เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1336 บังเอิญ
บทที่ 1336 บังเอิญ
………………..
บทที่ 1336 บังเอิญ
ซูอันเกือบจะหัวเราะออกมา การแสดงของซ่างเฉี่ยนนี้ค่อนข้างดีทีเดียว! ข้าไม่ได้สอนนางว่าต้องทำอะไรด้วยซ้ำ! ใครจะไม่ต้องการพันธมิตรที่น่าเชื่อถือเช่นนี้?
อย่างไรก็ตาม ซ่างเฉี่ยนไม่จำเป็นต้องซ่อนใบหน้าตนเองเพราะนางอยู่ภายใต้อิทธิพลของตู้เสื้อผ้าของผินหรู สำหรับชิวเยว่แล้ว นางดูเหมือนพระชายาทุกกระเบียดนิ้ว
“พระชายา ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า! ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า!” ชิวเยว่ขยับถอยหลังอย่างลนลาน ได้แต่ก้มหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะที่น้ำตาไหลอาบใบหน้า
ซ่างเฉี่ยนตกใจมาก ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงกลัวขนาดนี้? การแสดงของข้าดีขนาดนั้นเลยเหรอ? แต่นางก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วเช่นกัน นางรีบฉวยโอกาสพูดว่า “เจ้าเป็นคนทำให้ข้าต้องตาย”
ชิวเยว่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะที่อธิบายว่า “ไม่ใช่ข้า! เมื่อข้าบอกท่านอ๋องเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าไม่รู้ว่าเขาจะฆ่าท่าน! พระชายาโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
ซูอันและซ่างเฉี่ยนต่างก็ตกใจ พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าฆาตกรจะเป็นราชันลมปราณ!
โดยไม่ต้องให้ซูอันบอก ซ่างเฉี่ยนถามทันทีว่าทำไมราชันลมปราณถึงฆ่านาง
ด้วยคำอธิบายที่ตะกุกตะกักของชิวเยว่ ในที่สุดทั้งสองคนก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าในวันนั้น พระชายาของราชันลมปราณได้แต่งกายอย่างพิถีพิถัน บางทีอาจเป็นเพราะนางไม่ได้พบกับราชันลมปราณนานเกินไป จากนั้นจึงออกไปนอกเรือน
สาวใช้เพิ่งบังเอิญเจอราชันลมปราณที่ลานเรือนและบอกเขาอย่างมีความสุขว่าเจ้านายของนางกำลังจะไปเยี่ยมเขา สีหน้าของราชันลมปราณเปลี่ยนไปเล็กน้อยในทันที เมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงรีบจากไป
จากนั้นมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพระชายาในคืนนั้น ชิวเยว่รู้สึกหวาดกลัว แต่ในฐานะคนที่อยู่มาเป็นเวลานานในคฤหาสน์อ๋องแห่งนี้ นางรู้ว่าต้องทำอะไรเพื่อความอยู่รอด นางไม่กล้าพูดอะไรไม่ว่าใครจะถาม และแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรเลย นั่นคือวิธีที่นางสามารถมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้
สิ่งที่นางกังวลที่สุดในตอนนั้นก็คือ ราชันลมปราณเลือกที่จะฆ่าปิดปากนาง อย่างไรก็ตาม ราชันลมปราณไม่เคยทำอะไรเลยซึ่งทำให้นางสงบลงเล็กน้อย
ซูอันกดจุดชีพจรของชิวเยว่แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “พระชายาคนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว ถ้าสาวใช้ส่วนตัวของนางตายเร็วขนาดนั้น ใคร ๆ ก็คงสงสัย นั่นเป็นเหตุผลที่ราชันลมปราณอาจตัดสินใจที่จะเสี่ยงรักษาชีวิตของนางไว้”
ซ่างเฉี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย “แต่ตามที่นางพูด เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมราชันลมปราณถึงฆ่านาง เท่าที่ข้ารู้ พระชายาผู้นี้งดงามตั้งแต่ยังสาว นับตั้งแต่ที่นางเข้ามาในคฤหาสน์อ๋องเมื่อไม่กี่ปีก่อน นางได้รับความโปรดปรานจากราชันลมปราณเสมอ ทำไมเขาถึงฆ่านางโดยไม่มีเหตุผล”
ซูอันนึกถึงลักษณะของผู้หญิงที่อยู่ในโลงศพ นางสามารถเรียกได้ว่างดงาม หรืออย่างน้อยก็สวยกว่าพระชายาคนอื่น ๆ ของราชันลมปราณ อีกทั้งยังสาวกว่า สีหน้าของเขาแปลกไปในขณะที่ครุ่นคิด “พระชายาคบชู้งั้นเหรอ?” นี่เป็นเหตุผลเดียวที่เขาคิดได้ว่าทำไมผู้ชายถึงฆ่าผู้หญิงที่ตนเองรัก
“นั่นเป็นไปได้มากที่สุด” ซ่างเฉี่ยนหน้าแดง “แต่ใครจะกล้าไปยุ่งกับผู้หญิงของราชันลมปราณ?”
