เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1403 แผนการอันสุดโต่ง
บทที่ 1403 แผนการอันสุดโต่ง
………………..
บทที่ 1403 แผนการอันสุดโต่ง
ซูอันเดาะลิ้น ซ่างหงเป็นคนโหดเหี้ยม! ถ้าเป็นข้า ข้าคงตัดสินใจให้ฉือถูตายง่าย ๆ
“เฉี่ยนเอ๋อร์จะอยู่ในเมืองหลวงต่องั้นเหรอ? ข้าคิดว่านางจะมากับเราด้วย” ซูอันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ซ่างหงมีรอยยิ้มที่ไม่ชัดเจนบนใบหน้า เจ้าคนนี้ต้องการเฉี่ยนเอ๋อร์ด้วยหรือ? แต่เขาไม่ได้เปิดเผยซูอันและกล่าวว่า “อาซูอาจไม่รู้เกี่ยวกับกฎของราชสำนัก แต่เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลสำคัญมีจิตใจที่ไม่ซื่อสัตย์ สมาชิกในครอบครัวจึงต้องอยู่ในเมืองหลวง”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” ซูอันดูผิดหวัง
ซ่างเฉี่ยนกลอกตา
…
หลังจากขังฉือถูแล้ว ซูอันเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืด เขาจึงลุกขึ้นเพื่อบอกลา อย่างไรก็ตาม ซ่างหงรั้งเขาไว้แทนและบอกว่าอยากจะชวนดื่มสักสองสามจอก
ไม่นานทุกคนในกลุ่มก็เริ่มมีปากเสียงกันเล็กน้อย ในที่สุดพวกเขาก็พูดถึงซ่างเฉี่ยนและซ่างหงก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ หลังจากเวลาผ่านไปนาน เขากล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าเราจะกลับมาจากการเดินทางครั้งนี้… ถ้าเจิ้งตานให้กำเนิดทายาทของเชียนเอ๋อร์ ตระกูลซ่างของเราคงจะมีความหวังอยู่บ้าง”
ซูอันเย้ยหยันภายในใจ เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ? พวกเขาสองคนไม่ได้ทำพิธีแต่งงานอย่างถูกต้องด้วยซ้ำ จะไปมีลูกได้อย่างไร? แต่จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ชายชราคนนี้กำลังบอกเป็นอย่างอื่น!
เขากำลังจะถามซ่างหงว่าหมายถึงอะไร แต่อีกฝ่ายก็หมดสติไปแล้วเพราะดื่มมากเกินไป ซ่างหงนอนอยู่บนโต๊ะพึมพำเรื่องไร้สาระทุกประเภท
“พี่ซู ขอโทษแทนพ่อของข้า เขาดื่มมากเกินไป” ใบหน้าแดงของซ่างเฉี่ยนก็ไม่ดูค่อยดีนัก แต่นางก็ยังลุกขึ้นมาช่วยบิดา “ข้าจะพาเขากลับไปที่ห้อง พี่สะใภ้ ข้าต้องรบกวนอยู่เป็นเพื่อนพี่ซูด้วย” นางพูดและจากไปกับบิดา
เนื่องจากฤทธิ์สุรา แก้มของเจิ้งตานจึงแดงระเรื่อ นางพึมพำ “ใครเขาให้พี่สะใภ้อยู่กับชายอื่น? นี่ข้ากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย..?”
สาวใช้ถูกซ่างหงไล่ไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงเหลือเพียงพวกเขาสองคนในห้อง ซูอันไม่มีความวิตกอีกต่อไป เขาขยับตัวไปโอบเอวนางไว้ “ข้ากลายเป็นคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เจิ้งตานโวยวายและรีบผลักเขาออกไป “พวกเรายังอยู่ในบ้านตระกูลซ่าง! ทำตัวดี ๆ หน่อย”
…
ขณะเดียวกัน ในอีกห้องหนึ่ง ซ่างเฉี่ยนโยนบิดาลงบนเก้าอี้ด้วยความรำคาญ ถามว่า “ท่านพ่อใจร้อนขนาดนี้เลยเหรอ?”
