เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 598 ผู้น้อยยอมเป็นเครื่องสังเวย
ตอนที่ 598 ผู้น้อยยอมเป็นเครื่องสังเวย
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
ในที่สุดโลงสัมฤทธิ์โบราณใบนี้ก็หยุดอยู่ที่ความสูงหลายสิบจั้ง
ทว่าในวินาทีที่โลงสัมฤทธิ์โบราณใบนี้หยุดลง ฝาโลงพลันสั่นสะเทือนเล็กน้อย
ทันใดนั้น เหมือนมีพลังอันน่ากลัวที่ถูกผนึกมาเนิ่นนานกลุ่มหนึ่งถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้ความว่างเปล่าโดยรอบพังทลายลงภายในพริบตา
ขณะเดียวกัน พลานุภาพอันน่ากลัวยิ่งก็ถาโถมเข้าใส่บริเวณนั้นด้วยพลังอันมหาศาล
ตู้ม !
จากนั้นเสียงที่ดังกึกก้องราวกับเสียงอสนีบาตก็ดังขึ้นจากบนท้องฟ้า
ใช่แล้ว !
โลงสัมฤทธิ์โบราณที่อยู่มานานเพียงใดมิอาจทราบได้ใบนั้น ในที่สุดก็เปิดออกเอง
ส่วนภายในโลงสัมฤทธิ์โบราณแท้จริงแล้วเป็นเช่นไรกันแน่
มิเคยมีผู้ใดรู้
มิมีทางรู้
ท่ามกลางสายตาที่หวาดหวั่นมากมาย
เมื่อเสียงอันอื้ออึงและน่าตื่นตระหนกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โลงสัมฤทธิ์โบราณที่เต็มไปด้วยความลึกลับใบนั้นก็ค่อย ๆ เปิดออก
เพียงแต่สิ่งที่ทุกคนคาดมิถึง ก็คือ หลังจากที่โลงสัมฤทธิ์โบราณเปิดออกแล้ว ก็มีกลิ่นเหม็นเน่าอันรุนแรงจนแสบจมูกพวยพุ่งออกมาทันที
ขณะเดียวกัน ร่างที่แปลกประหลาดร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ ลอยออกมาจากภายในโลงสัมฤทธิ์โบราณ
ผอมบางและดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
คล้ายกับเสื้อผ้าชุดหนึ่ง หรือเงาของคนผู้หนึ่ง
มิใช่ ! ! ! !
มิใช่เสื้อผ้า !
และก็มิใช่เงาคน !
แต่เป็นหนังมนุษย์ที่แผ่พลานุภาพอันทรงพลังออกมา จนแทบสะกดทุกสิ่งบนโลกเอาไว้ภายในพริบตา
นี่มัน ! ! ! !
เป็นเพียงแค่หนังมนุษย์ แต่กลับน่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนี้ !
เช่นนั้นตัวตนที่แท้จริงผู้เป็นเจ้าของหนังมนุษย์นี้จะเก่งกาจเพียงใด !
น่าเหลือเชื่อ !
เกินจะจินตนาการได้จริง ๆ !
และสิ่งนี้ก็สามารถยืนยันได้ว่าบางทีเผ่าสวรรค์อาจจะเป็นดังที่ท่านบรรพบุรุษท่านนี้กล่าวเอาไว้ ว่าเป็นหนึ่งในเผ่าราชาของแดนเซียนโบราณในตำนาน
อีกทั้งก่อนหน้านี้บรรพบุรุษท่านนี้ยังได้คุยโวเอาไว้อีกว่า ขอเพียงเขาสามารถสร้างกายเนื้อขึ้นมาได้ ก็จะสามารถพาเผ่าสวรรค์กลับไปยังแดนเซียนโบราณในตำนานอีกครั้ง
“เพียงแค่หนังมนุษย์ยังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เช่นนั้นตัวตนที่แท้จริงของผู้เป็นเจ้าของหนังมนุษย์นี้จะเก่งกาจเพียงใดกัน ? ”
“ยิ่งไปกว่านั้นหากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ หนังมนุษย์ที่เห็นนี้คงจะเป็นของท่านบรรพบุรุษท่านนั้น”
“ท่านบรรพบุรุษทั้งสองขอรับ ตอนนี้ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเราเดิมพันเอาไว้จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วนะขอรับ”
“เพียงแค่หนังมนุษย์ของท่านบรรพบุรุษท่านนั้นยังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เช่นนั้นหากเขาสร้างกายเนื้อขึ้นใหม่ได้สำเร็จเล่า ? ”
“จริงด้วย บางทีอาจจะเหมือนที่ท่านบรรพบุรุษท่านนั้นกล่าวเอาไว้ พวกเรามิจำเป็นต้องก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ ก็จะสามารถกลับไปยังแดนเซียนโบราณได้เลย”
“……”
“……”
ระหว่างที่เหล่าผู้อาวุโสของเผ่าสวรรค์กระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดีอยู่นั้น
เสียงชราเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เด็กน้อย ข้าจะเริ่มแล้วนะ”
“แต่เจ้ามิต้องกังวลไป เพราะข้ามิปล่อยให้เจ้าตายที่นี่อย่างแน่นอน รอข้าสร้างกายเนื้อใหม่ได้สำเร็จแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปยังแดนเซียนโบราณด้วย”
ทันทีที่สิ้นเสียง ตู๋กูชิงเฟิงก็ถูกไอสีดำที่พลุ่งพล่านอย่างรุนแรงยกร่างขึ้น
จนกระทั่งอยู่ในระดับเดียวกับหนังมนุษย์แล้วก็ได้หยุดลง
และในตอนนั้นเอง
ตู้ม !
