เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 652 ทุกคนต่างก็เอ่ยเช่นนี้
ตอนที่ 652 ทุกคนต่างก็เอ่ยเช่นนี้
เพียงเสี้ยววินาที
เมื่อดวงตาบนต้นไม้เก่าแก่ค่อย ๆ ลืมขึ้น
ไอพลังมหาศาลกลุ่มหนึ่งพลันแผ่ออกมา พร้อมพลังทำลายล้างอันรุนแรง
ขณะเดียวกัน ป่าอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตแห่งนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นโกลาหลขึ้นมาทันทีทันใด
เหล่าปีศาจที่แข็งแกร่ง หรือจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา
พวกเขาล้วนมีท่าทางราวกับพบศัตรูตัวฉกาจ จากนั้นต่างก็พากันเหาะออกไปทางด้านนอกของป่าลึกลับแห่งนี้อย่างรวดเร็ว
“การที่ข้าตื่นขึ้นมาในเวลานี้ หรือว่าเขากลับมาแล้ว……”
ดวงตาอันชั่วร้ายดวงนั้นของต้นไม้เก่าแก่กะพริบปริบ ๆ เหมือนแฝงพลังงานบางอย่างเอาไว้
แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนขั้นสูงสุดของระดับเทพพิภพ หากสบตากับเขาเพียงแค่แวบเดียว พลังวิญญาณก็จะถูกผนึกทันที จิตวิญญาณแตกสลายเป็นแน่
ในตอนนั้นเอง เมื่อดวงตาดวงนั้นกะพริบลง บริเวณนั้นก็มีเสียงแหบแห้งเสียงหนึ่งดังขึ้น
จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเคอ
เสียงที่แหบแห้งเสียงนั้นได้ดังมาจากส่วนลึกของป่าลึกลับ และก้องกังวานออกมาจนพวกเย่ฉางชิงสามารถได้ยินอย่างชัดเจน
“เด็กน้อย ในที่สุดเจ้าก็เจอคนผู้นั้นแล้วงั้นหรือ ? ”
สิ้นเสียง พวกเย่ฉางชิงก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที พร้อมกับส่งสายตาสื่อสารกัน ก่อนจะหันขวับไปทางเจี่ยงหนูทันที
‘เด็กน้อย ? ’
‘นี่หมายความว่าเจี่ยงหนูและสิ่งมีชีวิตลึกลับผู้นี้ จะต้องมีความเกี่ยวข้องที่มิธรรมดาอย่างแน่นอน’
‘อีกอย่าง’
‘เจอคนผู้นั้นแล้วงั้นหรือ ? ’
‘คำถามนี้หมายความว่าเยี่ยงไร ? ’
‘หรือว่าเจี่ยงหนูรู้อยู่แล้วว่าเย่ฉางชิงจะมา จึงได้รออยู่ที่เมืองโลกวิญญาณมาโดยตลอด ? ’
‘แต่เหตุใดเจี่ยงหนูถึงสามารถรู้ล่วงหน้าว่าเย่ฉางชิงจะปรากฏกายที่เมืองโลกวิญญาณ ? ’
‘หรือนี่จะเป็นแผนร้าย’
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ
ระหว่างที่บุรุษชุดดำยกมือขึ้นหมายที่จะสังหารเจี่ยงหนูนั้น
เย่ฉางชิงก็ปรายตามองไปยังบุรุษชุดดำ ก่อนจะเอ่ยถามเจี่ยงหนูเสียงเรียบว่า “เจี่ยงหนู ข้าอยากรู้ว่านี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ? ”
เจี่ยงหนูที่หันหลังให้กับพวกเย่ฉางชิงเกิดความลังเลขึ้นชั่วขณะ จากนั้นก็หมุนกายและคุกเข่าลงตรงหน้าของเย่ฉางชิง
“นายท่าน เรื่องนี้ผู้น้อยหาได้มีเจตนาที่จะปิดบังท่านไม่ขอรับ”
เจี่ยงหนูเงยหน้าขึ้นมองเย่ฉางชิงแล้วจึงเอ่ยว่า “ในปลายยุคสมัยก่อน ข้าถูกสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวตนหนึ่งไล่ล่า จนจับพลัดจับผลูเข้ามาในส่วนลึกของป่าแห่งนี้ จึงได้รักษาชีวิตเอาไว้ได้”
“และก็ได้พบกับต้นไม้เก่าแก่ต้นหนึ่งที่มีสติปัญญาในส่วนลึกของป่าแห่งนี้ อีกทั้งต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้ยังได้บอกข้าว่า การที่ข้ามาปรากฏกายขึ้นที่นี่เป็นฝีมือของบรรพบุรุษบางท่านของเผ่าเวหา”
