพวาสนามิใช่หรือ ?
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็สบตากับหนิงซู่ซู่โดยมิได้นัดหมาย
“ซู่ซู่ ในเมื่อได้พบบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ท่านนี้ที่นี่แล้ว ขอเพียงพวกเราเกลี้ยกล่อมให้เขายอมกลับไปได้ เช่นนี้ก็จะช่วยลดความยุ่งยากให้กับนิกายกระบี่สวรรค์ได้แล้ว”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หนิงซู่ซู่พยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยว่า “ไอพลังของทัณฑ์สวรรค์นี้น่ากลัวยิ่งนัก เกรงว่าแค่พลังของบรรพบุรุษจากราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ท่านนี้คงมิธรรมดาเป็นแน่”
ทันทีที่สิ้นเสียง
“น้องหนิง เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”
อวิ๋นจงเอี้ยนส่ายหน้ายิ้ม ๆ “ทัณฑ์สวรรค์นี้หาใช่สิ่งที่เขาจะสามารถต้านทานได้ไม่”