ตู้ม !
ตู้ม !
มิรู้ว่าเพราะเหตุใด
ซากปรักหักพังต่าง ๆ ในบริเวณนั้นกลับเกิดระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน
วินาทีต่อมา
แสงอันเจิดจ้าราวกับเปลวไฟหลายสายพุ่งขึ้นมาตามซากปรักหักพังที่เกิดระเบิดขึ้น ก่อนจะส่องขึ้นไปทางตู๋กูชิงเฟิงและโลงสัมฤทธิ์โบราณ เหมือนกับกำลังสร้างค่ายกลโบราณลึกลับบางอย่าง
ขณะที่ลำแสงเหล่านั้นอยู่ห่างจากตู๋กูชิงเฟิงเพียงมิกี่จั้งก็พลันหยุดลง
ก่อนจะกลายเป็นป้ายโบราณลึกลับที่มิรู้ว่าสร้างมาจากวัสดุใดตั้งอยู่มากมาย
ป้ายโบราณนี้ดูพิเศษอย่างมาก นอกจากจะมีไอสีดำจาง ๆ แผ่ออกมาแล้ว ตัวป้ายโบราณยังสลักลวดลายโบราณอันซับซ้อนเอาไว้จนแน่นขนัด และแผ่กลิ่นอายโบราณออกมาอีกด้วย
ทว่าในตอนนั้นเอง หนังมนุษย์อันน่าสะพรึงกลัวแผ่นนั้นก็ได้ซ้อนทับทางด้านหลังของตู๋กูชิงเฟิงอย่างเงียบเชียบ
ตู๋กูชิงเฟิงหรี่ตาลง เพราะรู้สึกได้ทันทีว่าเลือดลมและพลังวิญญาณภายในกายตน ได้วิ่งไปรวมกัน ณ จุด ๆ หนึ่งที่อยู่ทางด้านหลังอย่างมิอาจควบคุมได้
เวลามิถึงหนึ่งเคอ
ตึ้ง !
ร่างของตู๋กูชิงเฟิงสะดุ้งอย่างรุนแรง จุดขนาดใหญ่ที่เลือดลมและพลังวิญญาณได้วิ่งไปรวมกันก่อนหน้านี้ที่ด้านหลัง จู่ ๆ ก็ระเบิดออกกลายเป็นหมอกเลือดภายในพริบตา
เวลานี้ตู๋กูชิงเฟิงรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกทะลวงก็มิปาน
ทุกสิ่งตรงหน้าเริ่มเลือนรางลง ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง พร้อมจะล้มลงได้ตลอดเวลา
“เด็กน้อย เจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว เรื่องต่อจากนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเอง”
เสียงชราและแหบแห้งนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาของตู๋กูชิงเฟิงพลันมืดลง ก่อนจะหมดสติภายในพริบตา จากนั้นร่างของนางก็ค่อย ๆ ลอยลงมาเบื้องล่าง
เวลานี้หลังจากหนังมนุษย์อันน่าสะพรึงกลัวแผ่นนั้นได้ดูดซับหมอกเลือด ที่เกิดจากเลือดของตู๋กูชิงเฟิงเข้าไปจนหมดแล้ว
ค่ายกลโบราณอันเก่าแก่และลึกลับก็ถูกเปิดใช้งานในทันที
ลวดลายโบราณที่สลักบนป้ายอันลึกลับแต่ละป้ายก็เริ่มเปล่งแสงระยิบระยับออกมา ก่อนจะสะท้อนซึ่งกันไปมา
เป็นการสะท้อนด้วยพลังอันน่ากลัวที่มองมิเห็น และความว่างเปล่าโดยรอบก็เริ่มบิดเบี้ยว ก่อนจะพังทลายลง……
ภายในรัศมีร้อยจั้งรอบหนังมนุษย์
ไอพลังโกลาหลจำนวนมหาศาลปะทุออกมา สายฟ้าอันรุนแรงหลายสายจนนับมิถ้วนแลบแปลบปลาบ ราวกับเป็นสระสายฟ้าต้องห้ามแห่งหนึ่ง
“สวรรค์อันกว้างใหญ่ อมตะมิรู้จบ ใช้จิตหลอม ใช้โลหิตหลอม สร้างกายเนื้อของข้าขึ้นมาใหม่……”
เสียงอันน่าเกรงขามดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทว่าราวกับเสียงแห่งมหามรรคา ทำให้จิตใจคนฟังเกิดความศรัทธาขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุมได้
จนเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม
ภายในสระสายฟ้าต้องห้ามนั้น
เปรี้ยง !
