เก้าดาวฟ้ามหายุทธ์ - ตอนที่ 338 ฉกฉวยอย่างมันมือ!
ในตอนแรก เย่เฉินรู ้สึกค่อนข้างขอบคุณต่อปี้หลิน แต่ทันทีที่ ชางลู่ปรากฏตัว เขาก็เข้าใจทันที ความรู ้สึกขอบคุณซาบซึ้งนั้นก็ หายไปอย่างไร ้ร่องรอย
ตอนนี้เย่เฉินได้ตระหนักว่าปี้หลินกาลังช่วยเหลือพวกเขาโดยตัว นางไม่เสียค่าใช ้จ่ายใดๆ นางรู ้ว่านางไม่สามารถเก็บเกี่ยวหินจักรวาล ได้ทั้งหมดก่อนที่ชางลู่จะมาถึง ดังนั้นนางจึงอนุญาตให้เย่เฉินและ เสี่ยวอี้หยิบได้คนละสิบก้อน ถ้านางสามารถกวาดหินจักรวาล ทั้งหมดออกไปด้วยตัวนางเองได้ นางคงไม่แสดงความเอื้อเฟื้อขนาด นี้ ท้ายที่สุดแล้ว หินจักรวาลจานวน 20 ก้อนก็จะเป็ นโชคลาภ มหาศาลส าหรับกลุ่มทรงอ านาจต่างๆ
ปี้หลินรวบรวมหินจักรวาลได้มากกว่าเจ็ดสิบก้อน เมื่อนางเห็น ว่าชางลู่ปรากฏตัวขึ้นและกาลังจะโจมตีนาง นางก็เยาะเย้ย ร่าง วิญญาณของนางกลายเป็ นอสูรสายฟ้ าขนาดยักษ์ที่พุ่งเข้าใส่ชางลู่
พลังฝ่ ามือของชางลู่และอสูรสายฟ้ าปะทะกัน มีแรงอัดกระแทก ขนาดใหญ่เกิดขึ้นในขณะที่การปะทะที่รุนแรงกวาดผ่านไปราวกับ พายุที่รุนแรง
ปัจจุบันเย่เฉินอยู่ห่างออกไปมากกว่าหนึ่งกิโลเมตร เมื่อเขาเห็น คลื่นกระแทกแผ่เข้ามาหาเขา เขาก็ตะโกนเสียงดังและกระแทกฝ่ ามือ ลง รัศมีเต่าขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ปกป้ องเสี่ยวอี้และเขา อยู่ข้างใน
ด้วยเสียงปังดัง และรัศมีเต่าก็ร ้าวในทันที ถึงกระนั้น มันก็ทา ให้ผลกระทบนั้นเป็ นกลาง
“หนี!”
เย่เฉินตะโกนและเขาก็วิ่งหนีไปโดยมีเสี่ยวอี้ตามมา ด้วยการ “ร่อนถลา” พวกเขาอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร
“พี่ใหญ่เย่เฉิน พวกเขาแข็งแกร่งน่าประทับใจมาก”
เสี่ยวอี้กล่าวด้วยความตกใจ
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อยขณะที่เขารู ้สึกประหลาดใจอย่างมาก การต่อสู้ของยอดยุทธ ์ระดับไร ้ขอบเขตนั้นน่ากลัวอยู่แล้ว ระดับ ความส าเร็จเหนือธรรมชาติและระดับเหนือกว่านั้นจะน่ากลัวขนาด ไหน มันสูงกว่าระดับไร ้ขอบเขตด้วยซ้าเหรอ? หากปี้หลินไม่ได้ ส่งเสริมเย่เฉินและเสี่ยวอี้ด้วยวิชาลับประกายสายฟ้ า เขาและเสี่ยวอี้ อาจได้รับบาดเจ็บสาหัสในตอนนี้
ในการปะทะกันครั้งนี้ ร่างของปี้หลินหยุดชั่วคราวในอากาศ แต่ชางลู่ก็พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงมาก
“ปี้หลิน แม้แต่ตอนนี้เจ้าแค่ชั้นไร ้ขอบเขตระดับห้า ส่วนข้าทะลุ ทะลวงไปสู่ระดับ 7 ชั้นไร ้ขอบเขตเมื่อสองเดือนก่อนแล้ว เจ้าไม่มีทาง เป็ นคู่ต่อสู้สาหรับข้า ส่งมอบสมบัติที่เจ้ามี แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้ากลุ่ม อสูรสายฟ้ า”
ชางลู่คารามด้วยเสียงต่า เขาส่งพลังปราณฟ้ าไปรอบๆ ตัวเขา และร่างกายของเขาก็เหมือนกับดาบขนาดมหึมา
