เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 660 ห้ามเกิดเรื่องมิคาดฝันอันใดขึ้นเป็นอันขาด
ตอนที่ 660 ห้ามเกิดเรื่องมิคาดฝันอันใดขึ้นเป็นอันขาด
เจ้ามิคู่ควร ?
เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้
เย่ฉางชิงก็ชะงักงัน ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น
ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้ยินคำกล่าวที่ยโสโอหังเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้นตลอดทางที่เดินมาทุกคนที่รู้จักต่างก็บอกว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเก่งกาจมากเพียงใด
และด้วยเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้รับรู้ก็ทำให้เขาอดมิได้ที่จะสงสัยว่าตัวตนที่แท้จริงของตนนั้นคือผู้ที่ไร้เทียมทานจริง ๆ
ขอเพียงเขาปลดผนึกความทรงจำออกได้ ก็สามารถรับการถ่ายทอดความทรงจำในชาติก่อน ๆ
หรือว่าเขาจะกลายเป็นผู้ไร้พ่ายเหนือโลกทั้งปวง
อีกอย่างก่อนหน้านี้แม้เขาจะทำลายทัณฑ์สวรรค์พิฆาตไปสายแล้วสายเล่า
แต่จนถึงบัดนี้เขาก็ยังมิได้แสดงเคล็ดกระบี่อีกหนึ่งกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมาเลย
‘หรือจะเรียกเจ้าคนยโสโอหังผู้นี้ออกมาประลองฝีมือกันดูสักครั้ง ? ’
‘แต่การที่คนผู้นี้สามารถมาอวดเบ่งที่นี่ได้ หรือเขาจะเป็นคนเฝ้าประตู ? ’
‘หากเขาเกิดโมโหขึ้นมาแล้วล็อกประตูสัมฤทธิ์ ปิดเส้นทางระหว่างสองโลกเสีย’
‘เช่นนั้นก็จะมิสามารถเข้าในแดนเซียนโบราณได้อีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘ช่างเถอะ ! ’
‘รอให้เข้าไปในแดนเซียนโบราณได้แล้วค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า’
ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังใคร่ครวญอยู่ในใจนั้น
เสียงเกรี้ยวกราดของบุรุษชุดดำพลันดังก้องไปทั่วท้องนภา ราวกับเสียงระฆังทองคำก็มิปาน
“บังอาจ กล้าเอ่ยวาจาโอหังเช่นนี้ต่อหน้านายท่านเยี่ยงนั้นหรือ”
“อย่าว่าแต่ผู้พิทักษ์ประตูโลกาเล็ก ๆ เช่นเจ้าเลย แม้แต่เจ้าผู้ปกครองแดนเซียนจื่อฉง เมื่อพบนายท่านของข้าก็ยังต้องยอมศิโรราบให้”
ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็ถึงกับชะงัก พลางสูดลมหายใจเข้าน้อย ๆ
‘เจ้าผู้ปกครองแดนเซียนจื่อฉง ! ’
‘ยอมศิโรราบ ! ’
‘เจ้านี่คงมิได้ตั้งใจจะหาเรื่องให้ข้าหรอกกระมัง ? ’
‘กล้าพูดจาล่วงเกินเจ้าผู้ปกครองแดนเซียนโบราณเช่นนี้’
‘มิเท่ากับเป็นการขุดหลุมพรางให้ข้า จากนั้นค่อยผลักข้าตกลงไปหรอกหรือ ? ’
‘เจ้าผู้ปกครองแดนเซียน ! ’
‘หาใช่ผู้ที่คนอย่างหลี่เสวียนเทียนผู้นั้นจะเทียบเคียงได้อย่างแน่นอน’
‘อีกทั้งหลี่เสวียนเทียนจะใช่เจ้าแห่งสวรรค์บูรพาจริงหรือไม่ จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังสงสัยอยู่ดี……’
เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
เมื่อมิมีเสียงใดตอบกลับมา
และบุรุษชุดดำกำลังจะเรียกเจ้าผู้ปกครองแดนเซียนโบราณจื่อฉงอีกครั้งนั้น
เย่ฉางชิงก็เอ่ยขัดขึ้นทันทีว่า “พอแล้ว”
“ที่ข้ามาในครั้งนี้ก็เพราะชิงเฟิง ดังนั้นข้ามิอยากแปดเปื้อนผลกรรมโดยมิจำเป็น พวกเรารีบเปิดประตูโลกาเข้าไปยังแดนเซียนโบราณจื่อฉงกันเถอะ”
เย่ฉางชิงปรายตามองกระดานหมากใต้ฝ่าเท้าเล็กน้อย พลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทางจริงจัง
“ขอรับ ! ”
