เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1366 ความจริงหรือความกล้า
บทที่ 1366 ความจริงหรือความกล้า
………………..
บทที่ 1366 ความจริงหรือความกล้า
เมื่อซูอันแสดงความสุภาพกับเขา ปี่เซี่ยงจึงมีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาค่อย ๆ ควบคุมสถานการณ์ ทุกคนรู้ว่ามีการคัดเลือกรอบใหม่ แต่ไม่รู้ว่าต้องประเมินผลจากอะไร
แม่นางหนานซวินตบมือ สาวใช้สองคนถือถาดเดินออกมา นางหยิบวัตถุคล้ายลูกแก้วผลึกขนาดใหญ่ออกจากถาดใบหนึ่งแล้ววางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็พูดว่า “แค่ดื่มคงไม่สนุกเท่าไหร่ เรามาเล่นเกมกันไหม? ชื่อเกมนี้คือ ‘ความจริงหรือความกล้า’”
จากนั้นหนานซวินอธิบายว่า “สำหรับผู้หญิงอย่างเราที่ต้องประสบกับด้านที่โหดร้ายของชีวิต สิ่งที่หายากที่สุดคือรักแท้ที่จริงใจ นั่นคือเหตุผลที่ข้าหวังว่าข้าจะพบคนที่จริงใจผ่านเกมนี้…”
จากนั้นนางก็อธิบายกฎของเกมและชี้ไปที่หีบที่สาวใช้นำมาให้และพูดว่า “นายน้อย โปรดหยิบกระดาษคำถามจากหีบใบนี้”
จากนั้นนางก็ชี้ไปที่ลูกแก้วบนโต๊ะ “นี่เป็นสมบัติวิเศษที่เราซื้อมาจากสถาบันหลวงในราคาสูง ให้วางมือบนลูกแก้วผลึกเมื่อตอบคำถาม ถ้าท่านโกหกมันจะส่องแสงสีแดง และถ้าเป็นเช่นนั้นโปรดดื่มสามจอกเพื่อเป็นการลงโทษ”
ซูอันรู้ว่ามีบางอย่างที่คลุมเครือเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของนาง เมื่อได้ยินเกมนี้ ความคิดแรกของเขาคือนางกำลังใช้โอกาสนี้เพื่อสืบข้อมูล
แน่นอนว่าอวี้หนานและปี่เซี่ยงต่างก็ขมวดคิ้ว ตัวตนของพวกเขานั้นอ่อนไหว พวกเขาจึงรู้สึกปฏิเสธเกมนี้โดยไม่รู้ตัว
บางทีหนานซวินอาจสัมผัสได้ถึงความกังวลใจของพวกเขา นางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อย่ารู้สึกกังวลมากเกินไป หากมีคำถามใดที่ไม่ต้องการตอบ ท่านสามารถเลือกที่จะข้ามไปได้ ท่านจะดื่มหรือจะท้าก็ได้”
อวี้หนานและปี่เซี่ยงต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เกมนี้น่าสนใจทีเดียว”
ทั้งคู่ใช้โอกาสนี้เพื่อชื่นชมหนานซวิน อย่างไรก็ตาม ซูอันมีรอยยิ้มที่ไม่ชัดเจน สองคนนี้อาจไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ในเกมนี้
จากนั้นเกมก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปี่เซี่ยงเป็นคนแรกที่เลือกกระดาษ เขาเป็นคนที่ชอบเป็นที่หนึ่งในทุกสิ่งเสมอมาตลอด
‘สามสิ่งที่เจ้ากลัวที่สุดคืออะไร?’
ปี่เซี่ยงหัวเราะออกมาดัง ๆ เมื่ออ่านข้อความ เขาวางมือบนลูกแก้วผลึกแล้วพูดว่า “ข้าไม่เคยกลัวอะไรเลย”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังลูกแก้วผลึก มีแสงสีแดงปรากฏขึ้น
สีหน้าของปี่เซี่ยงเปลี่ยนไป อย่าบอกนว่ามีบางอย่างที่ข้ากลัวโดยที่ตัวเองไม่รู้อยู่ด้วย?
