เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1350 ปี่เซี่ยง
บทที่ 1350 ปี่เซี่ยง
………………..
บทที่ 1350 ปี่เซี่ยง
ชายรูปงามคนนั้นคือผู้ช่วยสมุหราชเลขาธิการอวี้หนาน เหตุผลที่เขามาที่หอเทียบเชิญสีชาดไม่ใช่เพราะต้องการได้ยินชื่ออย่างเป็นทางการของตัวเอง เขาชอบให้คนอื่นเรียกว่านายน้อย และคนรอบข้างก็รู้ดีเกี่ยวกับความชอบนี้เช่นกัน
“ก็แค่มีคนน่ารำคาญโผล่มา” อวี้หนานจิบชาและพูดอย่างเฉยเมย ด้วยเหตุผลบางอย่าง แม้แต่สุราที่ดีที่สุดก็ยังกลายเป็นสิ่งเลวร้ายและขมขื่นเมื่อเขาเห็นซูอัน
“นั่นดูเหมือนจะเป็นวีรบุรุษคนใหม่ จวิ้นกงหมวกเขียวซูอัน” มีคนจดจำซูอันได้
ชายผู้มีดวงตารูปสามเหลี่ยมตระหนักถึงบางสิ่งและถามว่า “นายน้อยอวี้มีความแค้นกับชายแซ่ซูคนนั้นหรือไม่?”
ผู้ที่สามารถร่วมโต๊ะกับอวี้หนานได้ย่อมมีสถานะไม่ต่ำต้อย เขาเป็นบุตรชายของผู้พิพากษาอี้ฉุน นามว่าอี้จื่อปิง เหตุที่มีเสี้ยนเฉิงจำนวนมากอยู่ข้างนอกนั้นเพราะอาศัยอำนาจของบิดา เขาต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ประจบประแจงอวี้หนาน เขารู้ว่าอวี้หนานสนใจหนานซวินหญิงคณิกา แต่ชื่อเสียงในด้านดีทำให้ไม่สามารถทำให้มือของตนเองสกปรกด้วยเรื่องเหล่านี้ได้
นี่เป็นเหตุผลที่เขาใช้ลูกน้องของพ่อกีดกันคู่แข่ง แน่นอน สิ่งที่คนอื่นเห็นก็คือพวกเขาพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงของคณิกา แม้ว่าอวี้หนานจะไม่ได้พูดอะไร แต่ย่อมจะจดจำความดีความชอบนี้ไว้ในใจ
“แค้น?” อวี้หนานหัวเราะ “คนอย่างนั้นมีอะไรให้ข้าต้องแค้น?”
อี้จื่อปิงหัวเราะ ผู้ชายคนนี้รู้วิธีโอ้อวดจริง ๆ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ชอบซูอัน แต่ก็ยังทำให้ตัวเองดูสูงส่งและยิ่งใหญ่
แต่เขาต้องยอมรับว่าชายคนนี้รูปงามเกินไปจึงมีคุณสมบัติที่จะพูดคำดังกล่าว หากอี้จื่อปิงเป็นคนพูดคำเหล่านั้น มันจะทำให้เขาดูเหมือนคนโง่เง่า
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อนายน้อยอวี้ไม่ชอบเขา โปรดรอให้ข้าส่งเขาออกไป”
อวี้หนานสนใจแต่ภายนอกเขาก็ยังต้องมีมารยาท เขาตอบว่า “ไม่จำเป็น เขาก็แค่ตัวตลกเล็ก ๆ น้อย ๆ”
โดยธรรมชาติแล้วอี้จื่อปิงย่อมเข้าใจความหมาย เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “โปรดอุ่นเครื่องดื่มให้ข้าด้วย ข้าจะรีบจัดการให้ท่าน” เขาเดินออกจากห้องส่วนตัวหลังจากพูดจบและเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาให้ติดตามมา
คนอื่น ๆ ในห้องส่วนตัวหัวเราะและพูดว่า “พี่อี้ถือรูปแบบของวีรบุรุษโบราณ บางทีสุรายังอุ่นอยู่เมื่อเขากลับมา เรื่องราวของการไล่ล่าซูอันก่อนที่สุราของเขาจะเย็นลงอาจเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมในตัวมันเอง*[1]”