ซ่างหงลืมตาขึ้น แต่ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความมึนเมาบนใบหน้า เขาพูดว่า “ข้าไม่มีทางเลือก การเดินทางสู่มณฑลเมฆครามครั้งนี้จะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี ถ้านางท้องหลังจากนั้น แม้แต่คนโง่ก็ไม่เชื่อว่าเป็นลูกของเชียนเอ๋อร์”
“ข้ารู้สึกราวกับกำลังทำให้พี่ชายผิดหวัง” ซ่างเฉี่ยนกัดริมฝีปาก สีหน้าของนางขัดแย้งอย่างมาก
ซ่างหงโวยวาย “การไม่มีลูกชายเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด การสืบทอดตระกูลซ่างคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”
ซ่างเฉี่ยนเริ่มตื่นตระหนก ในที่สุดนางก็แสดงความกังวลออกมา “แต่ถึงพี่สะใภ้จะท้อง ลูกก็ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับตระกูลซ่าง! ทำไมเราไม่รับเด็กสักคนเป็นบุตรบุญธรรม? ดีกว่าทำอะไรอัปยศแบบนี้”
ซ่างหงมองนางอย่างสงบ หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็พูดว่า “มีวิธีที่จะทำให้เด็กมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลซ่างอยู่เหมือนกัน…”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?” ซ่างเฉี่ยนรู้สึกสับสน หรือว่าพี่สะใภ้หรือซูอันเกี่ยวข้องกับตระกูลซ่างของเราจริง ๆ ?
ซ่างหงพูดช้า ๆ “วันนี้ข้าแอบใส่บางอย่างลงไปในสุรา”
“อะไรนะ? ท่านวางยาซูอัน?” ดวงตาของซ่างเฉี่ยนเบิกกว้างด้วยความตกใจ พ่อของนางยังมีความไม่พอใจต่อซูอันหรือไม่? แม้บางครั้งผู้ชายคนนั้นจะน่ารำคาญ แต่เขาก็ไม่สมควรตาย! เขาได้ช่วยเหลือตระกูลซ่างไว้มาก…
นางกำลังจะบอกให้บิดาเปลี่ยนใจ ซ่างหงพูดต่อว่า “ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้วางยาพิษเขา แต่ใส่ยาช่วยตั้งครรภ์ที่ข้าซื้อมาด้วยเงินจำนวนมาก ยาเม็ดไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่สามารถช่วยให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น”
“อ่า!” ซ่างเฉี่ยนร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก แก้มของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที “ท่านพ่อไม่ได้บอกข้า! ข้าก็ดื่มเหมือนกัน!” นางไม่รู้ว่ามันเป็นเพียงผลหลอกของยาหรือเปล่า แต่นางรู้สึกว่าร่างกายเริ่มร้อนระอุ
ซ่างหงมองดูนาง แววตาของเขาค่อนข้างซับซ้อน “พวกเขาอาจสังเกตเห็นถ้าข้าบอกเจ้าล่วงหน้าแล้วซูอันก็จะสงสัย ไม่ต้องกังวล มันไม่เป็นอันตรายต่อเจ้าเลย”
ไม่ว่าอย่างไร ซ่างเฉี่ยนยังเป็นหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน นางพบว่าบทสนทนาในปัจจุบันน่าอาย “ท่านยังไม่ตอบคำถามของข้าเลย! แม้ว่าพี่สะใภ้จะท้อง แต่ลูกที่เกิดมาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลซ่างของเรา!”
ซ่างหงมองดูนางแล้วพูดช้า ๆ “ลูกที่พี่สะใภ้ของเจ้าให้กำเนิดอาจไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลซ่าง แต่ลูกที่เจ้าให้กำเนิดจะต่างออกไป”
ซ่างเฉี่ยนตกตะลึง นางกำลังจะถามอย่างอื่น แต่ร่างกายอ่อนแรงไปหมด และนางก็ล้มลงอย่างช้า ๆ มีคนพยุงนางจากด้านหลัง เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเป็นใคร นางถามด้วยความตกใจ “ป้ามู่ ป้ากำลังทำอะไร?”
