เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1463 สังหาร
บทที่ 1463 สังหาร
………………..
บทที่ 1463 สังหาร
ซูอันขมวดคิ้ว เขาโยนชายชราออกไปด้วยความขยะแขยง แม้ว่าเขาจะไม่กลัวพิษ แต่พิษมักจะมีกลิ่นไม่ดี เขาเกลียดการได้กลิ่นแบบนี้จริง ๆ
เมื่อผู้อาวุโสในชุดดำหมดสติ ศพทหารยามก็ดูเหมือนจะสูญเสียจิตวิญญาณ พวกมันทั้งหมดทรุดตัวลงกับพื้นเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว กองทหารด้านล่างตื่นตระหนก พวกเขาสังเกตเห็นความผิดปกติด้านบน
ซูอันไม่ลังเลที่จะกระแทกฝ่ามือลงบนก้อนหินตรงหน้าเขา ก้อนหินหนักหลายตันสั่นสะเทือนขณะที่มันพังทลายลงมา
“ศัตรูโจมตี!” ทหารคนหนึ่งกรีดร้องส่งเสียงเตือน
หยางเซิงที่อยู่ด้านหน้าสุดของขบวนเป็นคนที่เร็วที่สุด เขาแตะปลายเท้าและกวัดแกว่งหอกอย่างรวดเร็วในขณะที่พุ่งไปยังก้อนหินที่ตกลงมา หากก้อนหินกระทบกับกลุ่มของพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก
หอกในมือของเขาพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า ปิดกั้นก้อนหินยักษ์จากด้านล่าง เขาไม่ได้ใช้กำลังดุร้าย แต่เปลี่ยนทิศทางไปทางด้านข้าง ถึงอย่างนั้นแรงเหวี่ยงของก้อนหินขนาดยักษ์หนักหลายตันก็มีมากตามพลังของการบ่มเพาะเก้าระดับของซูอัน หอกของหยางเซิงโค้งงอจนถึงขีดสุด ดูเหมือนมันจะหักออกจากกันได้ทุกเมื่อ
“อ๊าก!” เขาคำราม ก่อนจะบังคับเหวี่ยงหินออกไปหลายจั้ง แม้ว่านั่นจะไม่ใช่ระยะทางที่ไกลมาก แต่มันก็เบี่ยงเบนไปจากเส้นทางเดิม ดังนั้นจึงยื้อเวลาให้เพียงพอสำหรับคนอื่น ๆ ในการตอบสนอง แต่นั่นทำให้พลังงานในตัวเขาปั่นป่วนอย่างรุนแรง รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดภายในบางอย่าง
หยางเซิงปรับสภาพร่างกายของตนเองในขณะที่ตรวจสอบสถานการณ์ปัจจุบัน ทันใดนั้นมีคนพุ่งออกมาจากด้านหลังเขาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ดวงตาของเขาหรี่ลง ในชั่วขณะนั้น เขามองเห็นแล้วว่าการบ่มเพาะของอีกฝ่ายไม่ได้ด้อยกว่าเขา นอกจากนี้ การเข้าใจจังหวะเวลาของอีกฝ่ายนั้นช่างร้ายกาจยิ่ง การซุ่มโจมตีมาถึงเมื่อเขาเพิ่งใช้กำลังทั้งหมดและต้องการเวลาสักครู่เพื่อฟื้นตัว!
ถึงอย่างนั้นหยางเซิงก็ยังเป็นผู้บ่มเพาะระดับเก้า ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เขาสะบัดข้อมือย้อนแนววิถีของทวนและสกัดกั้นคู่ต่อสู้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่หลบ หอกอาจพุ่งเข้าฉีกลำไส้โดยตรง
เขาได้เห็นคู่ต่อสู้ คน ๆ นี้มีใบหน้าที่แสนจะธรรมดา นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่เคยสังเกตคน ๆ นี้มาก่อน
เขาสังเกตเห็นว่าแม้บุคคลนี้จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่สีหน้าของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย หยางเซิงรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่แท้จริงของชายผู้นี้ แต่เป็นหน้ากาก ฝีมือในการสร้างหน้ากากบางและดูเป็นธรรมชาตินั้นช่างเหลือเชื่อ ใครก็ตามที่มีหน้ากากแบบนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ราวกับจะพิสูจน์ความคิดของเขา คน ๆ นี้ไม่แม้แต่จะหลบการโจมตี แต่กลับเอื้อมมือมาคว้าหอกของเขาแทน
หยางเซิงคิดในใจว่าคน ๆ นี้บ้าหรือเปล่า? เจ้าจะจับหอกของข้าด้วยมือเปล่าแบบนี้ มือของเจ้าจะไม่พิการหรือ?