บุรุษชุดดำรับคำเบา ๆ จากนั้นก็เหาะไปที่ประตูสัมฤทธิ์บานใหญ่
ส่วนเจี่ยงหนูนั้น ตกใจจนอกสั่นขวัญแขวนไปนานแล้ว
‘ทั้งสองท่านนี้แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ ! ’
‘ยังมิทันเข้าไปในแดนเซียนโบราณ ก็ยืนท้าทายเจ้าผู้ปกครองแดนเซียนโบราณตั้งแต่หน้าประตูโลกาเสียแล้ว’
‘ยังมิต้องเอ่ยถึงว่าทั้งสองคนมีพลังแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับเจ้าผู้ปกครองแดนเซียนโบราณจริงหรือไม่’
‘แต่ความกล้าหาญเช่นนี้’
‘เกรงว่าที่ผ่านมาและในภายภาคหน้า คงมิมีผู้ใดกล้าหาญเช่นนี้เป็นแน่’
……
……
ขณะที่พวกเย่ฉางชิงเหาะเข้าไปหาประตูสัมฤทธิ์ หรือประตูโลกาที่จะเข้าสู่แดนเซียนโบราณนั้น
อีกด้านหนึ่ง ในแดนต้องห้ามของสิ่งมีชีวิตมากมายในแดนเซียนจื่อฉง
คีรีเทพเป่ยฉง
ที่นี่มีหมอกสีม่วงอันหนาทึบแผ่ออกมา และมีแสงอันเจิดจ้าพวยพุ่ง
สายฟ้าพิฆาตแลบแปลบปลาบออกมาจากความว่างเปล่า ก่อนพุ่งออกไปหลายหมื่นลี้เป็นระยะอีกด้วย
ยอดเขาที่มีชิ้นส่วนอาวุธเทพต่าง ๆ ปักอยู่เต็มไปหมด และปกคลุมไปด้วยพลังปราณหลายลูกลอยอยู่กลางอากาศ
โซ่เหล็กที่ล้อมรอบไปด้วยสัญลักษณ์โบราณมากมาย และแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบหลายเส้น เชื่อมโยงจากยอดเขาลงมาสู่พื้นดิน
ส่วนด้านล่างก็มีหมอกดำพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ดุจมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล
ยอดเขาเหล่านี้เป็นเหมือนค่ายกลขนาดใหญ่คอยสะกดสิ่งอันตรายที่ไร้เทียมทานบางอย่างเอาไว้…….
เป็นปรากฏการณ์ที่ชวนตื่นตระหนกอย่างมาก !
และในส่วนลึกของแดนต้องห้ามของสิ่งมีชีวิตแห่งนี้
มีเกาะลอยและตำหนักลอยฟ้าอยู่เต็มไปหมด
น้ำตกลอยฟ้า มีแสงสาดส่อง อบอวลไปด้วยสายหมอกที่ล่องลอย วิหคขับขาน ราวกับแดนสวรรค์ที่ตัดขาดจากโลกมนุษย์โดยแท้จริง
เวลานี้บนเกาะลอยฟ้าที่ตั้งอยู่ตรงกลาง
บุรุษที่มีใบหน้าหล่อเหลา สวมอาภรณ์เนื้อดี ผมยาวสยายสองคนกำลังนั่งเผชิญหน้ากันอยู่
ขณะเดียวกัน บนเกาะลอยฟ้าที่มีไอหมอกสีขาวล่องลอยอ้อยอิ่ง ยิ่งขับให้คนทั้งคู่ดูโดดเด่นจนไร้ที่ติ
“พี่หลิงอวี่ เมื่อครู่เกิดอันใดขึ้นเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
บุรุษที่หว่างคิ้วมีรอยสีแดงผู้หนึ่งเหมือนสัมผัสได้ถึงอันใดบางอย่าง จึงเอ่ยถามออกมาเบา ๆ
“มิมีอันใด เพียงแค่มดปลวกจากโลกเบื้องล่างมิกี่ตน ทำลายต้นกำเนิดทัณฑ์สวรรค์หลายสิบสายก็เท่านั้น”
บุรุษชุดดำที่มีผมสีม่วง มีเขาแหลมคมเอ่ยอย่างมิแยแส “เพื่อเป็นการลงโทษ ข้าจึงได้ปิดประตูโลกาลงซะ”
“ทำลายต้นกำเนิดทัณฑ์สวรรค์ ? ”
บุรุษที่หว่างคิ้วมีรอยสีแดงเอ่ยอย่างสนใจว่า “โลกเบื้องล่างมีผู้บำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งเพียงนี้เชียวหรือ ? ”
“พี่จื่อหลิง บำเพ็ญเพียรมายาวนานเช่นนี้ ระดับจิตใจของเจ้ามิได้พัฒนาขึ้นบ้างเลยหรือ”
บุรุษนามว่าหลิงอวี่หัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยตรง ๆ ว่า “หากข้าจำมิผิดล่ะก็ คงจะเป็นโลกใบเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าสวรรค์บูรพากระมัง”
“แต่จะว่าไปแล้วแดนเซียนโบราณจื่อฉงได้ผ่านมาหลายพันปีแล้ว โลกเบื้องล่างก็คงผ่านมาแล้วหลายยุคสมัยเช่นกัน แต่สวรรค์บูรพาแห่งนี้กลับมิมีผู้บำเพ็ญเพียรที่สามารถผ่านการทดสอบจากสวรรค์ จนขึ้นมาถึงประตูโลกาได้แม้แต่คนเดียว”
