เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 724 พบบุรุษลึกลับอีกครั้งบนสายน้ำแห่งกาลเวลา
ตอนที่ 724 พบบุรุษลึกลับอีกครั้งบนสายน้ำแห่งกาลเวลา
เมื่อสุดยอดคำสอนของเย่ฉางชิงดังกึกก้องขึ้นในความว่างเปล่าทั่วบริเวณนั้น
นิมิตอันน่ากลัวก็เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน
ทันใดนั้นก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง สายฟ้าหลากหลายสายห่อหุ้มพลานุภาพอันแข็งแกร่งฟาดฟันลงมาจากท้องนภามิหยุดหย่อน ทำลายความว่างเปล่าจนพังทลาย
ส่วนรอบกายของเย่ฉางชิงก็มีแสงอันระยิบระยับพ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง หมอกอันเจิดจ้าแผ่ไปทั่ว
รอบกายสั่นสะเทือนจนเกิดคลื่นแสงเป็นชั้น ๆ และแผ่ออกไปไกลหลายร้อยจั้ง จากนั้นจึงค่อย ๆ เลือนรางลง
มิเพียงเท่านั้น ดอกบัวที่ปกคลุมด้วยไอพลังโกลาหลก็แผ่ไอพลังมหามรรคาอันบริสุทธิ์ออกมา และปรากฏขึ้นบนศีรษะของเขา
จากนั้นรอยประทับมหามรรคามากมายกลายเป็นฝนดาวตกที่เปล่งแสงสีเขียวและโปรยปรายลงมา
บางทีอาจเป็นเพราะเวลานี้เย่ฉางชิงมีตบะบารมีระดับสุขาวดี จึงทำให้หลังศีรษะของเขาค่อย ๆ มีวงแสงที่เกิดจากมหามรรคาปรากฏขึ้น
ทว่าเมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนคนอื่นแล้ว วงแสงของเขานั้นดูพิเศษกว่าหลายเท่า
วินาทีที่วงแสงมหามรรคาของเขาปรากฏขึ้น ก็ราวกับแบกดวงตะวันอันร้อนแรงเอาไว้ที่หลัง และเปล่งแสงอันเจิดจ้าจนแสบตาออกมาหลายสาย
ประกอบกับผมที่ยาวสยายและใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติของเย่ฉางชิง
อีกทั้งเวลานี้เขายังกล่าวคำสอนอันสูงส่งออกมา
เห็นได้ชัดว่าเย่ฉางชิงที่เวลานี้ปกคลุมไปด้วยนิมิตอันน่ากลัว ดูสูงส่งเพียงใด !
วินาทีนี้ถนนเส้นต่าง ๆ ภายในเมืองเหอซีนั้นล้วนมีผู้คนหมอบกราบอยู่เป็นจำนวนมาก
แม้แต่พวกซ่งเซียนเฟิงเองก็มิกล้าชักช้า ต่างโรยตัวลงไปที่ด้านล่างในทันที
หลังจากถึงพื้นดินแล้วก็รีบหมอบกราบให้แก่เย่ฉางชิงที่อยู่ด้านบน ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในทันใด
ต้องบอกว่านิมิตอันน่ากลัวเช่นนี้มิเพียงยิ่งใหญ่อลังการมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทว่ากลับเหนือกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้อีกด้วย
‘เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดหูเปิดตาพวกเขายิ่งนัก ! ’
‘ผู้อาวุโสเย่ท่านนี้แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ ! ’
‘ความแตกฉานในวิถีกระบี่อยู่ในระดับที่คนมิสามารถจินตนาการได้ บัดนี้ยังมีนิมิตอันศักดิ์สิทธิ์และน่ากลัวเช่นนี้ปรากฏขึ้นอีกด้วย’
‘อีกอย่างผู้อาวุโสเย่เหตุใดจู่ ๆ ก็กล่าวคำสอนออกมาด้วยเล่า ? ’
‘นึกสนุกขึ้นมาเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’
‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’
ขณะที่พวกซ่งเซียนเฟิงอดที่จะสงสัยมิได้นั้น
ทว่าเพียงมิกี่อึดใจ พวกเขาต่างก็ได้คำตอบ
เมื่อเย่ฉางชิงกล่าวคำสอนออกมามิหยุด ไอพลังมหามรรคาอันบริสุทธิ์และมีจำนวนมหาศาลมินานก็เติมเต็มทุกพื้นที่ของเมืองเหอซีจนหมด
