เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1555 เล่นกับหัวใจ
บทที่ 1555 เล่นกับหัวใจ
………………..
บทที่ 1555 เล่นกับหัวใจ
ซูอันถอนหายใจด้วยความชื่นชม กาลเวลาไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้บนร่างกายของนาง แต่กลับทำให้นางดูฉลาดและมีน้ำใจมากขึ้น ไม่แปลกใจเลยที่วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่หลายคนยอมหมอบราบคาบด้วยความภักดีต่อนาง
อวี้เหยียนลั่วมีความรู้สึกสงบและมีเสน่ห์อย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งอยู่ใกล้นางนานเท่าไหร่ คน ๆ นั้นก็จะยิ่งได้รับผลมากขึ้นเท่านั้น
“เหตุใดต้องคุยเรื่องเครียดต่อหน้าอาหาร ลงมือกินกันเถอะ” ซูอันหัวเราะเบา ๆ จากนั้นจึงนั่งลง
“หืม? ทำไมถึงมีช้อนส้อมเพียงชุดเดียว?” ซูอันไม่พบชุดช้อนส้อมอื่นแม้ว่าจะมองไปรอบ ๆ
อวี้เหยียนลั่วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าอยู่คนเดียว ก็ต้องมีอุปกรณ์รับประทานอาหารเพียงชุดเดียว เจ้าอยากถูกจับได้เหรอ? กินไปเถอะ ข้าไม่อยากอาหารมากนักอยู่แล้ว”
ซูอันพูดด้วยความอยากรู้ “ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ได้พบฮูหยิน เห็นว่าเจ้ากลัวความหนาวและไม่ค่อยอยากอาหาร เจ้ามีอาการบาดเจ็บที่ไหนสักแห่งไหม?”
อวี้เหยียนลั่วส่ายศีรษะ “ไม่หรอก นี่คือธรรมชาติของร่างกายข้า เมื่อถึงฤดูหนาว ข้ามักจะนอนเยอะและเบื่ออาหาร ข้าชินชากับมันแล้วหลังจากผ่านไปหลายปี มันจะดีหลังจากฤดูกาลนี้ผ่านไป เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล”
“เจ้าไม่อยากอาหาร…” ซูอันนึกถึงบางอย่างและหยิบขวดออกมา เขากระจายอาหารแต่ละจานเล็กน้อย คีบด้วยตะเกียบ ทำท่าป้อนนางพร้อมกับกล่าวว่า “ข้าได้เตรียมของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ หลังจากที่ได้พบเจ้าครั้งสุดท้าย มัวแต่ยุ่งจนเกือบลืม ลองดูสิ”
อวี้เหยียนลั่วไม่อ้าปาก สายตาของนางจับจ้องไปที่ขวดบนโต๊ะขณะสังเกตว่าเขาโปรยอะไรบางอย่างลงบนอาหาร นางถามด้วยสีหน้าแปลก ๆ “นี่ไม่ใช่ยาอย่าง ‘สิบแปดฝนใบไม้ผลิ’ ใช่ไหม?”
ซูอันพูดไม่ออก เขาอดไม่ได้ที่จะตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าเป็นคนแบบนั้นในสายตาเจ้าเหรอ?”
อวี้เหยียนลั่วพยักหน้าและตอบว่า “แน่นอน”
ซูอันพูดไม่ออกอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงกินมันให้นางดูก่อน “ตอนนี้เจ้าไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วใช่ไหม?”
อวี้เหยียนลั่วมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าขณะตอบว่า “แล้วถ้าเจ้ากินยาแก้พิษไปก่อนล่ะ?”
อย่างไรก็ตาม นางไม่รอคำตอบของเขาและหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหาร “ข้าแค่ล้อเจ้าเล่น ถ้าถูกวางยาจริง ๆ ถือว่าข้ามองคนผิดเอง”
ดวงตาของนางเบิกกว้างก่อนที่จะพูดจบประโยค ราวกับได้ค้นพบบางสิ่งที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
“เจ้าใส่อะไรลงไป? ทำไมมันอร่อยขนาดนี้?” อวี้เหยียนลั่วมองซูอันด้วยความตกใจ
ซูอันหัวเราะเบา ๆ ตอบว่า “ข้าดีใจที่ฮูหยินชอบ”
ความตกใจของอวี้เหยียนลั่วยังคงอยู่ขณะพูดว่า “เจ้ายังไม่ตอบคำถามของข้า!”
