เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1557 สิ่งที่ทนได้และทนไม่ได้
บทที่ 1557 สิ่งที่ทนได้และทนไม่ได้
………………..
บทที่ 1557 สิ่งที่ทนได้และทนไม่ได้
ทันใดนั้น ความโกลาหลก็ปะทุขึ้น คนนั้นคือพ่อบ้านของคฤหาสน์อ๋อง ลุงหมิง!
เขาเป็นแขนขวาของอ๋องเมฆาคราม เคยช่วยจัดการงานต่าง ๆ ทั้งในและนอกคฤหาสน์ เขาเป็นคนที่มีคุณธรรมและศักดิ์ศรีจริง ๆ และบางทีเขาอาจเป็นคนที่คุ้นเคยกับท่านอ๋องมากที่สุด ตอนนี้คนอย่างเขาเรียกอ๋องเมฆาครามตรงหน้าว่าเป็นตัวปลอม คนเหล่านั้นก็เชื่อเขาโดยไม่รู้ตัว พากันรักษาระยะห่างจากซูอันและมองดูอย่างระแวดระวัง
ซูอันขมวดคิ้วและตอบว่า “ลุงหมิง ไม่ได้เจอกันนาน เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่าข้าเป็นใคร?”
ลุงหมิงมองประเมิณเขาและตอบว่า “เจ้าดูเหมือนท่านอ๋องจริง ๆ แต่ข้อบกพร่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการบ่มเพาะของเจ้า ท่านอ๋องมีความแข็งแกร่งเทียบได้กับปราชญ์ แม้ว่าเจ้าจะไม่อ่อนแอ แต่เจ้าก็ยังด้อยกว่าท่านอ๋องมาก”
จากนั้นเจียนไท่ติงก็หลุดจากความงุนงง ใช่แล้ว! ข้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจี่ยนเหยียนโหย่ว เขาจะปรากฏตัวที่นี่อีกได้อย่างไร?
ช่างเป็นตัวปลอมที่น่ารังเกียจ!
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพูดเห็นด้วยว่า “ทุกคน จับกุมตัวปลอมคนนี้!”
“รับทราบ!”
ทหารยามและองครักษ์คนสนิทของเขารีบกรูเข้าไป
กงผานชักดาบออกมาเพื่อปกป้องซูอันเมื่อเห็นเหตุการณ์ ทหารยามจำกงผานได้จึงลังเลเล็กน้อย
ซูอันมองเจียนไท่ติงอย่างมีความหมายและโต้กลับว่า “น้องรอง เจ้าพยายามฆ่าปิดปากข้าหรือเปล่า?”
เจียนไท่ติงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นตัวปลอม เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงแทบจะอาเจียนเป็นเลือด “หืม ใครเป็นน้องรองของเจ้า? เจ้าแกล้งทำเป็นใครก็ได้ แต่เมื่อปลอมเป็นพี่ชายข้า สิ่งแรกที่เจ้าควรนึกถึงคือการบ่มเพาะของตัวเอง!”
กงผานพูดขึ้นในตอนนั้นว่า “เนื่องจากท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บสาหัส การบ่มเพาะจึงตกต่ำลงชั่วคราว”
ผู้คนที่อยู่ที่นั่นเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกเขาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอ๋องเมฆาครามตั้งแต่หายตัวไป หลายคนสงสัยว่าเจี่ยนเหยียนโหย่วอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสและพักฟื้นอยู่ที่อื่น
แต่เวลาผ่านไปก็ไม่เคยปรากฏ พวกเขาจึงเริ่มเชื่อว่าอ๋องเมฆาครามเสียชีวิตแล้ว เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนั้น ผู้คนก็ระลึกได้ว่าเคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน
“การบ่มเพาะของพี่ชายของข้านั้นลึกซึ้งยิ่งนัก เขาจะได้รับบาดเจ็บได้ยังไง? กงผาน เจ้าไปเอากลโกงนี้มาจากไหน? ช่างน่าสลดใจและมีโทษถึงตายอย่างแท้จริง!” เจียนไท่ติงก่นด่าด้วยความโกรธ
ซูอันเกรี้ยวกราด “ข้าเชื่อว่าน้องรองรู้ดีว่าทำไมข้าถึงได้รับบาดเจ็บ”
ลมหายใจของเจียนไท่ติงสะดุด เขารู้สึกประหลาดใจเช่นกันเพราะอารมณ์และท่าทางของคนตรงหน้านั้นเหมือนกับพี่ชายของเขาทุกประการ นอกจากนี้ เขารู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป นี่อาจจะเป็นพี่ชายของเขาจริง ๆ?
