เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1550 ร่วมหลังคาเดียวกัน
บทที่ 1550 ร่วมหลังคาเดียวกัน
………………..
บทที่ 1550 ร่วมหลังคาเดียวกัน
ซูอันถอนหายใจด้วยความประหลาดใจ อวี้เหยียนลั่วคนนี้เป็นตัวแทนของความสมบูรณ์แบบที่ว่าผู้หญิงที่งดงามอย่างแท้จริงควรเป็นอย่างไร รอยยิ้มของนางทำให้ผู้ชายพร้อมใจกันประเคนทุกสิ่งทุกอย่างให้นางได้
เขารวบรวมความคิดและถามด้วยความสงสัย “ข้าทำอะไรได้?”
อวี้เหยียนลั่วมองเขา สีหน้าเริ่มแปลกไป นางตอบว่า “เจ้าไม่ได้ปลอมเป็นสามีของข้าเหรอ? เพียงแค่แกล้งทำเป็นเขาต่อไป แม้ว่าข้าจะมองออก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะมองออกเหมือนข้า”
ซูอันตระหนักถึงบางสิ่ง เขาถามว่า “เจ้ากำลังบอกว่าจะทดสอบอะไรบางอย่างเหรอ?”
อวี้เหยียนลั่วพยักหน้าตอบว่า “ถูกต้อง เจ้ากลับไปที่คฤหาสน์อ๋องในฐานะเหยียนโหย่วและยึดอำนาจทางทหารทั้งหมดกลับคืนมาได้ ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าเจียนไท่ติงต้องการก่อกบฏ แต่ก็ไม่มีกองกำลังในมือ”
ดวงตาของซูอันโตขึ้น ตอนนี้ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาคือผู้มีอำนาจทางทหารอย่างเจียนไท่ติง ซึ่งพลิกสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ ซ่างหงไม่มีทางเลือกนอกจากเรียกกำลังเสริมจากมณฑลอวี้
กองกำลังเหล่านั้นต้องใช้เวลากว่าจะมาถึงและมณฑลเมฆครามก็เป็นถิ่นของเจียนไท่ติง เมื่อถึงเวลาก็ยากที่จะซ่อนกองกำลังเหล่านั้นได้ ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรเมื่อจนตรอก?
แต่ถ้าซูอันปลอมตัวเป็นเจี่ยนเหยียนโหย่ว เขาควบคุมกองทหารและใช้ตัวตนนี้ตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ท้ายที่สุด เจี่ยนเหยียนโหย่วถูกเจียนไท่ติงสังหาร หากเจียนไท่ติงเห็นพี่ชายของเขาที่ควรจะตายไปแล้วปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง วิญญาณของเขาอาจจะออกจากร่างทันที
ดังคำกล่าวที่ว่า ทันทีที่มีความวุ่นวายเล็กน้อย ความผิดพลาดก็จะตามมาอย่างง่ายดาย ซูอันแค่ต้องรอจังหวะ
“แต่หลายคนคุ้นเคยกับเจี่ยนเหยียนโหย่ว ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนิสัยและเรื่องอื่นของเขาด้วย แม้ว่าจะดูเหมือนกันก็อาจจะถูกเปิดโปงอย่างรวดเร็ว” ซูอันรู้สึกกังวลเล็กน้อย
“นั่นเป็นปัญหาจริง ๆ” อวี้เหยียนลั่วยังคงเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ “แล้วอย่างนี้ล่ะ? เจ้าแสร้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียความทรงจำ ด้วยวิธีนี้ เจ้าอธิบายความแตกต่างส่วนใหญ่ได้”
“ความจำเสื่อม?” ซูอันมีสีหน้าแปลก ๆ คำพูดซ้ำซากจำเจในละครทีวีโง่ ๆ นี้ค่อนข้างมีประโยชน์จริง ๆ … ไม่คิดว่านางจะคิดวิธีนี้ออกด้วยตัวเอง
“ใช่ ส่วนเรื่องนิสัยและการใช้ชีวิตตามปกติของเหยียนโหย่ว ข้าอยู่ที่นี่ ข้าสอนเจ้าได้” ดวงตาของอวี้เหยียนลั่วเริ่มมีประกาย ดูไม่สงบเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปและดูเหมือนจะพบสิ่งที่น่าสนใจแทน
“เจ้าคุ้นเคยกับกิจวัตรปกติของเขาไหม?” ซูอันอดไม่ได้ที่จะถาม เขาเคยได้ยินมาก่อนว่าสองสามีภรรยามักจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน
ราวกับรู้ทันความคิดของเขา อวี้เหยียนลั่วยิ้มและพูดว่า “เขาเป็นสามีของข้า แม้ว่าเราจะแค่แสดงละคร เราก็ต้องทำแบบนั้นเพื่อให้คนอื่นเชื่อ ข้าจำเป็นต้องรู้รายละเอียดส่วนตัวของเหยียนโหย่วบางอย่างอยู่แล้ว”
จู่ ๆ นางก็รู้สึกอึ้ง ทำไมนางต้องอธิบายความสัมพันธ์ที่แท้จริงของพวกนางกับเขา?