ป้ามู่หญิงวัยกลางคน คอยรับใช้บิดานับตั้งแต่มารดาของซ่างเฉี่ยนเสียชีวิต ป้ามู่มักจะเป็นคนที่คอยช่วยเหลือบิดาในทุก ๆ วัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ แต่ทุกคนในตระกูลซ่างก็ปฏิบัติต่อนางราวกับเป็นฮูหยินของซ่างหง พวกเขาทั้งหมดเคารพนาง ซ่างเฉี่ยนไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้หญิงคนนี้จะทำกับนางแบบนี้!
ป้ามู่ถอนสายตาและมองไปที่ซ่างหง พลางถามว่า “นายท่าน พวกเราจำเป็นต้องทำอย่างนี้จริง ๆ เหรอ?”
สีหน้าของซ่างหงดูลังเล แต่สุดท้ายเขาก็ยังพูดว่า “เฉี่ยนเอ๋อร์ โปรดอย่าตำหนิบิดาของเจ้า ข้าทำสิ่งนี้เพื่ออนาคตของตระกูลซ่าง” หลังจากนั้นเขาก็โบกมือให้ป้ามู่ทำตามแผนต่อไป ถ้าเขายังเป็นบิดาผู้อื่นได้ ทำไมเขาถึงต้องรบกวนผู้เยาว์เหล่านี้? แต่เขาชราเกินไปจนทำไม่ได้แล้วจริง ๆ
ซ่างเฉี่ยนมีสีหน้าสับสน นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบิดาถึงพูดแบบนี้ จากนั้นป้ามู่ก็อุ้มนางขึ้นและพานางเดินทางข้ามที่ดินของตระกูลไปยังลานเรือนอย่างรวดเร็ว ซ่างเฉี่ยนตื่นตระหนกถามว่า “ป้ามู่ ท่านจะพาข้าไปไหน!?”
ป้ามู่ไม่ตอบคำถามและพูดว่า “เฉี่ยนเอ๋อร์ อย่าโทษพ่อของเจ้า เพื่อผลประโยชน์ของทั้งตระกูล เขาไม่มีทางเลือก”
“พวกท่านกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?” ซ่างเฉี่ยนถาม ยิ่งคำพูดของป้ามู่คลุมเครือและลึกลับมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งกลัวมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าแปลกคือไม่มีสาวใช้สักคนเดียวในลานเรือน ทั้งหมดถูกส่งไปก่อนหน้านี้
ป้ามู่ไม่ตอบแต่ดันประตูเปิดและวางซ่างเฉี่ยนลงบนเตียงแทน ในขณะเดียวกัน นางก็เริ่มปลดเสื้อผ้าของซ่างเฉี่ยนออก
ในที่สุดซ่างเฉี่ยนก็เข้าใจแผนของบิดา นางโกรธและอับอายยิ่งนัก “ท่านพ่อคิดอะไรอยู่! ข้าอยากเจอท่านพ่อ ข้าจะพูดกับเขาเอง!”
ป้ามู่ถอนหายใจ “พ่อของเจ้าลำบากใจเหมือนกัน แต่เขาไม่สามารถปล่อยให้สายเลือดของตระกูลซ่างจบลงได้ ได้แต่ยอมทำผิดต่อเจ้าเท่านั้น แต่ป้ามู่ก็คอยสังเกตพวกเจ้าทุกคนเช่นกัน ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือความสามารถ คน ๆ นั้นคือยักษ์ในหมู่มนุษย์ ถ้าปรับทัศนคติได้สักนิด ก็คงไม่รู้สึกแย่เกินไป”
ซ่างเฉี่ยนกำลังจะร้องไห้ “ท่านจะมารู้สึกแทนข้าได้อย่างไร!?”
มือของป้ามู่เคลื่อนไหวอย่างเชี่ยวชาญ ถอดเสื้อผ้าของซ่างเฉี่ยนออกทั้งหมดอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นร่างกายที่อ่อนเยาว์ของนาง นางถอนหายใจด้วยความชื่นชมและพูดว่า “เฉี่ยนเอ๋อร์ เจ้าสวยจริง ๆ”
ซ่างเฉี่ยนไม่ต้องการพูดอะไรกับนางอีก นางหันศีรษะไปด้านข้างและร้องไห้เงียบ ๆ
ป้ามู่ถอนหายใจ นางลดม่านเตียงลงแล้วเป่าโคมไฟในห้องให้ดับ จากนั้นจึงปิดประตูและจากไป
………………..