เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1572 แต่งงานเพราะตั้งครรภ์
บทที่ 1572 แต่งงานเพราะตั้งครรภ์
………………..
บทที่ 1572 แต่งงานเพราะตั้งครรภ์
“ข้าไม่ได้บ้า ในตอนนี้จิตใจของข้าปลอดโปร่งกว่าที่เคยเป็นมาเสียอีก” เจียนไท่ติงโบกมือด้วยความหงุดหงิด ดูเหมือนเขาจะไม่พอใจอย่างยิ่งที่ได้ยินคำพูดของอวี้เหยียนลั่ว เขาพูดต่อว่า “ชายคนนี้ทำให้พี่สะใภ้ทั้งสามแปดเปื้อน ข้าแน่ใจว่าเจ้าจะไม่รอดพ้นเงื้อมมือของมันได้ในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน! บอกตามตรงว่าข้าอิจฉามันจริง ๆ สุดท้ายแล้วก็ได้ทำทุกอย่างที่ข้าอยากทำ”
ซูอันพูดไม่ออก เจ้ากำลังชมข้าหรือด่าข้ากันแน่?
ทันใดนั้น ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นนิ้วของเจี่ยนเหยียนโหย่วในก้อนน้ำแข็งที่หางตาของเขากระตุก แต่เมื่อจ้องมองอย่างตั้งใจก็ไม่มีอะไรแปลกเลย
มันเป็นการหักเหของแสงหรือเปล่า? ซูอันคิด เขาสับสน ทั้งสองคนอยู่ห่างกันไม่มากนัก แต่เขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจากเจี่ยนเหยียนโหย่ว
นอกจากนี้ เจียนไท่ติงและลุงหมิงเคยวางยาพิษเจี่ยนเหยียนโหย่วมาก่อน เขาจมอยู่ในสระน้ำเย็นเป็นเวลานาน คนที่อยู่ในสภาพนั้นยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?
อวี้เหยียนลั่วกล่าวว่า “เจ้าควรเลิกพยายามสร้างความขัดแย้งระหว่างเรา เรามีหลักฐานแผนการทำร้ายพี่ชายของเจ้า ตอนนี้ข้าจะพาเจ้ากลับไปมอบให้คณะทูตจัดการ”
“เจ้าจะมอบข้าให้กับคณะทูต? เจ้าไม่กลัวว่าเรื่องอื้อฉาวเหล่านี้จะถูกเปิดเผยทั้งหมดเหรอ?” เจียนไท่ติงตอบโต้ด้วยเสียงหัวเราะ
อวี้เหยียนลั่วขมวดคิ้ว แม้ว่านางจะไม่เสียใจในสิ่งที่ทำร่วมกับซูอัน แต่ก็มีโอกาสสูงที่คนธรรมดาจะเริ่มแพร่กระจายข่าวลือและหัวข้อซุบซิบนินทาต่าง ๆ
ซูอันตะโกนทันที “ระวัง!” เขาคว้าเอวของอวี้เหยียนลั่วและทิ้งตัวลงกับพื้นทันที
ร่างกายของอวี้เหยียนลั่วเกร็งไปหมด นางรีบหยิบอาวุธวิเศษ ‘สมบัติรังสรรค์โลกา’ ออกมาปกป้องตัวเอง ด้วยความสัมพันธ์ในปัจจุบัน นางคงไม่เข้าใจผิดว่าซูอันเอาเปรียบนาง เหตุผลที่นางนำภาพวาดออกมาก็เพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรูที่ไม่รู้จัก
แน่นอน เงามืดปรากฏขึ้นในที่ที่พวกเขาทั้งสองเคยอยู่ ใครบางคนที่ถือดาบแคบยาวค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด
“ภูติดำ!” ซูอันโพล่งออกมา เขาได้พบกับนักฆ่าภูติดำในคฤหาสน์อ๋องอู๋ ความสามารถในการเคลื่อนที่ผ่านเงาของพวกมันทำให้เขาประทับใจอย่างมาก
ซูอันและอวี้เหยียนลั่วติดตามที่มาของเสียง หลายคนค่อย ๆ โผล่ออกมาจากทางเข้า
ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้นำสวมหงอนขนนก ร่างของเขาถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมสีเขียวที่ระยิบระยับด้วยแสงหลากสีภายใต้กำแพงน้ำแข็งสะท้อนแสง เขากำลังขี่หมาป่าสีเทาตัวยักษ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเสือดาวอามูร์หลายเท่าในโลกก่อนหน้าของซูอัน
เจตนาฆ่าของหมาป่าและความคมของเขี้ยวเห็นได้ชัดแม้จากระยะไกล มันปล่อยเสียงคำรามที่สะกดกลั้นไว้ และมีควันออกมาจากปากของมัน
“ราชาหมาป่าเทา?” ซูอันพึมพำ
เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับสัตว์อสูรเหล่านั้น เขาซื้อเขี้ยวราชาหมาป่าเทามาระยะหนึ่งแล้วเพื่อใช้มันในการพัฒนาต๋าจี่ เขายังเคยต่อสู้กับฝูงหมาป่าในระหว่างการทดสอบของรัชทายาทด้วย ดังนั้นเขาจึงประทับใจในตัวพวกมันมาก แม้ว่าราชาหมาป่าเทาจะตัวไม่เล็กนัก แต่ก็เทียบไม่ได้กับตัวที่เขาเคยพบมาก่อน อย่างไรก็ตาม คลื่นพลังของมันมีแรงกดดันมากกว่าราชาหมาป่าเทาทุกตัวที่เขาเคยพบมา
“ข่งฉิง!” อวี้เหยียนลั่วอุทานขณะมองไปที่ชายบนหลังราชาหมาป่าเทาอย่างระแวดระวัง นางเตือนซูอันอย่างลับ ๆ ว่า “อย่างน้อยที่สุดเขาก็อยู่ขั้นปลายของระดับปรมาจารย์ แต่เขาไม่เคยใช้กำลังทั้งหมดที่มี ข้าเชื่อว่าไม่มีใครรู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน เจ้าต้องระวังอย่ามองเข้าไปในดวงตาของเขา เขาช่ำชองในการใช้สายตา”
“ดวงตา…” ซู่อันไม่กล้าลดการป้องกันลงแม้ไม่ได้รับคำเตือนจากอวี้เหยียนลั่ว ทั้งสองคนเคยพบกันมาก่อนที่กลุ่มการค้าเจิ้นหยวน ย้อนกลับไปในตอนนั้น เมื่อเขาได้พบกับข่งฉิงและเจียนไท่ติง สองปรมาจารย์ เช่นเดียวกับกลุ่มผู้บ่มเพาะระดับเก้า เขาก็ถูกบังคับให้ต้องหนีเอาชีวิตรอด
เมื่อราชาหมาป่าเทาเข้ามาในถ้ำ มันเผยให้เห็นสหายสองคนของข่งฉิงที่ซ่อนอยู่หลังร่างมหึมาของมัน
คนหนึ่งเป็นหญิงสาวทรงเสน่ห์ซึ่งสวมชุดแต่งงานสีแดง เห็นได้ชัดว่านางค่อนข้างสวย แต่ความรู้สึกที่นางมอบให้ก็แปลก ร่างของนางเบาราวกับขนนก ราวกับว่าแม้แต่สายลมอ่อน ๆ ก็สามารถพัดพานางล้มลงได้ มือบางกำลังจับมือเด็กคนหนึ่ง เด็กที่ดูแล้วน่าจะอายุประมาณห้าหรือหกขวบกำลังแกว่งแขนไปมาด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
ซูอันอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจ้ากำลังรีบแต่งงานหรืออะไรสักอย่าง? ไม่ ๆ เดี๋ยวก่อนนะ พวกเจ้าต้องแต่งงานกันเพราะทำนางท้อง!”
ในตอนแรกข่งฉิงมีสีหน้าสงบและสุภาพ แต่เมื่อได้ยินสิ่งนี้ รอยยิ้มของเขาก็อดไม่ได้ที่จะแข็งค้าง
ข่งฉิงมองซูอัน จากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ลึกซึ้งและมีความหมายว่า “ท่านซูยังเด็กและโดดเด่นมากตามที่คาดไว้”
ซูอันมีสีหน้าสับสน ทำไมสีหน้าของข่งฉิงถึงดูแปลก ๆ? หรือว่ามีอะไรแปลก ๆ เกี่ยวกับตาของเขา?