คลื่นพลังอันรุนแรงสายหนึ่งก็ได้พุ่งออกมา
จากนั้นร่างอันเลือนรางร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ดวงตาของทุกคนถึงกับเบิกกว้าง ขณะจ้องมองทุกอย่างที่เกิดขึ้น
พวกเขารู้ได้ทันทีว่าร่างอันเลือนรางนี้หาใช่หนังมนุษย์เมื่อครู่ไม่ แต่กลับเป็นร่างที่แท้จริงร่างหนึ่ง
นี่ก็ หมายความว่าบรรพจารย์ท่านนี้ของพวกเขาสร้างกายเนื้อได้สำเร็จแล้ว
เห็นดังนั้น
“ผู้น้อยยินดีด้วยที่ท่านบรรพบุรุษสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จแล้ว”
พวกอวิ๋นจงเอี้ยนรีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความศรัทธา และคารวะบรรพบุรุษท่านนี้โดยมิลังเล
ทว่าวินาทีต่อมา
“ข้ายังสร้างกายเนื้อมิสำเร็จ ภายในกายของเด็กคนนั้นมีโลหิตแห่งเทพบรรพกาลอยู่ ดังนั้นข้าจึงมิสามารถดูดกลืนเลือดจากกายของนางได้ทั้งหมด”
“สายเลือดของพวกเจ้าแม้จะเบาบาง แต่โชคดีที่มีจำนวนมากพอ”
ทันทีที่สิ้นเสียง มิว่าจะเป็นพวกอวิ๋นจงเอี้ยน หรือว่าเหล่าอัจฉริยะหนุ่มสาวของเผ่าสวรรค์ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ความหมายของบรรพบุรุษท่านนี้ชัดเจนยิ่งนัก
นั่นคือเขาต้องการกลั่นเลือดภายในกายของพวกเขา เพื่อสร้างกายเนื้อให้เสร็จสมบูรณ์
“ท่านบรรพบุรุษ……”
ผู้อาวุโสที่มีหนวดและผมขาวโพลนผู้หนึ่งค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น และเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ
ทว่าเพียงแค่เขาเอ่ยปาก ร่างของเขากลับหายวับไปในอากาศทันที
“ท่านบรรพบุรุษ ผู้น้อยใกล้เข้าสู่ระดับเซียนแล้ว ยังมิอยากตายขอรับ”
ภายในสระสายฟ้าต้องห้ามยังมีเสียงอ้อนวอนของผู้อาวุโสท่านเมื่อครู่ดังขึ้นมิหยุด
“ในเมื่อเจ้าเป็นลูกหลานของข้า บัดนี้ต้องใช้ชีวิตเป็นเครื่องสังเวยเพื่อให้ข้าสร้างกายเนื้อ เหตุใดจะทำมิได้เล่า ? ”
“ท่านบรรพบุรุษ ข้ายังมิอยากตายจริง ๆ นะขอรับ ! ”
“หนวกหู ! ”
“อ๊า ! ”
หลังจากการสนทนาสิ้นสุดลง
ก็เกิดเสียงดัง ปั้ง !
ใจกลางสระสายฟ้าต้องห้ามพลันเกิดระเบิดขึ้นกลายเป็นหมอกเลือด และหายไปอย่างน่าประหลาด
หลังจากได้เห็นทุกสิ่งด้วยตาตนเองเช่นนี้
คนของเผ่าสวรรค์พลันเบนสายตาไปทางอวิ๋นจงเอี้ยนและอวิ๋นซิงหงที่คุกเขาอยู่หน้าสุด
“ท่านบรรพบุรุษทั้งสอง พวกเรายังมิอยากตายที่นี่นะขอรับ ! ”
“ท่านบรรพบุรุษ วันนี้พวกเรามาเพื่อขจัดคำสาปบนกาย แต่บรรพจารย์ท่านนี้กลับต้องการจะกลั่นเลือดจากพวกเรา ! ”
“พวกเรามิอยากขจัดคำสาปบนกายแล้ว พวกเรามิอยากตายอยู่ที่นี่”
“ท่านบรรพบุรุษทั้งสอง พวกท่านรู้เรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรกอยู่แล้วใช่หรือไม่ ถึงได้พาพวกเรามาที่นี่เพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้กับบรรพบุรุษที่เหมือนปีศาจผู้นี้ ? ”
“พวกท่านช่างเลือดเย็นยิ่งนัก ถึงกับใช้พวกเรามาเป็นเครื่องสังเวยงั้นหรือ ! ”
“……”
“……”
อวิ๋นจงเอี้ยนเมื่อถูกทุกคนรุมต่อว่าเช่นนี้ก็มีสีหน้าเข้มขึ้น มือทั้งสองข้างถูกกำจนแน่น
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก นางก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พลางเอ่ยอย่างตัดสินใจว่า “ท่านบรรพบุรุษ ผู้น้อยจะยอมสละร่างของตนเอง ขอท่านได้โปรดปล่อยเด็ก ๆ เหล่านี้ไปเถอะเจ้าค่ะ”