แม้ทุกคนจะมิเข้าใจคำสอนที่เย่ฉางชิงกล่าวออกมาว่าแท้จริงแล้วหมายความเช่นไร แต่เมื่อคำสอนมหามรรคาดังขึ้นในโสตประสาทของพวกเขา ทุกคนล้วนดำดิ่งเข้าสู่โลกอันพิสดารโดยมิรู้ตัว
ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับได้แช่อยู่ในสุดยอดน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็มิปาน
หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณตลอดจนทุกรูขุมขนบนร่างกายของพวกเขา จนเกิดการพัฒนาและวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบขึ้น
อีกทั้งยังมีไอพลังมหามรรคาอันหนาแน่นและบริสุทธิ์ต่าง ๆ คอยหล่อเลี้ยง
แค่คิดก็รู้แล้วว่าในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะเกิดอันใดขึ้นกับทุกคนที่กำลังหมอบกราบเย่ฉางชิงบ้าง
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ
เสียงที่ดูคุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในะโสตประสาทของเย่ฉางชิง
“พอเท่านี้เถอะ หากทำเช่นนี้ต่อไป สรรพสิ่งทั้งหลายภายในเมืองแห่งนี้คงได้กลายเป็นราชันของยุคนี้กันหมดแน่”
ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็เงียบเสียงลงทันที
ทว่าวินาทีที่ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นลืมขึ้นมา ก็พบว่าตนนั้นได้ยืนอยู่บนแม่น้ำสายหนึ่ง
มิใช่สิ !
เอ่ยให้ถูกก็คือ นี่คงจะเป็นสายน้ำแห่งกาลเวลาเป็นแน่ !
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
เย่ฉางชิงมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น
“ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? ”
หัวใจของเย่ฉางชิงเต้นแรงขึ้น พลางร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ
มินานสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่ง
คนผู้นี้ต้องมิใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน เพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ ก็ทำให้คนรู้สึกตกตะลึงได้แล้ว
“ข้ามิสะดวกที่จะปรากฏกายต่อหน้าสรรพสิ่งที่อ่อนแอเหล่านั้น และมิสามารถปรากฏกายที่แดนเซียนได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงพาเจ้ามาที่นี่”
ยังคงเป็นเสียงนั้น
แต่ร่างกำยำที่ยืนอยู่ที่ปลายทางของแม่น้ำร่างนั้น มิมีทีท่าว่าจะหันหน้ามาแต่อย่างใด
เย่ฉางชิงนิ่งงัน พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “พวกเราเคยพบกันมาก่อนงั้นหรือ ? ”
บุรุษลึกลับที่หันหลังให้กับเย่ฉางชิงมิได้ปฏิเสธ “เคยพบกันบนทะเลดำที่โลกเบื้องล่าง”
เย่ฉางชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่สักพักจึงเอ่ยถามอีกว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดทุกครั้งที่ถึงช่วงเวลาสำคัญเจ้ามักจะต้องปรากฏกายขึ้นอยู่ร่ำไป ? ”
“ข้าหรือ ? ”
“เป็นคนรู้จักของเจ้าเมื่อนานมาแล้ว”
บุรุษลึกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “แต่เจ้าอย่าได้คิดว่าข้าจะบอกอันใดแก่เจ้าในตอนนี้”