อวี้หนานยิ้ม แม้ว่าเขาจะไม่เคยสนใจเรื่องความมั่งคั่งมากนัก แต่เขาก็สนใจเรื่องชื่อเสียงเป็นอย่างมาก หากข่าวของซูอันถูกไล่ออกไปแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ชื่อเสียงของเขาก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วอี้จื่อปิงนั้นไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียง แต่อีกฝ่ายก็ทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อประจบประแจงเขา
…
ในขณะเดียวกันซูอัน เกาอิ้งและเพ่ยโยวกำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุข พวกเขากำลังจะหาที่นั่ง แต่นายน้อยที่ดูหยาบคาย… ไม่สิ การเรียกคนผู้นี้ว่านายน้อยจะทำให้คำว่านายน้อยด้อยค่าลง เพราะหน้าตาของอีกฝ่ายเหมือนหนูท่อตัวหนึ่ง
“ใครให้เจ้าเข้ามา” คนที่มาถึงย่อมเป็นอี้จื่อปิง แม้เวลาอยู่กับอวี้หนานจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่บิดาของเขาเป็นผู้พิพากษาประจำเมืองหลวง ทำให้เขากลายเป็นทายาทลำดับแรกของรุ่นที่ 2 ย่อมมีคุณสมบัติที่จะคงความเย่อหยิ่งต่อหน้าผู้อื่น
“อี้จื่อปิง เราจะเข้าไปได้หรือไม่นั้นต้องการการอนุมัติจากเจ้าด้วยเหรอ?” เพ่ยโยวไม่พอใจอย่างมากกับน้ำเสียงของอีกฝ่าย ทั้งหมดล้วนอยู่ในแวดวงเดียวกันในเมืองหลวง ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวเลย
เกาอิ้งแนะนำบุคคลนั้นอย่างเงียบ ๆ ให้ซูอัน ดวงตาของซูอันเบิกกว้างเมื่อได้ยิน แต่ชื่อผู้ชายคนนี้ฟังแล้วคล้ายกับคำว่า ‘เจ็บป่วย’ ซึ่งดูเหมาะสมกับเจ้าตัวเป็นอย่างยิ่ง
ตามปกติแล้ว อี้จื่อปิงมีข้อสงวนบางอย่างต่อตระกูลหลิวและตระกูลเพ่ย แต่คนหนึ่งเป็นเพียงญาติของตระกูลหลิว ในขณะที่อีกคนไม่ได้เป็นนายน้อยจากสาขาหลักของตระกูลเพ่ย นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ไว้หน้าทั้งสองมากเกินไป “ข้าสงสัยว่าเป็นใคร นายน้อยเพ่ยและนายน้อยเกานี่เอง”
เขาพูดกับเสี้ยนเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “ตรวจสอบบัตรเชิญของพวกเขาอีกครั้ง” จากนั้นเขาก็มองไปที่พวกซูอันทั้งสามด้วยรอยยิ้มกว้างและพูดว่า “ทุกคนโปรดยกโทษให้ข้าด้วย แม่นางหนานซวินได้รับความสนใจมากเกินไปในค่ำคืนนี้ ดังนั้นคนโกงบางคนอาจปะปนกับคนที่ซื่อสัตย์ นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องมั่นใจว่าใครไม่มีบัตรเชิญจะต้องออกไป”
“เจ้า! เจ้าหมายความว่าอะไร?” เกาอิ้งและเพ่ยโยวโกรธมาก คำพูดของอีกฝ่ายสุภาพ แต่ความหมายแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง!
“ไม่มีความหมายพิเศษ เราปฏิบัติต่อทุกคนแบบเดียวกัน โปรดอย่าโกรธเคือง” อี้จื่อปิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หืม? ทำไมพวกเจ้าถึงทำแบบนี้? อย่าบอกนะว่าไม่มีบัตรเชิญ? คงไม่ใช่… ใช่ไหม?”
ความวุ่นวายดึงความสนใจของทุกคนในสถานที่อย่างรวดเร็ว มีแขกหลายคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว พวกเขามองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง นายน้อยหน้าตาน่ารักพูดกับสหายของเขาด้วยคิ้วหนาและตาโตว่า “พี่ใหญ่ ซูอันก็มาเช่นกัน ดูเหมือนว่าอี้จื่อปิงจงใจสร้างปัญหาให้กับเขา เราควรออกหน้าช่วยหรือไม่?”