หนานซวินพูดด้วยรอยยิ้ม “นายน้อยปี่ ท่านต้องดื่มเพื่อเป็นการลงโทษ” นางเทสุราให้เขาสามจอกด้วยตนเอง
“ข้าว่าข้าเต็มใจรับการลงโทษนี้” ปี่เซียงหัวเราะ ด้วยธรรมชาติเขาจะไม่ทำตัวไร้ยางอายและปฏิเสธที่จะยอมรับความล้มเหลวของตนเอง เขาหยิบสุราจอกแรกขึ้นมาดื่มในอึกเดียว
เขาไออย่างหนัก ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง เขามองไปที่จอกสุราด้วยความตกใจ “นี่คือสุราอะไรกันแน่?”
หนานซวินพูดด้วยรอยยิ้ม “สุรานี้แรงกว่าสุราทั่วไปเล็กน้อย”
ในขณะเดียวกันอวี้หนานพูดด้วยรอยยิ้มกว้างว่า “ปกติแล้วพี่ปี่เก่งกาจในการร่ำสุรา แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีปัญหากับการดื่มสุราสามจอกหรือเปล่า?”
“พี่อวี้ต้องล้อเล่นแน่ ๆ” ปี่เซี่ยงโกรธอยู่ข้างในแต่ไม่ปล่อยให้มันแสดงออกมาภายนอก เขาหยิบสุราอีกสองจอกขึ้นมาและดื่มจนหมดในอึกเดียว จากนั้นจึงโคจรพลังชี่ทันทีเพื่อกำจัดความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง
ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าเกมนี้อาจไม่ง่ายนัก ถ้าดื่มสุราแบบนี้ต่อไป เขาจะเมาอย่างรวดเร็ว และเพื่อให้ดื่มน้อยลงเขาต้องพูดความจริง จู่ ๆ เขาก็นึกถึงอะไรบางอย่าง และตัดสินใจที่จะไม่บอกอีกสองคนถึงความแรงที่แท้จริงของสุรา เขาต้องการเห็นอวี้หนานและซูอันต้องทนทุกข์ทรมานเช่นกัน
เขาใช้เวลาสักครู่เพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นจึงกล่าว “แม่นางหนานซวิน เจ้ามาร่วมเล่นเกมกับเราด้วยดีหรือไม่? มันจะน่าเบื่อเกินไปถ้ามีแต่ผู้ชายที่จะเล่นเกมนี้ด้วยกัน”
ชายสามคนในที่นี้บรรลุข้อตกลงอันหาได้ยากเมื่อได้ยินคำแนะนำของปี่เซี่ยง
หนานซวินไม่ปฏิเสธ นางหยิบกระดาษใบหนึ่งออกมาจากหีบเช่นกัน
‘เจ้ามีลางสังหรณ์ว่าในอนาคตตัวเองจะเสียชีวิตอย่างไร?’
สีหน้าของนางเปลี่ยนไปเมื่อเห็นคำถาม
อวี้หนานและปี่เซี่ยงยิ้มแล้วถามว่า “ทำไมแม่นางหนานซวินถึงเตรียมคำถามแบบนี้?” มีเพียงซูอันเท่านั้นที่เข้าใจเหตุผลที่แท้จริง
หนานซวินรีบจัดการความคิดและวางมือบนลูกแก้วผลึก “ข้ามีความรู้สึกว่าข้าจะถูกคนใจร้ายสังหาร” ลูกแก้วผลึกไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ นั่นแสดงว่าสิ่งที่นางพูดนั้นเป็นความจริง
ทำไมนางถึงมีลางสังหรณ์เรื่องความตาย ปี่เซี่ยงและอวี้หนานต่างก็ขมวดคิ้ว ทันใดนั้นบรรยากาศก็จริงจังขึ้นเล็กน้อย
หนานซวินมองไปที่ซูอันซึ่งอยู่ข้าง ๆ “นายน้อยซู ถึงตาท่านแล้ว”
ความสนใจของปี่เซี่ยงและอวี้หนานถูกเบี่ยงเบน ทั้งคู่มองซูอันเพื่อดูว่าเขาจะจัดการกับสถานการณ์อย่างไร
ซูอันเอื้อมมือไปหยิบกระดาษออกมา
‘เจ้าจะนิยามตัวเองอย่างไรถ้าต้องใช้คำสามคำ’
“หล่อ รวย ฉลาด!” เขาโพล่งออกมาโดยไม่แม้แต่จะคิด ขีดจำกัดของคำต่ำเกินไป ถ้าเขาใช้ห้าคำได้ คงจะเพิ่มความอ่อนโยนและความแข็งแกร่งเข้าไปด้วย
ปี่เซี่ยงและอวี้หนานกลั้นขำ แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้ยินวลีนี้ แต่พวกเขาก็เป็นคนฉลาดและเข้าใจความหมาย คนอย่างเจ้ายังกล้าอ้างว่าเป็นบุคคลไร้ข้อติฉินต่อหน้าเรางั้นหรือ?
