เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 596 ซู่ซู่ ขอบใจนะ
ตอนที่ 596 ซู่ซู่ ขอบใจนะ
หนิงซู่ซู่นิ่งเงียบเพียงลำพังอยู่นาน จากนั้นจึงตัดสินใจออกจากเผ่าสวรรค์ไปตามหาเย่ฉางชิง
หลังจากได้รู้ว่าตู๋กูชิงเฟิงยอมใช้ตนเองเป็นเครื่องสังเวยเพื่ออนาคตของเผ่าสวรรค์แล้ว
ภายในใจของนางก็เกิดรู้สึกลังเลขึ้นมา
บางทีอาจเป็นเพราะเป็นสตรีเหมือนกัน ดังนั้นจากคำพูดของตู๋กูชิงเฟิง นางจึงรับรู้ได้อย่างลึกซึ้งถึงความอาลัยอาวรณ์ที่อีกฝ่ายมีให้เย่ฉางชิง และความรู้สึกติดค้างที่มีต่อบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์
ทว่าในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดถึงมิเลือกตอบแทนบุญคุณเผ่าสวรรค์ด้วยวิธีอื่นเล่า ?
แม้ว่าจะเป็นผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ แต่เยี่ยงไรซะก็เพิ่งจะขึ้นจากโลกเบื้องล่างได้มินาน
หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ตู๋กูชิงเฟิงหาได้มีความรู้สึกผูกพันต่อเผ่าสวรรค์ไม่
อีกทั้งหนิงซู่ซู่เองก็เคยได้ยินเย่ฉางชิงเอ่ยถึงสตรีที่พิเศษสำหรับเขานางนี้อยู่บ่อย ๆ
เห็นได้ชัดว่าความรู้สึกที่เย่ฉางชิงมีต่อนางนั้นก็ลึกซึ้งมิต่างกัน
และหากวันหนึ่งเย่ฉางชิงบังเอิญได้รู้ข่าวการตายของตู๋กูชิงเฟิงเข้าจะเป็นเช่นไร ?
เผ่าสวรรค์คงมิอาจเลี่ยงหายนะและถูกกวาดล้างไปได้อย่างแน่นอน
และหากนางเลือกที่ปิดบังความจริงเอาไว้ แล้วเย่ฉางชิงเกิดมิพอใจขึ้นมาจะทำเช่นไร ?
……
……
เพียงพริบตา
มิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด
ระหว่างที่หนิงซู่ซู่ยังคงเฝ้าครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่นั้น
รู้ตัวอีกทีนางก็ได้ปรากฏกายขึ้นบนท้องฟ้าเหนือเมืองโบราณเทียนซินเสียแล้ว
“ฉางชิง หากวันหนึ่งเจ้าได้รู้ความจริง เจ้าจะโกรธข้าหรือไม่ ? ”
“แต่ก่อนหน้านี้ข้าได้รับปากนางไปแล้ว ว่าจะมิบอกเรื่องนี้กับเจ้า……”
หนิงซู่ซู่ยืนนิ่งอยู่บนท้องฟ้าของเมืองโบราณเทียนซินเป็นเวลาเนิ่นนาน
แม้จะยังมิสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ แต่นางก็เลือกที่จะไปพบเย่ฉางชิงก่อน
มินาน หลังจากก้าวเข้าสู่เมืองโบราณเทียนซิน
หนิงซู่ซู่ก็เพ่งสมาธิเพื่อหาตำแหน่งที่เย่ฉางชิงอยู่
จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม
หนิงซู่ซู่ที่สวมชุดสีขาว งดงามราวกับเทพธิดา ก็ได้มาถึงยังถนนที่เย่ฉางชิงอยู่
ทันใดนั้น ชาวบ้านที่อยู่สองฟากฝั่งของถนน เมื่อได้เห็นความงามของหนิงซู่ซู่กับตาตนเอง ก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงและมีสีหน้าตื่นตกใจแทบทั้งสิ้น
“นี่มัน ! ! ! ”
“นี่คือเทพธิดาที่ลงมายังโลกมนุษย์เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“งามยิ่งนัก ราวกับเทพธิดาในภาพวาดก็มิปาน มิใช่สิ แม้แต่เทพธิดาในภาพวาดก็ยังงดงามมิได้ครึ่งหนึ่งของนางเลยด้วยซ้ำ”
“ถนนเส้นนี้ของพวกเราช่วงนี้เกิดอันใดขึ้นกันแน่ ก่อนหน้านี้ก็มีภรรยาของท่านเย่ที่สวมชุดสีม่วงนางนั้น บัดนี้ก็ยังมีเทพธิดานางนี้มาปรากฏกายขึ้นอีก”