เมื่อเห็นว่านางแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว ซูอันคิดกับตัวเองว่า สาวสวยนี่มีสิทธิพิเศษจริง ๆ พวกนางน่ารักแม้ว่าจะทำหน้าบูดบึ้ง
แต่ก็ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด ซูอันตอบว่า “สิ่งนี้เรียกว่าผงชูรส เมื่อข้าเห็นฮูหยินและรู้ว่าความอยากอาหารของเจ้าไม่ดี นี่อาจช่วยฮูหยินได้”
“ผงชูรส?” อวี้เหยียนลั่วเลียริมฝีปากเพื่อลิ้มรสชาติก่อนหน้านี้ นางพูดพร้อมกับถอนหายใจ “สิ่งนี้น่าอัศจรรย์จริง ๆ ทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น แค่นี้ยังไม่พอ มันทำให้อาหารรสชาติดีขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่า!”
ซูอันพูดด้วยรอยยิ้ม “ฮูหยิน อย่าให้ความสำคัญมากเกินไป แม้ว่าสิ่งนี้จะดูน่าอัศจรรย์ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่อะไรยากเลย ตากเห็ดที่กินได้ให้แห้งแล้วบดเป็นผง จากนั้นนำมาผสมหอยเชลล์แห้ง สิ่งที่ได้จะช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารได้อย่างมาก”
อวี้เหยียนลั่วกระพริบตา สีหน้าของนางแปลกมากทันทีเมื่อมองซูอัน นางถามว่า “เจ้ายอมให้สูตรอาหารกับข้าเหรอ?”
ซูอันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาถามว่า “มีอะไรพิเศษ? พอดีว่าข้ามีเวลาไม่มากเลยทำได้แค่นี้ ขอแค่มีสูตร ด้วยความสามารถของตระกูลอวี้ การทำผงชูรสนี้ไม่น่าจะยากเกินไป ด้วยวิธีนี้ ฮูหยินจะกินอาหารได้มากขึ้น จะได้ไม่ต้องผอมขนาดนี้”
อวี้เหยียนลั่วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าเพิ่งบอกข้ามาง่าย ๆ นั้นเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทำกำไรได้มหาศาล”
“ข้าแค่สนใจว่าชีวิตประจำวันของฮูหยินจะดีขึ้นนิดหน่อย ไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลย” ซูอันหัวเราะเบา ๆ
อวี้เหยียนลั่วจ้องมองเขาเป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้เสแสร้ง นางก็พูดด้วยความประหลาดใจว่า “เจ้าแตกต่างจากผู้ชายคนอื่น ๆ ในโลกนี้จริง ๆ เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจมากมายในช่วงเวลาสั้น ๆ! ครั้งที่แล้วอุ่นไอรักเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับผงชูรสนี้ ก็ไม่คุ้มที่จะพูดถึง อุ่นไอรักมีประโยชน์อย่างมากก็จริง แต่คนที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจากพวกมันก็ยังคงเป็นคนที่มีเงินอยู่บ้าง
“แต่ผงชูรสนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง! ตามวิธีการผลิตที่เจ้าได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ หากผลิตในปริมาณมาก ต้นทุนการผลิตจะน้อยมาก นี่เป็นสิ่งที่แม้แต่ครอบครัวธรรมดาก็ซื้อมาใช้ได้ แม้ว่าอัตรากำไรแต่ละรายการจะค่อนข้างต่ำกว่าอุ่นไอรักเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาทั้งตลาด ผลกำไรโดยรวมจะเหนือกว่าอุ่นไอรักอยู่มาก”
ซูอันจ้องมองอย่างว่างเปล่าเมื่อได้ยินเช่นนั้น ในท้ายที่สุดเขาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ฮูหยินเป็นอัจฉริยะทางการค้าจริง ๆ แม้แต่เรื่องบังเอิญก็กลายเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ได้”
อวี้เหยียนลั่วพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่เป็นเพียงนิสัยจากการอยู่ในอาชีพนี้มานาน ความดีความชอบที่แท้จริงย่อมมาจากจินตนาการอันน่าทึ่งของเจ้า เอาอย่างนี้ไหม? หากเจ้าไม่ว่าอะไร ข้าจะดูแลกิจการนี้เช่นกัน เราจะแบ่งกำไรกันคนละครึ่ง”
ซูอันไม่ได้ทำตัวเสแสร้ง เขาตอบว่า “ข้าไม่เคยคิดเรื่องนั้นมาก่อน ถ้าฮูหยินรู้สึกว่าดีก็เอาตามที่ว่าเถอะ”
อวี้เหยียนลั่วถอนหายใจด้วยความชื่นชมและกล่าวว่า “ข้าเพิ่งพบเจ้าไม่กี่ครั้ง แต่เจ้าก็ยังให้ของขวัญที่น่าทึ่งมากมายแก่ข้า เจ้าอาจเป็นดาวนำโชคของข้าก็ได้”
“รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับหน้าที่เป็นดาวนำโชคของฮูหยิน” ซูอันโค้งให้นาง
รอยยิ้มของอวี้เหยียนลั่วขยายกว้างขึ้น นางพูดว่า “พอแล้ว ข้าจะสั่งให้ลูกน้องติดตามการค้าผงชูรสนี้”
ซูอันยิ้มและพูดว่า “การทำเงินเป็นเรื่องรอง ตราบใดที่ฮูหยินยังเจริญอาหาร นั่นคือสิ่งที่ข้าตั้งตารอมากที่สุด”
อวี้เหยียนลั่วหน้าแดงเล็กน้อย นางบ่น “เจ้ารู้วิธีพูดจริง ๆ แม้ว่าข้าจะยังพอทนไหว แต่ถ้าเจ้าใช้อุบายเหล่านี้หลอกหญิงสาว เจ้าจะไม่ขโมยหัวใจของพวกนางไปหมดเลยเหรอ”
ซูอันแสร้งทำเป็นประหลาดใจขณะตอบว่า “อย่าบอกนะว่าฮูหยินไม่ใช่หญิงสาว?”