ทั้งสองคนมองไปที่ลูกแก้วผลึกด้วยสีหน้าเยาะเย้ยพร้อมที่จะเห็นแสงสีแดง แต่สุดท้ายลูกแก้วผลึกก็ไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย นั่นหมายความว่าสิ่งที่ซูอันพูดนั้นเป็นความจริง! พวกเขาสองคนเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต ลูกแก้วผลึกนี้ด้านในร้าวไปแล้วหรือไม่?
ต่อไปเป็นตาของอวี้หนาน เขาคิดว่าคนสองคนก่อนหน้าไม่ได้คำถามยาก ๆ เลยจึงหยิบกระดาษออกมาด้วยท่าทีสบาย ๆ
‘เจ้ามีอาการเสพติดที่ ‘ไม่เหมือนใคร’ แบบใดในชีวิตประจำวัน?’
เขาเกือบจะสบถออกมาดัง ๆ เมื่อเห็นคำถาม ทำไมคำถามของข้ามันยากอย่างนี้?
ปี่เซี่ยงและซูอันมีความสุขมากที่ได้เฝ้าดูอวี้หนานทรมาน เจ้าหยิบกระดาษนั่นมาเอง ความผิดจึงเป็นของเจ้าโดยสมบูรณ์
อวี้หนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าจะดื่ม” เขาจะบอกเรื่องที่น่าอัปยศอดสูได้อย่างไร? แทนที่จะนึกอะไรขึ้นมามั่ว ๆ และยังต้องถูกลงโทษด้วยการดื่ม เขาน่าจะดื่มตอนนี้ไปเลย
หนานซวินเทสุราสามจอกให้เขาด้วยรอยยิ้ม อวี้หนานหยิบจอกใบแรกขึ้นมาและดื่มจนหมดในอึกเดียว จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง พ่นสุราลงพื้นพร้อมกับพูดว่า ‘ถุย! ทำไมสุรามันแรงเช่นนี้!”
หนานซวินตอบว่า “นี่เป็นสุราที่มีชื่อเสียงถูกนำกลับมาจากเผ่าพันธุ์ปีศาจทางเหนือ มันเรียกว่าการเผาไหม้ของสวรรค์ ขึ้นชื่อเรื่องความร้อนแรง”
ปี่เซี่ยงหัวเราะออกมาดัง ๆ “นายน้อยอวี้คออ่อนลงแน่ ๆ! ถ้วยเล็ก ๆ แบบนี้ดื่มไม่ได้เหรอ?” อวี้หนานเพิ่งเยาะเย้ยเขาเมื่อครู่นี้ เขาจึงตอบแทนด้วยการเยาะเย้ยกลับคืนไป
อวี้หนานรู้ทันทีว่าปี่เซี่ยงเฝ้ารอเวลานี้! เขาบังคับตัวเองให้อดทนต่อความรู้สึกแย่ ๆ และดื่มสุราทั้งสามจอก เขารู้สึกเหมือนเปลวไฟลุกโชนในตัวอย่างรุนแรง ราวกับจะพ่นไฟออกมาได้
จากนั้นก็เป็นตาของปี่เซี่ยงที่จะเลือกกระดาษอีกครั้ง
………………..