แต่จะเป็นไปได้ยังไง? ส่วนตัวข้า…
นี่ไม่มีทางเป็นผีหรอก จริงไหม?
ทหารยามและสาวใช้ที่อยู่รอบ ๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง หากตัดสินจากสิ่งที่ซูอันพูด นั่นหมายความว่านายรองทำบางอย่างกับนายท่านไม่ใช่เหรอ?
ลุงหมิงพูดขึ้นอีกครั้ง “เรื่องนี้สุ่มเสี่ยงเกินไป ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าพูดอะไรก็ได้ เอาอย่างนี้เป็นไง? ข้ารับใช้ผู้นี้ติดตามท่านอ๋องมาหลายปี ข้าเชื่อว่าข้าเข้าใจเขาดีทีเดียว ข้าจะถามคำถามเพื่อยืนยันตัวตนของเขาเอง”
ดวงตาของเจียนไท่ติงเป็นประกาย เขากล่าวว่า “อันที่จริง ลุงหมิงเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปว่าเป็นคนที่เข้าใจพี่ชายของข้าดีที่สุด เขาบอกได้ว่าเจ้าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม”
คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาทั้งหมดเชื่อถือลุงหมิง
ซูอันคิดกับตัวเองว่าลุงหมิงและเจียนไท่ติงเข้ากันได้ดีขนาดนี้ สองคนนี้น่าจะร่วมมือกันมานานแล้ว
เขาไม่รู้ว่าคนที่เขาไว้ใจมากที่สุดได้หักหลังเขาไปแล้ว เฮ้อ เจี่ยนเหยียนโหย่วคนนี้ช่างน่าอาภัพ
กงผานกล่าวว่า “ท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บ ไม่เพียงแต่การบ่มเพาะของเขาลดลงชั่วคราวเท่านั้น ยังความจำเสื่อมอีกด้วย”
เจียนไท่ติงคำรามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงขาดความมั่นใจของอีกฝ่าย เขาโต้กลับ “ข้ารู้ว่านั่นคือสิ่งที่เจ้ากำลังจะพูด ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้าพบตัวปลอมนี้จากที่ไหน แน่นอนว่าเขาไม่รู้เรื่องพี่ชายของข้าหรอก! นั่นเป็นเหตุผลที่ใช้ข้อแก้ตัวต่ำ ๆ อย่างความจำเสื่อมนี้”
คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขารู้สึกว่ากงผานไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
ใบหน้าของกงผานเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างสมบูรณ์ เขากำลังจะปฏิเสธเมื่อซูอันหยุดเขาและพูดว่า “ไม่เป็นไร แม้ว่าความทรงจำบางส่วนของข้าจะหายไป แต่ข้าก็ยังจำสิ่งต่าง ๆ ได้เกือบทั้งหมด ลุงหมิงโปรดอย่าลังเลที่จะถาม”
ลุงหมิงรู้สึกประหลาดใจ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเริ่มสุ่มคำถาม ในตอนแรกเขาเลือกเรื่องที่หลายคนในคฤหาสน์รู้เรื่องนี้ แต่ซูอันก็เตรียมพร้อม ในไม่ช้า คำถามของลุงหมิงก็ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่ว่าจะถามอะไรซูอันก็มีคำตอบเสมอ
ความสงสัยของเหล่าบริวารจางหายไปทีละนิด พวกเขาฟื้นคืนความกระตือรือร้นในการได้พบเจ้านายอีกครั้ง
เมื่อเจียนไท่ติงเห็นว่าสถานการณ์ดูไม่ดีนัก เขารีบท้วงว่า “นี่คือทุกสิ่งที่เจ้าจะพบได้หากเจ้าสืบสวนสักนิด! เจ้ากล้าปลอมตัวเป็นพี่ชายของข้า แน่นอนว่าเจ้าได้เตรียมการบางอย่างไว้แล้ว การรู้เรื่องเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าเจ้าเป็นพี่ชายของข้าเลย”
ลุงหมิงลังเล จากนั้นพูดพร้อมกับพยักหน้า “คำพูดของนายรองมีเหตุผล”
คนสนิทของเจียนไท่ติงพูดเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว บุคคลที่เป็นกลางที่เริ่มเชื่อว่าซูอันเป็นอ๋องเมฆาครามตัวจริงเริ่มลังเลใจอีกครั้ง
“แล้วจะให้พิสูจน์ตัวตนยังไงล่ะ?” ซูอันถามขณะมองไปที่เจียนไท่ติงและลุงหมิง “พวกเจ้าไม่เชื่อจริง ๆ หรือว่าเจ้าไม่ต้องการให้ข้ากลับมากันแน่?”
