เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนที่สามีเกลียดชัง - บทที่ 6.1 การเปลี่ยนแปลง
🥬🍌🍊🌽🥕🍎
“ตลกแล้วเถอะ ลดมาสามกิโลเองเนี่ยนะ!”
เซียนหน่านบ่นอุบขณะที่เขากำลังยืนชั่งเครื่องวัดนํ้าหนักที่เอาออกมาจากช่องมิติอยู่ นี่ก็ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วที่ต้องอาศัยอยู่ใน ยุคนี้ ถามว่าปรับชีวิตได้หรือยัง ก็พอไปวัดไปวามากกว่า สิ่งที่เขาหนักใจสุดเห็นจะเป็นแค่เรื่องรูปร่างตัวเองนี่แหละ
การลดนํ้าหนักมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย……
ก่อนหน้านี้นํ้าหนักของเขาคือแปดสิบกิโล เซียนหน่านพยายามขึ้นภูเขาหลังบ้านตัวเองทุกวันเพื่อเป็นการออกกำลังกาย แต่อย่าง ว่าแหละ ร่างกายนี้สะสมไขมันมามากเกินไป การจะเอาออกมันไม่ใช่เรื่องง่ายแบบที่เขาคิดเอาไว้
“ให้ตายสิ แบบนี้ชาติไหนจะผอม……”
บ่นไปอย่างนั้นๆ ก่อนจะเก็บเครื่องชั่งนํ้าหนักกลับเข้าไปในช่องมิติ ร่างอ้วนนั่งลงยองๆ พลางใช้พลั่วเหล็กที่เอาออกมาจากช่อง มิติขุดตรงต้นหญ้าต้นหนึ่งต่อไป
พักหลังๆ ความสัมพันธ์ของเขากับลูกน้อยสองคนดูจะเป็นไปได้ด้วยดีทีเดียว ลูกๆ ดูอยากเข้าหาเขามากขึ้น ถึงแม้ว่าซูหน่านจะ ยังไม่ยอมพูดก็ตาม ส่วนมิ่งเถ่าก็ช่างพูดช่างถามมากกว่าแต่ก่อนนัก
ส่วนแม่สามีเมื่อเห็นเขาทำงานบ้านไม่ขี้เกียจตัวเป็นขนเหมือนแต่ก่อนก็หาเรื่องเขาน้อยลง แต่โดยรวมก็ยังชอบพูดแซะเขาอยู่ดี
“ทำแบบนั้นจะดีได้อย่างไร เจ้านี่หัดคิดซะบ้าง”
“หัดขยับตัวเยอะๆ ซะบ้างนะ ก้อนใหญ่ๆ ตรงพุงเจ้าจะได้ลดลงบ้าง”
ก็……โดยรวมเขาทนได้!
ส่วนอีตาสามีของเขาน่ะเหรอ……พักนี้เจอหน้ากันทีไรก็ชอบสะบัดบ็อบใส่เขาตลอด ไม่รู้เป็นอะไร สงสัยจะยังเกลียดชังหน้าเขา เหมือนเดิมล่ะมั้ง
“ข้าเกลียดเจ้า หวัง เซียนหน่าน”
ประโยคนี้รวมถึงสีหน้าของซ่งเถ่าในวันนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำของเซียนหน่าน ก็นะ เจ้าตัวไม่ได้ยินดีนักกับการมีเขาเป็น ภรรยาอยู่แล้วนี่ หากจะเกลียดก็คงไม่แปลกอะไร
เซียนหน่านไม่สนใจหรอก เขาสนแค่สองก้อนจิ๋วต่างหาก ดีซะอีกถ้าซ่งเถ่าไม่มาวุ่นวายกับเขาอีก
เขาจะได้ทำอะไรๆ ได้สะดวก!
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนภูเขาก็คิดอย่างนั้นแหละ แต่ในตอนที่กำลังจะลงจากภูเขาดันบังเอิญเจอเข้ากับคนที่บอกชังหน้าเขาก่อน หน้านี้เข้านี่สิ
คนตัวเล็กกวาดสายตามองอีกฝั่ายที่ทำหน้าบึ้งตึงเก๊กท่าอยู่นั้นก่อนที่เขาจะเรียกออกไป
“ตาเฒ่า?”
“ปากเจ้านี่นะ ข้าบอกให้เรียกข้าใหม่ไง!”
