เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 731 ข้ามิเคยออกคำสั่งเช่นนั้น
ตอนที่ 731 ข้ามิเคยออกคำสั่งเช่นนั้น
มิได้ ?
เมื่อได้ยินลู่ชิงซวงตอบกลับมาเช่นนั้น
ผู้เฒ่าชุดดำก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยจะค่อย ๆ เย็นชาลงไปอีก
แม้ว่าสตรีชุดขาวผู้สง่างามตรงหน้ามิมีท่าทีว่าจะลงมือแต่อย่างใด แต่หากมิมีอะไรผิดพลาด ดูจากการที่นางสามารถทำลายการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาลงได้อย่างง่ายดาย
พลังที่น่าสะพรึงกลัวดังกล่าว มิเพียงอยู่เหนือผู้อมตะเท่านั้น แต่ยังเหนือเขาอีกด้วย
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสตรีชุดขาวผู้นี้ก็คือเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉงที่น้อยครั้งจะปรากฏตัวให้เห็น
เจ้าแห่งแดนเซียนแม้จะยังมิได้ก้าวเข้าสู่ระดับราชัน แต่ก็ได้รับการยอมรับจากดินแดนแห่งนี้
หากเมื่อครู่นางใช้พลังแห่งกฎของแดนเซียนจื่อฉง
แม้จะยังสัมผัสมิได้ถึงพลานุภาพของราชันบนกายนาง แต่อย่างไรซะนางก็เป็นเจ้าแห่งแดนเซียนนี้ ส่วนเขา หากร่างเดิมมิได้รับบาดเจ็บบางทีอาจยังพอที่จะสู้ได้
แต่ตอนนี้ร่างเดิมยังมิได้รับการฟื้นฟูจนสมบูรณ์จากนายท่าน หากฝืนสู้กับเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉงผู้นี้ เขาแทบมิมีโอกาสชนะได้เลย
แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น แล้วอย่างไรเล่า !
วันนี้หากมิสามารถสังหารมดปลวกที่ลอบทำร้ายเขาได้ เช่นนั้นก็จะทำให้นายท่านถูกหยามเกียรติไปด้วย
อย่าว่าแต่กระดานหมากของนายท่านเลย ต่อให้เป็นกระโถนของนายท่าน ก็มิอาจให้ใครมาดูถูกได้
สู้ตาย !
วันนี้ต่อให้ร่างเดิมของเขาต้องแตกสลาย ก็จะมิยอมให้ชื่อเสียงของนายท่านแปดเปื้อนเป็นอันขาด
“เจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉง ! ”
ดวงตาทั้งสองข้างของผู้เฒ่าชุดดำเบิกกว้าง จ้องเขม็งไปยังใบหน้างดงามของลู่ชิงซวงด้วยสายตาเย็นชา
มุมปากของลู่ชิงซวงโค้งขึ้นอย่างมิแยแส ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นว่า “คิดมิถึงว่าเจ้าจะสามารถล่วงรู้ฐานะของข้า”
“เจ้าแห่งแดนเซียนหาได้สูงส่งอันใดไม่”
ผู้เฒ่าชุดดำแม้จะรู้ว่าตัวเองมิใช่คู่ต่อสู้ของลู่ชิงซวงที่เป็นเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉงผู้นี้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับลู่ชิงซวงเขาก็มิได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“สำหรับนายท่านแล้ว อย่าว่าแต่เจ้าแห่งแดนเซียนโบราณเลย ต่อให้เป็นผู้ที่น่ากลัวกว่านี้ก็มิต่างอะไรจากมดปลวก เพียงแค่คิดก็สามารถสังหารเจ้าได้แล้ว”
“เพียงแค่นายของเจ้าคิดก็สามารถสังหารเจ้าแห่งแดนได้แล้วอย่างนั้นหรือ ? ”
ลู่ชิงซวงหัวเราะออกมาด้วยความโมโห ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายสีม่วงอันเย็นชาออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงอันเย็นเยียบว่า “ก่อนหน้านี้ข้ายังคิดที่จะให้โอกาสเจ้าสามารถมีชีวิตรอดไปจากที่นี่ คิดมิถึงว่าเจ้าจะกล้าเอ่ยวาจาสามหาวเช่นนี้ต่อหน้าข้า ! ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ลู่ชิงซวงก็เพ่งสมาธิเรียวแขนเสลาสะบัดเบา ๆ เพียงหนึ่งครั้ง
เปรี้ยง !
