เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1296 ล่มสลาย
บทที่ 1296 ล่มสลาย
………………..
บทที่ 1296 ล่มสลาย
“อะไรนะ!?” หมี่ลี่และปี่หลิงหลงต่างร้องออกมาเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้
สีหน้าของซูอันยังคงสงบ “ร่างกายของเขาใกล้จะแตกสลายตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะทักษะของข้าในการซ่อมแซมร่างกาย เขาคงสลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว”
หมี่ลี่คิดกับตัวเองว่า ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเช่นนี้! นางถอนหายใจและพูดว่า “ขอบคุณ!” นางสับสนมาโดยตลอด เหตุใดซูอันจึงไม่มีอะไรผิดปกติแม้ว่าเขาจะใช้ ‘คีย์บอร์ด จงมา!’ เพื่อทำสิ่งที่ไร้สาระ ปรากฏว่าอิ่งเจิ้งช่วยเขาเอาไว้!
“เจ้ายินดีจะขอบคุณข้าจริง ๆ เหรอ?” ซูอันตกใจมาก แต่ก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่ามันเป็นเพราะผู้ชายที่เขาครอบครองร่างอยู่ ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ อย่างไรก็ตาม ชายคนนี้เป็นศิษย์ของหมี่ลี่ ดังนั้นเขาจึงปล่อยมันไป
“หากไม่ใช่เพราะร่างกายของเขาได้รับการหล่อหลอมหลายครั้งโดยวิชาปฐมบทแรกเริ่ม เขาคงทรุดตัวลงไปแล้ว” ซูอันขมวดคิ้ว “แต่ถึงอย่างนั้นข้าทำได้เพียงชะลออัตราการเสื่อมสลายนี้ เมื่อข้าจากไปแล้ว น่ากลัวว่า…”
สีหน้าของหมี่ลี่เปลี่ยนไป นางถามอย่างรวดเร็วว่า “เจ้าจะไปเมื่อไหร่?”
“เร็ว ๆ นี้…” เสียงของซูอันค่อย ๆ แผ่วลง จากนั้นดวงวิญญาณที่คลุมเครือและโปร่งใสของอิ่งเจิ้งก็ออกจากร่าง
หมี่ลี่ตื่นตระหนก “เจ้าไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้ได้ยังไง!?”
อิ่งเจิ้งรู้สึกรำคาญ ก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนนี้รีบเร่งให้เขาออกมา แต่ตอนนี้นางโทษว่าเขาออกมาเร็วเกินไป คิดว่าข้าไม่อยากอยู่ที่นี่งั้นเหรอ? วิญญาณของเขาเริ่มที่จะกระจัดกระจายไปแล้วเมื่อคำพูดสุดท้ายของปฐมจักรพรรดิก้องไปในอากาศ “ข้าได้ทิ้งครึ่งหลังของวิชาปฐมบทแรกเริ่มไว้ในห้วงสำนึกของเขาแล้ว…”
ก่อนที่จะพูดจบประโยค วิญญาณของเขาก็กระจัดกระจายไปหมด จักรพรรดิแห่งยุคได้หายไปจากโลกตลอดกาล แม้แต่หมี่ลี่ที่เกลียดเขาอย่างสุดซึ้งมานานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ
จู่ ๆ ซูอันก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก
ปี่หลิงหลงร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก นางรีบเข้าไปพยุงเขา “อาซู! อาซูเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” นางสามารถเห็นรอยแตกที่ปกคลุมผิวหนังของซูอัน บางส่วนของร่างกายของเขาดูเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ร่างกายพยายามอย่างมากที่จะฟื้นตัว แต่ความเร็วในการฟื้นตัวนั้นด้อยกว่าอัตราการเสื่อมสลายอย่างมาก
ซูอันหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “ข้าคิดว่าตัวเองอาจจะระเบิดตายไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดเราก็ฆ่าหมึกโง่ ๆ ตัวนั้นได้”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ปี่หลิงหลงก็รู้ว่าซูอันของนางกลับมาแล้ว “เจ้ารู้ไหมว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน? ยังจะมาล้อเล่นอยู่ได้ยังไง? รีบกินยาเหล่านี้ซะ!” นางหยิบยาล้ำค่าออกมาในขณะที่พูด
“ไร้ประโยชน์” ซูอันส่ายศีรษะ เขาหยิบขวด ‘น้ำยาศรัทธาพี่น้อง’ ออกมาจากดวงแก้วผู้รอบรู้ นี่เป็นขวดยาฟื้นฟูสมรรถภาพเพียงขวดเดียวที่เหลืออยู่ เขามักจะลังเลที่จะใช้มัน แต่ถ้าไม่ใช้ตอนนี้ก็จะไม่มีโอกาสในภายหลัง
เขาดื่มยาอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าอาการบาดเจ็บที่ร่างกายนั้นได้รับการหล่อเลี้ยง ผิวที่แตกร้าวอย่างต่อเนื่องก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเช่นกัน แต่ซูอันยังไม่รู้สึกมีความสุข เพราะเขารู้ว่านี่คือ ‘น้ำยาศรัทธาพี่น้อง (เล็ก)’ ไม่เพียงพอที่จะรักษาร่างกายให้หายขาดได้
แน่นอนว่าผิวหนังของเขาแตกออกจากกันอีกครั้งด้วยอัตราที่ช้ากว่าเดิมเล็กน้อย และในไม่ช้าคงจะแตกสลายโดยสิ้นเชิง เขาพูดพร้อมกับถอนหายใจ “ข้าคิดว่าข้าคงต้องตายอยู่ที่นี่”
“อาซู…” ปี่หลิงหลงพุ่งเข้ามากอดเขา น้ำตาไหลอาบใบหน้า รูปลักษณ์ภายนอกที่แข็งแกร่งของนางไม่มีให้เห็นอีกแล้ว
ซูอันอยากจะลูบศีรษะนางเพื่อปลอบใจ แต่เขาไม่สามารถทำอะไรง่าย ๆ แบบนั้นได้อีกแล้ว เขาทำได้เพียงกอดนางด้วยรอยยิ้มขอโทษในขณะที่พูดกับหมี่ลี่ว่า “อาจารย์ ข้าอาจจะลากท่านไปกับข้าด้วย..”
