เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1468 ลูกของเรา
บทที่ 1468 ลูกของเรา
………………..
บทที่ 1468 ลูกของเรา
ซูอันพยุงนางขึ้นบนเตียง น่าเสียดายที่นางไม่สามารถลุกขึ้นนั่งได้เลยและล้มลงอย่างรวดเร็ว เขาเอื้อมมือไปขยับร่างกายนาง 2-3 ครั้งพื่อให้นางอยู่กับที่ จากนั้นจึงใช้พลังปฐมบทช่วยให้นางดูดซับความแข็งแกร่งของยา ในขณะเดียวกันก็รักษาอาการบาดเจ็บของนางไปพร้อมกัน
วิชาปฐมบทแรกเริ่มของเขาได้รับการบ่มเพาะถึงขั้นนที่สี่แล้ว ตราบใดที่มันไม่ใช่การบาดเจ็บที่คุกคามถึงชีวิต เขาสามารถรักษาคนไข้ได้ เส้นของพลังปฐมบทออกจากนิ้วของเขาหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายนาง
ถังเทียนเอ๋อร์คร่ำครวญ ร่างกายเริ่มตอบสนองบ้างแล้ว เมื่อพลังปฐมบทไหลผ่าน ร่างกายของนางก็เริ่มร้อนขึ้น จากนั้นก็เริ่มปล่อยไอน้ำสีขาวออกมา
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ขนตาของถังเทียนเอ๋อร์ก็สั่นไหวเบา ๆ ซูอันหดมือและพูดอย่างเฉยเมยว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นแล้ว”
ถังเทียนเอ๋อร์จึงลืมตาและพูดว่า “ข้าอยากให้เจ้ารักษาข้าให้นานกว่านี้… ตอนนี้ข้ายังไม่หายดี” มีเหตุผลที่น่าอายอีกอย่างหนึ่งที่นางไม่อยากเอ่ยถึง นั่นคือเมื่อพลังชี่ของเขาเคลื่อนผ่านร่างกายของนาง มันอบอุ่นและรู้สึกดีจริง ๆ นางไม่อยากให้เขาหยุดเลย
“ยังไม่ตายและยังพูดได้อยู่ เจ้ายังต้องการให้ข้าดูแลเจ้าต่อไปใช่ไหม? บางทีเจ้าอาจไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้” ซูอันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
“สถานการณ์ตอนนี้รึ? ไม่ใช่ว่าแค่เจ้าสัมผัสร่างกายของข้าไปทั่วแล้วทำให้เปียกไปหมดเหรอ?” ถังเทียนเอ๋อร์ตอบในขณะที่ดึงเสื้อผ้าของนางขึ้นเพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
ซูอันพูดไม่ออก อย่าใช้คำกำกวมแบบนี้ได้ไหม? ไม่อย่างนั้นคนอื่นอาจคิดว่าข้าทำอะไรเจ้า!
ถังเทียนเอ๋อร์หน้าแดง เพราะเหงื่อทำให้เสื้อผ้าของนางโปร่งแสงเล็กน้อย การดึงเสื้อผ้ายิ่งทำให้เห็นอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น นางทำท่ามองไปรอบ ๆ แก้เขิน
“เอ๋? ผู้หญิงคนนั้นมาจากไหน? ข้าไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสวยเท่านี้มาก่อน!” นี่เป็นคำถามที่จริงใจ นางมีเวลาไม่มากที่จะดูรายละเอียดผู้หญิงคนนั้นในขณะที่ซ่อนตัวอยู่ แต่นางก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเพียงแวบเดียว มีผู้หญิงสวยขนาดนี้ในโลกนี้ด้วยหรือ? และผู้หญิงคนนั้นเคยอยู่ในห้องเดียวกับซูอันในตอนกลางคืน นางเริ่มสงสัยชายคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ซูอันนึกถึงต๋าจี่แล้ว เขาไม่รู้สึกอยากตอบนางแต่กลับพูดว่า “เลิกนอกเรื่องได้แล้ว บอกข้าทีว่าทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ แล้วข้าจะตัดสินใจว่าจะไว้ชีวิตเจ้าหรือไม่”
