เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 127 ขอตัวก่อน จากนี้ไม่เจอกันแล้ว
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 127 ขอตัวก่อน จากนี้ไม่เจอกันแล้ว
บทที่ 127 ขอตัวก่อน จากนี้ไม่เจอกันแล้ว
“ฉันเองก็ไม่รู้ชื่อเขาเหมือนกันค่ะ พวกเราเอาอาหารให้เขา ส่วนเขาก็สอนฉันทำธูปสามวัน จากนั้นก็ทดลองทำเอง”
มือราวกับหยกขาวมีแผลที่มองเห็นได้ราง ๆ เธอหยิบสมุดสีแดงเข้มออกมาจากแขนเสื้อ “เพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับอาหาร เขาขอให้ฉันรับสิ่งนี้ไว้ และหลังจากที่ฉันแก้แค้นสำเร็จแล้ว หากฉันอยากได้ของสิ่งนี้ ก็ให้ไปยื่นคำร้องที่สมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าค่ะ”
“ขอดูหน่อยได้ไหมคะ?” เฝ่ยไป๋ลู่ถาม
ไป๋หลิ่วโบกมือ “ให้คุณเลยค่ะ”
เธอยิ้มและพูดว่า “ในเมื่อล้างแค้นที่ยิ่งใหญ่ได้แล้ว ฉันคิดว่าต่อจากนี้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้อีก”
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกสงสัยผู้อาวุโสคนนั้นขึ้นมาเล็กน้อย เธอเปิดสมุดดู เนื้อหาด้านในว่างเปล่าและลงชื่อว่า ‘เหลียง’ เอาไว้
ลายมือสวยงามและอิสระดั่งสายน้ำไหล
เฝ่ยไป๋ลู่ “…” นี่ไม่ได้แกล้งกันจริง ๆ ใช่ไหม?
ไม่มีข้อมูลส่วนตัวอะไรเลย ถ้ามาที่ประตูพร้อมสมุดนี้อาจถูกคนของสมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าไล่ออกไปไม่ใช่หรือไง?
ไป๋หลิ่วดูจะไม่สังเกตเห็นสีหน้าคลางแคลงใจของเฝ่ยไป๋ลู่ เธอเพียงหมุนตัวหันหลังให้เฝ่ยไป๋ลู่ กดคางลงเล็กน้อย “ขอตัวก่อน จากนี้คงไม่เจอกันแล้ว” พูดแล้วสาวเจ้าก็เดินไปหาปู่เฉิง
บัดนี้เธออยากเป็นแค่คนธรรมดาที่อยู่อย่างสงบและปลอดภัยเท่านั้น ไม่อยากเข้าไปพัวพันเรื่องถูกผิดของเหล่าผู้ใช้คุณไสย
เฝ่ยไป๋ลู่ยังไม่ได้คืนสมุด แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก ‘ช่างเถอะ ไว้มีเวลาค่อยถามกานว่างอีกที’
พลังหยินในโรงแรมถูกกำจัดแล้ว กานว่างและคนอื่นยังได้รับการแจ้งเตือนด้วยว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว
เช้าตรู่ในวันถัดมา กลุ่มคนได้ออกจากโรงแรมของปู่เฉิงเงียบ ๆ
“ได้คะแนนโคตรน้อย” เจียงชิงจ้องสองคะแนนที่ได้จากการกำจัดพลังงานหยินอย่างยากลำบากด้วยความรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย
กานว่างมองตรงไปข้างหน้า “สองทีมทำหนึ่งภารกิจสำเร็จ ย่อมได้คะแนนน้อยอยู่แล้ว”
“ศิษย์พี่รอง พี่ได้เท่าไหร่เหรอ?” เจียงชิงเดินเข้ามาหาด้วยความอยากรู้ แล้วก็เห็นว่ายังเป็นศูนย์คะแนน เขาจึงขมวดคิ้วทันที “ทำไมพี่ถึงไม่มีคะแนนเลย คะแนนพี่ล่ะ?”
