เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 769 ราชันโบราณกลืนกิน
ตอนที่ 769 ราชันโบราณกลืนกิน
“เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ”
ม๋อเออตัวนิ่งงัน ก่อนจะเอ่ยด้วยความมั่นใจว่า “เขารู้แจ้งในวิถีกระบี่และวิถีการเวียนว่ายตายเกิด มิว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือท่าทางล้วนโดดเด่นกว่าผู้ใด เขาต้องเป็นผู้ไร้เทียมทานที่สุดแห่งยุคแดนเซียนโบราณผู้นั้นอย่างแน่นอน”
“ราชันเย่ผู้นั้นโดดเด่นก็จริง แต่ในช่วงปลายยุคเซียนโบราณหลังจากเขาเข้าไปยังส่วนลึกของอาณาจักรทะเลก็ได้ตายไปแล้ว”
ใบหน้าอันเย็นชาของมู่ลี่มิได้บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ ออกมา นางยังคงเอ่ยต่ออีกว่า “บรรพบุรุษท่านนั้นของเผ่ามารรัตติกาลเคยเป็นพยานในศึกครั้งนั้น”
“ว่ากันว่าราชันเย่และเทพจารชนที่อยู่ในส่วนลึกของอาณาจักรทะเลผู้นั้นได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ช่วงท้ายของการต่อสู้ราชันเย่เลือดในกายไหลรินออกมาจนถึงหยดสุดท้าย จิตวิญญาณแตกสลาย สุดท้ายก็จมอยู่ในอาณาจักรทะเลแห่งนั้น ส่วนเทพจารชนท่านนั้นก็ได้บาดเจ็บสาหัส และเข้าสู่การหลับใหลอีกครั้ง”
เอ่ยถึงตรงนี้คิ้วเรียวยาวของมู่ลี่ก็ขมวดมุ่น พลางหันไปมองทางม๋อเออตัว “ราชันเย่ผู้นั้นโดดเด่นกว่าผู้ใดก็จริง แต่ก่อนหน้านี้ข้าได้ประมือกับเขา และสัมผัสถึงความน่ากลัวของเขาได้อย่างลึกล้ำ”
“ข้ามองว่าพลังที่แท้จริงของเขาดูเหมือนจะเหนือกว่าราชันของทั้งสิบสองแดนเซียนโบราณ เป็นไปได้ที่เขาจะอยู่ในระดับเทพโบราณในตำนานแล้ว”
“ระดับเทพโบราณ ? ”
ม๋อเออตัวพลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป
มู่ลี่พยักหน้าน้อยๆ “แดนกระบี่ของเขาสามารถเปลี่ยนแปลงแก่นแท้ของโลกได้ ก็หมายความว่าอย่างน้อยเขาก็ต้องอยู่ในระดับเทพโบราณแล้ว”
ม๋อเออตัวพยักหน้ารับรู้อย่างมิอยากจะเชื่อ “หากนายท่านก้าวเข้าสู่ระดับนั้นจริง เช่นนั้นต่อให้เข้าไปยังส่วนลึกของอาณาจักรทะเล ก็อาจมีชีวิตรอดกลับออกมาก็ได้”
ทว่ามู่ลี่กลับเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “เขาต้องมีชีวิตรอดกลับมาอย่างแน่นอน”
……
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่เย่ฉางชิงเข้าไปในอาณาจักรทะเล ก็ได้สัมผัสอย่างชัดเจนว่าที่นี่มิธรรมดาจริง ๆ
แม้ภายในอาณาจักรทะเลจะมีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวซุกซ่อนอยู่ กฎมหามรรคาต่าง ๆ เต็มไปด้วยความโกลาหล พายุงวงช้างมากมายที่สูงจรดท้องฟ้า ต่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ราวกับพยายามฉีกท้องฟ้าและผืนดินออกจากกัน สายฟ้าขนาดใหญ่ราวกับมังกรที่ห่อหุ้มพลังมหาศาลฟาดฟันลงมาเป็นระยะ ๆ……
ทุกสิ่งเรียกได้ว่าอันตรายยิ่งนัก
แต่พลังปราณฟ้าดินของที่นี่กลับเข้มข้นและบริสุทธิ์ยิ่ง เพียงแค่สูดอากาศเข้าไปก็จะมีพลังปราณอันบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายแล้ว
ดังนั้นส่วนลึกของอาณาจักรทะเลต้องเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในการบำเพ็ญเพียรแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน
ทว่าเย่ฉางชิงกลับพบปัญหาอย่างหนึ่ง
ปรากฎการณ์ที่น่ากลัวเช่นนี้สำหรับเขาแล้ว ก็เหมือนกับพระจันทร์ในน้ำ
เมื่อเขาเหยียบย่างไปถึงที่ใด ภาพอันน่ากลัวบนอาณาจักรทะเลเบื้องล่างก็จะหายไปพร้อมกับคลื่นมหึมา กฎมหามรรคาอันโกลาหลต่าง ๆ ก็พลันสงบลง
พายุงวงช้างขนาดมหึมาที่หมายจะฉีกฟ้าดินให้แยกจากกัน ก็ถอยห่างออกไปหลายร้อยลี้ภายในพริบตา เมฆที่คล้อยต่ำและสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวก็สลายไปในทันที……
ทุกสิ่งพิสดารยิ่งนัก !