ใบหน้าที่มีเสน่ห์ของถังเทียนเอ๋อร์มืดลง นางพูดได้เพียงว่า “ข้าได้ยินว่าแขกเหรียญหยกหมายเลข 333 มาที่ภาคีอิสระและข้าคิดว่าเป็นเจ้า ข้าจึงไปพบเจ้าด้วยความคึกคะนอง แต่แล้วก็พบว่าสองคนนั้นไม่ใช่เจ้า ข้าเสียใจมากจึงเอาเหรียญหยกจากพวกเขามาส่งคืนให้เจ้า”
ซูอันมีสีหน้าแปลก ๆ เพ่ยโยวจะต้องอับอายแค่ไหนเมื่อเขาพบว่าเขาทำเหรียญหยกหายและต้องเสียเงินที่ภาคีอิสระ… แต่เขาคงไม่เชื่อทุกอย่างที่นางพูด เขาตอบว่า “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่ออย่างนั้นเหรอ”
ถังเทียนเอ๋อร์เม้มปากแล้วพูดว่า “ก็ได้ ข้าจะบอกความจริง ข้าสงสัยตัวตนของเจ้า ข้าจึงมาดูว่าเป็นเจ้าหรือเปล่า”
“นี่คือวิธีที่ภาคีอิสระปฏิบัติต่อแขกระดับเหรียญหยกของพวกเจ้างั้นเหรอ?” ซูอันรู้สึกกระหายน้ำเล็กน้อยจากการรักษานางเป็นเวลานาน เขาลุกจากเตียงและรินชาให้ตัวเอง
“ข้าก็อยากดื่มบ้าง!” ถังเทียนเอ๋อร์เพิ่งเสียเลือดมาก เมื่อรวมกับอาการบาดเจ็บแล้ว นางก็กระหายน้ำมากเช่นกัน
“ตอบคำถามข้าก่อน” ซูอันไม่สนใจนาง
“ขี้งก” ถังเทียนเอ๋อร์โวยวาย จากนั้นนางก็พูดว่า “เราไม่ตรวจสอบแขกทั่วไปอยู่แล้ว แต่เจ้าแตกต่างออกไป! ข้าจะไม่รู้จักตัวตนจริง ๆ ของผู้ชายที่ข้าร่วมคืนแห่งความสุขด้วยได้ยังไง ไม่งั้นถ้าข้าท้องแล้วลูกถามว่าใครเป็นพ่อก็ไม่รู้จะบอกเขายังไง”
จู่ ๆ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป “ไม่นะ เจ้าคิดว่าลูกของเราเสียชีวิตจากฝ่ามือของเจ้าเมื่อกี้นี้หรือเปล่า?”
ซูอันพูดไม่ออก ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรไป แต่เขาชื่นชมความสามารถในการแสดงของนางจริง ๆ ถ้าเป็นคนอื่นอาจถูกนางหลอกไปแล้ว
“เจ้ายังเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่ ทำไมถึงยืนกรานที่จะทำเสน่ห์เย้ายวนแบบนี้” ซูอันยื่นถ้วยชาในมือให้เมื่อเห็นนางกลืนน้ำลายหลายครั้ง
ถังเทียนเอ๋อร์แสดงความรู้สึกขอบคุณบนใบหน้า นางหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มทันทีในอึกเดียว “ขออีกได้ไหม~?” นางพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นและมองซูอันอย่างน่าสมเพช
ซูอันไม่รู้สึกอยากรินให้นางและหยิบกาน้ำชาทั้งใบขึ้นมา “อ้าปาก!”
“อ้า~” ถังเทียนเอ๋อร์ก็ให้ความร่วมมือเช่นกัน นางเพิ่งเปิดปากดื่มชาลงไป แต่หลังจากนั้นไม่นานนางก็เริ่มสำลัก “ช้าลงหน่อย~!” นางดูไม่พอใจ
ซูอันเพิกเฉยโดยสิ้นเชิงและพูดว่า “ตอนนี้เจ้าก็อิ่มแล้ว ถึงเวลาพูดแล้วไม่ใช่เหรอ?”
สีหน้าของถังเทียนเอ๋อร์ซับซ้อน นางพูดว่า “ข้าแค่อยากจะทดสอบเจ้าสักหน่อย ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเจ้าไม่ได้หมดสติในตอนนั้น และใช้ข้าเป็นเครื่องบังหน้า”
ซู่อันหรี่ตา โต้กลับ “เจ้าไม่กลัวหรือว่าจะถูกปิดปากให้เงียบไปตลอดกาลหลังจากบอกเรื่องนี้กับข้า?”