เขาหันไปมองเหมียวจื่ออั๋งอีกครั้ง ก็เห็นว่าเหมียวจื่ออั๋งได้ศูนย์คะแนนเช่นกัน ราวกับเขานึกได้บางอย่าง ก่อนจะตะโกนทันที “พวกคุณไม่ได้ยกคะแนนให้เฝ่ยไป๋ลู่ใช่ไหม?”
หัวใจหานเสียวเสี่ยวรัดแน่น เธอมองเฝ่ยไป๋ลู่โดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
เธอมีพลังวิเศษอะไรกันแน่ ถึงทำให้พี่ว่างยอมสละคะแนนของเขา?
ทั้งที่คะแนนนั้นเกี่ยวข้องกับอันดับ รางวัลและเกียรติยศของนิกายด้วย
เหมียวจื่ออั๋งเหลือบมองเขาอย่างเหยียด ๆ “คิดอะไรอยู่เนี่ย สุดท้ายคะแนนของพวกเราก็จะกระจายเท่า ๆ กันนั่นแหละ”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปราวกับเปลี่ยนหน้ากาก เมื่อเขาพูดกับเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้ม “ฉันเชื่อว่าหัวหน้าให้ความสำคัญกับความยุติธรรมมากที่สุด ต้องไม่ยอมให้พวกเราได้ศูนย์คะแนนแน่นอน”
แน่นอนว่าหมอนี่พูดเช่นนี้เพื่อเอาใจเฝ่ยไป๋ลู่ เขาต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเฝ่ยไป๋ลู่ พอถึงตอนแบ่งคะแนนจะได้คะแนนมากขึ้น
เจียงชิงเม้มริมฝีปาก “คนขี้ประจบ”
เขายอมรับว่าเฝ่ยไป๋ลู่ฉลาด แต่ผู้ฝึกยุทธ์ล้วนให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งมากกว่า ถ้าอยากจะประจบก็ควรประจบศิษย์พี่รองของเขาถึงจะถูก!
เหมียวจื่ออั๋งนั้นหูไว จึงเอ่ยเย้ยว่า “เจ้าเด็กเปรต”
ผู้รู้จักสถานการณ์เป็นผู้เฉลียวฉลาด กอดขาหัวหน้าเอาไว้ถึงจะมีชีวิตที่ดี เด็กเปรตที่เอาแต่ใช้อารมณ์จะรู้เรื่องอะไร?
มุมปากเฝ่ยไป๋ลู่กระตุก
เธอเห็นภาพสองคนนี้ทะเลาะกันบ่อยแล้ว ต่อให้ไม่เห็นก็ไม่รำคาญใจ เธอจึงเดินนำหน้าไป
เมื่อออกมาจากหุบเขาชิงเซี่ย ร่างของคนแปลกหน้าหลายคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทันที
ชุดเต้าผาว*[1]ประจำตระกูลที่คุ้นเคยทำให้ดวงตาหานเสียวเสี่ยวเป็นประกาย “คุณลุง พวกคุณมาทำอะไรเหรอคะ?”
เมื่อเห็นหานเสียวเสี่ยวปลอดภัย เขาก็ถอนใจโล่งอกทันที “คุณหนูเสี่ยว งานแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋ามีบางอย่างผิดปกติ หัวหน้าตระกูลจึงมีคำสั่งให้พวกเราพาคุณหนูกลับไป”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” หานเสียวเสี่ยวมึนงง
“มีคนซุ่มตัวอยู่ที่จุดภารกิจของค่ายกล สังหารผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมแข่งขัน สถานการณ์ฉุกเฉิน การแข่งขันจึงถูกระงับชั่วคราว” หลายคนพูดอย่างกระชับและครอบคลุม
เจียงชิงกับเหมียวจื่ออั๋งที่กำลังทะเลาะตบตีกันอยู่เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าจึงเปลี่ยนไปฉับพลัน
มีผู้เสียชีวิต ดูเหมือนว่าสถานการณ์ร้ายแรงไม่น้อย
เหมียวจื่ออั๋งอดไม่ได้ที่จะคิดถึงหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน หากไม่ใช่เพราะเฝ่ยไป๋ลู่ ไม่แน่เขาอาจจะตายอยู่ที่นั่นและกลายเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต
เฝ่ยไป๋ลู่กับกานว่างมองหน้ากัน และเห็นความเคร่งขรึมในดวงตาของอีกฝ่าย
ภายในวัดเต๋าเทียนฮั่น ผู้นำของนิกาย ตระกูลและคนจากสมาพันธ์กำลังหารือกัน
มีคนจากนิกายหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาเสนอแนะด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง “คนชั่วจะไม่เปลี่ยนแปลงและยังคงคุกคามอย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย การแข่งขันครั้งนี้ควรระงับชั่วคราวหรือไม่?”
