เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1561 การแก้แค้น
บทที่ 1561 การแก้แค้น
………………..
บทที่ 1561 การแก้แค้น
ซูอันตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ ทั้งสองคนฝึกฝนมามากเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากคฤหาสน์อ๋อง แต่ตอนนี้อวี้เหยียนลั่วเพิ่งบอกพวกนางว่าเขาเป็นตัวปลอม! ความพยายามก่อนหน้านี้ของพวกเขาจะมีความหมายอะไร?
“อะไรนะ?” หลิวจื่อและชูจื่อต่างก็ตกใจ พวกนางหน้าซีดเมื่อมองไปที่ซูอัน ไม่ว่าจะมองคน ๆ นี้อย่างไร เขาก็เป็นท่านอ๋องไม่ใช่เหรอ?
อวี้เหยียนลั่วถอนหายใจและพูดว่า “เจ้าสองคนมาจากคฤหาสน์ของข้า ดังนั้นข้าจะไม่โกหกเจ้า เขาไม่ใช่ท่านอ๋องจริง ๆ เพราะท่านอ๋องตัวจริงถูกเจียนไท่ติงและลุงหมิงวางแผนร้าย…” จากนั้นนางก็สรุปทุกสิ่งคร่าว ๆ ให้ทั้งสองฟัง
เมื่อผู้หญิงสองคนมั่นใจว่านางไม่ได้ล้อเล่นก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา “ท่านอ๋อง…”
หลังจากที่ทั้งสองคนแสดงความเสียใจ พวกนางก็เช็ดน้ำตาและมองซูอันพลางพูดด้วยความประหลาดใจ “แต่เขาคล้ายกับท่านอ๋องเกินไปจริง ๆ…”
“เจ้าสองคนรู้ทักษะในด้านศิลปะของข้า ข้าวาดรูปลักษณ์ของท่านอ๋องให้เขา จากนั้นใช้วิธีลับเพื่อซุกซ่อนใบหน้าที่แท้จริง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงดูเหมือนท่านอ๋อง แต่วิธีการเหล่านี้ใช้ได้ผลชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปย่อมไร้ผล” อวี้เหยียนลั่วอธิบายด้วยวิธีที่ง่ายกว่าที่จะเข้าใจมากกว่าความจริง
“ฮูหยินปิดบังเรื่องนี้จากเราได้ ท่านต้องการให้พวกเราทำอะไรถึงบอกความจริงกับเราตอนนี้?” หลิวจื่อถามขณะเช็ดน้ำตา
ในที่นี้ไม่มีใครโง่ พวกนางรู้แล้วว่าถูกเรียกตัวด้วยเหตุผลบางอย่าง
“เรื่องนั้น…” อวี้เหยียนลั่วพูดออกไป
ชูจื่อกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ฮูหยินไม่จำเป็นต้องกังวลใด ๆ เราทั้งคู่มาจากคฤหาสน์อวี้ ย่อมภักดีต่อท่านอยู่แล้ว”
“ก็ได้” อวี้เหยียนลั่วถอนหายใจและพูดว่า “ข้าเพิ่งได้รับข่าวว่าเจียนไท่ติงมอบหมายให้จ้างจื่อมาตรวจสอบ แม้ว่าข้าจะทำให้ภายนอกเขาดูเหมือนท่านอ๋อง แต่ก็ไม่มีทางที่จะหลอกคู่นอนบนเตียงได้”
“อา…” สองสาวร้องด้วยความตื่นตระหนก พวกนางไม่เคยคาดหวังว่าบทสนทนาจะเป็นแบบนี้ แม้ว่าจะแต่งงานแล้ว แต่ตอนนี้พวกนางรู้แล้วว่าซูอันไม่ใช่ท่านอ๋องตัวจริง การพูดถึงเรื่องแบบนี้ต่อหน้าชายอื่นนั้นค่อนข้างน่าอาย
หลิวจื่อกัดริมฝีปาก นางแอบมองซูอันแล้วพูดว่า “ฮูหยิน เราพอจะสอนลักษณะเฉพาะบางอย่างของท่านอ๋องบนเตียงให้ได้ แต่จ้างจื่อค่อนข้างฉลาด เราอาจหลอกนางไม่ได้”
พวกเขาเข้าใจว่าอวี้เหยียนลั่วและอ๋องเมฆาครามไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ความรับผิดชอบในการสอนเขาตกอยู่กับพวกนางอย่างเห็นได้ชัด
ซูอันไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สามารถสอนได้อย่างไร? น่าเสียดายที่มายาจิ้งจอกของต๋าจี่ใช้ได้กับผู้ชายที่มีการบ่มเพาะต่ำกว่านางเท่านั้น ไม่อย่างนั้น ถ้านางหลอกจ้างจื่อหรือแม้แต่เจียนไท่ติงได้ ทุกอย่างก็จะแก้ไขได้อย่างง่ายดาย
อวี้เหยียนลั่วพยักหน้าและพูดว่า “แน่นอน หากเจ้าสองคนสอนเขาด้วยคำพูดเท่านั้น จ้างจื่อก็จะจับได้เอาง่าย ๆ นั่นคือเหตุผลที่ข้าหวังว่าเจ้าสองคนจะสอนเขาเป็นการส่วนตัวได้”
หลิวจื่อและชูจื่อต่างก็พูดไม่ออก
ซูอันตกตะลึง ในตอนแรกเขาอยากรู้ว่านางมีแผนที่น่าทึ่งแบบไหน ในที่สุดเขาก็ได้ยินข่าวที่น่าตกใจอย่างยิ่ง ใครกันที่เอาแต่เตือนข้าว่าแตะต้องภรรยาของเจี่ยนเหยียนโหย่วไม่ได้
เขาเกือบจะถูกบังคับให้สาบานเพราะเหตุนั้น อวี้เหยียนลั่วเลือกที่จะอยู่ในคฤหาสน์กับเขาเพราะนางกังวลว่าเขาจะสร้างปัญหาให้กับเรือนหลัง แต่ตอนนี้นางเป็นคนแรกที่แนะนำอะไรแบบนี้จริง ๆ เหรอ?