หมี่ลี่ย่อตัวลงข้าง ๆ มือเย็นเฉียบของนางกดลงบนผิวหนังของเขาเพื่อตรวจชีพจร นางตรวจสอบสภาพของตัวเองในขณะที่ตอบว่า “ก่อนหน้านี้ข้าคงตายไปแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าจะโทษเจ้าทำไม?”
ซูอันต้องการพูดอย่างอื่น แต่หมี่ลี่หยุดไว้ “อย่าเพิ่งคิดเรื่องอื่นในตอนนี้ อิ่งเจิ้งให้ครึ่งหลังของวิชาปฐมบทแรกเริ่มแก่เจ้าใช่ไหม?”
ซูอันเปล่งเสียงอืมตอบรับ เขาไม่สามารถแม้แต่จะพยักหน้า รู้สึกปวดราวกับกำลังศีรษะจะระเบิด เลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดแล้ว
ดวงตาของหมี่ลี่หรี่ลงเมื่อเห็นสิ่งนี้ นางพูดอย่างรวดเร็วว่า “รีบฝึกครึ่งหลังโดยเร็ว”
“มันไร้ประโยชน์แม้ว่าข้าจะฝึกฝนก็ตาม” ซูอันพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างขมขื่น เขาไม่ได้หมดสติเมื่ออิ่งเจิ้งเข้าครอบงำร่างกาย เขาสัมผัสได้ว่า แม้ว่าอิ่งเจิ้งจะใช้วิชาปฐมบทแรกเริ่มเพื่อรักษาร่างกายของเขาไว้ แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดมันจากการเสื่อมสลายได้
การสะท้อนกลับของ ‘คีย์บอร์ด จงมา!’ นั้นทรงพลังถึงเพียงนี้ โชคดีที่เสี้ยววิญญาณของอิ่งเจิ้งมีอยู่จริง เขาจึงไม่ได้สร้างอิ่งเจิ้งขึ้นมาจากความว่างเปล่า นั่นทำให้การสะท้อนกลับเบาลงเล็กน้อย ไม่อย่างนั้นร่างกายคงระเบิดทันทีที่เขาพูดจบ แต่ถึงอย่างนั้นการสะท้อนกลับก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถต้านทานได้
แม้ว่าจะพูดว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่การยอมแพ้ไม่ใช่นิสัยของเขา เขาพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อใช้พลังปฐมบท อิ่งเจิ้งใช้วิชาปฐมบมแรกเริ่มครึ่งหลังบนร่างกายของเขาก่อนหน้านี้แล้ว และการไหลของพลังชี่ ยังคงอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถฝึกฝนมันได้ในสภาพร่างกายปัจจุบัน
หมี่ลี่พยักหน้า แต่นางยังคงพูดว่า “เจ้าไม่ได้บอกว่ามันไม่มีประโยชน์เหรอ? ทำไมเจ้ายังทำอย่างนั้นอยู่”
ซูอันหัวเราะเบา ๆ “ข้าไม่ได้อยู่เพื่อตัวเอง ถ้าข้าอยู่ได้นานขึ้น ท่านก็อยู่ได้นานขึ้น ข้าสามารถมองท่านได้นานขึ้นอีก”
หมี่หลี่เริ่มเหม่อลอย เจ้าอันธพาลคนนี้ยังกล้าแกล้งอาจารย์ของเขา! ใบหน้าของนางร้อนขึ้นเล็กน้อยขณะที่มองปี่หลิงหลงโดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตามปี่หลิงหลงยังคงร้องไห้อย่างขมขื่นจนไม่ได้สังเกตเห็นอะไรแปลก ๆ หมี่ลี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ซูอันแทบจะไม่สามารถไหลเวียนครึ่งหลังของวิชาปฐมบทแรกเริ่มผ่านร่างกายของเขาได้เลยสักครั้ง จากนั้นเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “ข้าไม่คิดว่าข้าจะ…ข้าคงทนอีกไม่ได้แล้ว ดังนั้น…” เขาหมดสติไปก่อนจะพูดจบ
ปี่หลิงหลงตื่นตระหนก “อาจารย์ ทำไมเขาถึงไม่ดีขึ้น!”
หมี่ลี่ถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าการฝึกฝนครึ่งหลังไม่เพียงพอสำหรับการรักษาเขา”
“แล้วนี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะตายเหรอ?” ปี่หลิงหลงมองซูอันด้วยความทุกข์ใจ ประคองเขาไว้ในอ้อมแขน กัดริมฝีปากแรงจนเลือดไหล
“มีอีกทางหนึ่ง” หมี่ลี่พูดขึ้นทันที
“มันคืออะไร?” ปี่หลิงหลงรู้สึกราวกับได้พบบางสิ่งที่แทบจะจับต้องไม่ได้หลังจากตกลงไปในเหวลึกที่ไม่มีที่สิ้นสุด นางจับมือของหมี่ลี่ไว้แน่น แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง มือนั้นกลับให้ความรู้สึกที่เย็นเยียบ…
………………..