เขาคร่ำครวญ จากนั้นปรับมุมของทวนไปทางด้านข้างเล็กน้อยและเล็งแทงผ่านฝ่ามือของอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าจังหวะการโจมตีของอีกฝ่ายน่ากลัวเพียงใดจนกลั้นใจไปจังหวะหนึ่ง
มือของอีกฝ่ายไขว้กันและตะปบหอกราวกับกรงเล็บเหยี่ยว พวกมันเหมือนงูทะเลที่ว่ายน้ำตามหอกมาถึงหน้าหยางเซิงแทบจะในทันที
หยางเซิงตกใจมาก เขาไม่ใส่ใจที่จะทำอย่างอื่นและเลิกใช้หอก เท้าแตะพื้นส่งแรงบินไปข้างหลัง เขารู้สึกขอบคุณที่ไม่ประมาทคู่ต่อสู้และรักษาพละกำลังไว้ได้เล็กน้อย ไม่อย่างนั้นแขนของคู่ต่อสู้คงแทงทะลุหน้าอกของเขาไปแล้ว
แต่แม้ว่าจะดีดตัวอย่างรวดเร็ว แต่แรงนั้นทำให้อวัยวะภายในของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาไม่สามารถใช้กำลังทั้งหมดที่มีได้ รอยเปื้อนเลือดหลายจุดปรากฎขึ้นบนร่างกาย
…
ซูอันเฝ้าดูสถานกาณ์ทั้งหมดจากด้านบน ทักษะกรงเล็บของทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดนี้ค่อนข้างบ้าระห่ำอย่างยิ่ง
เขาสามารถบอกได้ว่าทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดยั้งมือไว้จริง ๆ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางที่หยางเซิงจะหนีพ้นไปได้ด้วยรอยขีดข่วนเปื้อนเลือดเพียงเล็กน้อยจากการโจมตีครั้งใหญ่เช่นนี้!
วัตถุประสงค์หลักของทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดในครั้งนี้เพื่อยืนยันบางสิ่งเท่านั้น มันไม่ใช่การฆาตกรรม นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ฆ่าใคร
…
หยางเซิงตกใจและโกรธเกรี้ยว หลังจากที่สร้างระยะห่างได้ เขาก็สั่งให้กองกำลังเข้าแถวทันที แต่ก็หยุดการโจมตีของทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดแทบไม่ได้
ซูอันมองไปยังสถานที่ที่คนชุดดำซ่อนตัวอยู่ เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มีความตั้งใจที่จะแสดงตัว
ใกล้ถึงเวลาที่เขาตกลงกับทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ด เขาไม่ต้องการให้บุคคลชุดดำเหล่านั้นได้รับผลประโยชน์หลังจากที่เขาเข้าไปแทรกแซง
จู่ ๆ เขาก็นึกถึงอะไรบางอย่างและมองไปที่ร่างของผู้อาวุโสในชุดดำที่เขาโยนทิ้งไป ปกติแล้วผู้ชายคนนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอย่างไร?