แต่โชคดีที่เย่ฉางชิงใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยาม ก็มองเห็นเกาะ ๆ หนึ่งที่ตั้งอยู่ในส่วนลึกของอาณาจักรทะเล และเกาะแห่งนี้ก็มิได้หายไป แต่ยังคงตั้งอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
“เกาะแห่งนี้มีไอพลังของสิ่งมีชีวิต”
เย่ฉางชิงสัมผัสได้ถึงไอพลังที่ล่องลอยอยู่บนเกาะแห่งนั้น เขาจึงแวบกายไปทันที ก่อนจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งบนเกาะแห่งนั้น
และเมื่อตามไอพลังชีวิตนั้นไป เขาก็มาถึงยังตำหนักทองสัมฤทธิ์ที่ดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยสนิมหลังหนึ่ง
ทว่าขณะที่เย่ฉางเหยียบลงไป
ภายในตำนักทองสัมฤทธิ์กลับมีเสียงอันแหบพร่า และเย็นเยียบเสียงหนึ่งดังออกมา
“ผ่านไปนานเพียงใดแล้ว ในที่สุดก็มีคนเข้ามาที่นี่ได้เสียที”
“แต่มาเยือนในเวลานี้ช่างเหมาะยิ่งนัก หากผ่านไปอีกมิกี่ล้านปี กายเนื้อและจิตวิญญาณของข้าคงสูญสลายไปแล้ว”
สิ้นเสียงชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีดำ ร่างกายกำยำ ท่าทางโดดเด่นผู้หนึ่ง ก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากตำหนักทองสัมฤทธิ์
แต่สิ่งที่น่าสยอดสยองก็คือ ใบหน้าครึ่งซีกของชายวัยกลางคนกลับเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว
ดวงตาที่แข็งกร้าวเพียงแค่มองเพียงแวบเดียว ก็ทำให้คนอดมิได้ที่จะเกิดความหวาดกลัว
เย่ฉางชิงถึงกับอึ้งไปทันที ก่อนจะขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วเอ่ยว่า “ท่านหมายความว่าต้องการร่างของข้ามาหล่อเลี้ยงกายเนื้อ และจิตวิญญาณของท่านอย่างนั้นหรือ ? ”
ชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีดำเอามือไพล่หลังดูหยิ่งทะนงยิ่งนัก ทว่าเมื่อเขาเห็นเย่ฉางชิงก็พลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป ถึงขนาดอดมิได้ที่จะถอยหลังไปครึ่งก้าวอีกด้วย
“ราชันเย่ ? ”
ชายวัยกลางคนที่สวมชุดดำหรี่ตาลง ท่าทางเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
แต่มินานเขาก็ส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด แม้เด็กคนนั้นจะเก่งกาจและแข็งแกร่ง ทว่าเพียงแค่ก้าวเข้าสู่แดนต้องห้ามแห่งนั้น ก็จะต้องกายสลายเต๋าสูญสิ้น”
“ถูกต้อง ข้ามิใช่ราชันเย่ผู้นั้น”
เย่ฉางชิงหัวเราะออกมา “ข้าแค่ต้องการสืบข่าวของคนผู้หนึ่งกับเจ้าเท่านั้น”
สีหน้าหวาดกลัวของชายวัยกลางคนพลันสลายไป ก่อนจะหัวเราะเสียงเย็นออกมา “เจ้ามิต้องสืบหรอก อยู่ที่นี่จงเป็นเตาหลอมมนุษย์หล่อเลี้ยงกายเนื้อและจิตวิญญาณของข้าซะเถอะ”
“อีกอย่าง……เจ้าอาจจะยังมิรู้ฉายาของข้า ข้าก็คือราชันโบราณกลืนกินในตำนาน ต่อให้เจ้าต้องตายก็จงภูมิใจซะ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ชายวัยกลางคนที่เรียกตัวเองว่าราชันโบราณกลืนกิน ผมสีดำก็เริ่มสยาย แสงสีดำรอบกายปะทุขึ้น สายฟ้าสีดำอันพิสดารฟาดฟันลงมา
และหลังศีรษะของเขาก็มีวงแสงเทพปรากฏขึ้นวงหนึ่ง รอบกายมีพายุงวงช้างอันน่าสะพรึงกลัวกลั่นออกมาหลายลูก หมายที่จะกลืนกินทุกสิ่งบนโลก
“ราชันโบราณกลืนกิน ? ”
เย่ฉางชิงส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้ามิเคยได้ยินมาก่อน ดูท่าในยุคสมัยของข้าท่านคงมิน่าจดจำเท่าไรนัก”
“เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้สัมผัสกับความร้ายกาจของข้า!”