‘ตาเฒ่านี้ฝ่ าฟันระดับใหม่เมื่อสองเดือนก่อน’ ปี้หลินสาปแช่ง อย่างเงียบๆ อย่างไรก็ตาม นางยังคงรักษาท่าทางที่สงบและไม่ วอกแวก และพูดอย่างอ่อนโยนว่า
“ผู้อ าวุ โสช างลู่ เจ้าต้องใช ้วิธีที่โหดร ้ายเช่นนี้กับคนที่ ละเอียดอ่อนเช่นข้าหรือไม่? ข้าจะรับมันไว้ไม่ได้ ผู้อาวุโสชางลู่ต้อง อ่อนโยนกว่านี้”
“ปี้หลิน มารยาของเจ้านี้อาจใช ้ได้ผลกับคนอื่น แต่ก็ไม่มี ประโยชน์กับข้า ข้ามาถึงจุดที่มีความสงบภายในอย่างสมบูรณ์แล้ว ความงามใดๆ ก็ตามเป็ นเพียงสิ่งชั่วคราวสาหรับข้าเท่านั้น”
ชางลู่ยิ้มอย่างเย็นชาและสร ้างกรงเล็บด้วยมือของเขาและโจมตี ลงมา
“ผู้อาวุโสชางลู่เป็ นคนไม่รักถนอมบุปผาอย่างแท้จริง”
ปี้หลินหัวเราะอย่างน่ารัก
“ด้วยความส าเร็จระดับห้าของข้า แน่นอนว่าข้าไม่ใช่คู่มือของผู้ อาวุโสชางลู่ เอางี้เป็ นยังไง เจ้าไม่ต้องโจมตีแล้วข้าจะมอบทุกสิ่งที่ข้า ได้รับให้กับเจ้า”
พลังงานกรงเล็บของชางลู่กาลังจะตะปบลง เมื่อเขาได้ยินคาพูด ของปี้หลิน เขาก็หยุดชั่วคราว หากปี้หลินเต็มใจมอบสมบัติของนาง เขาจะไม่โจมตี ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเขาฆ่าปี้หลิน เผ่าอสูรสายฟ้ าก็จะไม่ ยอมอย่างแน่นอน
ขณะที่กรงเล็บของชางลู่ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างวิญญาณ ของปี้หลินก็ปรากฏเป็ นอสูรสายฟ้ าที่ด้านหลังชางลู่ และฟาดฝ่ ามือ กระแทกลงมา
ชางลู่ตรวจพบสายลมพลังงานที่ส่งเสียงหวีดหวิวอยู่ด้านหลังเขา และสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
“เจ้าหลอกข้า!”
“ผู้อาวุโสชางลู่ไม่เคยได้ยินคาพูดนี้มาก่อนเหรอ ทุกสิ่งล้วน ยุติธรรมเสมอในสงคราม?”
ปี้หลินหัวเราะคิกคัก แต่การโจมตีของนางก็ไร ้ความปราณีโดย สิ้นเชิง
ชางลู่ร ้องออกมา ปราณฟ้ าประเภทดินหมุนรอบตัวเขาและ กลายเป็ นก าแพงหนาทึบ มี เสียงดังทึบ พลังฝ่ ามือของอสูรสายฟ้ าก็ ฟาดลงบนชั้นดินเท่านั้น
สีหน้าของปี้หลินเปลี่ยนไปเล็กน้อย เผยให้เห็นความประหลาด ใจ
“วิชาผนึกดิน!”
“ถูกต้อง วิชาลับธาตุดินของสภาตุลาการ วิชาผนึกดิน เจ้ามี วิจารณญาณที่ดี!”
ชางลู่ตะคอกหนึ่งครั้งและเสาดินก็ก่อตัวเป็ นมือขนาดใหญ่ที่ฟาด ไปที่ปี้หลิน
ปี้หลินกาลังจะขยับเมื่อจู่ๆ นางก็ค้นพบว่ามีกรงขนาดใหญ่ที่ สร ้างขึ้นจากดินทั้งหมดได้ก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวของนาง นางไม่ สามารถหลบเลี่ยงมันได้อีกต่อไป
“ข้าไม่ได้คาดหวังว่าผู้อาวุโสชางลู่จะใช ้วิชาผนึกดิน ข้าทึ่ง จริงๆ”
ปี้หลินยังคงยิ้ม เต็มไปด้วยคาเยินยอ
ในแง่ของความแข็งแกร่ง ชางลู่นั้นน่าเกรงขามมากกว่าปี้หลิน มาก
“เผ่าอสูรสายฟ้ าเป็ นที่รู ้จักมาโดยตลอดในเรื่องวิชาลับที่สืบทอด มา ให้ข้าดูว่าเผ่าอสูรสายฟ้ าของเจ้ามีวิชาลับแบบไหน!”