อวี้เหยียนลั่วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นางรู้ว่าข่งฉิงมีชื่อเสียงในหมู่เผ่าพันธุ์ปีศาจ ด้วยนิสัยที่ดุร้ายของเขา นางกังวลว่าซูอันจะทำให้เขาโกรธในตอนนั้น และจะถูกโบยตีทันที นางเตรียมที่จะช่วยเหลือเขาด้วยซ้ำหากสิ่งนั้นเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายตอบเพียงสั้น ๆ ดูเหมือนจะมีคำชมอยู่ในน้ำเสียงของเขาด้วย!
เจียนไท่ติงมีความสุขมากราวกับได้เห็นผู้ช่วยชีวิต เขารีบพูดว่า “ท่านข่ง ท่านมาในเวลาที่เหมาะสมที่สุด! สองคนนี้รู้ความลับของเรา! รีบฆ่าไอ้สารเลวซูซะ! พี่สะใภ้ของข้าเป็นหัวหน้าตระกูลอวี้ ดังนั้นผลที่ตามมาของการฆ่านางจะยิ่งใหญ่เกินไป ฆ่าซูอันก็พอแล้ว”
ซูอันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขากล่าวว่า “ถึงตอนนี้ เจ้าก็ยังหยุดคิดถึงพี่สะใภ้ของเจ้าไม่ได้”
อวี้เหยียนลั่วหน้าแดง นางจ้องซูอันอย่างกินเลือดกินเนื้อ แต่ในสายตาของเจียนไท่ติง สีหน้าแววตาของนางคล้ายกับกำลังเกี้ยวพาราสีมากกว่า พี่สะใภ้เคยมองเขาแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? เขารู้สึกอิจฉาและเกลียดชังซูอันอย่างยิ่ง
ท่านยั่วยุ เจียนไท่ติง สำเร็จ ได้รับคะแนนความโกรธแค้น +233 +233 +233…
ข่งฉิงมองเจียนไท่ติง เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายศีรษะขณะถามว่า “ผู้บัญชาการเจียน เจ้าลงเอยในสภาพที่น่าอดสูเช่นนี้ได้ยังไง?” น้ำเสียงของเขามีความเห็นอกเห็นใจ ความผิดหวัง และความรู้สึกที่ไม่แน่นอนอื่น ๆ
“ฮึ่ม ข้าได้รับบาดเจ็บตั้งแต่แรกแล้ว จากนั้นคนต่ำช้านั่นก็ตั้งใจทำร้ายข้า” เจียนไท่ติงกล่าว ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกเสียใจมากอยู่ภายใน
ในท้ายที่สุด ยังคงเป็นเพราะเขาหวั่นไหวกับตัวปลอมจนต้องเข้ามาในถ้ำเพื่อยืนยันสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แต่เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้ นั่นเป็นเหตุผลที่ซูอันได้รับประโยชน์ไป ไม่อย่างนั้นเขามีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากในคฤหาสน์กิจการทหารที่สามารถกำจัดซูอันได้โดยไม่ต้องขยับนิ้วด้วยซ้ำ
“ใช่ ทำไมจู่ ๆ เจ้าถึงมาโผล่ที่นี่?” เจียนไท่ติงถามอย่างกะทันหัน
ข่งฉิงหัวเราะเบา ๆ และตอบว่า “ทำไมอีกล่ะ? เราได้ยินมาว่าอ๋องเมฆาครามกลับมาอย่างกระทันหัน และทุกคนก็บอกว่าเขาเหมือนตัวจริง ข้าอยากรู้มากจนต้องมาดู แต่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้”
ดวงตาของอวี้เหยียนลั่วหรี่แคบลง นางถามว่า “เจ้ามีส่วนร่วมในการสังหารเหยียนโหย่วด้วยหรือเปล่า?”
………………..