เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1332 สำรวจยามค่ำคืน
บทที่ 1332 สำรวจยามค่ำคืน
………………..
บทที่ 1332 สำรวจยามค่ำคืน
ซูอันหัวเราะและตบไหล่ของนาง “เจ้ามาเยี่ยมข้ามีอะไรหรือเปล่า?”
ร่างกายของซ่างเฉี่ยนแข็งทื่อเมื่อเขาสัมผัสถูกเนื้อตัว นางหลบไปด้านข้างอย่างระมัดระวัง “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? ชายหญิงไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวกันง่าย ๆ!”
ซูอันหัวเราะเบา ๆ “ตอนนี้เจ้าแต่งตัวเป็นผู้ชาย ดังนั้นเจ้าจึงเป็นผู้ชายในสายตาของทุกคน ผู้ชายกอดกันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? ถ้าเจ้าหลบหน้าข้าแบบนี้ก็รังแต่จะสร้างความสงสัยให้ตัวเอง ในเมืองหลวงมีคนจำนวนมากที่จับตามองข้า เจ้ารู้ไหม?”
ซ่างเฉี่ยนรู้ว่าสิ่งที่ซูอันพูดเป็นความจริง เขาเป็นผู้รอดชีวิตคนสำคัญในมิติลับ ในระดับหนึ่งเขากลายเป็นจุดสนใจเพราะเรื่องราวขององค์รัชทายาทและการต่อสู้ของราชันลมปราณ มีสายตาจากทั้งสองฝ่ายจับจ้องเขา และแม้แต่บุคคลที่สามก็ยังเฝ้าดูการกระทำของเขาอย่างระมัดระวัง
นั่นเป็นเหตุผลที่ซ่างเฉี่ยนต้องปลอมตัวเมื่อมาพบกับซูอัน นางไม่ต้องการเปิดเผยเจตนาของตระกูลซ่างอย่างรวดเร็ว นางหยุดดิ้นรน โชคดีที่ซูอันไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าแตะไหล่และไม่ดูหมิ่นนางมากเกินไปกว่านี้ นางถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“พ่อของข้าบอกว่าเจ้าอาจต้องการความช่วยเหลือ เขาจึงส่งข้ามา” ซ่างเฉี่ยนหน้าแดง นางไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชายอื่นมาก่อน
ซูอันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ดูเหมือนท่านซ่างจะสนใจข้าจริง ๆ! ถูกต้องแล้วว่าข้ากำลังอยู่ในจุดที่ค่อนข้างลำบากใจ”
เขาบอกนางเกี่ยวกับงานที่จักรพรรดิมอบหมายให้ “ข้าไม่เข้าใจว่าการสืบสวนแบบนี้จะทำอะไรได้บ้าง ไม่มีทางที่คฤหาสน์ราชันลมปราณจะให้ความร่วมมือ และแม้ว่าจะมีการสอบสวน ฝ่าบาทก็มอบหมายให้คนอื่นสอบสวนไม่ได้เหรอ? ทำไมต้องเลือกข้าด้วย ข้าทำลายแผนการของราชันลมปราณในมิติลับไปแล้ว ย่อมเป็นเป้าหมายในการล้างแค้นอยู่แล้ว”
ซ่างเฉี่ยนขมวดคิ้วและคิดกับตัวเองอยู่พักหนึ่ง ซูอันมองนางด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผู้หญิงคนนี้สวยและมีเสน่ห์ แม้ว่านางจะขมวดคิ้วก็ตาม
“ข้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฝ่าบาทต้องจงใจส่งเจ้ามางานนี้โดยเฉพาะ…” ดวงตาของซ่างเฉี่ยนเป็นประกายขึ้นมาทันที นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่างด้วยความตื่นเต้น แต่ก็หยุดกะทันหันเมื่อเห็นสายตาที่แผดเผาของซูอัน
ซูอันหัวเราะและตอบว่า “เจ้าเริ่มเป็นคนพูดจาขวานผ่าซากตั้งแต่เมื่อไร? แน่นอนว่าจักรพรรดิจงใจส่งข้ามาที่นี่”
ซ่างเฉี่ยนมองเขาด้วยความรำคาญ แต่ก็ยังอธิบายว่า “สิ่งที่ข้าพยายามจะพูดก็คือ ฝ่าบาทไม่เคยตั้งใจให้เจ้ารู้อะไรเลย เหตุผลที่เขาส่งเจ้ามาก็เพื่อ… รบกวนราชันลมปราณ”