ในฝูงชนย่อมไม่ขาดแคลนคนฉลาด พวกเขาเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างและเฝ้าดูสถานการณ์ด้วยสีหน้าแปลก ๆ
“เจ้ากำลังใส่ร้ายป้ายสีข้า!” เจียนไท่ติงตื่นตระหนก “ข้าเป็นน้องชาย ข้า
ย่อมบอกได้ว่าเจ้าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม!”
เสียงที่น่าฟังก็ดังขึ้นในตอนนั้นเอง “เหยียนโหย่วคือสามีของข้า เจ้าคิดว่าผู้หญิงแยกแยะไม่ออกหรือว่าใครเป็นสามีของนาง?”
อวี้เหยียนลั่วจงใจรอสักครู่ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแม่บ้านซิงและคนรับใช้คนอื่น ๆ
สาวใช้ที่นางผ่านไปก้มหัวด้วยความละอายใจ เมื่อเทียบกับนาง แม้แต่สาวใช้ที่สวยที่สุดก็ยังเหมือนนกกระจอกต่อหน้าหงส์
คนรับใช้ชายยิ่งแล้วกว่า หัวใจของพวกเขาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง พวกเขารู้ว่าสถานะของพวกเขาอยู่คนละโลกกับอวี้เหยียนลั่ว แค่ได้เห็นนางสักครั้งก็พอใจแล้ว
เมื่อเห็นความงามที่โดดเด่นและรูปร่างที่เย้ายวนของนาง ความหลงใหลก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเจียนไท่ติง อย่างไรก็ตาม เขารีบสลัดออกจากความงุนงงและทักทายนางทันทีด้วยความเคารพ “พี่สะใภ้!”
อวี้เหยียนลั่วพยักหน้าอย่างใจเย็น แต่จากนั้นก็แสร้งทำเป็นประหลาดใจ “ทำไมอาการบาดเจ็บของเจ้าถึงรุนแรงนัก”
เจียนไท่ติงกล่าวว่า “ข้าถูกซุ่มโจมตีจากผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์ปีศาจ 2-3 คน แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บมาบ้าง แต่เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรของมณฑลเมฆครามแล้ว ข้ายินดี”
ซูอันสาปแช่งชายไร้ยางอาย เห็นได้ชัดว่าเจียนไท่ติงถูกเขาโจมตีเหมือนสุนัข แต่ก็ยังหาข้อแก้ตัวที่ฟังดูมีเกียรติเช่นนี้ได้
“เผ่าพันธุ์ปีศาจช่างน่ารังเกียจ” อวี้เหยียนลั่วแสร้งตำหนิ จากนั้นนางก็มองซูอันด้วย ‘รอยยิ้มที่น่าประหลาดใจ’ ร้องเรียกอย่างยินดี “เหยียนโหย่ว เจ้ากลับมาแล้ว!”
ซูอันกางแขนเข้าหานางและตอบว่า “ใช่ ข้ากลับมาแล้ว!”
สีหน้าของอวี้เหยียนลั่วแข็งค้างไปชั่วขณะ จากนั้นแก้มของนางก็แดงขึ้น ผู้ชายคนนี้ไม่ทำตามที่เราตกลงกันไว้… แต่พวกนางอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย จึงไม่สามารถเพิกเฉยต่อเขาได้ นางทำได้เพียงเดินเข้าไปในอ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็ว “เหยียนโหย่ว ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”
ในเวลาเดียวกัน นางพูดผ่านกระแสพลังชี่ว่า “เจ้าเล่ห์นักนะ ใช้จังหวะนี้ฉวยโอกาสจากข้า”
ซูอันตอบด้วยรอยยิ้ม “ฮูหยินเลือกที่จะไม่กอดข้าก็ได้”
อวี้เหยียนลั่วกัดฟันด้วยความโกรธ ผู้ชายคนนี้เอาเปรียบนาง แต่กลับพูดจาแบบนี้!
ดวงตาของเจียนไท่ติงเบิกกว้าง เขาระเบิดความโกรธออกมาทันที เทพธิดาที่ชื่นชมมาเนิ่นนานคือคนที่เขาไม่เคยแตะต้องแม้แต่มือเดียว แต่นางกลับโผเข้าสู่อ้อมกอดของชายอื่น!
ข้าจะทนได้อย่างไร?
ท่านยั่วยุ เจียนไท่ติง สำเร็จ ได้รับคะแนนความโกรธแค้น +999 +999 +999…
………………..