เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1210 ความเข้าใจโดยปริยาย
บทที่ 1210 ความเข้าใจโดยปริยาย
………………..
บทที่ 1210 ความเข้าใจโดยปริยาย
ซูอันไม่รู้ว่าหมี่ลี่กำลังคิดอะไรอยู่ เขาแค่ประหลาดใจที่พบบางสิ่งที่ยอดเยี่ยมจากการฆ่างูขี้เหร่ หมี่ลี่ไม่ตอบแม้ว่าเขาจะเรียกซ้ำสองสามครั้ง ดังนั้นเขาจึงวางดวงแก้วผู้รอบรู้ เดินไปด้านข้างปี่หลิงหลงและพูดว่า “ไม่ต้องกังวล สถานที่นี้ลึกมาก อสรพิษหยกจันทราได้วางผนึกป้องกันไว้หลายจุด ไม่มีใครเข้ามาในนี้ได้”
ปี่หลิงหลงกัดริมฝีปากและตอบว่า “แม้ว่าพวกเขาจะลงมาไม่ได้ แต่ในที่สุดเราก็ยังต้องกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ ไม่ดีเลยที่เราจะอยู่ที่นี่นานเกินไป”
ซูอันหัวเราะเบา ๆ “งั้นข้าจะพาเจ้ากลับขึ้นไป”
ในที่สุด ปี่หลิงหลงก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ขอบคุณ”
เมื่อซูอันกวาดสมบัติจากรังของอสรพิษ์หยกจันทราได้เกือบทั้งหมด เขาก็เรียกหมี่ลี่ ครั้งนี้หมี่ลี่ไม่ได้ล้อเล่นกับเขาและกลับเข้าไปในกระบี่ไท่เอ๋อร์อย่างเงียบ ๆ
ทำไมจู่ ๆ นางถึงดูเศร้าหมอง? ซูอันรู้สึกงงงวยเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ไม่มีทางที่เขาจะรู้ได้ เว้นแต่หมี่ลี่จะบอก เขารวบรวมความคิดก่อนที่จะโอบแขนรอบเอวของปี่หลิงหลง
ปี่หลิงหลงสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ถามว่า “เจ้าจะทำอะไร?”
ซูอันกลอกตา “แน่นอนว่าข้าจะพาเจ้าขึ้นไป แต่ด้วยการบ่มเพาะของเจ้า ย่อมไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำได้ เราจะกลับไปได้ยังไงหากข้าไม่โอบพาเจ้าไปด้วย”
ปี่หลิงหลงรู้สึกหนักใจ “แต่ด้วยสถานะของเรา มีสายตานับไม่ถ้วนคอยจับตามอง จะทำอะไรผิดพลาดไม่ได้เลย!”
ซูอันพูดไม่ออก “ทำอย่างกับว่าข้าไม่เคยกอดเจ้ามาก่อน กังวลอะไรนักหนา?”
ปี่หลิงหลงเริ่มตื่นตระหนก “แต่ปัญหาคือมีคนจำนวนมากเฝ้าดูอยู่ข้างนอก…”
ซูอันหัวเราะทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่นางพูด “เจ้าไม่ได้รังเกียจที่เรากอดกัน แต่แค่ไม่อยากให้คนอื่นเห็นใช่ไหม?”
ปี่หลิงหลงหันหน้าไปทางอื่น “อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
ซูอันรวบเอวเพรียวบางของนางเข้าหาตัว “ไม่ต้องห่วง ข้าจะปล่อยตัวเจ้าก่อนที่เราจะขึ้นสู่ผิวน้ำ”
ปี่หลิงหลงเผยอปากจะพูด แต่ในที่สุดก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ได้แต่ก้มหน้างุดหน้าแดงระเรื่อ ซูอันต้องยอมรับว่า แม้ว่าปกติแล้วผู้หญิงคนนี้จะทำตัวแข็งแกร่ง แต่ร่างกายของนางก็นุ่มนิ่มจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าพวกเขายังคงไม่เคลื่อนไหว ปี่หลิงหลงก็พูดด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงหึ่งของยุง “เรา… ไปกันเลยไหม?”