ซูอันก็มีสีหน้าแปลก ๆ ข้ายังนอนกับผู้หญิงของจักรพรรดิมาแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ? อย่างไรก็ตาม เขาเงยหน้าขึ้นมองไปข้างนอกและพูดว่า “ใกล้สว่างแล้ว ออกเดินทางกันเถอะ”
ซ่างเฉี่ยนพยักหน้า นี่ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเขาอยากจะอยู่เป็นเวลานานอย่างแน่นอน นางตกตะลึงเมื่อเห็นซูอันอุ้มร่างของชิวเยว่และยกขึ้นพาดบนไหล่
ซูอันตอบว่า “นี่คือพยานคนสำคัญ ราชันลมปราณอาจฆ่านางได้ทุกเวลาหากเราปล่อยนางไว้ที่นี่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดีกว่าที่เราจะพานางออกไปด้วย”
ซ่างเฉี่ยนลังเล “แต่พยานอย่างเดียวอาจไม่พอ…” นางมองดูโลงศพ “ข้าคิดว่าเจ้าควรนำศพของพระชายาไปด้วย จะได้มีหลักฐาน”
ซูอันส่ายศีรษะ “การลักพาตัวสาวใช้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การขโมยศพพระชายาถือเป็นความผิดมหันต์ เราจะไม่สามารถแบกรับผลที่ตามมาจากการตำหนิของราชันลมปราณได้ เรากำลังสืบสวนคดีอยู่ ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาทิ้ง”
ซ่างเฉี่ยนยังคงลังเล “ทำไมข้าถึงรู้สึกราวกับว่าเจ้าไม่ต้องการตัดสินราชันลมปราณให้มีความผิดทางอาญา”
“เจ้ากำลังคิดมากเกินไป ออกไปจากที่นี่กันเถอะ” ซูอันยิ้ม แต่ในใจตื่นตระหนก ผู้หญิงคนนี้เฉียบแหลมเกินไป! เขาไม่ต้องการให้ราชันลมปราณพ่ายแพ้ หากเป็นเช่นนั้น จะไม่มีใครสามารถควบคุมจักรพรรดิได้อีกต่อไป! นั่นมีแต่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ ยากขึ้นสำหรับเขา
แน่นอนว่าไม่มีทางที่ซูอันจะแบ่งปันความคิดเหล่านั้นกับตระกูลซ่าง แม้ว่าพวกเขาจะบอกว่าต้องการเป็นพันธมิตรด้วย แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยู่ฝ่ายจักรพรรดิมาก่อน ใครจะรู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่?
หลังจากสิ่งที่พวกเขาประสบมาแล้ว ประกอบกับความจริงที่ว่า ในเวลานั้นคนส่วนใหญ่กำลังพักผ่อน พวกเขาสามารถออกจากคฤหาสน์ราชันลมปราณได้อย่างราบรื่น
ซ่างเฉี่ยนมองไปที่ชิวเยว่ซึ่งซบไหล่ของซูอันและถามด้วยความสงสัยว่า “เจ้ามีที่ให้นางอยู่เหรอ?”