นางแอบดูซูอันขณะที่พูด เมื่อนางเห็นว่าเขาไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรมากนักจึงพูดต่อว่า “งานนี้ก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของราชันลมปราณเช่นกัน หากความสงสัยของข้าถูกต้อง ฝ่าบาทกำลังวางแผนบางอย่างเพื่อต่อต้านราชันลมปราณ”
ซูอันเลิกคิ้วขึ้น เขาคิดว่าเหตุผลที่จักรพรรดิส่งเขามาใกล้ชิดกับราชันลมปราณคือมอบวิชาปลอมให้ ไม่คิดว่าจักรพรรดิจะซ่อนแผนมากกว่านี้
“น้องฉียนเอ๋อร์ ข้ามีความคิดเห็นใหม่เกี่ยวกับเจ้า!” มือของซูอันบนไหล่ของนางหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย
ซ่างเฉี่ยนมองเขาอย่างหงุดหงิด “กังวลเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าเถอะ! แม้ว่าฝ่าบาทจะไม่หวังให้เจ้าพบสิ่งใด แต่การเตร็ดเตร่รอบคฤหาสน์ราชันลมปราณมีแต่จะทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย เจ้าคือเหตุผลว่าทำไมราชันลมปราณถึงเสียเปรียบอย่างมากในตอนนี้ หากเจ้ายังคงเต้นล่อต่อหน้าพวกเขาแบบนี้ แม้ว่าราชันลมปราณจะทนได้ แต่ลูกน้องของเขาก็ไม่ยอม”
ซูอันพยักหน้า เขาได้เห็นแล้วว่าท่าทีของราชันลมปราณนั้นพอใช้ได้ แต่คนอื่น ๆ จากคฤหาสน์ราชันลมปราณเช่นเดียวกับอวี้หนานและคนอื่น ๆ ต่างก็เกลียดเขา ถ้าเขาพบคนเหล่านั้นเป็นการส่วนตัวจะโดนปฏิบัติอย่างไรบ้างก็สุดจะรู้
“แล้วข้าจะทำอะไรได้? ข้าไม่สามารถตรวจสอบศพพระชายาได้ และไม่มีร่องรอยอะไรเลย” ซูอันค่อนข้างเดือดดาล
ซ่างเฉี่ยนมีความสุขจริง ๆ ที่ได้เห็นซูอันผิดหวังสักครั้ง “ข้าคิดว่าเป็นการดีที่สุดถ้าเจ้าเลิกคิดแบบนั้น แม้ว่านางจะเป็นเพียงพระชายาเล็ก ๆ คนหนึ่ง แต่นางก็เป็นผู้หญิงของราชันลมปราณ ไม่มีทางที่เขาจะให้เจ้าตรวจสอบศพของนาง จักรพรรดิก็จะไม่เรียกร้องเช่นกัน”
ซูอันถามว่า “มีเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพหญิงในเมืองหลวงบ้างหรือไม่?”
ซ่างเฉี่ยนส่ายศีรษะ “เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพมักจะทำงานกับศพที่เน่าเปื่อย ดังนั้นจึงมักเป็นผู้ชาย ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีผู้หญิงคนไหนเต็มใจที่จะทำแบบนั้น”
ซูอันเย้ยหยัน “ข้าเชื่อในความเท่าเทียมทางเพศ ทำไมพวกเจ้าถึงเลือกปฏิบัติกับเรื่องเพศ?”
“ความเท่าเทียมทางเพศ?” ดวงตาของซ่างเฉียนเป็นประกาย “ปกติเจ้าพูดแต่เรื่องไร้สาระ แต่นี่เป็นสิ่งที่ดี เพียงเพราะเจ้าพูดอย่างนี้ ครั้งนี้ข้าสามารถช่วยเจ้าได้อย่างเต็มใจ”
“เจ้ารู้จักเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพหญิงไหม?” ซูอันถามอย่างสับสน
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากทำแบบนั้น แต่…” เสียงของซ่างเฉี่ยนเปลี่ยนไปเมื่อนางพูดว่า “ข้าพอจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง”
ซูอันตกตะลึง “ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องอะไรแบบนี้ได้?”
“มีช่วงหนึ่งที่ข้าเบื่อ ข้าเลยเรียนรู้เกี่ยวกับทุกอาชีพนิดหน่อย” ซ่างเฉี่ยนพูดด้วยความลำบากใจ ท้ายที่สุดแล้วการเล่นกับสิ่งต่าง ๆ เช่น ซากศพ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงควรจะภูมิใจ “แม้ว่าข้าจะรู้บางอย่าง แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีทางที่คฤหาสน์ราชันลมปราณจะให้เราตรวจสอบศพของนาง”
ซูอันยิ้ม “ข้ามีวิธี!”