“จับให้แน่น” ซูอันตั้งสมาธิ จากนั้นจึงแตะเท้ากระทบพื้น ร่างของทั้งสองพุ่งออกไปราวกับลูกธนูออกจากแล่ง ออกจากรังของอสรพิษหยกจันทราและมุ่งสู่ผิวน้ำ
ปี่หลิงหลงประหม่า นางใช้พลังชี่เพื่อกักเก็บอากาศไว้รอบตัว ถึงอย่างนั้นก็แทบจะไม่พอ น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขาอยู่ในน้ำลึกเกินไป ที่นี่เป็นสถานที่ที่แม้แต่อสรพิษหยกจันทราซึ่งมีขนาดมหึมาก็สามารถว่ายน้ำได้อย่างอิสระ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่าสระลึกแค่ไหน
หลังจากนั้นไม่นาน สีหน้าของปี่หลิงหลงก็กลายเป็นเคร่งขรึม นางรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นลม นางประเมินต่ำเกินไปว่าพวกนางอยู่ลึกแค่ไหน อากาศรอบตัวเริ่มเบาบางลงก่อนที่จะถึงผิวน้ำ หายใจลำบากขึ้นเรื่อย ๆ
น้ำยิ่งลึก ธาตุน้ำที่บ้าดีเดือดจะโจมตีพลังชี่ของผู้บ่มเพาะอย่างโหดเหี้ยม ผู้บ่มเพาะอาจสามารถอยู่ใต้น้ำได้ครึ่งชั่วยาม*[1] ตามปกติ แต่ที่นี่ พวกเขาจะทนอยู่ได้เพียงเค่อ*[2] เดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นางกัดฟันและอดทนต่อไป มือเล็กของปี่หลิงหลงคว้าชายข้างตัวไว้ รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นจากแขนของเขา ช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปไม่นาน แต่กลับรู้สึกราวกับว่าต้องใช้เวลาหลายปี
ในเวลาต่อมาก็มองเห็นแสงด้านบนอย่างคลุมเครือ นางรู้ว่ากำลังจะถึงผิวน้ำ ปี่หลิงหลงรู้สึกสบายใจ แต่ก็ไม่สามารถยื้อไว้ได้อีกต่อไป การขาดอากาศทำให้จิตใจของนางขุ่นมัวเล็กน้อยและเผลอดื่มน้ำไปหลายอึก นางเริ่มดิ้นรนโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น ริมฝีปากนุ่มคู่หนึ่งก็กดทับริมฝีปากนาง รู้สึกว่ามีอากาศบริสุทธิ์พุ่งเข้าสู่ร่างกาย ปี่หลิงหลงรับอากาศที่ถูกป้อนให้อย่างตะกละตะกลาม จากนั้นจิตใจของนางก็สงบลงอีกครั้ง ดวงตาที่สวยงามเบิกกว้างทันที ตอนนี้นางเพิ่งรู้ตัวว่าทั้งสองคนกำลังจูบกัน
ราวกับมีการระเบิดในหัว แล้วทุกอย่างก็ว่างเปล่า จนถึงในวัยนี้นางยังไม่เคยจูบกับชายอื่นเลย แม้ว่าจะแต่งงานแล้วก็ตาม
ในฐานะกุลสตรีในห้องหอ นางได้รับการอบรมมารยาททุกประเภทตั้งแต่ยังเล็กและต้องทำตามกฎมากมาย พวกนางต้องแสดงตัวว่าเป็นสตรีที่ฉลาดและมีคุณธรรม เมื่อนางได้รับเลือกให้เป็นองค์หญิงรัชทายาท ส่วนหนึ่งของชีวิตของนางก็ยิ่งเข้มงวดมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือตระกูลปี่ ต่างก็ประคบประหงมปกป้องนางเหมือนไข่ในหิน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ได้ ในที่สุดปี่หลิงหลงก็กลายเป็นองค์หญิงรัชทายาทที่สมบูรณ์แบบ
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ทั้งสองได้อยู่ใกล้ชิดกันโดยไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น นางก็มีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เหตุผลอันทรงพลังของนางได้เตือนว่านี่เป็นแผนการของศัตรู ไม่ใช่ความยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย
แต่ตอนนี้? นางกำลังถูกผู้ชายจูบในขณะที่มีสติสมบูรณ์ดี!