ซ่งเถ่ายืนกอดอกพลางพูดใส่ภรรยาเสียงดัง ไม่รู้ทำไมภรรยาเขาถึงชอบเรียกเขาอย่างนี้ก็ไม่รู้ มันก็จริงที่เขาอายุมากกว่าเซียนหน่าน หลายปี
แต่เขาไม่ได้แก่ชราถึงขั้นต้องเรียกตาเฒ่าสักหน่อย!
“ข้าก็เรียกแบบนี้เฉพาะเวลาอยู่กับท่านสองคนเท่านั้นแหละตาเฒ่า”
ใช่ ต่อหน้าคนอื่นเขาจะเรียกท่านพี่ตามปกติ เพราะไม่อยากมีปัญหาตามมาทีหลัง
“แล้วตกลงท่านขึ้นเขามาทำไม จะไปขุดอะไรหรือไง?”
เซียนหน่านถามขณะที่แบกตะกร้าที่มีท่อนไม้ที่เขาตัดด้วยตัวเองเดินไปด้วย หากขึ้นภูเขาไปเฉยๆ โดยไม่ได้เอาอะไรกลับลงมา ด้วยก็กลัวจะมีคนสงสัย เขาเลยบอกกับคนในบ้านว่าจะไปตัดไม้เก็บฟืนสำหรับใช้งานในบ้าน
“เปล่า……”
ชายหนุ่มเหล่มองตะกร้าที่ภรรยาหิ้วอยู่ด้านหลัง ในตะกร้ามีไม้ท่อนเล็กที่ตัดแล้วอยู่เกือบยี่สิบอันได้
“เอ้า แล้วท่านจะมาทำไมตาเฒ่า ทำไมไม่อยู่ดูแลลูกๆ?”
อีตาคนนี้ก็แปลกพิกล ไม่มีธุระอะไรแท้ๆ แต่กลับขึ้นภูเขามาเนี่ยนะ แทนที่วันนี้ไม่ได้ไปขายของในเมืองก็ควรจะใช้เวลาอยู่กับ ลูกๆ สองคนสิ
“……”
คำถามของเซียนหน่านไม่ได้รับคำตอบ หนำซํ้าตะกร้าที่เขาแบกอยู่จู่ๆ ก็ถูกสามีแย่งไปหิ้วแทนหน้าตาเฉย
“เดี๋ยวๆ! ท่านทำอะไรของท่านน่ะตาเฒ่า จะมาแย่งความดีความชอบของข้าไปหรือไง ครั้งนี้ข้าตัดเองคนเดียวนะ!!”
เซียนหน่านโวยวายเพราะคิดว่าซ่งเถ่าจะมาแกล้งกวนประสาทอะไรเขาอีก กว่าเขาจะขึ้นภูเขาได้ก็เหนื่อยแทบตายแล้วแท้ๆ ไหน จะต้องปกปิดความลับตัวเองด้วยการแกล้งไปตัดไม้อีก นี่เขาเหนื่อยตั้งสองต่อเลยนะ
“ข้าจะช่วยเจ้าแบกลงเขาให้……”
“ฮะ ท่านว่าอะไรนะ?”
ชายหนุ่มถามคล้ายไม่เชื่อหูตัวเอง นี่เขาฟังผิดปะ สามีปากร้ายคนนั้นกำลังบอกจะช่วยเหลือเขางั้นเหรอ
“ขืนปล่อยให้เจ้าแบกตะกร้านี้ลงไปเอง เกิดตายกลางทางจะทำเช่นไร หากเป็นแบบนั้นมิ่งเถ่ากับซูหน่านจะเสียใจเอาได้ ที่ข้าทำ น่ะไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือเจ้าหรอก แต่ข้าทำเพื่อลูกๆ ทั้งสองคนของข้าต่างหาก จำไว้ด้วย”
“……”
เซียนหน่านกะพริบตาปริบๆ ขณะฟังคำอธิบายของสามีที่ร่ายมาซะยาวเหยียดเกือบหลายบรรทัด เขามองตามหลังสามีที่เดินนำ เขาไปก่อนพลางกอดอกตัวเองแล้วหัวเราะออกมา
“คนเราเนี่ยนะ จะทำดีกับฝั่ายตรงข้ามแบบธรรมดาๆ ไม่ได้สินะ เดี๋ยวโลกจะไม่จดจำเอา”
เซียนหน่านเดินตามซ่งเถ่าไปด้วยกัน พวกเขาสองคนไม่ได้เดินกลับอย่างรีบเร่งอะไร ก็แค่ค่อยๆ เดินไป อากาศวันนี้ก็ดีไม่ใช่น้อย เลย มีสายลมเย็นๆ พัดผ่านทำให้ไม่ร้อนด้วย
“นี่ ตาเฒ่า”
“อะไรอีก”
“ท่านเริ่มอยากทำดีกับข้าขึ้นมาบ้างแล้วล่ะสิ ใช่ปะ?”
