เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 125 สือหลิว (2)
บทที่ 125 สือหลิว (2)
ปู่เฉิงจ้องเขม็งตรงไปที่เขา มีรอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้มบนหน้า “ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต มันถึงจะถูกต้องและยุติธรรม แกฆ่าลูกสาวของฉัน ฉันเอาชีวิตแก ไม่เกินไปใช่ไหม?”
“คุณคือพ่อของสือหลิว…” เถ้าแก่ผู่ไม่อยากเชื่อ คนในท้องถิ่นที่แสนอบอุ่นและซื่อสัตย์คนนั้น เพียงระยะเวลาหกปีจะแก่ขึ้นมากขนาดนี้ได้ยังไง หากบอกว่าเป็นปู่ของสือหลิวเขาก็เชื่อ!
ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านผีสิงคือแผนการของเขาสินะ
เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของปู่เฉิง หัวใจของเถ้าแก่ผู่ก็สั่นสะท้าน
เถ้าแก่ผู่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อสายตามองกวาดไปถึงคนของตระกูลหาน ดวงตาก็พลันส่องสว่างขึ้น “พวกคุณสองคนรับเงินฉันไปแล้ว ยังไม่รีบปกป้องฉันอีก!”
สมาชิกตระกูลหานสองคนขมวดคิ้ว ไม่พอใจที่ถูกคนชี้นิ้วสั่ง ทว่าเนื่องจากข้อตกลง พวกเขาจึงต้องออกมาขวางปู่เฉิง หนึ่งในนั้นพูดว่า “คุณฆ่าเขาไม่ได้! ถึงแม้เขาจะมีความผิด ก็ควรให้กฎหมายตัดสินเขา”
ปู่เฉิงชะงักไปชั่วครู่ แล้วหัวเราะดังลั่น ก่อนเย้ยหยันว่า “พวกคุณมาหยุดฉัน แล้วมีใครหยุดเขาไม่ให้เขาทำร้ายลูกสาวฉันบ้าง? ตลอดหกปี รู้ไหมว่าฉันรอวันนี้มานานเท่าไหร่?”
สมาชิกตระกูลหานมองหน้ากัน เห็นปู่เฉิงดื้อดึงไม่ยอมถอยจึงล้อมจับเขาไว้
ส่วนหญิงสาวที่ถูกทำร้าย ตอนนี้เธอนอนอยู่บนพื้น เลือดบนแขนหยุดไหลแล้ว แต่เธอยังคงร้องโอดโอยไม่หยุด “จะตายแล้ว ฉันจะตายแล้ว ชดเชย ต้องจ่ายเงินชดเชย…”
เฝ่ยไป๋ลู่เหยียดตัวลุกขึ้น ค่อย ๆ เช็ดคราบเลือดบนนิ้วช้า ๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ “การสร้างกรรมทางวาจา เป็นความผิดฐานใส่ร้ายจะนำหายนะมาสู่ลูกหลาน ทำชั่วได้ชั่ว ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
ลูกหลานเหรอ? ที่พูดถึงไม่ใช่เขาหรือ? เด็กชายตัวน้อยที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ตกใจจนร้องไห้เพราะพฤติกรรมของปู่เฉิง แต่กลับกลัวคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่จนร้องไห้โฮ “แม่เลว อยากจะฆ่าฉัน!”
ผู้หญิงคนนั้นที่รักลูกเหมือนชีวิตหุบปากทันที
ตอนนี้ปู่เฉิงและสมาชิกตระกูลหานสองคนที่กำลังจะสู้กันดึงดูดสายตาของทุกคนไป
“หัวหน้า ตอนนี้เราจะทำยังไงดี?” เหมียวจื่ออั๋งวุ่นวายใจ เขาน่าจะเป็นคนที่สื่อสารกับปู่เฉิงบ่อยที่สุดในกลุ่มคนเหล่านี้
จิตใต้สำนึกบอกว่าเขาฆ่าคนไม่ได้ แต่เขาก็ทนเห็นปู่เฉิงไม่ได้ล้างแค้นให้ตัวเองไม่ได้เช่นกัน
ต่อให้ฆ่าคนไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องเตะเถ้าแก่ผู่สักสองสามที แต่เขาถูกสมาชิกตระกูลหานขัดขวาง จนไม่สามารถเข้าใกล้ได้
สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือ กางแขนขาขวางสมาชิกตระกูลหานไว้
ก่อนที่เฝ่ยไป๋ลู่จะทันเอ่ยอะไร ก็ได้ยินเสียงคนร้องอุทานว่า “เถ้าแก่ผู่กำลังจะถูกรัดคอตาย!”