“บรรพบุรุษท่านนี้ใช้เคล็ดวิชาลับบางอย่างผนึกข้าเอาไว้ตั้งแต่ยังเด็ก จากนั้นก็นำมาปล่อยในโลกใบนี้ และเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง ผนึกบนกายของข้าก็จะปลดออกได้เอง”
“และหากข้าต้องการที่จะไปจากโลกใบนี้ จำเป็นจะต้องติดตามท่านไป มิเช่นนั้นชั่วชีวิตนี้ข้าจะต้องถูกขังอยู่ในโลกใบนี้ขอรับ”
ต้องบอกว่าทุกสิ่งที่เจี่ยงหนูทำตลอดหลายปีมานี้
มิว่าจะเป็นยอมรับเย่หลิงอี้เป็นนาย หรือฝืนทำลายสัญญา ล้วนเป็นไปตามคำสั่งของต้นไม้ลึกลับต้นนี้ทั้งสิ้น
เพราะตอนนั้นต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้มิเพียงทำให้เขาเห็นภาพของบรรพบุรุษเผ่าเวหาท่านนั้น อีกทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์ทำนายอนาคตของสรรพสิ่งอีกด้วย
ดังนั้นจึงได้บอกเขาถึงเหตุการณ์ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น และเวลาคร่าว ๆ ที่นายท่านจะปรากฏกายขึ้นด้วย
แต่ชะตาหลังจากที่เขาได้ติดตามนายท่านแล้ว ต้นไม้เก่าแก่กลับมิได้เอ่ยถึงแต่อย่างใด
หลังจากได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเย่ฉางชิงก็ยังคงเรียบนิ่ง ก่อนจะแค่ส่ายหน้าออกมาอย่างนึกขัน
‘ต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้ร้ายกาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ? ’
‘เหมือนล่วงรู้สิ่งที่ข้าจะทำล่วงหน้าได้ก็มิปาน’
‘น่าสนใจทีเดียว ! ’
ทว่าเมื่อคนที่เหลือได้ยินดังนั้น กลับเผยท่าทางเคร่งเครียดออกมา
โดยเฉพาะบุรุษชุดดำที่มีสีหน้าเคร่งขรึมอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน
‘ต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้แท้จริงแล้วคือสิ่งใดกันแน่ ! ’
‘ถึงสามารถทำนายอนาคตของนายท่านได้’
‘อีกฝ่ายต้องเป็นผู้กล้าเพียงใดกัน ถึงได้บังอาจทำนายการมีอยู่ของนายท่านเช่นนี้’
คิดถึงตรงนี้ บุรุษชุดดำก็มีสีหน้าเข้มขึ้น นิ้วทั้งห้าค่อย ๆ กางออก กระดานหมากที่เป็นร่างเดิมก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นมา เตรียมพร้อมที่จะลงมือตลอดเวลา
“เจี่ยงหนู ในเมื่อคนผู้นี้สามารถหยั่งรู้ได้ว่าข้าจะปรากฏตัวที่นี่ เช่นนั้นก็ให้เขาปรากฏตัวออกมาเถอะ”
ซึ่งเย่ฉางชิงเองก็ได้ถือตำหนักเทพวาสนาเอาไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยออกมา
เจี่ยงหนูจึงหยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและหมุนกายมองไปทางส่วนลึกของป่าที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบทันที
“ผู้อาวุโส เชิญปรากฏกายขึ้นเถอะขอรับ”
เจี่ยงหนูประสานมือคารวะ พร้อมทั้งเอ่ยเชื้อเชิญ
ทันทีที่สิ้นเสียง ก็มีร่างอรชรสีเขียวที่ดูเลือนรางร่างหนึ่งปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ
พริบตา เมื่อความว่างเปล่ามีระลอกคลื่นเกิดขึ้น
ร่างอรชรสีเขียวร่างนี้ ก็ปรากฏกายขึ้นที่ด้านหน้าของทุกคน
ก่อนจะพบว่าร่างนั้นเป็นสตรีที่มีเสน่ห์เย้ายวน เรียวขาเรียวยาว หน้าอกอวบอิ่ม สะโพกงามงอนนางหนึ่ง โดยเฉพาะผมยาวสยายสีเขียวและดวงตาเรียวยาวคู่นั้น ทำให้คนที่พบเจออดมิได้ที่จะตกตะลึง