“พูดอะไรเพ้อเจ้อ……”
ซ่งเถ่าเมินหน้าหนี เขาไม่ได้อยากทำดีด้วยสักหน่อย สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้อาจจะดูไม่เป็นตัวเองไปสักหน่อย แต่ลึกๆ แล้วเขาก็แค่ อยากตอบแทนที่ภรรยาช่วยเหลือเรื่องที่เขาถูกโกงในวันนั้นให้ต่างหาก หากเซียนหน่านไม่รู้ทันแล้วห้ามเขาไว้ปั่านนี้เขาคงสูญเสียเงิน อย่างคนโง่ต่อไป
ต้องโทษที่เขาไม่ฉลาดจึงถูกหลอกเอา……
“ถ้าท่านไม่อยากทำดีกับข้า ท่านก็ไม่ต้องฝืนหรอกน่า”
ดูจากสีหน้าของสามีแล้วเซียนหน่านก็พอจะมองออกว่าซ่งเถ่าไม่ได้เต็มใจเท่าไรหรอก
🍎🥕🌽🥬🍌🍊
“ถ้าท่านไม่อยากทำดีกับข้า ท่านก็ไม่ต้องฝืนหรอกน่า”
– เซียนหน่าน –
บทที่ 6.2 การเปลี่ยนแปลง
🍊🍌🥬🌽🥕🍎
“ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่า-”
“ท่านไม่ต้องเอาลูกๆ มาอ้างหรอก ข้ารู้ทันท่านนะตาเฒ่า”
“……”
เจอภรรยาพูดสวนใส่อย่างคนรู้ทัน ซ่งเถ่าจึงทำหน้านิ่งไม่พูดอะไร แต่เซียนหน่านกลับคลี่ยิ้มแล้วพูดต่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่ต้องขอบคุณที่ข้าช่วยเหลือท่านเรื่องที่ถูกโกงหรอกนะ ข้าไม่ได้ช่วยท่านคนเดียวสักหน่อย ข้าบอกแล้วว่าข้าช่วยครอบครัว”
“นี่เจ้า……”
“เพราะงั้นไม่ต้องแกล้งทำดีด้วยทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจหรอก ข้าไม่ต่อว่าท่านอยู่แล้วตาเฒ่า”
“……”
“เอาล่ะ กลับกันเถอะ ปั่านนี้ลูกๆ คงหิวแย่แล้ว”
เซียนหน่านพูดชวนให้สามีเดินกลับด้วย ส่วนตะกร้าก็ปล่อยให้ซ่งเถ่าแบกต่อไป ไหนๆ เจ้าตัวก็อยากเสนอตัวช่วยเขาเองอยู่แล้วนี่ นะ เขาจะปฏิเสธไปทำไม
เพราะอย่างไรซะหลักๆ ก็คือเขาอยากช่วยลูกๆ สองจิ๋ว ส่วนแม่สามีและสามีเขาคือของแถมต่างหากล่ะ
ยามอู่ (11:40) เซียนหน่านก็รีบลงมือทำอาหารทันที ตั้งแต่ที่ได้เงินชดเชยมาครอบครัวของพวกเขาก็ไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป มี ทั้งไข่และเนื้อสัตว์ให้กินตลอด ในบางครั้งเขายังแอบเอาเนื้อในช่องมิติมาเสริมทัพด้วยซํ้า แต่คนในครอบครัวไม่มีใครรู้หรอก
“ท่านแม่ หอมมากขอรับ มื้อนี้ท่านทำอะไรให้พวกข้าทานหรือขอรับ?”