…
เมื่อตกดึก เขาพาซ่างเฉี่ยนไปใกล้คฤหาสน์ราชันลมปราณ นางมองไปที่กำแพงสูงและถามขณะที่กลอกตา “นี่คือวิธีของเจ้าเหรอ?”
ซูอันเตรียมเครื่องมือที่ต้องการในขณะที่พูดว่า “ในเมื่อพวกเขาไม่มีทางเห็นด้วยกับการตรวจสอบ เราจะทำมันเอง ไม่ต้องกังวล ข้ามีหน้ากากที่จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเจ้า พวกมันจะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเจ้าแม้ว่าเราจะถูกจับได้ก็ตาม”
ซ่างเฉี่ยนอดไม่ได้ที่จะแก้ไขคำพูดของเขา “พวกเขาจะหาว่าเราสวมหน้ากากถ้าถูกจับได้อยู่แล้ว! แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย!”
“งั้นก็อย่าโดนจับได้สิ” ซูอันช่วยนางสวมหน้ากากขณะที่พูด นี่คือหน้ากากที่เขาได้รับจากเฉินเซวียนแห่งค่ายเมฆาทมิฬ พวกมันจำเป็นอย่างยิ่งเวลาลงมือทำสิ่งเลวร้าย
ซ่างเฉี่ยนเริ่มตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจ “การรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ราชันลมปราณแน่นหนา มีผู้บ่มเพาะอยู่ทุกที่ เราถูกจับแน่ถ้าเข้าไปแบบนี้”
นางตัดสินใจแล้วว่าจะถอยกลับทันทีหากเขายืนกรานในเรื่องนี้ ท้ายที่สุด นางมีเรื่องตระกูลซ่างให้ต้องกังวลอยู่แล้ว
แต่ซูอันพูดอย่างจริงจังว่า “มีผู้บ่มเพาะคฤหาสน์ราชันลมปราณอีกมากมายในมิติลับ”
ซ่างเฉี่ยนตกตะลึงไปชั่วขณะเมื่อเห็นความแน่วแน่และมั่นใจในดวงตาของอีกฝ่าย แม้ว่านางอยากจะถอยออกไปเมื่อครู่ที่แล้ว แต่ตอนนี้นางเลือกที่จะเชื่อใจเขา
“อย่ากังวล แม้ว่าเราจะตกอยู่ในอันตรายก็ตาม ข้าจะช่วยเจ้า แม้ว่าข้าจะต้องสละความเป็นลูกผู้ชายของข้าก็ตาม” ซูอันกล่าวอย่างปลอบใจ
ซ่างเฉี่ยนโวยวาย ชายคนนี้ไม่สามารถทำตัวจริงจังตลอดเวลาได้แม้ในสถานการณ์เช่นนี้
“ไปกันเถอะ” ซูอันคว้ามือของซ่างเฉี่ยนแล้วกระโดดข้ามกำแพง
แม้ว่าคฤหาสน์ราชันลมปราณจะมีแนวป้องกันอยู่รอบ ๆ แต่ตามปกติมันจะเน้นเฉพาะบางห้องที่สำคัญ สถานที่อื่น ๆ พึ่งพายามลาดตระเวนมากขึ้น นี่ทำให้ซูอันมีโอกาส
ซ่างเฉี่ยนรู้สึกประหม่ามาก ท้ายที่สุดแล้ว สถานที่อย่างคฤหาสน์ราชันลมปราณก็เหมือนถ้ำเสือมาโดยตลอด แม้ว่าการบ่มเพาะของนางจะอยู่ในระดับแนวหน้าในหมู่รุ่นเดียวกัน แต่นางก็จะถูกค้นพบหลังจากบุกเข้าไปไม่นาน
แต่เมื่อนางเข้าร่วมกับซูอันทุกอย่างก็ราบรื่น พวกเขามักจะหลีกเลี่ยงทหารยามได้อย่างฉิวเฉียดเสมอ ราวกับว่าเขาสามารถล่วงรู้อนาคตได้
นางกำลังจะถามเขาว่าทำได้อย่างไร แต่ทันใดนั้นนางก็เห็นว่ากลุ่มทหารกำลังตรงมาที่พวกเขา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทหารอยู่ด้านหลังซึ่งมีเส้นทางลาดตระเวนตัดกับกลุ่มทหารที่อยู่ข้างหน้า รูปแบบการลาดตระเวนเช่นนี้ย่อมไม่มีจุดบอด
ใบหน้าของซ่างเฉี่ยนซีดเผือด เพราะพวกเขาไม่มีที่ให้วิ่งหนีแล้วและจะถูกค้นพบในไม่ช้า! จากนั้นผู้บ่มเพาะคฤหาสน์ราชันลมปราณจำนวนนับไม่ถ้วนจะตามมา
………………..