เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 12 ชายร่างใหญ่ (2)
บทที่ 12 ชายร่างใหญ่ (2)
[ไป๋ลู่หน้าตาก็ดี ทำไมต้องทำให้ตัวเองตกต่ำด้วยการไปถ่ายรูปโป๊พวกนี้…]
[ไป๋ลู่เป็นคนแรกที่ฉันเคยเห็นว่าขอให้เอารูปโป๊ตัวเองส่งให้คนดู!]
[เฮอะ ๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? ท่าทีสงบนิ่งของไป๋ลู่ ทำให้ฉันสงสัยว่าคนในรูปคือตัวเธอหรือเปล่า! แต่ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วผู้ชายตัวใหญ่สี่คนนั่นมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?]
ชายร่างใหญ่มองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างภาคภูมิใจในตัวเอง “เป็นไงล่ะ? มีทั้งใบกู้ยืมเงิน รูปถ่าย แล้วยังมีวิดีโอที่เธอนอนอยู่บนเตียงกับคนอื่นด้วย ฉันว่าเธอยอมจ่ายเงินมาอย่างว่าง่าย ๆ จะดีกว่า!”
ไม่อยากเชื่อเลยว่าสวยน้อยคนนี้จะไร้ยางอาย กระทั่งไม่สนใจความบริสุทธ์ของตัวเอง และยอมให้ชาวเน็ตเห็นภาพอันน่าเกลียดของเธอ
“คืนเงินเหรอ? หึ ไว้ชาติหน้าเถอะ!” หลังจากได้ในสิ่งที่ตัวเธอต้องการแล้ว ไป๋ลู่ก็เลิกแสร้งทำ ตอนนี้ดวงตาเธอหยีโค้ง ราวกับเห็นภาพคนทั้งหลายถูกจับเข้าคุก “ไม่ว่าจะเป็นใบกู้ยืมเงินปลอม การใช้เอไอเปลี่ยนใบหน้าเพื่อเผยแพร่รูปของฉันอย่างผิดกฎหมาย และสร้างข่าวลามกอนาจารเพื่อใส่ความฉัน ทุกการกระทำของพวกคุณเมื่อครู่นี้ ฉันบันทึกไว้หมดแล้ว นี่จะเป็นหลักฐานว่าพวกคุณบังคับข่มขู่ฉัน ละเมิดสิทธิ์ภาพถ่ายบุคคลและชื่อเสียง ทั้งยังขู่กรรโชกเงินก้อนโตจากฉันด้วย!”
“จางเฉิง…”
จางเฉิงที่ติดตามการถ่ายทอดสของท่านอาจารย์โกรธมากจนชกกำปั้นไปในอากาศ ราวกับอยากจะทุบชายร่างใหญ่กลุ่มนี้ให้แหลก เมื่อได้ยินท่านอาจารย์เรียกเขา บล็อกเกอร์หนุ่มก็หลุดตะโกนออกมาด้วยความโกรธอย่างไม่รู้ตัว “มาแล้ว!”
มีแต่เสียงที่ดังก้องสะท้อน
เมื่อเขารู้ตัวถึงพฤติกรรมที่โง่เขลา เขาก็รีบตบปาก แล้วรีบส่งความคิดเห็นขึ้นหน้าจอไป [ฉันอยู่นี่!]
เฝ่ยไป๋ลู่มีโทรศัพท์เครื่องเดียว และในระหว่างการถ่ายทอดสดนั้นจะโทรออกไม่ได้ เธอจึงพูดกับจางเฉิงผ่านหน้าจอว่า “ช่วยโทรแจ้งตำรวจให้ฉันหน่อย”
ยังกล้าโทรแจ้งตำรวจงั้นเหรอ?! ทันใดนั้นชายร่างใหญ่ก็แสดงท่าทางดุร้ายออกมา เขาส่งสายตาให้คนข้าง ๆ ไปแย่งโทรศัพท์ของไป๋ลู่มา
ชายอีกสองคนกำหมัดแน่นจนเสียงดัง ‘กร๊อบ’ แล้วล้อมเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม
[ไม่ดีแล้ว! ไป๋ลู่ วิ่งเร็ว! พวกเงินกู้นอกระบบเป็นธุรกิจสีเทา พวกมันกลัวตำรวจสอบสวนมากที่สุด ที่เธอพูดว่าแจ้งตำรวจเมื่อกี้ทำให้คนกลุ่มนี้โกรธแล้ว]
[ชายร่างใหญ่สี่คนไล่ตามคนบนท้องถนน แล้วเรียกร้องให้คืนเงินกู้นอกระบบ มิหนำซ้ำยังเอารูปโป๊มาข่มขู่… ฉันไม่สนว่าเชิญมาตามสคริปต์หรือเปล่า แต่ฉันแจ้งตำรวจแล้ว! ถ้าเป็นเรื่องโกหก ไป๋ลู่ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง ถ้าเป็นเรื่องจริง หวังว่าจะช่วยชีวิตเธอได้นะ]
[แม่ง! แล้วทำไมไป๋ลู่ไม่ขยับล่ะ? ไม่ได้ตกใจจนช็อกไปแล้วเหรอ? แย่แล้ว ๆ ถึงฉันจะไม่ชอบไป๋ลู่ แต่ฉันไม่ชอบแก๊งเงินกู้เศษเดนที่ข่มขู่ผู้คนมากกว่าอีก ฉันไม่กล้าดูต่อแล้ว!]