“จริงสิ เทพธิดาผู้นี้คงมิได้มาหาท่านเย่หรอกกระมัง ? ”
“อืม เป็นไปได้ มิใช่สิ ต้องมาหาท่านเย่เป็นแน่”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เพราะทุกคนคงจะเคยเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของท่านเย่แล้ว อีกทั้งลักษณะท่าทางของเขาที่ดูสุภาพอ่อนโยน ทว่ากลับสง่างามราวกับเซียนก็มิปาน”
“ราวกับท่านเทพที่ลงมาท่องยังโลกมนุษย์ เพื่อช่วยสรรพสิ่งให้เกิดปัญญา มิปรารถนาสิ่งใด มองทุกคนเท่าเทียมกันในตำนาน”
“ท่านลุง ท่านว่าพวกเราควรสร้างรูปสลักของท่านเย่ เพื่อให้ลูกหลานของเราได้เคารพบูชาเพื่อขอพรดีหรือไม่ขอรับ ? ”
“ตอนนี้ยังมิต้อง รอท่านเย่จากไปแล้วค่อยหารือกันอีกที”
“……”
“……”
จากนั้นหนิงซู่ซู่ก็ได้เดินไปยังเรือนที่เย่ฉางชิงอาศัยอยู่ ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นมากมาย
หลังจากลังเลอยู่สักพัก ขณะที่นางเตรียมจะเคาะประตูนั้น จู่ ๆ ประตูค่อย ๆ เปิดออกเอง
และผู้ที่มาเปิดประตูให้ก็คือ เทพหลิว
“เจ้ามาแล้วหรือ”
เทพหลิวยังคงมีท่าทางมิทุกข์มิร้อนใด ๆ และเอ่ยกับหนิงซู่ซู่เสียงเรียบ “นายท่านกำลังวาดภาพอยู่ เจ้าเข้ามาก่อนเถอะ”
หนิงซู่ซู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ
จากนั้นเทพหลิวก็เดินนำตรงไปจนถึงกลางเรือน
ก็พบว่าเย่ฉางชิงกำลังตั้งใจวาดภาพอยู่
ส่วนนันนันกำลังขี่หลังของราชันทมิฬ และมองดูอย่างตั้งอกตั้งใจยิ่ง……
ภาพอันอบอุ่นนี้ดำเนินต่อไปอยู่เกือบชั่วยาม
จนกระทั่งเย่ฉางชิงวาดภาพเสร็จและลงชื่อเรียบร้อยแล้ว จึงได้ดึงสติกลับมา
ขณะเดียวกัน นันนันเองก็ได้สติกลับมาเช่นกัน
ทว่าเมื่อนางบังเอิญเห็นหนิงซู่ซู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดวงตาดำขลับพลันเบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ท่านเย่ มีพี่สาวอีกท่านอยู่ด้วยเจ้าค่ะ”
ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปมองหนิงซู่ซู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ซู่ซู่ เจ้ามาแล้วหรือ”
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นจึงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ
ก่อนหน้านี้ เขาและตู๋กูชิงเฟิงออกจากเผ่าสวรรค์มาอย่างเงียบ ๆ และมิได้บอกหนิงซู่ซู่แต่อย่างใด
เพราะตอนนั้นเขารู้สึกลำบากใจมิน้อย ทว่าต่อมาเขากลับอดมิได้ที่จะรู้สึกละอายใจต่อนาง
เยี่ยงไรซะ เขาและหนิงซู่ซู่ก็นับได้ว่าเป็นคู่บำเพ็ญเพียรในนามของกันและกัน
บัดนี้เมื่อนางเป็นฝ่ายมาหาเขาเสียเองเพียงลำพัง เขาจึงอดมิได้ที่จะรู้สึกอึดอัดขึ้นมา
และเวลานี้หนิงซู่ซู่กำลังจดจ้องไปที่ภาพวาดภาพใหม่ของเย่ฉางชิง ด้วยท่าทางราวกับมิได้สนใจสิ่งใด
“แสงยามอาทิตย์อัสดง ฝูงเป็ดป่าโบยบิน เมื่อทอดมองออกไปจึงดูคล้ายกับสายน้ำที่เชื่อมโยงกับท้องนภา”
หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ นางจึงค่อย ๆ เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างครุ่นคิด “ฉางชิง ที่ผ่านมาความแตกฉานในวิถีดนตรีของเจ้าก็อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว”