สิ่งที่ทำให้นางตกใจยิ่งกว่าคือ ตอนนี้นางไม่ได้อึดอัดหรือรำคาญอย่างที่คิด ไม่ได้ผลักไสเขาออกไปตามสัญชาตญาณด้วยซ้ำ
เขาทำเพื่อช่วยข้าเท่านั้น… ใช่ แค่นั้นแหละ ปี่หลิงหลงปลอบใจตัวเองอย่างต่อเนื่อง จากนั้นนางก็หลับตาลงช้า ๆ
ซูอันเกือบจะหัวเราะเมื่อเห็นปฏิกิริยาของปี่หลิงหลง เดิมทีเขาให้อากาศแก่นางเท่านั้น แต่ตอนนี้ดูราวกับว่านางเต็มใจอย่างเต็มที่ เขาจึงยังคงจูบนางอย่างอ่อนโยนอ้อยอิ่ง
ร่างกายทั้งหมดของปี่หลิงหลงสั่นสะท้าน เขาจูบข้าจริง ๆ แล้ว… จริง ๆ แล้ว…
แต่นางก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน ทำได้เพียงหลับตาแน่นราวกับว่าไม่รู้อะไรเลย
ไม่นานนัก เสียงที่อ่อนโยนก็พูดขึ้นข้างหู “เราเกือบจะถึงผิวน้ำแล้ว”
จากนั้นปี่หลิงหลงก็ตอบสนองและลืมตาขึ้น มองเห็นฝูงชนที่กระวนกระวายอยู่ริมฝั่งได้ไม่ชัดเจนนัก นางอายมากและรีบผลักซูอันออกไป กระโดดขึ้นจากน้ำด้วยตัวเอง
“องค์หญิงรัชทายาท!”
นายน้อยหลายคนที่รออยู่ริมฝั่งแห่กันมาล้อมรอบตัวนาง
อย่างไรก็ตาม อีกร่างหนึ่งซึ่งเร็วกว่านั้น หาเสื้อคลุมจากที่ไหนไม่รู้มาพันรอบตัวนาง คลุมร่างที่เปียกโชกและเย้ายวนเอาไว้
องค์หญิงรัชทายาทรู้สึกอบอุ่นภายในใจ ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะเอาใจใส่ข้าเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เมื่อนางเห็นสีหน้าของคนอื่น นางก็กระแอมเบา ๆ ทันทีและพูดว่า “ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้ ท่านซู”
ซูอันยิ้ม “ถ้าไม่ใช่เพราะองค์หญิงรัชทายาททรงกระโดดลงไปและเบี่ยงเบนความสนใจของอสรพิษหยกจันทรา ข้าคงไม่สามารถฆ่ามันได้ง่าย ๆ พะย่ะค่ะ”
ทั้งสองคนเรียกกันและกันว่าหลิงหลงและอาซูใต้น้ำ แต่ต่อหน้าคนอื่น ๆ พวกเขาตกลงโดยปริยายที่จะกลับมามีความสัมพันธ์ตามปกติในแบบนายและบ่าว
*[1] หน่วยนับเวลาของจีน 1 ชั่วยาม นับเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
*[2] หน่วยนับเวลาของจีน 1 เค่อ นับเป็นเวลา 15 นาที
………………..