แววตาอาฆาตปรากฏขึ้นในดวงตาของชางลู่ เสาปราณฟ้ า ประเภทดินบนท้องฟ้ ากลายเป็ นเหล็กแหลมคมที่ยิงไปที่ปี้หลินที่ถูก ขังอยู่ในกรง
“เผ่าอสูรสายฟ้ าของข้ามีวิชาลับที่สืบทอดมามากมาย แต่ข้าจะมี ความกล้าที่จะใช ้มันต่อหน้าผู้อาวุโสชางลู่ ได้อย่างไร? มันจะท าให้ เจ้าผิดหวังเท่านั้น!”
หลินเม้มปาก และนางก็ยิ้มอย่างเย็นชาปนโทสะ
“ข้าขอโทษ ข้าเข้าไปในเจดีย์วิญญาณก่อนผู้อาวุโสชางลู่และ ได้พบกับสมบัติมากมาย รวมถึงเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ นี้ด้วย!”
มี “เสียงวูบวาบ” และร่างของปี้หลินก็ถูกล้อมรอบด้วยแสงสีม่วง ชุดเกราะสีม่วงปรากฏขึ้นรอบๆ ปี้หลิน ซึ่งปกป้ องร่างของนางอย่าง เต็มที่ “ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ” หนามแหลมของหินแข็ง พุ่งเข้าใส่ปี้หลินและ ระเบิดเสียงดัง แต่ปี้หลินก็ไม่ขยับเลยยังคงรักษารอยยิ้มอันสง่างาม ของนางไว้
“เกราะปีศาจม่วง!”
ชางลู่ตัวสั่นด้วยความตกใจ ส่วนประกอบแต่ละส่วนของชุดเกราะ ปี ศาจม่วงที่บี้หลินสวมใส่อย่างน้อยก็มีระดับสิ่งประดิษฐ ์วิญญาณ ระดับเก้าเป็ นอย่างน้อย เมื่อรวมกันแล้ว แม้แต่ยอดฝีมือขั้นขอบเขต ระดับสิบก็ไม่สามารถท าลายมันด้วยการโจมตีเต็มก าลัง
“ใช่แล้ว มันคือเกราะปีศาจม่วง ผู้อาวุโสชางลู่มีวิจารณญาณที่ ดี”
ปี้หลินยิ้มเฉิดฉาย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ปี้หลินซึ่งอยู่ต่ากว่าชางลู่สองระดับยังคงสงบ และใจเย็นเมื่อเผชิญกับการโจมตีของเขา! นางมีชุดเกราะปีศาจม่วง สาหรับการป้ องกัน! ถ้าชางลู่เข้าไปในเจดีย์วิญญาณก่อนปี้หลิน ชุด เกราะปีศาจม่วงนี้คงไม่ตกไปอยู่ในมือของปี้หลินอย่างแน่นอน!
ชางลู่รู ้เกี่ยวกับพลังของชุดเกราะปีศาจม่วง ด้วยความสามารถ ในปัจจุบันของเขา เขาไม่สามารถเจาะเกราะปี ศาจม่วงได้อย่าง แน่นอน
“น้องชาย พี่สาวจะคอยดูแลตาแก่คนนี้เอง จงไปรวบรวมหิน จักรวาลซะ!”
ร่างวิญญาณของปี้หลินส่งข้อความนี้ไปยังเย่เฉิน
ปี้หลินมีชุดเกราะปีศาจม่วงไว้ป้ องกัน ดังนั้นชางลู่จึงไม่สามารถ ท าอะไรกับนางได้แม้ว่าเขาจะมีพลังสูงกว่านางสองระดับก็ตาม ถึง กระนั้นนางก็ไม่สามารถหลบหนีได้เช่นกัน นางปลดปล่อยร่าง วิญญาณของนางอย่างต่อเนื่องซึ่งกลายเป็ นอสูรสายฟ้ า พยายาม สังหารชางลู่ แต่เขากลับหลบการโจมตีของนางได้
“บูม บูม บูม”-
ชางลู่ส่งกาปั้นออกไปทีละหมัดกลางอากาศ หมัดอันทรงพลังพุ่ง เข้าใส่เกราะปีศาจม่วง แต่ก็ไม่สามารถทิ้งรอยขีดข่วนไว้ได้
เย่เฉินและเสี่ยวอี้มองดูในระยะไกล ชางลู่ถูกปี้หลินที่สวมชุด เกราะปีศาจม่วงต้อนจนตรอก ถ้าพวกเขาไม่ได้รวบรวมหินจักรวาล ในตอนนี้ แล้วจะรวบรวมเมื่อไหร่ล่ะ?