เธอเงยหน้าขึ้น ครั้นเห็นเถ้าแก่ผู่นอนอยู่บนพื้นด้วยถูกเส้นลวดรัดคอ
เพราะว่าหายใจไม่ออก ดวงตาของเขาจึงปูดโปน ใบหน้าขึ้นสีแดงจนเปลี่ยนเป็นม่วงคล้ำ เขาดิ้นรนอย่างอ่อนแรงราวกับปลาขาดน้ำ
ด้านหลังเถ้าแก่ผู่คือไป๋หลิ่วสาวอวบอิ่มที่อายุน้อยและงดงาม
คิ้วที่เนียนสวยของเธอเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่น่ากลัว เมื่อเธอพบกับสายตาที่มองทะลุทุกสิ่งอย่างปรุโปร่งของเฝ่ยไป๋ลู่ ริมฝีปากสีแดงก็ค่อย ๆ ยกขึ้นปรากฏเป็นรอยยิ้ม
เหมียวจื่ออั๋งสยดสยองกับรอยยิ้มนี้ จนต้องก้าวถอยหลัง
[นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?]
[ไป๋หลิ่วเป็นภรรยาของเถ้าแก่ผู่ไม่ใช่เหรอ?]
[หรือว่าเรื่องของสือหลิวจะกระตุ้นให้ไป๋หลิ่วรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เลยฆ่าสามีเพื่อพิสูจน์ศีลธรรมเหรอ?]
[ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน]
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปที่ศพของสือหลิว คิ้วที่เลิกขึ้นดูจะตรงกับดวงตาของไป๋หลิ่ว
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา ทันใดนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ก็ตระหนักได้ ก่อนมองไปทางไป๋หลิ่ว “คิ้วของคุณกับสือหลิวคล้ายกันมาก คุณเป็นพี่สาวของสือหลิวงั้นเหรอ?”
“ลูกพี่ลูกน้อง” เรื่องมาถึงตอนนี้ ไป๋หลิ่วจึงไม่มีอะไรต้องปิดบังเช่นกัน
จุดประสงค์ของปู่ฉิงไม่ใช่การฆ่าเถ้าแก่ผู่ต่อต่อหน้าสาธารณชน เขาเพียงดึงดูดความสนใจของทุกคน หาเวลาและโอกาสให้ไป๋หลิ่วสังหารอีกฝ่าย
“?” ทุกคนตกตะลึง คิดไม่ถึงเลยว่าไป๋หลิ่วจะซ่อนตัวได้แนบเนียนขนาดนี้
เถ้าแก่ผู่ปวดหัวจนมีเสียงหึ่งดังขึ้น ภาพตรงหน้ามืดมน เส้นเลือดปูดบนหน้าผาก สายตาทั้งโกรธและขุ่นเคือง พร้อมเค้นเสียงออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก “นัง…สารเลว!”
“ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อพาแกมาที่นี่ เพื่อวันนี้ ฉันถึงกับต้องใช้เวลาหกปี”
“รู้สึกหายใจไม่ออกใช่ไหมล่ะ?” ไป๋หลิ่วยิ้มอย่างอ่อนโยน ในเวลาเดียวกันก็ออกแรงบีบเส้นเลือดอย่างแรง เพลิดเพลินไปกับสีหน้าเจ็บปวดของเถ้าแก่ผู่
[บรื๋อ~ สาวงามผู้บ้าคลั่ง!]
ใบหน้าของเถ้าแก่ผู่กลายเป็นสีม่วงและเขียว ดวงตาปูดโปน ใต้กางเกงปัสสาวะไหลไม่หยุด เมื่อเห็นเขาเริ่มสติเลือนราง เฝ่ยไป๋ลู่ก็ถอนหายใจ “ปล่อยมือเถอะนะ”
หานเสียวเสี่ยวพูดไม่ออก
ในฐานะลูกพี่ลูกน้องของสือหลิว ไป๋หลิวเก็บซ่อนความเกลียดชังรุนแรงที่มีต่อเถ้าแก่ผู่เอาไว้ เธอไม่ลังเลที่จะแต่งงานกับเขาเลยด้วยซ้ำ แผนการลึกซึ้งและโหดร้ายเช่นนี้ จะให้เธอหยุดง่าย ๆ ได้ยังไง?
