เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 722 ลอบโจมตีสำเร็จ
ตอนที่ 722 ลอบโจมตีสำเร็จ
“นายท่านของเจ้าเป็นใครกัน ? เกี่ยวอันใดกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยของข้าด้วย ? ”
สีหน้าของหลี่ฉางหลิงมิได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด พลางเอ่ยถามบุรุษชุดดำทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ “อีกอย่างด้วยพลังของท่าน การมาเข่นฆ่าคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยของข้าเช่นนี้ ดูจะต่ำช้าเกินไปกระมัง ? ”
บุรุษชุดดำมีท่าทางเย็นชา ดวงตาเย็นเยียบคู่นั้นยังคงเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว
“ต่ำช้างั้นหรือ ? ”
บุรุษชุดดำจ้องเขม็งไปที่หลี่ฉางหลิง พลางเอ่ยเสียงเย็นว่า “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่านายท่านของข้าเป็นใครกัน ? ”
“ปรามาสนายท่านเช่นนี้ อย่าว่าแต่กวาดล้างสำนักเล็ก ๆ ของเจ้าเลย แม้ต้องสังหารสรรพสิ่งทั้งหมดในแดนเซียนจื่อฉง ทำไมข้าจะทำมิได้ ! ”
หญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองเอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อท่านเอ่ยเช่นนี้ก็หมายความว่า มิเพียงต้องการกำจัดดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยให้สิ้นซาก แต่ยังจะกำจัดพวกเราด้วยเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
บุรุษชุดดำจึงตอบกลับไปว่า “ในเมื่อพวกเจ้าอยู่กันพร้อมหน้า เช่นนั้นข้าก็จะสังหารพวกเจ้าซะ ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังพวกเจ้า วันหน้าก็ต้องตายตกไปตามกัน”
ทว่าเยี่ยงไรซะอีกฝ่ายก็ถึงเป็นผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะและมีหลายคน
อีกทั้งร่างเดิมของเขาก็ยังได้รับความเสียหายมาก่อน จึงทำให้พลังในตอนนี้มีมิถึงหนึ่งในสิบส่วนของพลังทั้งหมดในตอนที่เขายังแข็งแรงดี
วันนี้เกรงว่าแค่สังหารผู้แข็งแกร่งระดับอมตะเหล่านี้ก็คงใช้พลังจนหมดสิ้นแล้ว ยากที่จะเหลือพลังไปทำลายค่ายกลป้องสำนักของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นได้อีก
ทว่าแม้จะสังหารผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะเหล่านี้ไปแล้ว ก็ยังมิเพียงพอที่จะบรรเทาความแค้นครั้งนี้อยู่ดี
คิดถึงตรงนี้ บุรุษชุดดำก็เพ่งสมาธิ ก่อนจะปล่อยกระดานหมากเฉียนคุนที่อยู่ในมือออกไป
เพียงเสี้ยววินาที ก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนองขึ้นทันใด ความว่างเปล่าบริเวณกว้างเกิดการสั่นสะเทือน แสงสีขาวดำสาดส่องออกมา ปกคลุมไปทั่วบริเวณแทบจะในพริบตา
จากนั้นกระดานหมากที่มีขนาดใหญ่ไร้ที่เปรียบแผ่นหนึ่งก็แทบจะปิดฟ้าบังตะวันเอาไว้ จนมิด ความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวราวกับจะถล่มลงมา
แค่คิดก็รู้แล้วว่าภาพเช่นนี้น่าตื่นตระหนกมากเพียงใด !
เห็นดังนั้นแม้ใบหน้าของพวกหลี่ฉางหลิงจะยังคงเรียบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
สมกับที่เป็นอาวุธวิเศษของผู้อาวุโสท่านนั้นจริง ๆ ต่อให้ร่างเดิมจะได้รับความเสียหาย แต่พลังเช่นนี้ก็หาใช่สิ่งที่พวกเราจะสามารถต่อกรด้วยได้
ตอนนี้คงทำได้เพียงร่วมมือกันแสดงละครเท่านั้น ทำให้เจ้าเฒ่าหมิงเติงตกหลุมพราง หาใช่จะร่วมมือกันโจมตีจริง ๆ ไม่
“ทุกท่าน กระดานหมากนี้มิธรรมดาเลย ดูท่าคงต้องร่วมมือกันต้านเอาไว้เสียแล้ว ! ”
รอบกายหลี่ฉางหลิงมีแสงเปล่งออกมา พร้อมกับมีหมอกอันระยิบระยับปกคลุม บนกายระเบิดพลังอันแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ ตั้งท่าพร้อมต่อสู้
“ใช่แล้ว ในเมื่อคนผู้นี้ต้องการที่จะสังหารพวกเราให้สิ้นซาก เช่นนั้นก็มิจำเป็นต้องยั้งมือ ลงมือพร้อมกันเถอะ ! ”
หญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองคำรามเสียงเย็น รอบกายพลันปกคลุมไปด้วยนิมิตอันระยิบระยับต่าง ๆ
ส่วนหมิงกู่นั้นแม้จะได้รับสัญญาณจากหญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองแล้ว แต่ทักษะในการแสดงค่อนข้างแย่
เขาจึงใช้วิธีคำรามขึ้นฟ้า พลังบนกายพลันระเบิดออกมา แต่จนใจที่ไอสังหารบนกายเทียบกับที่ผ่านมาแล้วกลับบางเบาลงไปมิน้อย
ตู้ม !