ซูอันตกใจมาก “ตกลงเจ้ากับอ๋องเมฆาครามเป็นแค่สามีภรรยากันในนามเหรอ?” แม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่เขาสงสัย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินข้อสรุปดังกล่าวจากปากนาง
เมื่อเห็นว่าได้พูดไปแล้ว อวี้เหยียนลั่วก็ไม่ได้ปิดบังต่อไปเช่นกัน นางถอนหายใจและพูดว่า “แน่นอน เมื่อก่อน รูปร่างหน้าตาแบบนี้ของข้าดึงดูดความสนใจมากเกินไป… มีพวกคลั่งไคล้ไล่ตามข้ามากมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ข้าตัดสินใจหาคนที่จะแต่งงานด้วย ซึ่งคน ๆ นั้นต้องมีสถานะเพียงพอที่จะหยุด… คู่แข่งที่กำลังมีความรักได้ ในเวลาเดียวกัน ต้องไม่ห่างเหินจากตระกูลอวี้มากเกินไป
ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องมีศีลธรรมอันดี ไม่อย่างนั้นเขาอาจถือการแต่งงานจอมปลอมเป็นเรื่องจริงจัง นั่นจะทำให้ข้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
“เงื่อนไขเหล่านี้จะไม่ยากเกินไป แต่เมื่อรวมกันแล้วมีตัวเลือกน้อยมาก ในที่สุดข้าก็เลือกเหยียนโหย่ว เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับข้าอย่างสมบูรณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“พูดตามตรง เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ดีไม่กี่คนของข้า เป็นเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ในเมื่อรู้แล้วว่าเขาถูกวางแผนร้าย ข้าต้องช่วยล้างแค้น”
“เป็นไปได้ไหมว่าตลอดหลายปีมานี้ อ๋องเมฆาครามเขา… ไม่เคยขอทำอะไรเจ้าเลย?” ซูอันรู้สึกไม่เชื่อเล็กน้อย
อวี้เหยียนลั่วมองเขาด้วยท่าทางหงุดหงิดและตอบว่า “เขาเป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง เจ้าคิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับเจ้าเหรอ?”
ซูอันเย้ยหยันภายในใจ อ๋องเมฆาครามคนนี้ผิดปกติอะไรไหม? มีหญิงงามล่มเมืองเป็นภรรยา แต่กลับไม่ได้ทดลองข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์ไม่ถึงครึ่งก้าวจริง ๆ ทำไปได้!
“อีก 2-3 วันข้างหน้านี้ เจ้ามาฝึกกับข้าไหมล่ะ? ข้าจะบอกรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับคฤหาสน์อ๋อง เจ้าจะได้หลอกลวงผู้ที่รับใช้เหยียนโหย่วได้สำเร็จ” อวี้เหยียนลั่วกล่าวต่อ
ซูอันตอบว่า “กลางวันข้าไม่สะดวก… ที่พักชั่วคราวถูกกองทหารของคฤหาสน์กิจการทหารล้อมไว้ วันนี้ข้าแอบออกมา จริง ๆ แล้วคนอื่นคิดว่าข้าบาดเจ็บสาหัสและพักผ่อนอยู่ ถ้ามีคนรู้ว่าสภาพปัจจุบันของข้าเป็นยังไงคงวุ่นวายกันใหญ่”
อวี้เหยียนลั่วก็ตระหนักเช่นกัน “ข้าเกือบจะลืมไปแล้วถ้าเจ้าไม่บอกข้า เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งและมีชีวิตชีวาของเจ้ายามต่อสู้กับข้าก่อนหน้านี้ ดูเหมือนเจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บเลย! แต่เจียนไท่ติงได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถแม้แต่จะออกจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นผู้บ่มเพาะระดับปรมาจารย์!” นางรู้สึกตื่นตระหนกมากขึ้นเรื่อย ๆ ริมฝีปากสีแดงเย้ายวนของนางอ้าค้างเป็นเวลานาน
“ข้าก็ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แต่อดทนไว้เมื่อต่อสู้กับเจ้าก่อนหน้านี้…”ซูอันกล่าวอย่างถ่อมตน
อวี้เหยียนลั่วพูดไม่ออก นางถามว่า “เอาชนะข้าได้แม้บาดเจ็บ? เจ้าพยายามทำให้ข้าอับอายกับการบ่มเพาะหรือสติปัญญาของตัวเองเหรอ?”