เหนือศีรษะของผู้เฒ่าชุดดำพลันเกิดลมพายุแปรปรวน
ทันใดนั้นก็มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว ความว่างเปล่าเกิดการสั่นสะท้าน และโซ่สีม่วงยาวหลายร้อยจั้งเส้นหนึ่งก็พุ่งมาจากท้องฟ้ามุ่งตรงไปหาชายชราชุดดำ
ถูกต้อง
โซ่สีม่วงเส้นนี้เกิดจากพลังแห่งกฎ ห่อหุ้มด้วยพลังอันลึกลับจนยากจะหยั่งถึง
ในวินาทีที่โซ่เส้นนี้ปรากฎขึ้น ความว่างเปล่ารอบ ๆ ผู้เฒ่าชุดดำก็ถูกผนึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์
ทว่าราวกับว่าผู้เฒ่าชุดดำคาดการณ์ทุกอย่างเอาไว้อยู่แล้ว
เขาจึงแปลงกายเป็นลำแสงสีดำสายหนึ่ง หายเข้าไปในกระดานหมากเฉียนคุนที่ลอยอยู่บนอากาศ
ตู้ม !
เมื่อโซ่สีม่วงอยู่ห่างจากกระดานหมากเฉียนคุนเพียงครึ่งจั้ง กระดานหมากเฉียนคุนก็หาได้หวั่นไหวไม่ ทันใดนั้นก็ปล่อยลำแสงสีดำและขาวสองสายที่มีพลังมหาศาลออกมา
จนเกิดการปะทะกันขึ้นเพียงชั่วประกายไฟแลบ ก่อนจะกลายเป็นการระเบิดครั้งใหญ่
เสียงระเบิดอันสนั่นหวั่นไหวดังก้องไปไกลหลายแสนลี้
เมื่อคลื่นแสงรุนแรงวิ่งออกไป ความว่างเปล่าก็ราวกับถูกบางอย่างตัดผ่าน เกิดเป็นแสงสายหนึ่งขึ้น ก่อนจะดับลงในชั่วพริบตา……
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนราวกับยืนอยู่ระหว่างท้องฟ้าและหุบเหว
รอบกายตกอยู่ในความมืดมิด ถึงขั้นมองมิเห็นแม้แต่นิ้วของตัวเองด้วยซ้ำ
ชั่วพริบตาเหมือนกับมีม้าขาววิ่งผ่านช่องว่าง ราวกับทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด
ด้วยการโคจรของกฎของแดนเซียนจื่อฉง ทำให้ทุกสิ่งในโลกได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง
โดยรอบเกิดโซ่สีม่วงฟาดฟันลงมาจากท้องนภา
ทว่าทางด้านกระดานหมากเฉียนคุน ลำแสงสีดำและสีขาวทั้งสองสายเวลานี้กลับกลายเป็นไอมังกรสองตัวเข้าปะทะกับโซ่สีม่วงอยู่
ประกายไฟระยิบระยับ และคลื่นแสงลูกใหญ่ยังคงแผดเผาอย่างต่อเนื่อง
แสงระยิบระยับแผ่ออกมา หมอกจางๆ ปกคลุมไปทั่ว ทั้งหมดนี้ดูเหมือนมิมีอะไรแต่กลับแฝงไอสังหารที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลกเอาไว้
เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าของลู่ชิงซวงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วเรียวยาวขมวดน้อย ๆ เผยท่าทางเคร่งขรึมอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อนออกมา
“พลังของเจ้ามิได้สมบูรณ์ แต่กลับสามารถต้านทานโซ่ที่เกิดจากพลังแห่งกฎของข้าได้ เจ้าเป็นของวิเศษระดับใดกันแน่ ? ”
ลู่ชิงซวงเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยกับกระดานหมากเฉียนคุนที่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศ
“นั่นก็ต้องดูว่าเป็นของใคร”
ชายชราชุดดำตอบด้วยเสียงอันเย็นชา “แม้ว่าร่างเดิมของข้าในตอนนี้จะเป็นเพียงร่างที่แตกหัก แต่เมื่อเทียบกับอาวุธเซียนทั่วไปถือว่าห่างชั้นยิ่งนัก หากมิใช่เพราะร่างของข้าเสียหายอย่างรุนแรง จนสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปล่ะก็ เพียงแค่อาศัยสุดยอดเคล็ดวิชาลับ ต่อให้เป็นร่างที่ได้รับความเสียหายก็อาจเอาชนะเจ้าได้ด้วยซ้ำ”
“แต่สำหรับนายท่านแล้ว ต่อให้ข้าจะร่างกายเสียหายหรือไม่ ล้วนเป็นเพียงกระดานหมากกระดานหนึ่งเท่านั้น”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้นลู่ชิงซวงก็นิ่งเงียบไป ใบหน้าอันงดงามไร้ที่เปรียบของนางแม้จะยังคงมิได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมามากนัก ทว่าภายในใจก็เริ่มใคร่ครวญตามไปด้วย
กระดานหมากที่ชำรุดกระดานหนึ่งแม้ว่าจะเสียเปรียบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับโซ่ที่ถูกสร้างโดยพลังแห่งกฎ แต่กลับมิง่ายเลยที่จะเอาชนะเขาได้
อีกอย่างก็เหมือนกับที่วิญญาณอาวุธชิ้นนี้กล่าว หากกระดานหมากกระดานนี้มิได้ชำรุด เช่นนั้นต่อให้เผชิญหน้ากับนางเกรงว่าก็คงจะสามารถเอาชนะนางได้
เป็นแค่ของวิเศษยังแข็งแกร่งเพียงนี้ เช่นนั้นนายท่านของเขาจะเก่งกาจเพียงใดกัน ?