แม้ว่าทุกคนจะเห็นรูปโฉมของสตรีนางนี้แล้ว และรู้ว่าสตรีนางนี้เป็นปีศาจตนหนึ่ง
แต่มิรู้เพราะเหตุใดนางถึงให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยยิ่ง และรู้สึกสบายราวกับสายลมยามวสันต์
ทุกคนต่างมิรู้สึกว่านางนั้นคือปีศาจแม้แต่น้อย
หลังจากนั้น สตรีที่มีผมเขียวก็สบตากับเจี่ยงหนูที่กำลังนิ่งงันพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเบนสายตาไปทางบุรุษชุดดำ ที่เห็นนางเป็นศัตรูตัวฉกาจก็มิปาน
“กระดานหมากน้อย เจ้ายังระมัดระวังตัวเหมือนเดิมเลยนะ”
ดวงตาที่มีประกายสีเขียวของสตรีนางนั้นหรี่ลง พลางพินิจมองบุรุษชุดดำ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อีกทั้งน้ำเสียงของนางก็มิได้ฟังดูแก่เหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับใสราวกับดรุณีน้อยก็มิปาน ทั้งผ่อนคลายและน่าฟัง
‘กระดานหมากน้อย ? ’
เมื่อได้ยินคำเรียกขานเช่นนี้
บุรุษชุดดำก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
แม้เขาจะมิรู้ว่าตนเองนั้นมีชื่อเรียกเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด ทว่าหลังจากได้ยินคำเรียกขานเช่นนี้แล้ว
ภายในดวงตาคนละสีของเขากลับเผยความอ่อนโยนอย่างที่มิเคยมีมาก่อนออกมา ถึงขั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ’
‘หรือนางจะเป็นสหายเก่าผู้หนึ่ง ที่ข้าจำมิได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
ระหว่างที่บุรุษชุดดำรู้สึกใจเต้นระรัวอยู่นั้น
สตรีลึกลับก็เบนสายตามองไปทางเทพหลิว ที่มีใบหน้าเย็นชาและอยู่ด้านข้าง
เมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังมหามรรคาที่แผ่ออกมาจากกายของเทพหลิว สตรีลึกลับจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
สุดท้าย นางก็หันมองไปทางเย่ฉางชิง
วินาทีที่สายตาของคนทั้งสองสบกันนั้น
เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะเกิดความรู้สึกคุ้นเคยอย่างมิทราบสาเหตุขึ้นมา
ทว่าหลังจากสบตากันแค่เพียงอึดใจ
สตรีลึกลับนางนั้นกลับเผยสีหน้าสับสนออกมา ดวงตาที่ดูสงบนิ่งคู่นั้นก็มีหยาดน้ำตารื้นขึ้นมา
“เจ้า……เจ้าก็ยังหล่อเหลาเหมือนเดิม”
สตรีลึกลับหยุดร้องไห้พลางยิ้มออกมา แม้จะเป็นรอยยิ้มที่อาบไปด้วยคราบน้ำตา แต่นางก็ยังคงเอ่ยกับเย่ฉางชิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
หล่อเหลา ?
เมื่อได้ยินสตรีลึกลับเอ่ยถึงตนเช่นนี้
เย่ฉางชิงก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ จู่ ๆ ก็เกิดความคิดพิสดารบางอย่างขึ้นมา
‘หรือสตรีลึกลับนางนี้จะทะลุมิติมาเหมือนกัน ? ’
‘เพียงแต่วิธีที่ทะลุมิติมานั้นมิเหมือนกับข้า ? ’
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นมุมปากก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“ทุกคนต่างก็เอ่ยเช่นนี้”
เย่ฉางชิงมองสตรีลึกลับ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
สตรีลึกลับชะงักงัน ก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้