บุรุษชุดดำดวงตาวาวโรจน์ ก่อนจะเพ่งสมาธิด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก
วินาทีต่อมา
ลำแสงสีดำที่ห่อหุ้มพลังทำลายล้างสายหนึ่งพลันสั่นสะเทือนความว่างเปล่าจนแตกออก จากนั้นก็สาดส่องลงมายังพวกหลี่ฉางหลิง
เพื่อการแสดงที่สมจริงพวกหลี่ฉางหลิงจึงลงมือพร้อมกันในทันที หลอมรวมรอยตราโบราณวิถีของตนขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะทะยานขึ้นไปหาลำแสงสีดำนั้น
ตู้ม !
ตู้ม !
ตู้ม !
ทันใดนั้น เสียงระเบิดอันดังสนั่นหวั่นไหวก็กึกก้องไปทั่วบริเวณอย่างต่อเนื่อง
ด้านบนศีรษะของพวกเขา เมื่อทั้งพลังเข้าปะทะกันมิหยุด ความว่างเปล่าก็เกิดการบิดเบี้ยวและพังทลาย คลื่นพลังอันรุนแรงพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง……
ขณะเดียวกัน
“ตาเฒ่าหมิงเติง เจ้ามัวรออันใดอยู่ ! ”
หลี่ฉางหลิงส่งกระแสจิตออกไป “เจ้ารู้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้เพื่อต่อกรกับมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้น อาวุธวิเศษของพวกเราถูกทำลายจนหมดแล้ว คนผู้นี้แม้จะเป็นเพียงจิตวิญญาณอาวุธตนหนึ่งที่ร่างเดิมได้รับความเสียหาย แต่หาใช่ผู้ที่พวกเราสามารถจัดการได้โดยง่ายไม่ ! ”
สิ้นเสียง ผู้อาวุโสหมิงเติงที่ยืนอยู่ทางด้านหลังบุรุษชุดดำก็ลังเลชั่วขณะ ก่อนจะเพ่งสมาธิและมีกระบี่สัมฤทธิ์ธรรมดาเล่มหนึ่งปรากฏขึ้น พร้อมแผ่ไอพลังอันดำมืดออกมา
“ยังมิต้องเอ่ยถึงว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้นมีพลังแข็งแกร่งเช่นไร แต่กล้ามาเข่นฆ่าผู้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อของข้า ตอนนี้ได้เวลาที่ข้าจะล้างแค้นแล้ว ! ”
ผู้อาวุโสหมิงเติงมีสีหน้าเข้มขึ้น มือทั้งสองข้างซัดไปที่กระบี่สัมฤทธิ์
ฟิ้ว !
กระบี่สัมฤทธิ์กลายเป็นแสงสีเขียวเข้มสายหนึ่ง ก่อนจะเสียบไปที่ด้านหลังของบุรุษชุดดำ
อ๊ะ ?