เขาค้นร่างกายของผู้อาวุโส มีบางอย่างที่คล้ายกับลูกธนูส่งเสียงดังอยู่บนตัวเขา ดังนั้นซูอันจึงหยิบมันขึ้นมาและยิงมันลงไป เสียงโหยหวนดังก้องไปทั่วหุบเขา เมื่อคนชุดดำได้รับสัญญาณ ทุกคนก็พุ่งเข้าใส่อย่างโหดเหี้ยม
ทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดกระโดดด้วยความตกใจ เขาคิดว่าทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขสิบเอ็ดมาช่วยเขา แต่เมื่อเห็นชุดของบุคคลเหล่านั้นและความโหดเหี้ยมในการโจมตี เขาก็รู้ว่าไม่ใช่ซูอัน
กระบวนทัพของกองทหารก็พังพินาศเมื่อผู้มาใหม่มาถึง เลือดและเนื้อปลิวว่อนไปทั่ว มีเพียงรถม้าที่ปิดสนิทเท่านั้นที่ไร้การแตะต้อง
คนในชุดดำมากกว่า 10 คนรีบวิ่งไปข้างหน้า หลังจากนั้นไม่นานทหารรอบรถม้าพยายามหยุดพวกเขา แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย
บุคคลในชุดดำทุบเปิดประตูรถม้า ขณะที่พวกเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง คลื่นพลังแห่งดาบอันชั่วร้ายก็ฟันออกไป บุคคลชุดดำที่อยู่ด้านหน้าสุดถูกสับเป็นชิ้น ๆ ทันที
“ดาบพลังชี่!” ทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดยังคงให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาจำได้ว่ามันคือโจมตีจากเหลียวหลิ่ง
“ข้อมูลราชการลับก่อนหน้านี้ระบุว่าเขาอยู่ที่ขั้นสูงสุดของระดับเจ็ด ข้าไม่คิดว่าเขาจะทะลวงข้ามมาได้” เขาพึมพำ ตอนนี้เขารู้สึกกังวล แม้ว่าทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขสิบเอ็ดจะมีไหวพริบ แต่การบ่มเพาะยังต่ำกว่าทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดเล็กน้อย เขาจะชิงตัวคนจากมือของอีกฝ่ายได้อย่างไร?
เขาต้องการช่วย แต่หยางเซิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ถูกกำจัดได้โดยง่าย
ชายวัยกลางคนเดินออกจากรถม้าอย่างช้า ๆ รูปร่างของเขาดูเหมือนจะกดดันอย่างมาก การโจมตีของเขาคือดาบที่ได้รับการเลี้ยงดูจากพลังชี่ของโลกใบนี้!
ทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดรู้สึกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ดาบพลังชี่ของชายผู้นั้นมีพลังอำนาจมากกว่าของผู้บ่มเพาะคนอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นเขาที่ต้องไปรับมือก็ยังพบว่ามันค่อนข้างยุ่งยากในการจัดการ! ดังนั้นทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขสิบเอ็ดจะทำอะไรได้บ้าง?
บุคคลที่สวมชุดดำที่อยู่ใกล้กับรถม้าล้วนยกดาบขึ้นต่อหน้า พวกเขาจัดตัวด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายแล้วพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้
“ค่ายกลจตุรธาตุแห่งสำนักมาร!” สีหน้าของทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดมืดลง ความสงสัยบางอย่างของเขาได้รับการยืนยันแล้ว
ทันใดนั้น เหลียวหลิ่งเคลื่อนไหว ประกายเย็นวูบวาบ ภาพติดตานับไม่ถ้วนครอบคลุมทุกสิ่งภายในระยะหนึ่งจั้ง จากนั้นภาพเบื้องหลังก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียวและกลับสู่ร่างเดิม ราวกับว่าเขาไม่เคยขยับไปไหนจากจุดเดิมเลย
อย่างไรก็ตาม บุคคลที่สวมชุดดำทุกคนต่างจับคอของตัวเองในขณะที่เลือดไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ จากนั้นพวกเขาก็ล้มลงอย่างไร้เรี่ยวแรงทีละคน
เหลียวหลิ่งไม่แม้แต่จะมองคนเหล่านั้น แต่มองไปที่ทูตยุทธ์เสื้อแพรทองหมายเลขเจ็ดแทน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย บุคคลที่สวมชุดดำคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ เริ่มลังเลและหวั่นไหวกับอำนาจของเหลียวหลิ่ง
………………..