“ทว่าบัดนี้ดูเหมือนว่าความแตกฉานในวิถีภาพวาดของเจ้า เกรงว่าจะอยู่เหนือกว่าวิถีดนตรีอีกกระมัง ? ”
เอ่ยถึงตรงนี้ หนิงซู่ซู่ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ใบหน้าอันงดงามเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา
เย่ฉางชิงนิ่งงัน ก่อนจะยิ้มออกมาแห้ง ๆ “ซู่ซู่ หากเจ้าชอบล่ะก็ ข้าจะมอบภาพนี้ให้เจ้า”
“มอบให้ข้างั้นหรือ ? ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหนิงซู่ซู่แข็งค้างไปทันที ก่อนจะส่ายหน้าให้น้อย ๆ อย่างอดมิได้
เพราะนางในตอนนี้มีตบะบารมีระดับเทพพิภพแล้ว ย่อมสัมผัสได้ถึงสิ่งต่าง ๆ มากมายที่มิอาจควบคุมได้
และภาพวาดนี้ของเย่ฉางชิง มิเพียงมีความแตกฉานขั้นสูงสุด ทั้งยังเป็นสุดยอดสมบัติเซียนที่มิอาจจินตนาการได้อีกด้วย
เพียงแค่ผสานกระแสจิตเข้าไปภายใน ก็จะพบว่ามีโลกลึกลับใบหนึ่งอยู่ในนั้น
อีกทั้งภายในโลกใบนี้หาได้สงบเงียบไม่
กลับกันมันยังเต็มไปด้วยปราณวิญญาณฟ้าดิน และสามารถสัมผัสได้ถึงไอพลังชีวิตมากมายอีกด้วย
คิดดูก็รู้แล้วว่าภาพ ๆ นี้แท้จริงแล้วน่าอัศจรรย์เพียงใด
“เจ้ามิชอบงั้นหรือ ? ”
เย่ฉางชิงมองหนิงซู่ซู่ แล้วอดมิได้ที่จะถามออกมาด้วยความสงสัย
หนิงซู่ซู่ส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยว่า “มันมีค่ามากเกินไป”
เย่ฉางชิงยิ้มบาง ๆ ออกมา จากนั้นก็ลอบส่งสายตาให้กับเทพหลิวและราชันทมิฬ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อพวกเขาออกไปแล้ว
เย่ฉางชิงจึงได้เอ่ยขอโทษนาง “ซู่ซู่ ความจริงแล้วตอนที่จากเผ่าสวรรค์มา เดิมทีข้าเองก็อยากจะบอกเจ้าก่อน แต่ว่ามิรู้ว่าควรจะเอ่ยปากเช่นไร ดังนั้น……”
หนิงซู่ซู่ยื่นมือไปจัดคอเสื้อให้กับเย่ฉางชิง พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “ฉางชิง เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว”
“ความจริงแล้วก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ ข้าได้พบกับผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ท่านนั้นแล้ว และนางก็เป็นคนบอกกับข้าว่าเจ้าอยู่ที่เมืองโบราณเทียนซินแห่งนี้”
“เอ่อ……”
เย่ฉางชิงราวกับมีบางอย่างจุกอยู่ที่คอ มิรู้ว่าควรเอ่ยเช่นไรดี
หนิงซู่ซู่หัวเราะออกมาอย่างกลั้นขำเอาไว้มิไหว พลางเอ่ยว่า “เจ้ามิต้องสนใจความรู้สึกของข้าหรอก”
“ขอเพียงในใจของเจ้ายังมีข้าอยู่ ยังคงคิดถึงข้าบ้าง ข้าก็พอใจแล้ว”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น ภายในใจของเย่ฉางชิงก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย และความรู้สึกที่เด่นชัดก็คือความประทับใจ
สตรีที่งดงามราวกับเทพธิดา นิสัยใจคอกว้างขวาง ข้าขอเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว
คิดถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็ดึงหนิงซู่ซู่เข้ามากอดโดยมิลังเล
“ซู่ซู่ ขอบใจเจ้ามากนะ”