เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1526 ความแตก
บทที่ 1526 ความแตก
………………..
บทที่ 1526 ความแตก
ซูอันตื่นตัวทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้คุ้มค่าแน่แล้ว
แต่เสียงนั้นแหบแห้งและแปลกประหลาดเล็กน้อย ราวกับว่าบุคคลนั้นจงใจเปลี่ยนเสียงของตนเอง
“พวกเจ้าจะสบายใจบ้างไหมถ้าจั่วซูยังไม่ตาย?” บุคคลในชุดดำซึ่งนั่งอยู่ไกลที่สุดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย
ซูอันขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงปกปิดตัวเองกระทั่งปรับเปลี่ยนเสียง อย่าบอกนะว่าคนพวกนี้ยังแยกแยะใครเป็นใครกันเองไม่ออกเลย?
แต่เมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เขาก็ยังเห็นความแตกต่างบางอย่าง แม้ว่าคนเหล่านี้จะสวมชุดคลุมสีดำ แต่ลวดลายบนแขนเสื้อและปกเสื้อแตกต่างกัน
เสื้อของชายที่นั่งอยู่ไกลที่สุดมีลวดลายสีขาว ลายด้านซ้ายเป็นสีส้ม และลายด้านขวาเป็นสีแดง ลวดลายเสื้อของบุคคลอีกสองคนเป็นสีน้ำเงินและสีเหลือง
สีเหล่านี้แสดงถึงอะไร? ซูอันสงสัย
แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็คือการบ่มเพาะของคนเหล่านั้น แม้ว่าจะระบุการบ่มเพาะที่แน่นอนของพวกเขาได้ยาก แต่ก็มีผู้บ่มเพาะระดับปรมาจารย์อย่างน้อยสองคน อีกสองคนอยู่ในขั้นสูงสุดของระดับเก้า แม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุดก็อยู่ในขั้นกลางของระดับเก้า แน่นอนว่าพวกเขาทุกคนมีทักษะและความสามารถเฉพาะตัว
ผู้บ่มเพาะที่ทรงพลังที่สุดของมณฑลเมฆครามมารวมตัวกันในวันนี้หรือเปล่า?
ซูอันคิดอย่างประชดประชัน ข้าไม่ควรทำอะไรทำอะไรโดยประมาท ทุกย่างก้าวมีอันตรายถึงตายได้
ห้องเข้าสู่ความเงียบที่น่าอึดอัด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาแค่เสแสร้งแสดงความกังวลต่อการเสียชีวิตของจั่วซู แต่ไม่ได้สนใจมันจริง ๆ
ในเวลาต่อมา ชายที่สวมเสื้อลวดลายสีเหลืองซึ่งหันหลังให้ซูอันก็พูดขึ้นเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น “พอแล้ว พวกเราไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตอนนี้ ความสำคัญสูงสุดของเราคือการคิดถึงสิ่งที่เราต้องทำเมื่อจั่วซูเสียชีวิต เราจะทำอย่างไรกับสุญญากาศทางอำนาจในคฤหาสน์กิจการพลเรือน”
ชายชุดลายแดงพูดขึ้น “ฮึ่ม ตอนนี้ซวีอวี้ได้เข้าควบคุมคฤหาสน์กิจการพลเรือนแล้ว สูญญากาศทางอำนาจถูกเติมเต็มมานานแล้ว”
ชายชุดลายส้มกล่าวเสริมว่า “ซวีอวี้มาจากภูมิหลังที่ยากจน ไม่มีอำนาจใด ๆ หนุนหลัง จึงไม่มีเหตุอันควรกังวล”
ซูอันตกตะลึง ท่านั่งของบุคคลนั้นตั้งตัวตรงทำให้ดูคุ้นเคย แต่เขานึกไม่ออกว่าคน ๆ นั้นคือใคร
ชายชุดลายขาวเคาะโต๊ะและพูดว่า “หาโอกาสลองชักชวนซวีอวี้ เป็นการดีที่สุดถ้าทำให้เขาเป็นหนึ่งในพวกเรา”
ชายชุดลายน้ำเงินหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “ผู้ชายคนนั้นใจกว้างและอหังการ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยพยายามชักจูงเขามาก่อน”
“วิธีการนั้นเป็นวิธีที่ผิด ถ้าเป็นมนุษย์ก็ต้องมีจุดอ่อน วิธีการตรง ๆ อาจเหมาะกับเขามากกว่า เช่นจั่วซู เขาก็ดื้อรั้นในตอนแรกไม่ใช่เหรอ แต่สุดท้ายเขาก็เชื่อฟังเราเหมือนเดิม” ชายชุดลายขาวคร่ำครวญ
“สิ่งที่เจ้าพูดมีเหตุผล ข้าจะคิดให้มากกว่านี้” ชายชุดลายเหลืองตอบด้วยเสียงต่ำอู้อี้
“เมื่อเทียบกับเรื่องของซวีอวี้ มีอีกประเด็นหนึ่งที่ข้ากังวลมากกว่า” ชายชุดลายขาวกวาดตาช้า ๆ ราวกับว่ากำลังมองดูทุกคนที่อยู่ตรงนั้น “ทำไมจั่วซูถึงถูกจับ? เห็นได้ชัดว่าคณะทูตไม่ได้จับเขาโดยไม่มีเหตุผล ทั้งยังส่งคนไปจับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบางคนด้วย เหตุใดคณะทูตจึงรู้ข้อมูลโดยละเอียดเช่นนี้”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ชายชุดลายเหลืองก็พูดว่า “ซูอัน ผู้บังคับบัญชาลำดับที่สองของคณะทูต เขาไปเยี่ยมธนาคารเจิ้นหยวนและเบิกหีบที่มีคนอื่นเก็บไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นไม่นาน ซ่างหงก็ตัดสินใจเริ่มจับกุมผู้คน ข้าเกรงว่าอาจมีบางอย่างบันทึกไว้ในหีบใบนั้น”
ความสนใจของคนอื่น ๆ หันมาหาเขาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชุดลายแดงพูดอย่างน่ากลัว “สรุปแล้ว คนของเจ้าเป็นคนทำให้ความลับนี้รั่วไหลเหรอ?”
ซูอันตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าคนเหล่านี้จะพูดถึงเขาจริง ๆ! ดูเหมือนว่าชายในชุดคลุมสีดำที่มีลวดลายสีเหลืองคนนี้เป็นคนจากกลุ่มการค้าเจิ้นหยวน แล้วเขาคือใครกัน เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้นำ แต่ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของกลุ่มการค้าอย่างแน่นอน
ชายชุดลายเหลืองโบกมือและพูดว่า “ถูกต้อง หากทางเราทำความลับรั่วไหลออกมาจริง ๆ ทำไมข้าถึงกล้าพูดออกมาตรงนี้ล่ะ? หีบนั้นเป็นของที่มีคนเก็บไว้ในธนาคารของเราเมื่อนานมาแล้ว กฎของธนาคารคือห้ามแอบดูทรัพย์สินของลูกค้า นั่นเป็นสาเหตุที่เรื่องนี้เกิดขึ้น”
“ใครเป็นคนฝากหีบใบนั้น” ชายชุดลายส้มถาม
“ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบแล้ว เป็นขอทานตัวน้อยที่มาเก็บของกับเรา…” ชายชุดลายเหลืองถูกหลายคนตัดบทก่อนที่จะพูดจบประโยค
“ขอทานมาเก็บของมีค่าในธนาคารของเจ้า และเจ้าไม่คิดว่ามันน่าสงสัยเลยเหรอ?” คนอื่น ๆ จ้องมาที่เขาด้วยสายตาตำหนิอย่างชัดเจนสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เราได้ตรวจสอบเรื่องนี้เมื่อ 2 วันก่อน และในที่สุดเราก็พบว่าขอทานคนนั้นเป็นใคร ตามคำอธิบายรูปลักษณ์จากขอทาน คนที่ฝากหีบใบนั้นกับเราควรจะเป็นเฉินจั่ว”
“เฉินจั่ว!” คนอื่น ๆ ส่งเสียงเบา ๆ เห็นได้ชัดว่าทุกคนรู้จักบุคคลนี้
เฉินจั่วเป็นเพียงองครักษ์ธรรมดา แต่กลับมีบุคคลสำคัญมากมายที่รู้จักเขา นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็น
“ไม่คิดว่าเขาจะทิ้งไพ่ตายนี้ไว้!” ชายชุดลายขาวทุบโต๊ะอย่างแรง จู่ ๆ เขากล่าวเสริมด้วยความประหลาดใจว่า “เมื่อวานนี้คณะทูตได้จับกุมหลายคน ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดถูกดำเนินการโดยด่วน ใครเป็นคนทำอย่างนั้น?”
คนอื่น ๆ กำลังจะตอบ จู่ ๆ ก็มีแสงปรากฏขึ้นที่กลางโต๊ะกลม
ซูอันคิดกับตัวเอง ท่าไม่ดีแล้ว!
เดิมที คืนนี้เป็นคืนที่มีเมฆมากและมีทัศนวิสัยต่ำ แต่ทันใดนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างเมฆก็กระจายตัวออกไป เผยให้เห็นดวงจันทร์ที่อยู่เบื้องหลัง
แสงจันทร์สาดส่องลงมา ซูอันกังวลว่าเงาของเขาจะถูกเปิดเผยทางหน้าต่าง07’หมอบลงโดยสัญชาตญาณ แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันจนลืมไปว่าช่องที่เขาแอบทำไว้ที่หน้าต่างนั้นยังอยู่ แสงจันทร์ส่องตรงผ่านช่องนั้นพอดิบพอดี
ผู้คนที่นี่ทำตัวลึกลับเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวตนถูกเปิดเผย นั่นเป็นเหตุผลที่แม้ว่าพวกเขาจะประชุมกันในที่ลับแล้ว แต่ก็ไม่มีแสงไฟ ดำเนินการทุกอย่างอยู่ในความมืด พวกเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเห็นแนวแสงลอดรูเข้ามา?
มีใครบางคนอยู่ที่นี่!
ซูอันรู้ว่าเขาไม่สามารถซ่อนตัวได้อีกต่อไปจึงพยายามที่จะพุ่งออกไป กระแสพลังดาบที่ชั่วร้ายพุ่งออกมา หน้าต่างและประตูแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันที
“หานเฟิงชิว!” ซูอันเคยต่อสู้กับบุคคลนี้มาก่อนจึงจำกระบวนดาบได้ทันที เขากวัดแกว่งฝ่ามือฟาดดาบบินออกไป จากนั้นก็เรียกจ้าววายุเพื่อเคลื่อนที่เป็นระยะทางไกลทันที