“เธอคิดว่าพูดไม่กี่คำ คนอื่น ๆ จะเชื่อฟังเธอเหรอ? เจียงชิง พวกเรารีบไปช่วยคนกันเถอะ!” หานเสียวเสี่ยวดูถูกเถ้าแก่ผู่ แต่เธอไม่สามารถทนมองไป๋หลิ่วรัดคอเขาตายได้
เจียงชิงส่งเสียงตอบรับ และกำลังจะขยับตัว ทันใดนั้นไป๋หลิ่วก็คลี่ยิ้มออกมา
เธอกวาดสายตามองไปที่โทรศัพท์ของเหมียวจื่ออั๋ง การถ่ายทอดสดยังคงดำเนินต่อไป จากนั้นเธอจึงมองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ แล้วปล่อยมือช้า ๆ “เห็นแก่ที่คุณช่วยร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมให้สือหลิว ครั้งนี้ฉันจะฟังคุณ”
หานเสียวเสี่ยวกับเจียงชิงถึงกับเงียบปาก “…”
กานว่างดึงเจียงชิงเข้ามา “เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กพูดแทรกให้น้อยหน่อย”
เหมียวจื่ออั๋งพูดเสริมในใจ ‘กลัวจะหน้าแตกละสิ’
เถ้าแก่ผู่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ทั้งน้ำมูกและน้ำตาไหลอาบหน้า ไป๋หลิ่วมองเขาด้วยความรังเกียจ ราวกับเป็นขยะ
เฝ่ยไป๋ลู่นับนิ้วแล้วพูดว่า “วันนี้วันที่สิบห้าเดือนเจ็ดพอดี เป็นวันที่ดี ฝังศพเธอก่อนรุ่งสางเถอะ”
วันที่สิบห้าเดือนเจ็ด ตรงกับวันสารทจีน*[1]
วันที่คนตายจะข้ามไปสู่ทะเลทุกข์ได้
แม่น้ำหลังบ้านที่เป็นเส้นโค้งกลับคือทะเลทุกข์ที่สือหลิวจมอยู่
ไป๋หลิ่วหลับตาลง ระงับอารมณ์ที่กระเพื่อมราวกับคลื่นในใจ
เดิมทีพวกเขาวางแผนจะฆ่าเถ้าแก่ผู่เพื่อแก้แค้นในคืนนี้ แล้วใช้เรื่องบ้านผีสิงเป็นข้ออ้าง โทษว่าผีทำให้เขาเสียชีวิต
คิดไม่ถึงว่าบัดนี้เรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางนี้
เถ้าแก่ผู่ยอมรับความจริงว่าเขาฆ่าคนด้วยตัวเอง ดีเหมือนกัน ให้มันจบที่นี่ คนที่สมควรรับกรรมไม่ใช่พวกเขา
“ขอบคุณ” ไป๋หลิ่วชะงักชั่วครู่ เดินผ่านเถ้าแก่ผู่ไป เธออุ้มสือหลิวขึ้นมาโดยไม่สนใจน้ำหนองของซากศพ แล้วค่อย ๆ เดินไปหาปู่เฉิง “คุณลุงคะ ฝังสือหลิวได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ”
“อืม” ปู่เฉิงงอตัวลงแล้วทั้งสองคนก็เดินจากไปพร้อมกัน
ในเวลาเดียวกันก็มีตำรวจมาด้วย
ชาวเน็ตร้องไห้โฮ
[ฮือ ๆ เถ้าแก่ผู่ต่ำช้า! เพราะความปรารถนาของสัตว์ป่าชั่วขณะ ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องแตกสลาย]
[ไลฟ์สดครั้งนี้พลิกไปพลิกมา จนคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าสุดท้ายความจริงจะเป็นแบบนี้!]
[ตั้งแต่ดูไลฟ์สดของไป๋ลู่ ฉันเรียนรู้คำว่า ‘ปล่อยให้กระสุนบินไปสักพัก’ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปก่อน ไม่แสดงความคิดเห็นง่าย ๆ ทุกอย่างมันพลิกผันได้ ]
[เห็นเถ้าแก่ผู่ถูกจับ ฉันก็พอใจและนอนหลับได้อย่างสบายใจแล้ว]
[1] สารทจีน คือ วันสำคัญที่ลูกหลานจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และยังเป็นเวลาที่ประตูนรกเปิดด้วย