อวี้เหยียนลั่วตกตะลึง จากนั้นนางก็หัวเราะอย่างหนักจนตัวโยกไปมา อดไม่ได้ที่จะตบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “ภายนอกเจ้าดูจริงใจมาก แต่จริง ๆ แล้วปากหวานเกินไป”
ซูอันพูดพร้อมกับถอนหายใจ “ฮูหยินไม่เข้าใจข้าจริง ๆ เห็นได้ชัดว่าข้าเป็นคนที่ดูแข็งกร้าวภายนอก แต่ลึก ๆ แล้วจริงใจอย่างยิ่ง”
อวี้เหยียนลั่วไม่พอใจ “ถ้าอย่างเจ้าเป็นคนจริงใจ โลกนี้คงไม่มีผู้ชายที่ปลิ้นปล้อนอีกแล้ว” แม้ว่าจะพูดอย่างนั้น แต่นางก็ไม่ได้ตั้งใจจะว่ากล่าวเขาแต่อย่างใด
ผู้หญิงนี่แปลกจริง ๆ พวกนางชอบคนซื่อสัตย์ แต่ก็ไม่สามารถพาตัวเองไปรักคนที่ซื่อสัตย์จริง ๆ ได้ ส่วนมากแล้วมักจะไปหลงรักหนุ่มเจ้าสำราญกันเสียมากกว่า
อวี้เหยียนลั่วไม่รู้ว่าทำไม แต่การพูดคุยกับซูอันเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสมอ เป็นสิ่งที่นางไม่เคยประสบกับชายอื่นมาก่อน
ทั้งสองกินอาหารอย่างรวดเร็ว อวี้เหยียนลั่วรู้สึกไม่พึงพอใจในตอนจบ นางพูดว่า “ข้าไม่ได้กินแบบนี้มานานแล้ว ถูกข้าแย่งจนเจ้าไม่น่าจะอิ่ม”
ซูอันหัวเราะเบา ๆ “อย่ากังวล ข้าค่อนข้างแข็งแกร่ง ข้าไม่ตายแม้ว่าจะไม่ได้กินอะไรสักวันสองวัน นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่ข้ากินไปเยอะแล้ว”
อวี้เหยียนลั่วรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย นางถามว่า “ต่อจากนี้ไปเราจะทำยังไงต่อไป? เจ้าจะกินมื้อต่อ ๆ ไปอิ่มไหม”
“นั่นไม่ใช่ปัญหา มาทำหม้อไฟกันเถอะ ข้าจะนำส่วนผสมบางอย่างมาจากข้างนอก” ซูอันแนะนำ
“หม้อไฟ?” คิ้วสวยของอวี้เหยียนลั่วขมวดมุ่น “ข้าว่าหม้อไฟค่อนข้างจืดชืดไปหน่อย” นางมักจะเบื่ออาหารในช่วงฤดูหนาว นั่นเป็นเหตุผลที่นางไม่สนใจหม้อไฟรสอ่อนมากนัก
“นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย เราสามารถทำหม้อไฟหมาล่าได้” ซูอันเริ่มคิดถึงความเผ็ดร้อนจากโลกที่แล้วที่จะทำให้เขาเหงื่อออก “ร่างกายของเจ้ากลัวความหนาวเย็น ดังนั้นจึงเป็นการดีที่จะกินเครื่องเทศสักเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความหนาวเย็น”
“หม้อไฟหมาล่า?” ดวงตาของอวี้เหยียนลั่วเป็นประกาย “นั่นฟังดูน่าสนใจทีเดียว ข้าคงต้องลองดู” นางเรียกคนรับใช้มาทำความสะอาด จากนั้นจึงเริ่มฝึกฝนกับซูอันอีกครั้ง
………………..