ซูอันไม่ตอบกลับ แต่มองนางด้วยรอยยิ้มเท่านั้น สีหน้าของซ่างเฉี่ยนเปลี่ยนไป “เจ้าอยากจะทิ้งนางไว้กับข้าเหรอ? ไม่มีทาง ไม่ได้อย่างแน่นอน!”
ซูอันกล่าวว่า “เจ้ารู้ว่ามีสายตามากมายที่เฝ้าดูเรือนของข้า ถ้าข้าพานางกลับไปย่อมจะถูกพบอย่างง่ายดาย ข้าไม่มีที่อื่นให้นางอยู่แล้ว! เจ้าเป็นคนเดียวที่ช่วยข้าได้ เราเป็นพันธมิตรกันไม่ใช่เหรอ?”
ซ่างเฉี่ยนปฏิเสธ “ตระกูลของเรามีคนจำนวนมากที่คอยจับตาเช่นกัน!”
ซูอันพูดด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้ จักรพรรดิได้ใช้เงินของพ่อเจ้าแล้วในการให้อภัยความผิดของเขา ทำให้เขาได้รับตำแหน่งสำคัญในสำนักราชเลขาธิการ คนที่คอยจับตาถูกดึงตัวกลับไปแล้ว น้องเฉี่ยนเอ๋อร์ช่วยข้าหน่อย เดี๋ยวพี่ใหญ่จะให้อมยิ้มนะ”
“อย่าพยายามติดสินบนข้าด้วยอมยิ้ม!” สีหน้าของซ่างเฉี่ยนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง แต่สุดท้ายนางก็ยังยอมให้กับการตื๊อของเขา “นี่จะเป็นครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีครั้งต่อไป!…”
ซูอันหัวเราะเบา ๆ และตบไหล่ของนาง “ขอบคุณ น้องเฉี่ยนเอ๋อร์”
ทั้งสองคนใกล้ชิดกันในโลงศพมากเสียจนซ่างเฉี่ยนชินกับการสัมผัสของเขาแล้ว นอกจากนี้ นางกำลังยุ่งอยู่กับการคิดหาวิธีจัดการกับสาวใช้จนไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรผิดปกติ
ทั้งสองคนระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ส่งเสียงดัง เพราะกลัวความลับจะถูกเปิดเผยขณะที่แอบเข้าไปในลานด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลซ่าง แต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจู่ ๆ จะมีเสียงไอเบา ๆ ทันทีที่เข้าไปด้านใน
“ใครน่ะ?” เสียงหนึ่งดังขึ้น จากนั้นกระบี่ที่ส่องแสงพุ่งออกมาทางพวกเขา แต่ซูอันสามารถคว้าปลายกระบี่ไว้ด้วยนิ้วในเสี้ยวเวลาวิกฤต
“อาซู?” เสียงผู้หญิงประหลาดใจ ทั้งสองหันกลับมา สาวงามที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นใครได้อีก ถ้าไม่ใช่เจิ้งตาน?
“ยังไม่นอนอีกเหรอ?” ซูอันถาม เกือบจะคิดว่าพลาดไปแล้ว พวกเขาอยู่รอดปลอดภัยดีจากคฤหาสน์ราชันลมปราณที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา ดังนั้นหากถูกค้นพบในตอนนี้ นั่นคงจะเป็นเรื่องน่าสลดใจอย่างยิ่ง!
“ข้าตื่นกลางดึกและนอนไม่หลับ จากนั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างข้างนอก เลยคิดว่ามีคนบุกเข้ามา” เจิ้งตานวางอาวุธและหัวเราะอย่างเขินอาย ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นหัวหน้ากลุ่มวาฬ ดังนั้นจึงมีความระแวดระวังมากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์บางอย่างอยู่รอบ ๆ ดังนั้นนางจึงสังเกตเห็นมันเมื่อพวกเขาเดินผ่านมา
………………..