เด็กชายที่อดีตมักจะอยู่ห่างจากท่านแม่เสมอ บัดนี้กลับอยู่ใกล้ชิดท่านแม่ตัวเองชนิดตามติดเป็นเงา โดยที่ฝังขวาก็มีเด็กหญิงอีก คนยืนมองด้วยความสงสัยไม่ต่างจากพี่ชาย
“นั่นสินะ ท่านย่าของพวกเจ้ากำลังจับไข้ แม่จึงตั้งใจจะทำข้าวต้มไข่ให้กินน่ะ”
เมื่อวานซืนแม่สามีเขากลับจากบ้านของเพื่อนบ้านแล้วถูกฝนตกหนักสาดใส่อย่างแรง ผลที่ได้คือแม่สามีปากเสียของเขาจับไข้ ต้องนอนปั่วยติดเตียง
“ข้าวต้มกับไข่ต้มหรือขอรับ……”
มิ่งเถ่าทำหน้าพะอืดพะอมยามรู้ว่ามื้ออาหารมื้อนี้จะเป็นข้าวต้ม หากเป็นอย่างนั้นคงไม่อร่อยแน่ๆ
“ดูเจ้าทำหน้าเข้า ข้าวต้มฝีมือแม่อร่อยนะ”
“……”
เด็กชายยังคงไม่เชื่อ เพราะภาพจำข้าวต้มกับไข่ต้มยังติดตาเขาอยู่เลย เวลาที่เขาหรือน้องสาวปั่วยก็ต้องได้กินข้าวต้มเหมือนกัน รสชาติของมันจืดแถมไข่ต้มยังกินแล้วฝืดคอมากๆ อีกด้วย
รอไม่นานนักข้าวต้มไข่ก็เสร็จ เซียนหน่านตักใส่ถ้วยชามให้ลูกน้อยทั้งสองคน ทั้งคู่ต่างมองข้าวต้มในชามด้วยความสงสัย เพราะ หน้าตาของมันดูต่างจากทุกที ปกติจะเป็นข้าวต้มใส่นํ้าเยอะๆ และมีไข่ต้มให้คนละลูก แต่ครั้งนี้ข้าวต้มกลายเป็นสีเหลืองน่ากินแถมยังส่ง กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง
“ท่านแม่ นี่คือข้าวต้มไข่ที่ว่าหรือขอรับ”
“ใช่แล้ว ลองทานดูสิ”
มิ่งเถ่าและซูหน่านจึงเริ่มต้นทานกันคนละคำ รสชาติของข้าวต้มกับไข่เป็นเนื้อเดียวกันอร่อยมาก!
“อะ อร่อยมากๆ ขอรับท่านแม่!”
“ค่อยๆ กินสิเจ้าเด็กคนนี้ เอ้า ซูหน่าน ลูกก็เอากับพี่เขาด้วยหรือ”
เซียนหน่านอดขำไม่ได้เมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กที่มักจะเขินอายและมีท่าทางเรียบร้อย ตอนนี้กลับตั้งอกตั้งใจกินซะขนาดนี้
“ยังมีอีกเยอะ ถ้าไม่อิ่มแม่จะตักเพิ่มให้ เดี๋ยวแม่เอาข้าวต้มไปให้ท่านย่าของลูกก่อนนะ”
เด็กน้อยสองคนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากใบหน้าเซียนหน่านได้ ชายหนุ่มตักข้าวต้มใส่ถ้วยชามก่อนจะยกไปที่ ห้องของแม่สามีซึ่งมีสามีตัวดีของเขาเฝั้าไข้อยู่
“ขออนุญาตขอรับท่านแม่”
พูดจบเซียนหน่านก็เปิดประตูเข้าไปเลย จึงได้เห็นว่าแม่สามีปากร้ายคนนั้นมีสีหน้าบูดบึ้ง แต่ใบหน้าของท่านกลับแดงระเรื่อ เพราะพิษไข้ยังไม่จางหาย
“หึ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเคาะประตูแล้วสินะ”
ลั่วเอ๋อร์พูดประชดด้วยเสียงแหบแห้ง นางไม่คิดเลยว่าตัวเองจะล้มปั่วยเช่นนี้ แถมยังต้องเสียศักดิ์ศรีให้ลูกสะใภ้อย่างเซียนหน่า นมาคอยดูแลอีกต่างหาก
ไม่รู้เซียนหน่านจะแอบสมนํ้าหน้านางในใจหรือไม่
“ข้าก็ขออนุญาตแล้วไงท่านแม่ ท่านอย่าพูดเลย เจ็บคออยู่ไม่ใช่หรือ ข้าทำข้าวต้มมาให้ ทานเสร็จจะได้ทานยาด้วย”
“ข้าวต้มหน้าตาประหลาด……”
หญิงวัยกลางคนบ่นแต่ก็รับถ้วยข้าวต้มมาแล้วยอมกิน พอกินไปได้หนึ่งคำก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันตา อีกทั้งรสชาติของข้าวต้มถ้วย นี้ยังอร่อยมากซะด้วย เป็นข้าวต้มที่กินแล้วรู้สึกลื่นคอยิ่งนัก
บ้าจริง มันอร่อยได้ขนาดนี้เลยหรือ!