“ควั่บ ควั่บ”
เย่เฉินและเสี่ยวอี้อาศัยวิชาลับประกายสายฟ้ าที่มีอยู่และรีบไปที่ ลาแสงที่อยู่ห่างไกล ด้วยมือขวาที่ยื่นออกไป หินจักรวาลก็ถูก รวบรวม และพวกเขาก็ขึ้นไปตามลาแสง
“ไอ้เด็กโง่ หาที่ตาย!”
หลังจากที่ชางลู่สังเกตเห็นเย่เฉินและเสี่ยวอี้รีบไปยึดหินจักรวาล ความโกรธของเขาก็เพิ่มขึ้น เขาทิ้งปี้หลินไว้ข้างหลังแล้วพุ่งไปที่ ล าแสง
เมื่อความสนใจของชางลู่มุ่งไปที่เย่เฉินและเสี่ยวอี้ และเมื่อเขา กาลังจะไปคว้าหินจักรวาล ปี้หลินก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าโดยมี สายฟ้ าวูบวาบอยู่รอบตัวนาง
“วิชาลับ – ฝ่ ามือสายฟ้ าสวรรค์!”
ลาแสงสายฟ้ าปรากฏขึ้นระหว่างฝ่ ามือของปี้หลิน ปลายด้าน หนึ่งของลาแสงนี้เชื่อมต่อกับฝ่ ามือของปี้หลิน ในขณะที่ปลายอีก ด้านหนึ่งฟาดเข้ากับหลังของชางลู่ด้วยแรงที่เร็วเกินกว่าจะหลบเลี่ยง ได้
แซ่บ แซบ”-
ร่างของชางลู่กลายเป็ นสีด าไหม้ในทันทีและมีควันสีด าปรากฏ ขึ้น ลาแสงสายฟ้ าไม่ได้สร ้างความเสียหายต่อชางลู่มากนัก แต่เพียง ฉุดกระชากเขาไปทางด้านหลัง จากนั้นจึงเหวี่ยงเขากระเด็นออกไป ไกล
หลังจากที่ชางลู่เห็นเย่เฉินและเสี่ยวอี้รวบรวมหินจักรวาล ความ โกรธของเขาก็เดือดพล่าน เขาไม่ได้คาดหวังว่าปี้หลินจะปล่อยวิชา ลับของอสูรสายฟ้ าในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะสามารถป้ องกันตัวเองด้วย ปราณฟ้ าได้ทันเวลา แต่เขาก็ยังถูกเสาสายฟ้ าดึงกลับและส่งให้ตัว กระเด็นลอยไป
“บูม!”
ชางลู่บินไปข้างหลังหลายร ้อยเมตร กระแทกอย่างหนักกับพื้นที่ อยู่ไกลออกไป ทาให้เกิดเมฆฝุ่นและสิ่งสกปรกฟุ้ งขึ้นมา
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ชางลู่ก็บินขึ้นไปในอากาศด้วยท่าทางที่ ทุลักทุเล
“เจ้าไม่ได้บอกว่าเจ้าจะไม่ใช้วิชาลับของอสูรสายฟ้ าเหรอ?”
ชางลู่ค ารามด้วยความโกรธ วิชาผนึกดินยังคงไม่กระจายหายไป ทาให้ปี้หลินติดอยู่อย่างแน่นหนา
“ฮะ ข้าเคยพูดอะไรแบบนั้นหรือเปล่า? ผู้อาวุโสชางลู่ เจ้าคงได้ ยินผิดไป เจ้าใช ้วิชาลับเพื่อดักจับเด็กสาวเช่นข้า แต่เจ้าไม่อนุญาต ให้ข้าใช ้วิชาลับของเผ่าอสูรสายฟ้ า นั่นสมเหตุสมผลไหม? ถ้า ไม่เช่นนั้นเราสามารถขอให้ใครซักคนเป็ นผู้ตัดสินเรื่องนี้ได้!”