ความคิดเห็นที่วิ่งบนหน้าจอล้วนบอกให้เฝ่ยไป๋ลู่วิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับยืนนิ่งอยู่กับที่
เมื่อเห็นว่าจะมีการรุมทุบตีฝ่ายเดียวเกิดขึ้น แฟน ๆ ก็ไม่กล้าดูอีกต่อไป และได้แต่พากันภาวนาให้ตำรวจมาถึงไว ๆ
ช่วงเวลานี้เองที่เฝ่ยไป๋ลู่ขยับตัว
เธอยกมือขึ้นด้วยการขยับที่เหมือนจะดึงดูดความสนใจได้โดยปริยาย พลังงานที่มองไม่เห็นหมุนวนอยู่ตรงปลายนิ้ว ผมซอยที่อยู่ข้างขมับพลิ้วไหวถึงแม้จะไม่มีลม
ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชา ชี้ไปทางชายที่มาแย่งโทรศัพท์ของเธอไป พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบสงบนิ่ง “คุณชื่อฟางจื้อ บ้านอยู่ที่เฉิงซี*[1] และมีภรรยาใกล้คลอด คุณวางแผนไว้ว่าพอทำงานนี้เสร็จ เมื่อได้เงินแล้วจะเปลี่ยนให้ภรรยาได้ไปอยู่โรงพยาบาลที่ดีกว่านี้หน่อย แต่คุณรู้ไหม? ครึ่งชั่วโมงก่อนภรรยาคุณล้มอยู่ที่บ้าน”
“เธอเจ็บปวดมากจนลุกขึ้นไม่ไหว เธอคลานอยู่ครั่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังคลานไปไม่ถึงประตู ลำตัวช่วงล่างเต็มไปด้วยเลือด ถ้าคุณรีบกลับไปตอนนี้ แล้วพาเธอไปส่งโรงพยาบาล ก็จะช่วยชีวิตแม่และเด็กได้ทัน แต่ถ้ารอจนกว่าคุณจะได้รับเงินแล้วกลับบ้าน สิ่งที่รอต้อนรับคุณอยู่ก็คือศพของภรรยา”
ชายผู้ถูกชี้หน้าตัวแข็งทื่อไปโดยไม่รู้ตัว เขามองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างตะลึงพรึงเพริด
เฝ่ยไป๋ลู่กำลังพูดอะไรน่ะ?
ต้องไม่จริง ภรรยาของเขาสบายดี หล่อนจะล้มแล้วแท้งได้ยังไง…
แต่ถ้าไม่จริง เธอจะรู้ข้อมูลของเขาชัดเจนขนาดนั้นได้เหรอ?