หลิวจื่อและชูจื่อแลกเปลี่ยนสายตา ใบหน้าของพวกนางแดงไปหมดแล้วขณะที่พูดติดอ่าง “มัน… มันจะไม่เป็นไรได้ยังไง…”
สีหน้าของอวี้เหยียนลั่วเป็นปกติ นางพูดอย่างใจเย็นว่า “นี่คือสิ่งที่ข้าสามารถหลอกเจ้าสองคนให้ทำอย่างมีความสุข แต่หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว ข้าก็ไม่อยากทำอะไรแบบนั้นและบอกความจริงกับพวกเจ้าแทน ท้ายที่สุดเจ้าสองคนก็อยู่ด้วยกันกับท่านอ๋องตลอดหลายปีมานี้ แม้ว่าข้าจะเป็นชายาเอก แต่พวกเจ้าต่างหากคือภรรยาที่แท้จริงของเขา เจ้าสองคนมีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริง”
“แผนเดิมของเราคือใช้ตัวตนของท่านอ๋องหาทางเข้ามา แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าแม้แต่ลุงหมิงจะสมรู้ร่วมคิดกับเจียนไท่ติง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ในคฤหาสน์กิจการทหารแทบจะถูกสับเปลี่ยนไปหมดแล้ว จึงไม่มีประโยชน์อีกต่อไป แผนเดิมย่อมหมดความหมาย ดังนั้นเราทำได้แค่เสี่ยงกับความสิ้นหวังและขอให้เจ้าสองคนร่วมมือ…”
“ทางเลือกเป็นของเจ้าสองคน ถ้าไม่เต็มใจ ข้าจะไม่บังคับ แต่ในเมื่อเจ้ารู้ความลับนี้แล้ว ข้าจะต้องขอให้พวกเจ้าทั้งสองอย่าจากไป ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่สังหารเจ้าปิดปากเพื่อป้องกันความลับรั่วไหล เราจะปล่อยเจ้าสองคนไปหลังจากเรื่องนี้ผ่านไป”
ชูจื่อกัดริมฝีปากและพูดว่า “เรารู้ชัดว่าท่านมีศีลธรรมแค่ไหน ฮูหยิน ถ้าท่านต้องการให้เราช่วยอะไร เราก็จะทำโดยไม่เกี่ยงงอน แต่เรื่องนี้ก็…เกินไป…” นางไม่สามารถหาคำที่ต้องการพูดได้แม้จะผ่านไปนาน แต่ใบหน้าที่แดงก่ำและท่าทางเขินอายของนางก็อธิบายทุกอย่างได้
อวี้เหยียนลั่วถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และตอบว่า “ไม่เป็นไร เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เจ้าสองคนกลับไปได้แล้ว ข้าจะส่งคนไปจับตาดูเจ้า เจ้าสองคนไม่สามารถติดต่อกับใครภายนอกได้” นางยังดูเป็นกังวล ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป
ชูจื่อยืนขึ้นแล้ว แต่หลิวจื่อไม่ขยับ นางมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พูดว่า “ฮูหยิน ข้ายินดีช่วย”
อวี้เหยียนลั่วตกตะลึงแล้วถามว่า “จริงเหรอ?” นางไม่ได้หวังมากนักว่าการขอร้องจะสำเร็จ เพราะคำขอนั้นค่อนข้างจะอุกอาจ
“ถ้าท่านอ๋องถูกพวกมันทำร้ายจริง ๆ แม้ว่าข้าจะเป็นเพียงผู้หญิง แต่ข้าก็ยังอยากช่วยท่านอ๋องล้างแค้น” หลิวจื่อรู้สึกเคอะเขินเล็กน้อยในตอนแรก แต่สีหน้าของนางเคร่งขรึมขึ้นขณะที่พูดต่อ “อันที่จริง แม้ว่าเราจะไม่ได้ช่วยในครั้งนี้ เราก็ยังจินตนาการถึงชะตากรรมสุดท้ายของตัวเองได้ เราจะต้องถูกบังคับให้อยู่ในคฤหาสน์อ๋องต่อไปจนกว่านายรอง… อะแฮ่ม จนกว่าเจียนไท่ติงจะกลายเป็นอ๋องคนใหม่ เราจะได้รับอิสระเมื่อใดกัน”
“ในฐานะผู้หญิง เราค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้ แม้ว่าเจียนไท่ติงจะแอบซ่อนมันไว้อย่างดี แต่ข้าก็ยังสัมผัสได้ถึงความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาของเขา นั่นเป็นเหตุผลที่ข้ารู้ว่าเราน่าจะกักขังและกลายเป็นนกในกรงที่ติดอยู่ภายในลานเรือนของเขา จะมีโอกาสต่อต้านได้ยังไง?”