“ท่านพี่ ถ้าท่านแม่ทานเสร็จแล้วก็เอายานํ้าถ้วยนี้ให้ท่านแม่ของท่านทานด้วยนะ”
เซียนหน่านบอกแล้วยื่นถ้วยยานํ้าซึ่งเขาเตรียมมาพร้อมกันกับข้าวต้ม
“เจ้าไปซื้อยามาตอนไหน ทำไมข้าไม่เห็น?”
ซ่งเถ่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย ภรรยาเขาไปซื้อยามาตอนไหนกัน
“แหม ท่านพี่ตัวติดกับข้าตลอดเวลาหรือไง ข้าไปซื้อจากบ้านท่านหมอใกล้ๆ นี่มาเองแหละ”
เซียนหน่านไม่ได้โกหก เขาไปร้านหมอในหมู่บ้านมาจริงๆ และแกล้งทำเป็นซื้อยาผงมาเผื่อสามีของเขาจะแอบไปตรวจสอบทีหลัง แต่แท้จริงแล้วยานํ้าถ้วยนี้เป็นยาลดไข้ในยุคของเขาต่างหาก
รับรองเลยว่าแค่คืนเดียวแม่สามีของเขาคงกลับมาปากแซ่บเหมือนเดิมแน่นอน
“ข้าเข้าใจแล้ว”
“งั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับท่านแม่ ท่านพักผ่อนให้มากๆ ท่านพี่ก็คอยดูแลท่านแม่ด้วย ข้าขอตัวไปดูแลลูกๆ ก่อน”
เซียนหน่านย่อตัวลงโค้งให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทำเอาสองแม่ลูกได้แต่มองตามด้วยความประหลาดใจ
“เถ่า นี่เซียนหน่านผีเข้าหรือไม่ ปกติภรรยาของลูกไม่ขยันแบบนี้หรอกนะ”
ลั่วเอ๋อร์ถามขึ้น แปลกใจยิ่งนักที่ลูกสะใภ้ของนางทำตัวดีขึ้นผิดหูผิดตา เมื่อก่อนตื่นก็สาย วันๆ เอาแต่ขี้เกียจตื่นมาก็เอาแต่กิน แล้วก็นอน ไม่งั้นเวลาที่เหลือก็เอาไปตามรังควานลูกชายนางแท้ๆ
“ข้าไม่ทราบขอรับ ตอนนี้ท่านแม่ทานข้าวเสร็จแล้วก็ทานยาให้เรียบร้อยก่อนเถอะ แล้วก็ต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ นะขอรับ สุขภาพของท่านสำคัญกว่าเรื่องอื่น”
“ก็ได้ๆ……จริงสิ วันก่อนแม่นางหนิงฮวาเขาถามหาเจ้าด้วยนะ”
พอได้ยินชื่อนี้ซ่งเถ่าก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
“แม่ว่าเจ้าควรจะ-”
“ท่านแม่พักผ่อนเถอะขอรับ แล้วก็เลิกพูดเรื่องไร้สาระด้วย เดี๋ยวจะจับไข้เอา……”
“กะ ก็ได้ แม่เข้าใจแล้ว”
พอถูกสีหน้าดุๆ ของลูกชายดักเข้าลั่วเอ๋อร์ก็ไม่กล้าพูดต่ออีก ทั้งๆ ที่ใจอยากจะเล่าถึงเรื่องของแม่นางหนิงฮวาให้ฟังอีกแท้ๆ……
🍊🍌🥬🍎🥕🌽
“ดูเจ้าทำหน้าเข้า ข้าวต้มฝีมือแม่อร่อยนะ”
– เซียนหน่าน –