ปี้หลินดูไร ้เดียงสาโดยสิ้นเชิง
เผ่าอสูรสายฟ้ ามีวิชาลับมากมาย นอกเหนือจากการสวมชุด เกราะปีศาจม่วงทั้งชุดแล้ว ปี้หลินก็ไม่จาเป็ นต้องกลัวการโจมตีของ ชางลู่อีกด้วย ชางลู่ก็ไม่มีพลังเช่นกัน เขาถูกปี้หลินขัดขวาง ไม่ สามารถเข้าใกล้ลาแสงได้ เขารู ้สึกหงุดหงิดอย่างยิ่งในขณะที่เขา เฝ้ าดูเย่เฉินเก็บหินจักรวาลจ านวนมาก
“ทาไมฟู่อวี่และหลิ่วหมิงยังไม่มาที่นี่?”
ชางลู่หดหู่มาก หากนักสู้ธีรชนเทียมเทพสองคนภายใต้บัญชา ของเขาอยู่ที่นี่ เขาคงไม่อยู่ในสภาพนี้
มือขวาของปี้หลินปัดไปที่ผนึกดินที่อยู่ตรงหน้านาง กรงที่กักขัง นางไว้นั้นแตกออกพร ้อมกับเสียง “ปัง” ภายใต้การกดดันของนาง
“ดังนั้น เกราะปีศาจม่วงจึงทรงพลังถึงเพียงนี้!”
ปี้หลินเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ด้วยชุดเกราะปีศาจม่วงนี้ นางสามารถลืมได้ว่า ชางลู่นั้นเหนือกว่านางเพียงสองระดับเท่านั้น แม้ว่าเขาจะสูงกว่านางห้าระดับ แต่นางก็สามารถรับมือกับเขาได้ อย่างง่ายดาย
ชางลู่เห็นว่ากรงที่สร ้างขึ้นโดยวิชาผนึกดินของเขาไม่สามารถ ต้านทานการโจมตีจากปี้หลินได้ ตอนนี้เขาโกรธมากยิ่งขึ้น ด้วย เสียงตะโกนดัง เขาส่งวิชาผนึกดินที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง หลายเท่า
“บูม บูม บูม”
การต่อสู้ของปี้หลินและชางลู่ทาให้ท้องฟ้ ามืดลง
เย่เฉินและเสี่ยวอี้รวบรวมหินจักรวาลอย่างไม่หยุดยั้งและตอนนี้ ได้เอาไปมากกว่ายี่สิบก้อนแล้ว
“พวกเจ้าค่อนข้างช ้า ภายในไม่กี่นาที คนอื่นๆ ที่เหลือควรจะ มาถึงชั้นหกของเจดีย์วิญญาณ เมื่อถึงจุดนั้น หินจักรวาลอื่นๆ เหล่านี้จะไม่เป็ นของเจ้าอีกต่อไป!”
เสียงของอาจารย์สิงโตดังออกมาจากผนึกดาวฟ้ า
“อาจารย์สิงโต แล้วเราควรท าอย่างไรดี?”
เย่เฉินถาม
“เมื่อหินจักรวาลเหล่านี้ตรวจพบพลังปราณฟ้ า พวกมันจะหลบ โดยอัตโนมัติ”
“ใช้ร่างทิพย์ของเจ้าเปิดผนึกดาวฟ้ า!”
อาจารย์สิงโตพูดพร ้อมกับถอนหายใจ
ร่างทิพย์ของเย่เฉินขยายออกและโจมตีคาถาจ ากัดของผนึก ดาวฟ้ า รอยบากถูกสร ้างขึ้นโดยร่างทิพย์ของเย่เฉิน
อาจารย์สิงโตอ้าปากของเขาและสูดอากาศ ช่องว่างของผนึก กลายเป็ นกระแสวังวนที่แข็งแกร่งทันที หินจักรวาลที่อยู่ห่างไกลดู เหมือนจะถูกดึงดูดด้วยพลังมหาศาล บินไปยังฝ่ ามือของเย่เฉิน และ เข้าสู่พื้นที่ของผนึกดาวฟ้ าทันที
เย่เฉินใช ้วิชาลับประกายสายฟ้ าและบินขึ้นไปต่อไป ระหว่างทาง ของเขา หินจักรวาลทั้งหมดกลายเป็ นอุกกาบาตเล็กๆ ที่พุ่งตกลงไป ในผนึกดาวฟ้ า
“ว้าว ช่างน่าทึ่งจริงๆ หินจักรวาลมากมาย! ผู้เฒ่ากลุ่มนั้นใน เมืองโบราณเทียนหยวน – พวกเขาสร ้าง หินจักรวาล มากมายจากที่ ไหน? เย่เฉิน ไอ้หนูของข้า รีบบินขึ้นไปข้างบนอย่างรวดเร็ว เราได้ รวบรวม หินจักรวาล มากกว่าสามร ้อยยี่สิบก้อนแล้ว! ด่วน ด่วน ด่วน!