สองคนนี้เป็นนายน้อยของตระกูลฉิน คนที่ดูอ่อนโยนคือฉินหย่งเต๋อ หลานชายของฉินเสอ ในขณะที่คนที่ดูแข็งแกร่งกว่าคือฉินกวงหยวน หลานชายของฉินเจิ้ง
ฉินกวงหยวนขมวดคิ้วและตอบว่า “ฮึ่ม! เขามีชูเหยียนแล้ว แต่ยังมาสถานที่แบบนี้อีกเหรอ? ทำไมเราต้องช่วยด้วย? ดีเสียอีกเขาจะได้รับบทเรียนอย่างสาสม”
ฉินหย่งเต๋อตอบพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ “เจ้าพูดถูก ตระกูลฉู่ได้ยุติความสัมพันธ์กับเขาแล้ว ดังนั้นชูเหยียนจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป อันที่จริงไม่มีเหตุผลที่จะช่วยด้วยซ้ำ”
“แม้ว่าจะดูเหลาะแหละ แต่จริง ๆ แล้วเขามีทักษะบางอย่าง” ฉินกวงหยวนจิบชา “ข้าได้ยินท่านปู่และท่านพ่อพูดถึงว่าเขาดูเหมือนจะทำให้แผนการอันยิ่งใหญ่ของราชันลมปราณล้มเหลว จะเป็นการดีที่สุดหากเรารักษาระยะห่างจากเขาในตอนนี้”
“มันยากที่จะจินตนาการว่าแผนการของราชันลมปราณและปู่ของเราพังพินาศเพราะเจ้าเด็กนั่นได้ยังไง” ฉินหย่งเต๋อรู้สึกประหลาดใจ ราชันลมปราณคือตัวตนระดับไหน? นอกจากนี้คนรุ่นปู่ยังเป็นคนที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะพูดเสียงดังต่อหน้าด้วยซ้ำ พวกเขาทำได้เพียงก้มศีรษะและรับฟัง อย่างไรก็ตามทุกคนในตระกูลต่างมองว่าเด็กสารเลวคนนี้เป็นภัยคุกคาม และยังทำให้พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสอีกด้วย? ชายหนุ่มผู้นี้ทำมันได้อย่างไร?
“อาจเป็นเพราะการจัดการของจักรพรรดิ เขาเป็นเพียงผู้ที่ได้รับเลือกให้ปฏิบัติภารกิจนี้” ฉินกวงหยวนสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งหมด นั่นเป็นข้อสรุปที่เข้าท่าที่สุด
…
ในขณะที่สองพี่น้องกำลังชมสถานการณ์ ห้องส่วนตัวอีกห้องก็ค่อนข้างมีชีวิตชีวาเช่นกัน “นายน้อยปี่ คนข้างล่างคือจวิ้นกงหมวกเขียวที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่ ข้าไม่รู้ว่าทำไม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยั่วยุอี้จื่อปิงเข้าให้แล้ว เรามาชมละครสนุก ๆ กันเถอะ!”
คนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมรอบชายหนุ่มรูปงาม จมูกของเขาสูงและตรง แต่ปลายจมูกงุ้มเล็กน้อย เมื่อรวมกับริมฝีปากที่บางและดวงตาที่หรี่ลง มันทำให้รู้สึกว่าเขาค่อนข้างน่ากลัว
ชายหนุ่มลุกขึ้นและพูดว่า “ไปดูกันเถอะ”
คนอื่นตกใจ “นายน้อยปี่ ทำไมพวกเราถึงต้องเข้าไปยุ่งด้วยล่ะ?”
ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ซูอันตัวนี้น่าจะเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ของน้องสาวข้า แม้ว่าเขาจะเป็นสุนัข แต่เจ้านายของเขาเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ทุบตีเขา จริงไหม? อี้จื่อปิงคนนี้ไม่ข้ามหน้าข้ามตากันเกินไปเหรอ?”
คนอื่น ๆ พูดด้วยรอยยิ้มกว้างว่า “นายน้อยปี่เป็นคนที่ปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี! เอาล่ะ ไปสอนบทเรียนให้กับอี้จื่อปิงกันเถอะ”
คนอื่น ๆ อยู่ที่นั่นในฐานะผู้ชมสถานการณ์ พวกเขาลุกขึ้นและเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้นเพื่อร่วมสนุก
ชายหนุ่มคนนี้เป็นพี่ชายของปี่หลิงหลง บุตรชายคนโตของตระกูลปี่ นามว่า ปี่เซี่ยง
*[1] มาจากเหตุการณ์ในสามก๊ก เมื่อกวนอูอาสาไปตัดศีรษะฮัวหยง เพียงชั่วสุรายังไม่ทันหายอุ่นก็กลับมาพร้อมกับศีรษะฮัวหยงแล้ว
………………..