เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 612 จักรพรรดิดำ
ตอนที่ 612 จักรพรรดิดำ
เมื่อสัมผัสได้ถึงความผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวจากเบื้องล่าง
ทันใดนั้น ทุกคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่าทางของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับมนุษย์ธรรดากำลังเผชิญหน้ากับผู้ไร้เทียมทานระดับเทพพิภพก็มิปาน
ความรู้สึกกดดันเช่นนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก !
ถูกต้อง !
เป็นเพราะเย่ฉางชิงใช้ไอกระบี่ที่แข็งแกร่งทำลายพลังแห่งข้อห้ามที่ปกคลุมที่นี่เอาไว้
ทำให้ปราณวิญญาณเหนือทะเลดำเกิดความโกลาหล และทำให้สิ่งมีชีวิตโบราณก้นทะเลดำรับรู้ได้
“นายท่าน หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดล่ะก็ สิ่งมีชีวิตโบราณที่บันทึกเอาไว้ในตำราโบราณคงตื่นขึ้นมาแล้วขอรับ”
หลังจากเงียบไปชั่วครู่
จ้าวปีศาจคิ้วแดงที่มีสีหน้าซีดเผือด และมีท่าทางตึงเครียดพึมพำออกมา
ได้ยินเช่นนั้น เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะชะงักงัน
แม้ใบหน้าหล่อเหลาจะมิได้เผยสีหน้าใด ๆ ออกมา ทว่าภายในใจกลับรู้สึกเป็นกังวลมิน้อย
ถูกต้อง !
การที่ไอพลังมหาศาลเช่นนี้แปรปรวน
เขาเองก็สัมผัสได้เช่นกัน
มิเพียงเท่านั้น ไอพลังจำนวนมหาศาลที่แผ่กระจายออกไปอย่างไร้ที่สิ้นสุดเช่นนี้ เขาเองก็เพิ่งเคยเจอเป็นคราแรกเช่นกัน
และเมื่อเห็นสีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเช่นนี้ ภายในใจของเขาก็อดมิได้ที่จะรู้สึกสั่นไหวขึ้นมา
เพราะทุกคนที่อยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่ล้วนมีตบะบารมีระดับเทพพิภพแทบทั้งสิ้น
ส่วนตัวเขานั้นเยี่ยงไรเสียก็มีตบะบารมีเพียงระดับเทวาเท่านั้น
ตอนนั้นเอง บุรุษชุดดำก็เม้มริมฝีปากเล็กน้อย และมองลงไปด้านล่างพลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ไอพลังของสิ่งมีชีวิตตนนี้มิธรรมดาจริง ๆ เหมือนมิใช่สิ่งมีชีวิตของสวรรค์บูรพา”
ทันทีที่สิ้นเสียง
“วี๊ด!”
จู่ ๆ เสียงที่ฟังดูแปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากก้นทะเล
จากนั้นไกลออกไปหลายลี้ ผืนน้ำก็พลันยุบลงไปหลายจั้ง
กลายเป็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ ราวกับต้องการกลืนกินทุกสิ่ง
ด้วยแรงดึงดูดอันน่ากลัว
ทำให้บนกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ เกิดสายฟ้าสีขาวเจิดจ้าแลบแปลบปลาบออกมา ความว่างเปล่าโดยรอบแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ก่อนที่สายฟ้าอันทรงพลังจะค่อย ๆ กดดันลงมาอย่างต่อเนื่อง…
จนกระทั่งมิกี่อึดใจต่อมา
ตำแหน่งของพวกเย่ฉางชิงและกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ก็ได้เคลื่อนมาประจัญหน้ากัน น้ำทะเลสีดำที่ปั่นป่วนถาโถมซัดเข้าใส่เรือของเย่ฉางชิงอย่างรวดเร็ว
ราวกับปลาวาฬขนาดใหญ่ตัวหนึ่งหมายที่จะทะยานขึ้นมาจากก้นทะเลก็มิปาน
เมื่อเห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
เย่ฉางชิงที่ได้สติขึ้นมาก่อน จึงรีบเพ่งสมาธิและใช้เคล็ดวิชาหายตัวตามที่ใจนึก พาทุกคนถอยไปหลายสิบลี้ภายในพริบตา
และวินาทีที่พวกเขาหยุดการเคลื่อนไหวลง
สิ่งมีชีวิตโบราณที่มีรูปร่างยาวนับหมื่นจั้ง ร่างทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงออกมาจากกายตัวหนึ่ง ก็ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้ทะเล
นอกจากนี้ยังมีร่างสีดำอีกหนึ่งร่างยืนอยู่บนหลังของสิ่งมีชีวิตโบราณตนนี้อีกด้วย
ร่างลึกลับนี้มิธรรมดาอย่างมาก
รอบกายของเขามีไอพลังโกลาหลพลุ่งพล่านรุนแรง จนมิสามารถมองเห็นร่างที่แท้จริงได้
ต่อให้อยู่ห่างไปหลายสิบลี้ แต่กลับยังคงสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขาม ที่ทำให้จิตวิญญาณสั่นสะท้านขึ้นมาได้อย่างชัดเจน
“ที่นี่คือที่ใดกัน ? ”
“หลังจากผ่านศึกครานั้นและแปดเปื้อนเลือดสกปรกหยดนั้นมา ข้าหลับใหลไปนานเพียงใดกัน?”