ถังเทียนเอ๋อร์เอียงศีรษะไปด้านหนึ่งแล้วถามว่า “เรื่องเดียวที่ถึงขนาดต้องฆ่าปิดปากกันคือการตายของซุนจี้ แต่เราพบผู้สังหารซุนจี้แล้ว และมีคนในตระกูลซุนเป็นพยานด้วย ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า! แล้วทำไมข้าต้องกลัวด้วย?”
ซูอันพูดอย่างเฉยเมยว่า “ผู้หญิงฉลาดเกินไปไม่ใช่เรื่องดี เจ้าอาจตายโดยไม่มีใครรู้ได้” แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่ฆ่าซุนจี้ แต่การถูกซุนซวินเข้าใจผิดก็เป็นเรื่องที่น่ารำคาญมาก
ถังเทียนเอ๋อร์ตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าของเขาจึงถามว่า “เจ้าจะฆ่าข้าจริง ๆ เหรอ? จะดีจะร้ายเราก็เคยมีความสัมพันธ์ทางกายกันมาก่อน”
ซูอันปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ยิ่งเขาพูดน้อย ถังเทียนเอ๋อร์ก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นเท่านั้น ผู้ชายที่อยู่ต่อหน้านางแตกต่างจากผู้ชายที่เคยพบมาครั้งก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง! ไม่ว่าจะหนุ่มหรือแก่ ไม่ว่าการบ่มเพาะจะต่ำหรือสูง ผู้ชายคนอื่นมักถูกนางปั่นหัวเล่นเสมอ แต่นางไม่สามารถมองผ่านคน ๆ นี้ได้และกลายเป็นคนที่ถูกปั่นหัวเล่นเสียเองตลอดเวลา
เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกในห้อง ถังเทียนเอ๋อร์ก็กัดริมฝีปากแล้วพูดอย่างรวดเร็วว่า “แล้วถ้าอย่างนี้ล่ะ? ข้าสามารถไถ่ชีวิตของตัวเองด้วยข้อมูล เจ้าควรรู้ว่าภาคีอิสระนั้นรอบรู้แค่ไหน เรารู้ความลับมากมาย” ข้าไม่อยากเชื่อว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรจากการชักจูงของข้า! ฮึ่ม ข้าจะปล่อยไปก่อน แต่ในอนาคตข้าจะละลายเขาให้เหลวเป็นน้ำเลย แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเพียงก้อนเหล็กก็ตาม
“โอ้?” ซูอันมองนางแล้วถามว่า “แล้วใครคือหัวหน้าของภาคีอิสระ”
รอยยิ้มของถังเทียนเอ๋อร์แข็งทื่อทันที ซูอันตั้งข้อสังเกตว่า “เกิดอะไรขึ้น? เจ้าไม่ได้บอกว่าตัวเองรู้ความลับมากมายเหรอ?”
“นายน้อยกำลังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบาก! เจ้านายของเราลึกลับมากจนมีเพียงไม่กี่คนในโลกนี้ที่รู้ว่าเป็นใครและไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อเขา ยิ่งกว่านั้นคนอย่างข้าจะไปติดต่อกับคนระดับหัวหน้าได้ยังไง?” ถังเทียนเอ๋อร์คุกเข่าลงบนเตียง นางแสร้งดึงแขนเสื้อของเขาอย่างออดอ้อน “นายน้อย เจ้าช่วยเปลี่ยนคำถามได้ไหม? ข้าสัญญาว่าจะตอบ”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้ารู้ไหมว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกับสำนักมาร? เหตุใดจึงใช้สัญญาณระดับสูงสุดเรียกคนกลับไปทั้งหมด?” ซูอันถาม
ใบหน้าของถังเทียนเอ๋อร์มืดลง นางตอบว่า “นายน้อย เจ้าพูดไปแล้วว่ามันเป็นสัญญาณระดับสูงสุดของสำนักมาร แล้วคนนอกอย่างข้าจะรู้ได้ยังไง? ถ้าเจ้าให้เวลาข้าสัก 2-3 เดือน ข้าอาจจะพบเงื่อนงำบางอย่างก็ได้”
ซูอันไม่พอใจ “เรื่องนี้เจ้าก็ไม่รู้ เรื่องนั้นเจ้าก็ไม่รู้ ไว้ชีวิตเจ้าจะมีประโยชน์อะไร?”
………………..