ราชันในตำนานอย่างนั้นหรือ ?
อีกอย่างก่อนหน้านี้ระหว่างที่วิญญาณอาวุธใช้เคล็ดวิชาสังหาร สัตว์ประหลาดโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หุบเหวก็ได้พูดถึงราชันผู้หนึ่งด้วย
หรือว่านายท่านของกระดานหมากก็คือราชันเย่งั้นหรือ ?
อีกอย่างเหตุใดวิญญาณอาวุธตนนี้ถึงยืนกรานจะสังหารผู้อาวุโสหมิงเติงให้ได้เล่า ?
คิดได้ดังนั้น ลู่ชิงซวงก็ถอนสายตากลับมา หันไปมองผู้อาวุโสหมิงเติงที่อยู่ทางด้านหลัง
“ผู้อาวุโสหมิงเติง เจ้าไปทำอะไรเอาไว้กันแน่ เหตุใดจึงถูกวิญญาณอาวุธตนนี้ไล่ล่าได้ ? ”
ลู่ชิงซวงมองไปทางผู้อาวุโสหมิงเติงอย่างวางอำนาจ ทำให้อีกฝ่ายหวาดหวั่นอย่างที่สุด
“เอ่อ……”
ผู้อาวุโสหมิงเติงสีหน้าซีดเผือด บวกกับก่อนหน้านี้ถูกเคล็ดวิชาลับครอบงำ ในตอนนี้เขาจึงมีสภาพสะบักสะบอมยิ่งนัก
แต่เมื่อถูกลู่ชิงซวงเอ่ยถามเช่นนี้ ในใจกลับรู้สึกน้อยใจยิ่งนัก อยากจะกระอักเลือดออกมาเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อแสดงถึงความคับข้องใจ
หากมิใช่เพราะเจ้าแห่งแดนอย่างท่านออกคำสั่ง เขาจะส่งคนไปทั่วทุกทิศเพื่อตามหาปีศาจเผ่าจิ้งหรีดโบราณอะไรนั่นอย่างนั้นหรือ ?
สุดท้ายปีศาจจากเผ่าจิ้งหรีดโบราณนอกจากจะหามิเจอแล้ว แต่กลับนำหายนะเช่นนี้มาให้จนก่อให้เกิดเรื่องราวทั้งหมดนี้ขึ้นอย่างไรเล่า
เรื่องมาถึงขั้นนี้ตัวต้นเหตุอย่างท่านยังมีหน้ามาถามเช่นนี้อีกหรือ เช่นนั้นข้าก็จะตอบท่านเอาบุญก็แล้วกัน
“ท่านเจ้าแดน เรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ”
ผู้อาวุโสหมิงเติงถอนหายใจออกมา จากนั้นก็เอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “ก่อนหน้านี้มินาน ท่านได้ออกคำสั่งไปถึงแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อ มิเพียงเท่านั้นผู้เฒ่าระดับอมตะทั้งหลายเองต่างก็ได้รับคำสั่งของท่านเช่นกัน……”
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ
ด้วยคำถามของลู่ชิงซวง ผู้อาวุโสหมิงเติงจึงได้เล่าที่มาที่ไปของเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ ให้นางฟัง
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้ผู้อาวุโสหมิงเติงแทบกระอักเลือดออกมาก็คือ เขาเสียแรงพูดมาตั้งนาน สุดท้ายลู่ชิงซวงกลับมิยอมรับ
“หมิงเติง ข้ามิเคยมีคำสั่งเช่นนั้น”
ใบหน้างดงามของลู่ชิงซวงยังคงไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ เพียงแค่เอ่ยออกมาเรียบ ๆ เท่านั้น