“แต่วันนี้กลับมีมนุษย์ผู้หนึ่งและปีศาจอีกหนึ่งตนที่ต้านทานทัณฑ์สวรรค์พิฆาต จนมาถึงหน้าประตูโลกาได้พร้อมกัน”
“สวรรค์บูรพา ? ”
บุรุษนามว่าจื่อหลิงขมวดคิ้วน้อย ๆ ดวงตามีประกายบางอย่างพาดผ่าน
จื่อหลิงมองไปยังหลิงอวี่ พลางอดมิได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเคร่งเครียด
“สวรรค์บูรพา……ท่านเจ้าแดนเหมือนจะเคยเอ่ยถึงสวรรค์บูรพาแห่งนี้จริง ๆ ”
หลิงอวี่คลึงหว่างคิ้วเบา ๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาพลางเอ่ยว่า “พี่จื่อหลิง ท่านเจ้าแดนเข้าฌานมานับหมื่นปีแล้ว เรื่องที่มิสำคัญเช่นนี้ข้านึกมิออกจริง ๆ ”
จื่อหลิงกลอกตาด้วยความโมโห ก่อนจะบ่นออกมาว่า “เจ้าจงจำเอาไว้ให้ดี สิ่งที่ท่านเจ้าแดนกำชับเอาไว้ ข้าจะบอกเพียงรอบเดียวท่านั้น”
หลิงอวี่ยิ้มกว้างออกมา พลางพยักหน้ารับหงึกหงัก
จื่อหลิงใคร่ครวญอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ก่อนที่ท่านเจ้าแดนจะเข้าฌานเคยบอกเอาไว้ว่า สวรรค์บูรพาได้ผนึกมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณเอาไว้ตนหนึ่ง”
“จากการทำนายของนาง หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ระหว่างที่นางเข้าฌานอยู่ มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้จะทำลายผนึกและออกสู่โลกภายนอกอีกครั้ง”
“ดังนั้นสวรรค์บูรพาก็จะกลายเป็นโลกที่ล่มสลาย จากนั้นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้ก็จะลอบเข้ามายังแดนเซียนโบราณจื่อฉง ทำลายสรรพสิ่งถึงขนาดดูดกลืนต้นกำเนิดโลกของแดนเซียนโบราณจื่อฉงอีกด้วย”
หลิงอวี่มีสีหน้าตื่นตกใจขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างสงสัยว่า “พี่จื่อหลิง ท่านหมายความว่า หนึ่งในพวกมดปลวกเหล่านั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณแปลงกายมางั้นหรือ ? ”
จื่อหลิงพยักหน้ารับ “แต่โชคดีที่เจ้าปิดประตูโลกาแล้ว เชื่อว่าต่อให้เป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณจริง ก็คงมิสามารถเปิดประตูโลกาได้ภายในระยะเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน”
ยังมิทันสิ้นเสียงดี รอบกายหลิงอวี่ก็เปล่งประกายระยิบระยับขึ้นมาทันที ด้านหลังปรากฏวงแสงที่ลุกโชนราวกับเปลวไฟขึ้น
ขณะเดียวกัน ไอพลังอันแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งก็แผ่ออกมา
วินาทีต่อมา เขาหายวับไปในอากาศทันที
เพราะด้วยฐานะบ่าวรับใช้คนหนึ่งของเจ้าแดนเซียนโบราณจื่อฉง หน้าที่สำคัญของหลิงอวี่ก็คือการปกป้องประตูโลกา
และก่อนที่เจ้าแดนเซียนจื่อฉงจะเข้าฌาน ก็ได้กำชับเขาและจื่อหลิงเอาไว้ว่าห้ามปล่อยให้มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณเข้ามาในแดนเซียนจื่อฉงได้เป็นอันขาด
หากมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นแล้วล่ะก็
เช่นนั้นเขาจะต้องถูกบั่นทอนตบะบารมี และขับไปอยู่ที่โลกใบเล็ก ๆ
หรือส่งไปยังสนามรบโบราณ
และกว่าที่เขาจะมีวันนี้ได้ต้องประสบกับอันใดมาบ้าง มีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด
ดังนั้นประตูโลการะหว่างสวรรค์บูรพาและแดนเซียนโบราณจื่อฉงจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นมิได้เด็ดขาด
ห้ามเกิดเรื่องมิคาดฝันอันใดขึ้นเป็นอันขาด !