เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1523 ข้าต้องการทุกอย่าง
บทที่ 1523 ข้าต้องการทุกอย่าง
………………..
บทที่ 1523 ข้าต้องการทุกอย่าง
หลังจากได้รับข้อมูลที่ต้องการจากร้านอาหารจันทร์อบเชยแล้ว ซูอันก็ไปยังสถานที่ต่อไป ที่นั่นมีกลิ่นหอมฟุ้งกระจายในอากาศ แตกต่างจากกลิ่นอาหารของร้านอาหารจันทร์อบเชย เป็นกลิ่นเครื่องสำอางแทน
คำที่สละสลวย ‘ชาดสีแดง’ ถูกจารึกไว้บนป้าย
ทายาทของราชันลมปราณมักจะมาที่ร้านนี้ก่อนที่จะไปที่ตระกูลเพ่ยเช่นกัน มีทั้งสาวน้อยและหญิงสาวที่แต่งงานแล้วเข้าออกร้าน พลางพูดคุยเกี่ยวกับสินค้าใหม่ล่าสุดและสีของชาดทาปาก
เมื่อเข้าไปในร้าน ซูอันรู้สึกราวกับว่าได้เข้าไปในดินแดนของผู้หญิง เมื่อเทียบกับตรอกนิลแล้ว เสื้อผ้าของผู้เหล่าหญิงสาวที่นี่ค่อนข้างสงวนเนื้อหนังมากกว่า
คุณนายและคุณหนูต่างขมวดคิ้วเมื่อเห็นชายคนหนึ่งเข้ามา พวกนางต่างก็สงสัยว่าคนลามกคนนี้มาจากไหน
แต่เมื่อพวกเห็นรูปลักษณ์ของซูอัน พวกนางต่างก็ตกตะลึงและหน้าแดงขึ้น ผู้หญิงที่กำลังจะด่าทอเขาแสดงท่าทีเขินอายแทน พวกนางทั้งหมดกระซิบกระซาบกันว่า “นายน้อยคนนี้คือใครกัน? ช่างรูปงามจริง ๆ”
“คงมาซื้อของฝากให้หญิงสาวของตัวเอง”
“เฮ้อ น่าเสียดายจริง ๆ นางส่งสามีมาซื้อของพวกนี้ ผู้หญิงแบบนี้ไม่เกียจคร้านไปหน่อยเหรอ?”
“เราลองคุยกับเขาดีไหม? นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอคนที่หล่อขนาดนี้”
“เจ้าบ้าหรือเปล่า? เจ้าจะไม่โดนทุบตีเหรอถ้าคนที่บ้านรู้เข้า?”
“ถ้าเปลี่ยนให้นายน้อยคนนี้เป็นคนตี ข้าก็ยอม”
…
แม้ว่าพวกนางจะคุยกันเสียงเบา แต่ไม่มีเสียงใดรอดพ้นจากหูของผู้บ่มเพาะระดับสูงอย่างเขา
เขาเริ่มเหงื่อตกทันทีเมื่อได้ยินการสนทนาของพวกนาง เคยได้ยินมาก่อนว่าพลเมืองของมณฑลเมฆครามค่อนข้างใจกว้าง แต่นี่ไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ?
เขากระแอมเบา ๆ และรีบไปหาเจ้าของร้าน แม้ว่าเจ้าของร้านจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นชายคนหนึ่งเข้ามา แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรก นางถามว่า “นายน้อยต้องการซื้ออะไร?”
ซูอันตกตะลึง เขางุนงงกับทุกสิ่งที่ได้ยิน ไม่รู้ว่าพวกมันคืออะไร จึงโพล่งออกไปว่า “ข้าต้องการทุกอย่าง!”
เจ้าของร้านตาเป็นประกายพลางถามว่า “ขอถามท่านลูกค้าว่าอยากได้เลขรุ่นอะไร? เรามี…”
ซูอันตัดบท เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีเวลาคิดเรื่องทั้งหมดนั้น เขาตอบว่า “ตัวที่แพงที่สุดในแต่ละแบบ ให้ข้า เอ่อ… อย่างละสิบชิ้น”
เห็นได้ชัดว่าเขาจำเป็นต้องแสดงความมั่งคั่งเพื่อพูดคุยธุรกิจกับอีกฝ่าย ไม่อย่างนั้นถ้าเขาพูดทันทีว่าต้องการซื้อร้าน ใครจะสนใจเขา?