ดวงตาของชูจื่อเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อได้ยินทั้งหมดนั้น อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจสลายเมื่อคิดถึงชะตากรรมที่น่าหดหู่ของตัวเอง
ความเด็ดเดี่ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลิวจื่อ นางพูดเสียงเข้มว่า “ในเมื่อข้าซื่อสัตย์ต่อท่านอ๋องต่อไปไม่ได้ แทนที่จะอุทิศตนให้กับผู้ที่ฆ่าสามีข้า ข้าขอใช้ร่างกายช่วยท่านอ๋องล้างแค้นดีกว่า!”
“พี่หลิวพูดถูก หากเราแก้แค้นแทนท่านอ๋องได้ แล้วข้ายังยึดติดกับเรื่องแบบนี้อยู่ได้ยังไง?” ท่าทีที่อ่อนแอแต่เดิมของชูจื่อถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น
อวี้เหยียนลั่วดูขัดแย้ง นางมองดูทั้งสองคนเป็นเวลานาน แต่ในที่สุดก็พูดว่า “เหยียนโหย่วต้องมีความสุขมากที่มีสตรีผู้ซื่อสัตย์เช่นนี้อยู่เคียงข้าง ข้าแน่ใจว่าเขาจะขอบคุณพวกเจ้าแม้ในชีวิตหลังความตาย”
หญิงสาวทั้งสองอดกลั้นไว้ไม่ได้ พวกนางกอดกันร้องไห้ อวี้เหยียนลั่วรู้สึกใจสลายเล็กน้อย เดินไปโอบทั้งสองไว้ในอ้อมแขน ตบไหล่พวกนางเบา ๆ เป็นการปลอบใจ
ในที่สุดทั้งสองก็สงบลงในเวลาต่อมา อวี้เหยียนลั่วหันไปมองซูอันแล้วพูดว่า “ข้าจะปล่อยให้เขาอยู่กับพวกเจ้าสองคน”
ใบหน้าของชูจื่อเปลี่ยนเป็นสีแดง เห็นได้ชัดว่านางเป็นคนขี้อายคนหนึ่ง นางมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตากับซูอัน อย่างไรก็ตาม หลิวจื่อเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งกว่าอย่างชัดเจน นางเปล่งเสียงตอบรับ “ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อสอนให้เขากลายเป็น… เหมือนท่านอ๋องอย่างแน่นอน”
ซูอันพูดอย่างอ่อนแอ “ไม่มีใครถามข้าเลยว่าเต็มใจไหม…”
คิ้วของอวี้เหยียนลั่วขมวดมุ่น นางสวนกลับไปว่า “อะไรนะ เจ้าไม่เต็มใจเหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่เต็มใจ” ซูอันตอบค่อนข้างอึดอัด “ส่วนใหญ่เป็นเพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป ข้ายังเก็บรายละเอียดทุกอย่างไม่เรียบร้อยเลย”
อวี้เหยียนลั่วโต้กลับ “แม้แต่พวกเราก็เต็มใจ ผู้ชายเต็มตัวอย่างเจ้าจะอายทำไม? ผู้หญิงสองคนนี้คือสตรีผู้โดดเด่นที่เต็มใจก้าวไปข้างหน้าและแก้แค้นแทนสามีของตน เจ้าไม่ได้นำความเสื่อมเสียมาสู่ความจริงใจของพวกนางเหรอ?”
จากนั้นนางก็ผลักหญิงทั้งสองเข้าไปในอ้อมแขนของเขาและพูดว่า “เจ้าควรไปที่ห้องด้านใน ข้าจะยืนเฝ้าไม่ให้ใครมารบกวนพวกเจ้าอยู่ข้างนอก จงมีสมาธิและอย่าคิดอะไรแปลก ๆ”
ซูอันพูดไม่ออก เจ้าจะบอกคนที่ทำสิ่งนี้ได้อย่างไรว่าไม่ให้มีความคิดแปลก ๆ?
………………..