“เรื่องที่เจ้าอยากรู้ในอนาคตอันใกล้ เมื่อถึงเวลาคำตอบย่อมปรากฏขึ้นตรงหน้า ส่วนที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะอยากจะมาบอกเจ้าว่า ฐานะของเจ้านั้นพิเศษกว่าผู้ใด ดังนั้นบางคำกล่าวของเจ้าก็มิสามารถกล่าวต่อหน้าผู้คนจำนวนมากได้”
“ยกตัวอย่างเช่นคำสอนของเจ้าในวันนี้ ที่เหมือนมิได้ตั้งใจแต่กลับแฝงไปด้วยหลักการสูงสุด บวกกับตัวตนของเจ้าที่สนิทแนบแน่นกับมหามรรคา เมื่อกล่าวคำสอนเช่นนั้นออกไป สามพันมหามรรคาย่อมเกิดการตอบสนองขึ้น”
“และผลที่จะตามมาก็คือการทำลายกฎการทำงานของแดนเซียนจื่อฉง แม้จะสามารถช่วยให้สรรพสิ่งกลายเป็นราชัน แต่สิบสองแดนเซียนมีผู้ผ่านการพิสูจน์มหามรรคาได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น มิเช่นนั้นระเบียบของแดนเซียนก็จะพังทลายลง มิสามารถฟื้นคืนขึ้นมาได้อีก”
สิ้นเสียงเย่ฉางชิงก็ชะงักงัน พลางเอ่ยอย่างมิเข้าใจว่า “ข้าเพียงแค่กล่าวคำสอนที่มีเหตุผลมิกี่ประโยคเท่านั้น จะมีผลร้ายแรงเพียงนั้นเลยหรือ ? ”
เสียงของบุรุษลึกลับยังคงเรียบนิ่ง “นับตั้งแต่เมืองเสี่ยวฉือจนถึงบัดนี้ เจ้าใช้เวลานานไปเท่าใดกัน ? ”
“สำหรับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ แล้ว ต่อให้คุณสมบัติวิถีเซียนของพวกเขาจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่การจะก้าวสู่แดนเซียนอย่างน้อยก็ต้องใช้หลายแสนปี จนถึงหลายล้านปี”
เย่ฉางชิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเอ่ยมิออกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
‘จริงด้วย ! ’
‘ยังมิต้องเอ่ยถึงสิ่งที่ประสบในสวรรค์บูรพาก่อนหน้านี้ จนถึงโลกเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้สวรรค์บูรพา’
‘เพียงแค่วันนี้’
‘ข้ามิเพียงมีตบะบารมีระดับสุขาวดีเท่านั้น ทว่าเคล็ดกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดสองกระบวนท่าที่ข้าได้รู้แจ้ง แม้แต่กองทัพของผู้อมตะทั้งเจ็ด รวมถึงผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียนนับร้อยก็ยังมิอาจต้านทานกระบี่ของข้าได้’
‘ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ข้าเป็นอยู่ตอนนี้ แท้จริงแล้วมิสมเหตุสมผลมากเพียงใด ! ’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก มุมปากของเย่ฉางชิงก็โค้งขึ้นน้อย ๆ พลางเอ่ยว่า “ข้ารู้ว่าต่อไปควรทำเช่นไรแล้ว”
“และข้าเชื่อว่าอีกมินานพวกเราจะต้องได้พบกันอีก แต่เมื่อถึงเวลานั้นข้าหวังว่าจะได้ประลองฝีมือกับเจ้าสักครั้ง”
บุรุษลึกลับคล้ายจะชะงักไป ก่อนจะตอบกลับมาว่า “หากถึงตอนนั้นเจ้ายังมีความคิดเช่นนี้อยู่ ข้าก็จะประลองกับเจ้า”
ดวงตาของเย่ฉางชิงเปล่งประกายเจิดจ้าออกมา พลางพยักหน้าและเอ่ยว่า “หวังว่าข้าจะยังมีความคิดเช่นนี้อยู่”
หลังจากสนทนากันสักพัก
ด้วยการร้องขอของเย่ฉางชิง
บุรุษลึกลับจึงได้ส่งเขากลับออกจากสายน้ำแห่งกาลเวลา
ทว่าเมื่อเย่ฉางชิงลืมตาขึ้นอีกครั้งและรู้สึกว่าตนได้คุยกับบุรุษลึกลับผู้นั้นไปกว่าหนึ่งก้านธูป
ทว่าที่นี่กลับเหมือนมิมีอันใดเกิดขึ้น
‘นี่มันอิทธิฤทธิ์อันใดกันแน่ ถึงสามารถทำให้เวลาของแดนเซียนจื่อฉงหยุดเดินได้’
‘เยี่ยม ! ’
‘ข้าช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ! ’