“อาจื้ออย่าเชื่อคำพูดเพ้อเจ้อของผู้หญิงคนนี้!”ชายร่างใหญ่เดือดสุดขีด “ทำไมนายถึงโง่ขนาดนี้ เธอพูดอะไรก็เชื่อเหรอ? เธอแค่จะหลอกให้นายไปจากที่นี่! อย่าลืมภารกิจของเราวันนี้สิ เพราะถ้าทำไม่สำเร็จละก็…”
ถ้อยคำที่ยังพูดไม่จบนั้นมีภัยคุกคามซ่อนอยู่
เฝ่ยไป๋ลู่ยังคงสงบนิ่งและพูดกับฟางจื้อว่า “ถ้าไม่เชื่อ คุณจะโทรหาภรรยาคุณก็ได้ ลองดูว่าจะมีคนรับสายไหม”
มือของฟางจื้อสั่นเทา สีหน้าดิ้นรนขัดขืน แต่สุดท้ายเขาก็อดไม่ได้ที่จะโทรออก
โดยพื้นฐานภรรยาของเขาไม่เคยวางโทรศัพท์ห่างตัวตอนอยู่บ้าน ขอเพียงเธอรับสาย ก็แสดงว่าเฝ่ยไป๋ลู่กำลังโกหก!
กล้าเอาเรื่องภรรยาเขามาล้อเล่น เขาไม่ปล่อยเฝ่ยไป๋ลู่ไปแน่!
ฟางจื้อจ้องเฝ่ยไป๋ลู่อย่างโหดเหี้ยม
ทว่า…เมื่อโทรไปหลายครั้งแล้วยังไม่มีคนรับสาย สีหน้าของเขาก็ตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่สนใจสีหน้าโหดระยำของชายร่างใหญ่ และวิ่งออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เมื่อไล่คนที่มีการป้องกันทางจิตใจอ่อนแอที่สุดไปแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ก็มองคนถัดไป
เป้าหมายต่อมาคือ พี่ชายที่มีรอยสักขนาดใหญ่บนแขน
“คุณมีนิสัยชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นอนดึก ฉันแนะนำว่าคุณควรรีบไปตรวจหัวใจและปอดที่โรงพยาบาลนะ หากรับการรักษาทันเวลาก็ยังสามารถควบคุมการเกิดเซลล์มะเร็งได้อยู่ หากช้าเกินไป คุณจะเป็นมะเร็งตาย และแฟนของคุณจะเอาเงินคุณไป เธอจะกลับไปหาแฟนเก่าที่เธอยังไม่ลืม แล้วใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรี”
ตัวอย่างของฟางจื้ออยู่ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าเฝ่ยไป๋ลู่พูดได้ตรงเผง
พี่ชายที่สักแขนฝืนยิ้มให้พี่ชายร่างใหญ่ “พี่ ฉันต้องไปก่อนแล้ว ไม่ใช่เพราะกลัวตายหรอกนะ แต่เป็นเพราะไม่อยากให้นังนั่นเอาเงินฉันไปเลี้ยงผู้ชายอื่นน่ะ”
สายตาของเฝ่ยไป๋ลู่ย้ายไปที่คนถัดไป
เธองอนิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังคาดคะเนอะไรบางอย่าง และท่าทางนี้ก็นำมาซึ่งเสน่ห์ที่ลึกซึ้งและลึกลับ ทำให้คนรู้สึกถึงแรงคุกคามที่มองไม่เห็นอย่างไม่อาจอธิบายได้
จากสี่คนหายไปสองคนแล้ว
เดิมทีพวกแฟน ๆ กังวลใจว่าจะได้เห็นภาพการถูกรุมตีฝ่ายเดียว แต่ก็ต้องตาค้างเมื่อเห็นความสามารถนี้ของไป๋ลู่
พวกเขากลัวการร่ายคาถาของเธอจนไม่กล้าหายใจแรง
[เธอเพิ่งกลับมาและบอกว่าตัวเองสามารถทำนายดวงชะตาได้ ถ้าไม่ได้กำลังหลอกพวกเรา เธอคงทำนายดวงชะตาได้จริงงั้นสิ?]
[พอถูกไป๋ลู่พูดใส่แบบนั้น สีหน้าของนักเลงสองคนนั่นก็เปลี่ยนไป เธอจะต้องพูดถูกแน่! แค่พูดไม่กี่คำก็ทำให้นักเลงที่ยโสและบ้าอำนาจตกใจกลัวจนหน้าถอดสีได้ โดยที่ไม่ต้องออกแรงเยอะ รู้สึกดีชะมัดเลย!]
[ฉันไม่เชื่อ! นี่มันสคริปต์ชัด ๆ! จะต้องมีสคริปต์! สี่คนนี้จะต้องเป็นคนที่ไป๋ลู่เชิญมาเล่นเป็นตัวละครที่เวอร์เกินจริง!]