ซูอันหัวเราะอย่างเชื่องช้าและตอบว่า “ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ข้ายังมีอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ความสามารถในการฟื้นฟูของข้าค่อนข้างดีและร่างกายของข้าก็แข็งแรงเช่นกัน”
“ร่างกายเจ้าค่อนข้างแข็งแร็ง” นั่นคือสิ่งที่อวี้เหยียนลั่วต้องยอมรับ ในโลกของภาพวาด นางเป็นเหมือนเทพ สัตว์อสูรที่นางสร้างนั้นถูกทุบจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยกำปั้นของเขา และเขายังสามารถเอาชีวิตรอดจากคลื่นทะเลที่น่าสะพรึงกลัวได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายของเขานั้นเกินมนุษย์ไปแล้ว
แต่แก้มของนางเริ่มแดงทันทีที่พูดแบบนั้น รู้ทันทีว่าคำพูดของตัวเองกำกวมและยั่วยุเล็กน้อย ดูไม่เหมาะสมจริง ๆ นางแอบมองซูอันและเห็นว่าดวงตาของเขายังคงชัดเจน สีหน้ายังคงปกติ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รู้สึกอะไรแปลก ๆ กับคำพูดของนาง อวี้เยียนลั่วถอนหายใจอย่างโล่งอก
นางกระแอมในลำคอแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องถาม “แล้วเจ้าสะดวกจะมาเมื่อไหร่?”
“ลงมือทำกันตอนกลางคืนเถอะ” ซูอันตอบหลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ทำตอนกลางคืน?” สีหน้าของอวี้เหยียนลั่วเปลี่ยนไปเป็นแปลก ๆ
ซูอันตระหนักว่าคำตอบของตัวเองไม่เหมาะสม เขาอธิบายอย่างงุ่มง่ามว่า “ข้าไม่ได้มีความหมายอื่น”
“ข้ารู้” อวี้เหยียนลั่วยิ้มอย่างอบอุ่น “เอาอย่างนี้ไหม? ใคร ๆ ก็คิดว่าเจ้ากำลังปิดด่านบ่มเพาะ เจ้าก็อยู่ที่นี่ ใช้เวลาที่มีฝึกฝนให้ดี ด้วยวิธีนี้ เจ้าจะกลับไปแก้ไขสถานการณ์ในคฤหาสน์อ๋องได้อย่างรวดเร็ว”
“อยู่ที่นี่เหรอ” ใบหน้าของซูอันร้อนขึ้น เขาถามว่า “เจ้าสะดวกเหรอ?”
“ข้าไม่ได้กังวลเหมือนผู้หญิงคนนั้น ผู้ชายอย่างเจ้ามีอะไรน่ากลัว?” อวี้เหยียนลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ตระหนักบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว นางมองเขาด้วยสีหน้าแปลก ๆ แล้วถามว่า “เจ้าไม่คิดว่าข้าจะหมายความว่าเจ้าจะได้อยู่ในห้องนี้ใช่ไหม?”
“เอ่อ…” จากนั้นซูอันก็ตระหนักว่าตัวเองเข้าใจผิด
อวี้เหยียนลั่วโกรธจัดเมื่อเห็นท่าทางของเขา “เจ้านี่ฝันกลางวันจริง ๆ มีห้องด้านข้างอยู่ ปกติคนของคฤหาสน์ไม่เดินผ่านห้องนั้น จะไม่มีใครรู้ว่าเจ้าอยู่ที่นั่น”
ซูอันหัวเราะเบา ๆ ด้วยความลำบากใจ อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักถึงปัญหาอื่น ถ้าเขายังคงอยู่ที่นี่และมีบางอย่างเกิดขึ้นที่ที่พักชั่วคราว จะเป็นอย่างไรถ้าเหมียนหมานใหญ่ไปหาเขา?
“ทำไม? มีอะไรอีกไหมที่ทำให้เจ้ากังวล?” อวี้เหยียนลั่วสังเกตเห็นว่าเขาเป็นทุกข์อย่างหนักกับบางอย่าง จึงถามออกไปด้วยความอยากรู้
“ไม่เป็นไร ข้าจะทำให้ฮูหยินลำบากใจเปล่า ๆ” ซูอันตัดสินใจว่าเขาจะอธิบายให้เหมียนหมานใหญ่ฟังเมื่อมีเวลาอีกวัน ไม่ควรถือเป็นประเด็นใหญ่อะไร
อวี้เหยียนลั่วพยักหน้าและพูดว่า “ข้าจะพาเจ้าไปดูห้อง” นางลุกขึ้นและเดินไปที่กำแพง นางเปิดกลไก ประตูค่อย ๆ เปิดออก
ซูอันตกใจ “ทั้งสองฝั่งเชื่อมต่อกันเหรอ?”
………………..