สำหรับเครื่องสำอางค์เหล่านี้ พวกมันค่อนข้างมีประโยชน์ เขามีหญิงสาวหลายคนอยู่เคียงข้าง อย่างน้อยก็มีของขวัญที่จะมอบให้พวกนางแล้ว
หญิงสาวและนายหญิงต่างร้องด้วยความประหลาดใจ พวกนางมองเขาด้วยสีหน้าแปลก ๆ ทันที
“ชายเจ้าสำราญ! ซื้อเยอะขนาดนี้มีภรรยากี่คนกันแน่?”
“เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า? แบบนี้เรียกว่ามีเสน่ห์ นายน้อยผู้มั่งคั่งเช่นนี้จะมีนางบำเรอซักสิบคนก็เป็นไปได้”
“ใช่ ๆ! ดูพวกคนรวยและมีอำนาจในเมืองสิ! คนไหนบ้างที่มีนางบำเรอไม่ถึงร้อย? นายน้อยคนนี้มีนางบำเรอสิบคน ค่อนข้างเป็นคนซื่อสัตย์ต่างหาก”
“และเขาซื้อของขวัญให้พวกนางทุกคน ปฏิบัติต่อลูกสาวของพวกนางทุกคนอย่างดี น่าอิจฉาจริง ๆ!”
“เฮ้อ โชคไม่ดีที่ข้าแต่งงานแล้ว มิฉะนั้นข้าจะเสนอตัวเองเป็นนางบำเรอคนที่ 11”
“ทำไมเจ้าไม่ลองดู ถ้าเขาไม่รังเกียจที่จะมีภรรยาเพิ่มล่ะ?”
…
สีหน้าของซูอันมืดลง ในขณะเดียวกันเจ้าของร้านได้ใส่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางหลายชนิดลงในกล่องอย่างดีและมอบให้โดยกล่าวว่า “นายน้อย สิ่งเหล่านี้เป็นของท่าน ข้าขอถามได้ไหมว่าท่านอาศัยอยู่ที่ไหน เราให้คนไปส่งได้”
ซูอันกำลังจะตอบกลับ แต่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นใกล้ ๆ “จิ๊ ๆ เจ้าเป็นผู้หญิงที่เจ้าชู้จริง ๆ”
ซูอันหันกลับมา เขาเห็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์และสง่างามยืนอยู่ที่ทางเข้า นางมีผ้าคลุมหน้าสีทองประดับด้วยโมราและทับทิม ทำให้ดูมีเสน่ห์และแฝงไปด้วยความลึกลับ
อย่างไรก็ตาม ความสนใจของผู้คนถูกดึงดูดไปที่ตัวนางเองมากกว่า แม้ว่าจะมีผ้าคลุมหน้าอยู่ แต่พวกเขาก็ยังเห็นว่าใบหน้าของนางนั้นสวยงาม
ขณะที่หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ผู้คนจะรู้สึกเช่นเดียวกันในทันที ราวกับนางกำลังมองพวกเขาด้วยความรู้สึกอ่อนโยน เต็มไปด้วยความเป็นมิตร และคิดกับพวกเขาแตกต่างไปจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
หากเป็นสถานที่อื่น ผู้ชายนับไม่ถ้วนจะหมอบกราบต่อหน้านางทันทีที่พวกเขาเห็นนาง แต่นี่เป็นร้านเครื่องสำอาง มีเพียงหญิงสาวน้อยใหญ่เท่านั้น
“ฮึ่ม ช่างเป็นนางจิ้งจอก!”
ปกติแล้วบรรดานายหญิงและหญิงสาวไม่ได้ชอบพอกันขนาดนั้น แต่คราวนี้พวกนางรวมกันเป็นหนึ่งอย่างน่าประหลาดใจ
ผู้หญิงคนนี้ล่อลวงคนอื่นเก่งเกินไป! พวกนางรู้ว่าถ้าคนที่บ้านเห็นชิวฮัวเล่ย คงจะละทิ้งพวกนางเพื่อไล่ตามสาวงามอย่างแน่นอน นั่นคือเหตุผลที่พวกนางทั้งหมดมองไปที่ชิวฮัวเล่ยด้วยสายตาอมหิต
ซูอันรู้สึกประหลาดใจและเรียกนาง “ฮัวเล่ย!”
เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอชิวฮัวเล่ยในสถานที่เช่นนี้! หลังจากแยกจากกันในมณฑลอวี้ครั้งก่อน เขาคิดว่าคงอีกนานก่อนที่พวกเขาจะได้พบกันอีกครั้ง
“อาซู~” ชิวฮัวเล่ยเพิกเฉยต่อสายตาอิจฉารอบตัวโดยสิ้นเชิง นางยิ้มกว้าง
“เขาเป็นคนเจ้าชู้จริง ๆ ด้วย!”
“เขาไม่แม้แต่จะมองไปทางอื่นเมื่อได้เห็นสาวสวย”
“ข้าตาบอดไปชอบเขาได้ยังไง?”
…
เนื่องจากพวกนางไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงทุกคนในร้านก็เริ่มไม่ชอบซูอันทันทีเช่นกัน
จู่ ๆ ซูอันก็รู้สึกราวกับค้นพบดินแดนใหม่ เมื่อเห็นกระแสของคะแนนความโกรธแค้นต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับคะแนนความโกรธจากผู้ชายด้วยการมีสาวสวยอยู่เคียงข้าง เมื่อความริษยาของผู้หญิงถูกกระตุ้น พวกนางจะน่ากลัวกว่าผู้ชายมาก
“เราควรไปคุยกันที่อื่นไหม?” ชิวฮัวเล่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอน” ซูอันรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยจากสายตาที่ล้อมรอบ
เขากำลังจะจากไป ชิวฮัวเล่ยมองกลับมาและทำท่าทางถามว่า “เจ้าจะไม่เอาของไปด้วยเหรอ?”
จากนั้นซูอันก็สังเกตเห็นว่ายังไม่ได้นำเครื่องสำอางเหล่านั้นที่ซื้อติดมือมาด้วย เขายิ้มอย่างเขินอายและรีบกลับเข้าไป
“นายน้อย มันไม่สะดวกที่จะแบกของพวกนี้ในตอนนี้ เราส่งสินค้าให้ท่านได้” เจ้าของร้านยังคงเสนออย่างใจดี
“ไม่จำเป็น” ซูอันหัวเราะเบา ๆ หลังจากจ่ายเงิน เขาก็เก็บทุกอย่างไว้ในดวงแก้วผู้รอบรู้
“อุปกรณ์เก็บของเชิงมิติ!” บรรดาหญิงสาวน้อยใหญ่เริ่มกระซิบกระซาบกัน ใครก็ตามที่มีอุปกรณ์เก็บของเชิงมิติขนาดใหญ่โตเช่นนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามซูอันไม่สามารถใส่ใจกับสิ่งที่พวกนางคิดได้ เขาออกจากร้านเพื่อพบกับชิวฮัวเล่ยอีกครั้ง
“อาซู เจ้าเป็นคนมือเติบจริง ๆ ซื้อของมากมายในคราวเดียว” ชิวฮัวเล่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มที่คลุมเครือ
ซูอันหยิบของออกมาชุดหนึ่งออกมาแล้วพูดว่า “เจ้ามาถูกเวลาพอดี นี่ของเจ้า”
ชิวฮัวเล่ยกลอกตาแล้วพูดว่า “แล้วที่เหลือเป็นของผู้หญิงคนอื่นเหรอ? ข้าเห็นเจ้าซื้อทั้งหมดก่อนหน้านี้แล้ว ข้าไม่ต้องการ”
ซูอันพูดไม่ออก เขารู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพยายามให้เหตุผลกับนาง จึงได้แต่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เขาถามว่า “ว่าแต่ ทำไมเจ้าถึงอยู่ในมณฑลเมฆครามได้ล่ะ?”
“ข้าจะได้เห็นฉากที่น่าอัศจรรย์ก่อนหน้านี้ได้ยังไงถ้าข้าไม่ได้มาที่นี่” ชิวฮัวเล่ยยิ้มแต่มีนัยยะของอันตรายในการจ้องมองของนาง
ซูอันถอนหายใจและพูดว่า “หลังจากที่เราแยกทางกันครั้งสุดท้ายในมณฑลอวี้ ข้าคิดว่าคงอีกนานเลยกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง จากนั้นข้าถูกคนของศาลจับตัวไว้ หลังจากที่ข้าจัดการกับพวกมันแล้ว ข้ากลับไปตามหาสัญญาณควันของเจ้า แต่ไม่พบอะไรเลย”