แฟน ๆ ในห้องถ่ายทอดสดเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มีแต่พวกอันธพาลที่อยู่ตรงนั้นที่รู้ความสามารถของเฝ่ยไป๋ลู่
ผู้หญิงคนนี้ชั่วร้ายจริง ๆ!
ไม่รู้ว่าเธอเอาข้อมูลมาจากไหน พูดไม่กี่คำก็หลอกคนของเขาได้แล้ว!
จะปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้พูดต่อไปไม่ได้!
สายตาของลูกพี่ร่างใหญ่แสดงความดุร้ายและโหดเหี้ยม พลันตะโกนเรียกคนที่กำลังถูกเฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองอยู่ “กังจื่อ ไอ้ขี้ขลาดสองคนนั่นไปแล้ว ถ้าวันนี้ทำงานสำเร็จ พวกเราแบ่งเงินกัน! นายช่วยฉันขวางผู้หญิงคนนี้เอาไว้ อย่าให้เธอวิ่งหนีไปได้”
คนที่ถูกเรียกว่ากังจื่อมีสีหน้าลังเลใจเล็กน้อย
ทุกคนคือทีมเดียวกัน จึงรู้จักกันและกันเป็นอย่างดี
เฝ่ยไป๋ลู่พูดถึงเรื่องของสองคนนั้นได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่พูดออกมายังเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
เขาเองจึงอยากรู้เหมือนกันว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะทำนายเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาได้หรือเปล่า…
กังจื่อไม่ขยับเลยแม้แต่นิด มุมปากของเฝ่ยไป๋ลู่ยกขึ้นเล็กน้อยขณะมองเขา “บ้านเก่าของคุณกำลังจะถูกรื้อทิ้ง แต่พ่อกับแม่ของคุณไม่รู้เรื่องนี้ ทั้งยังกำลังวางแผนขายบ้านให้กับลุงของคุณด้วย…”
‘รื้อทิ้ง’ สองคำนี้กระแทกเข้าใส่หน้าผากจนกังจื่อมึนงงอยู่ในความสุขไปชั่วขณะ เขาได้ยินมาว่าลุงจ้องที่ตรงนั้นตาเป็นมัน เรื่องแบบนี้รอได้ที่ไหนกัน! ดังนั้นเขาจึงรีบโทรไปหาลุงทันที “อยู่ในบ้านพ่อแม่ผม…อะไรนะ? เตรียมเซ็นชื่อแล้ว? ไม่ได้นะ! รอผมกลับไปแล้วค่อยว่ากัน…”
ชายร่างใหญ่คิดว่าตัวเองยังสามารถสู้ต่อไปได้อีกหน่อย “กังจื่อ นายก็ขอพ่อแม่นายว่าอย่าเซ็น แต่ไม่ต้องร้อนใจไป พวกเราทำงานนี้ให้เสร็จแล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันดีไหม?”
แม่งเอ๊ย! บ้านจะถูกรื้อทิ้งอยู่แล้ว เขายังต้องมาเก็บเงินกู้นอกระบบเฮงซวยนี่อยู่เหรอ?
กังจื่อกลอกตา เขาไม่สนใจชายร่างใหญ่อีก แล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
คนสี่คนเหลือเพียงแค่คนเดียวแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางชายร่างใหญ่แล้วถามว่า “คุณไม่อยากรู้อนาคตของตัวเองเหรอ?”
มีการต่อต้านขัดขืนบนใบหน้าของชายร่างใหญ่ ในใจของเขาขัดแย้งกันอย่างหนัก เขารู้สึกว่าเฝ่ยไป๋ลู่มีเจตนาชั่วร้าย แต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะทำนายอนาคตของเขาว่าอย่างไร
เฝ่ยไป๋ลู่มองเขา เผยรอยยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ต่อจากนี้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้า แต่ว่า…”
ตอนที่แฟน ๆ ในห้องถ่ายทอดกำลังรอคอยคำพิพากษาสุดท้ายของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างใจจดใจจ่อนั้นเอง
เสียง ‘ฟึ่บ!’ ก็ดังขึ้น แล้วห้องถ่ายทอดสดก็ถูกตัดไป
[สตรีมเมอร์ที่ท่านติดตามอยู่กำลังดำเนินการถ่ายทอดสดที่เป็นอันตราย โปรดรอให้สตรีมเมอร์ทำการแก้ไขก่อนถึงจะรับชมต่อได้]
[1] เฉิงซี หรือ เมืองทางตะวันตก