บุรุษชุดดำที่มิทันระวังพลันนิ่งงัน ก่อนจะก้มดูรูสีดำที่อกของตน จากนั้นจึงหันไปมองทางผู้อาวุโสหมิงเติง
“เจ้ากล้าลอบทำร้ายข้าเยี่ยงนั้นหรือ ! ”
มุมปากของบุรุษชุดดำกระตุกเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นดำมืดอย่างไร้ที่สิ้นสุด
ผู้อาวุโสหมิงเติงยกยิ้มดูแคลนออกมา ก่อนจะหายตัวถอยหลังไปหลายสิบจั้งในพริบตา
“เจ้าอย่าได้ดูถูกกระบี่คำสาปเล่มนี้ของข้าเชียว หากถูกกระบี่เล่มนี้ทำร้าย ต่อให้เจ้าเป็นจิตวิญญาณอาวุธ พลังก็จะต้องลดลงเป็นแน่ ! ”
ผู้อาวุโสหมิงเติงเอ่ยพร้อมหัวเราะเสียงเย็น “บัดนี้พวกข้าร่วมมือกัน วันนี้อาจจะสามารถทำลายร่างเดิมของเจ้าได้ จากนั้นค่อยกำจัดเจ้าทีหลัง ! ”
บุรุษชุดดำเอ่ยอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า “หากข้าสู้ตายต่อให้มิสามารถสังหารคนอื่น ๆ ได้ แต่แค่สังหารเจ้าเพียงคนเดียวนั้นมิเหลือบ่ากว่าแรงเลยสักนิด ! ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น บุรุษชุดดำก็สะบัดแขนเสื้อ กระดานหมากเฉียนคุนที่ปกคลุมท้องฟ้า พลันกลายเป็นลำแสงที่ขาวดำอันน่ากลัวสายหนึ่งพุ่งเข้าสังหารผู้อาวุโสหมิงเติง
เมื่อเห็นบุรุษชุดดำมีท่าทีพร้อมสู้ตาย
ผู้อาวุโสหมิงเติงก็เบนสายตาไปยัง พวกหลี่ฉางหลิงที่จู่ ๆ ก็พากันยั้งมือ พลางเอ่ยอย่างมิเข้าใจว่า “ทุกท่านหมายความว่าเยี่ยงไรกัน ตอนนี้ข้าลอบโจมตีสำเร็จแล้ว แต่พวกเจ้ากลับยั้งมือเช่นนี้ หรือต้องรอให้ปีศาจตนนี้สังหารข้าก่อน แล้วไปสังหารพวกเจ้าทีหลังเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“เจ้าเฒ่าหมิงเติง เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล”
หลี่ฉางหลิงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก “ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยของข้าประสบกับหายนะเช่นนี้ ก็เพราะเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้อง”
“อีกอย่างคนผู้นั้นหาใช่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณอันใดนั่นไม่ กลับกัน เขายังเป็นผู้อาวุโสที่มีคุณธรรม เต็มไปด้วยความเมตตาอีกด้วย คนผู้นี้ในเมื่อเป็นจิตวิญญาณอาวุธของอาวุธวิเศษของผู้อาวุโสท่านนั้น พวกข้าจะ……จะกล้าลงมือกับเขาได้เยี่ยงไร ? ”
หญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองเอ่ยต่อว่า “หมิงเติง เป็นเจ้าที่ไร้คุณธรรมก่อน ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยประสบกับหายนะเช่นนี้ก็เป็นเพราะเจ้าทั้งสิ้น ตอนนี้กรรมได้ตามสนองเจ้าแล้ว”
“เจ้า ! พวกเจ้า ! ! ! ”
ผู้อาวุโสหมิงเติงดวงตาเบิกโพลง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ ท่าทางเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เขาคิดมิถึงเลยว่า กว่าจะหาโอกาสลอบโจมตีบุรุษชุดดำได้
ทว่าสุดท้ายโอกาสนี้กลับเป็นตัวเขาเองที่ถูกคนวางแผนกลั่นแกล้ง
“ดี ! คำกล่าวเหล่านี้ของพวกเจ้า ข้าจะจำเอาไว้”
ผู้อาวุโสหมิงเติงดวงตาแดงก่ำ ขณะกวาดตามองทุกคนพร้อมเอ่ยออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด
“แต่พวกเจ้าจงจำเอาไว้ให้ดี ขอเพียงวันนี้ข้ามิตาย วันหน้าข้าจะให้พวกเจ้าชดใช้ด้วยเลือด”
เอ่ยเพียงเท่านั้น พลังปราณจำนวนมหาศาลรอบกายของผู้อาวุโสหมิงเติงก็พลุ่งพล่านขึ้นมา สองมือทำท่ามุทราอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปล่อยกระบี่สัมฤทธิ์ออกไปอีกครั้ง
วินาทีที่กระบี่สัมฤทธิ์ปะทะเข้ากับลำแสงสีขาวดำ
เขาก็แปลงกายเป็นร่างเงาสายหนึ่งหายไปในอากาศทันทีโดยมิลังเล
เขารู้ดีว่าหากบุรุษชุดดำยอมสู้ตายล่ะก็ เช่นนั้นเขาจะต้องดับสูญอย่างแน่นอน
แต่เวลานี้กลับทำให้เขาคิดถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมาได้ บางทีทั่วทั้งแดนเซียนจื่อฉงคงมีเพียงคนผู้นี้ที่จะช่วยเขาได้
หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ เวลานี้คนผู้นั้นอาจจะยังอยู่ที่แดนต้องห้ามแห่งใดแห่งหนึ่งของแดนฉางหลิงนี้เป็นแน่