“แสนปี? ล้านปี? หรือว่านานกว่านั้น…”
เสียงที่ค่อนข้างแหบแห้งเสียงหนึ่ง เต็มไปด้วยความโศกเศร้าราวกับมิที่สิ้นสุด และแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามอันน่าสะพรึงกลัว
หลังจากผ่านไปมิกี่อึดใจ
ร่างสีดำก็เหมือนเพิ่งจะสังเกตเห็นพวกเย่ฉางชิงที่อยู่ไกลออกไปหลายสิบลี้
“เด็กน้อยเช่นพวกเจ้าเหตุใดถึงมาปรากฏกายอยู่ที่นี่ได้ ? ”
“อีกอย่าง… พลังกระบี่เมื่อครู่เป็นฝีมือของผู้ใดกัน… มิใช่สิ อย่าว่าแต่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพพิภพอย่างพวกเจ้าเลย ต่อให้…”
ร่างสีดำเอ่ยเรียบ ๆ
ทว่าเมื่อเขาเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยค ก็เหมือนได้พบคนที่มิควรพบเข้า เขาจึงหยุดพูดลงทันที
มิกี่อึดใจต่อมา
ร่างสีดำก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกอย่างยิ่งว่า “จักรพรรดิ… เย่ ท่าน… ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ ? ”
จักรพรรดิเย่ ?
ท่าน ?
เมื่อได้ยินคำเรียกขานเช่นนี้
กลุ่มคนที่อยู่ไกลออกไปหลายสิบลี้ พลันมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างห้ามมิได้
พวกเขาหันไปสบตากันเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปมองเย่ฉางชิงที่กำลังขมวดคิ้วน้อย ๆ
ร่างลึกลับนี้เพียงแค่แผ่ความน่าเกรงขามออกมา ก็ทำให้จิตวิญญาณของพวกเขาสั่นสะท้านได้แล้ว ถึงขนาดว่าเกิดความเลื่อมใสขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ
แต่เวลานี้กลับเอ่ยเรียก ‘จักรพรรดิเย่’ ขึ้นมา
และผู้ที่ถูกเรียกว่าจักรพรรดิเย่ ก็คงมีเพียงเย่ฉางชิงเท่านั้น
ขณะเดียวกัน แม้ใบหน้าของเย่ฉางชิงจะยังคงมิบ่งบอกอารมณ์ใด ๆ แต่ภายในใจกลับกระตุกขึ้นมาอย่างอดมิได้
‘จักรพรรดิเย่ ? ’
‘หรือก่อนที่ข้าจะผนึกความทรงจำและตบะบารมีของตัวเอง ข้าเคยเป็นจักรพรรดิมาก่อนเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘จักรพรรดิเย่ ! ’
‘แม้จะมิรู้ว่าคำเรียกขานนี้หมายถึงตบะบารมีระดับใด’
‘แต่เพียงแค่คำว่าจักรพรรดิ จะต้องเป็นผู้ที่มิธรรมดาอย่างแน่นอน’
‘อืม ! ’
‘คำเรียกขานนี้มิเลวทีเดียว ! ’
‘ข้าพอใจมากจริง ๆ ’
‘จริงสิ ในเมื่อคนผู้นี้จำตัวตนที่แท้จริงของข้าได้ แสดงว่าต้องเป็นคนคุ้นเคยอย่างแน่นอน’
‘แต่มิรู้ว่าเขาจะยอมเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของข้าหรือไม่ ? ’
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็เอ่ยอย่างสบาย ๆ ด้วยน้ำเสียงอันเรียบนิ่งว่า “ท่านเป็นใครเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างสีดำร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเย่ฉางชิง
ขณะเดียวกัน ไอพลังอันโกลาหลที่อบอวลรอบกายของร่างสีดำก็หายไปในพริบตา ก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา
บุรุษลึกลับรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา เพียงแต่มีสีหน้าซีดขาว ดวงตาคมเข้มและลุ่มลึก