ชายวัยกลางคนหัวเราะเสียงเย็น ก่อนจะแวบร่างและซัดฝ่ามือเข้าใส่เย่ฉางชิงทันที
เพียงชั่วประกายไฟแลบ
เย่ฉางชิงก็แวบกายหายไปในอากาศราวกับภูติผี
อีกทั้งในตำแหน่งที่เขาหายตัวไป กลับมีไอกระบี่สีทองสายหนึ่งลอยอยู่ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ชายวัยกลางคน
แต่ชายวัยกลางคนหาได้หลบไม่
ขณะที่ไอกระบี่สีทองใกล้เข้ามา ตรงหน้าของชายวัยกลางคนผู้นั้น กลับมีพายุงวงช้างลูกหนึ่งปรากฎขึ้นมาอย่างประหลาด และกลืนกินไอกระบี่สีทองนั้นไปทันที
“ข้าคือราชันโบราณกลืนกิน สามารถกลืนกินทุกสิ่งบนโลก เพียงแค่ไอกระบี่ธรรมดา ๆ จะทำสิ่งใดได้ ? ”
ชายวัยกลางคนหัวเราะเสียงเย็น ก่อนจะแวบกายเข้ามาใกล้เย่ฉางชิงอีกครั้ง
ทว่าเย่ฉางชิงกลับมิขยับเขยื้อนแต่อย่างใด มุมปากพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน
ไอกระบี่สีทองเกิดขึ้นจากเจตจำนงของเขา จิตวิญญาณเชื่อมถึงกัน
เขาจึงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าไอกระบี่สีทองหลังถูกพายุงวงช้างดูดกลืน ก็หายเข้าไปยังช่องว่างลึกลับบางอย่าง
ภายในช่องว่างลึกลับแห่งนี้ มีพลังลึกลับกลุ่มหนึ่งกำลังหลอมไอกระบี่สีทองมิหยุด
เพียงแต่การหลอมนั้นล่าช้าอย่างมาก
ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ให้อีกฝ่ายดูดกลืนไอกระบี่เข้าไปอีก หรือไม่ก็ใช้ไอกระบี่ยัดเข้าไปให้เต็มช่องว่างลึกลับนั่นเสีย
อย่างไรซะไอกระบี่สีทองทุกสายก็ล้วนเกิดมาจากเจตจำนงของเย่ฉางชิง และแทบมิได้ใช้อะไรอยู่แล้ว
“เช่นนั้นข้าจะดูสิว่าเจ้าจะสามารถกลืนกินไอกระบี่ของข้าได้สักเท่าไร”
เย่ฉางชิงเอ่ยจบก็เพ่งสมาธิ ไอกระบี่สีทองหลายสิบสายปรากฏขึ้นกลางอากาศ และพุ่งเข้าใส่ชายวัยกลางคนราวกับห่าฝนก็มิปาน
หลังจากสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดของไอกระบี่สีทองสายแรกแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับไอกระบี่สีทองหลายสิบสายที่พุ่งมา ชายวัยกลางคนก็ขมวดคิ้วมุ่น ตรงหน้าพลันมีพายุงวงช้างหลายลูกปรากฏขึ้น
ทว่าสิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ หลังจากไอกระบี่สีทองเหล่านี้ถูกดูดกลืนเข้าไป ก็มีไอกระบี่สีทองอีกหลายสิบสายปรากฎขึ้นมาอีก และพุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้ง……
สารเลว !
ไอกระบี่พิสดารเช่นนี้ สำหรับเขาแล้ว มิต้องแลกด้วยอะไรเลยอย่างนั้นหรือ ?