สวมเกราะที่ขาดรุ่งริ่ง และปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำ
ขณะเดียวกัน ก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่าที่ฉุนขึ้นจมูกออกมาอีกด้วย
และสิ่งที่ทำให้ตื่นตระหนกมากกว่าเดิมก็คือ
เกราะที่ขาดรุ่งริ่งยังเผยให้เห็นกระดูกสีขาวของบุรุษลึกลับได้ลาง ๆ อีกด้วย
และมีเลือดสีดำไหลซึมออกมามิหยุด ก่อนจะค่อย ๆ หยดลง เกิดเป็นคลื่นแสงสีดำเป็นชั้น ๆ ขึ้นในความว่างเปล่า
หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แม้ใบหน้าของเย่ฉางชิงจะมิได้เปลี่ยนไป แต่ภายในใจกลับอดมิได้ที่จะรู้สึกความหวาดกลัวขึ้นมา
เพราะเท่าที่เขารู้มาหากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ต่อให้บุรุษลึกลับผู้นี้เคยเป็นคนมาก่อน แต่เวลานี้เขาจะต้องกลายเป็นคนชั่วไปแล้วอย่างแน่นอน
และแม้ตัวตนที่แท้จริงของเขาจะถูกเรียกว่าจักรพรรดิเย่อะไรนั่น แต่บัดนี้ตบะบารมีและความทรงจำกลับถูกผนึกเอาไว้
เช่นนั้นเวลานี้เขาจึงจำเป็นที่จะต้องป้องกันเอาไว้ก่อน
คิดถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิ หยิบตำหนักเทพวาสนาออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ และถือเอาไว้ในมือ
“จักรพรรดิเย่ หรือว่าเจ้าลืมน้องชายอย่างข้าไปแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
บุรุษลึกลับยกยิ้มอันซีดเซียวออกมา พลางเอ่ยกับเย่ฉางชิงด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าคือจักรพรรดิดำแห่งแดนเซียนดาวตก เจ้ากับข้าเคยร่วมมือกันต่อสู้กับสี่จักรพรรดิมารในอาณาจักรทะเล เจ้าลืมหมดแล้วอย่างนั้นหรือ ? ”
“อีกอย่างเจ้ากับข้ายังเคยติดอยู่บนเกาะร้างในอาณาจักรทะเล ร่วมมือกันต่อสู้กับเทพโบราณที่ชั่วร้ายตนหนึ่ง…”
เย่ฉางชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางป้องมือเล็กน้อย “ขออภัยด้วย ตอนนี้ข้าสูญเสียความทรงจำ จึงมิรู้ว่าเพราะเหตุใดถึงมาปรากฏกายอยู่ที่นี่ได้ และยิ่งมิรู้ว่าตอนนั้นเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“หรือไม่ท่านก็คงจะจำคนผิดแล้ว”
สูญเสียความทรงจำ ?
บุรุษลึกลับที่เรียกตัวเองว่าจักรพรรดิดำถึงกับชะงักงัน ใบหน้าซีดขาวเผยสีหน้าสงสัยออกมาอย่างอดมิได้ พลางเริ่มพิจารณาเย่ฉางชิงอย่างละเอียด
“เป็นไปมิได้ ! ”
จักรพรรดิดำส่ายหน้าไปมา ดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นมีประกายเคลือบแคลงพาดผ่าน ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยขึ้นว่า “ตอนนั้นเจ้ารู้แจ้งในวิถีการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว เช่นนั้นต่อให้เกิดใหม่อีกกี่คราก็มิน่าจะสูญเสียความทรงจำไปได้”
“จริงสิ เกิดใหม่งั้นหรือ ? ”
เอ่ยถึงตรงนี้ มุมปากของจักรพรรดิดำก็เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ดวงตาคมปลาบคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายเย็นเยียบ
พร้อมกับจ้องเขม็งมาที่เย่ฉางชิง ราวกับจ้องมองเหยื่อก็มิปาน