“ที่แล้วมาการแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าไม่เคยชะงักกลางคันมาก่อน เมื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์ เหล่าศิษย์ของเราควรว่ายทวนกระแสสิ”
“ใช่แล้ว งั้นถ้าเปลี่ยนเป็นการแข่งขันแบบทีมล่ะ ผู้ชนะได้แต้ม ส่วนผู้แพ้ไม่ได้คะแนนเลย”
คนส่วนน้อยย่อมเชื่อฟังเสียงข้างมาก แม้แต่หานคังผิงเองยังลงคะแนนเห็นชอบ
จิตใจของสมาชิกตระกูลหานมั่นคงและมีความสามารถ จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตน้อยที่สุด และได้เปรียบในการแข่งขันแบบทีมมากที่สุด
การต่อสู้เพื่อคะแนนเปลี่ยนเป็นการแข่งขันในรูปแบบทีมซึ่งต่างออกไป เมื่อเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาถึงวัดเต๋าก็ได้รับข่าวนี้ทันที เธอเอามือกุมหน้าผากอย่างช่วยไม่ได้
ทำไมการจะได้ตราประทับหยินถึงได้ซับซ้อนขนาดนี้?
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือ ไม่มีคนของนิกายเก้าสวรรค์เสียชีวิต ทว่าไม่อาจเลี่ยงอาการบาดเจ็บได้
ในบรรดาพวกเขา จิ่งเกาหมิงได้รับบาดเจ็บสาหัสมากที่สุด
“ศิษย์พี่รอง ฉันแก้แค้นได้แล้ว!” สีหน้าของจิ่งเกาหมิงอ่อนแอ แต่ดวงตากลับเป็นประกายสดใส ความเศร้าโศกที่ทับถมมานานหายไปหมดแล้ว
ภารกิจแรกของเขาก็ได้พบกับสมาชิกตระกูลเฝิงที่เคยหักหลังเขา
ตระกูลเฝิงฟันศิษย์น้องของเขาหนึ่งครั้ง เขาฟันกลับไปสองครั้ง สามปีที่ฝึกฝนเทคนิคนี้ไม่ได้เปล่าประโยชน์
สมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าห้ามมิให้ปรมาจารย์เต๋าสังหารกันเอง มีแต่ในการแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าเท่านั้นที่ไม่มีข้อจำกัดนี้
เขาจึงยืมข้อจำกัดนี้มาใช้เป็นที่ระบายความโกรธภายในใจ
‘เพียงแต่ว่า…’ จิ่งเกาหมิงหลุบตาลงอย่างรู้สึกผิด “ภารกิจก่อนหน้าฉันได้คะแนนไม่เยอะ มาตอนนี้ยังเจ็บหนักอีก กลัวว่าการแข่งขันประเภททีมต่อจากนี้จะไม่สามารถร่วมต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของอาจารย์ได้”
กานว่างตบบ่าให้กำลังใจเขา “ไม่เป็นไร นายไม่ต้องกังวลกับมัน อาจารย์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องไร้สาระเหล่านี้ นายกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว”
เจียงชิงทำหน้านิ่ง แสร้งทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่ทรงภูมิเลียนแบบกานว่าง เขาตบบ่าจิ่งเกาหมิงแล้วพูดว่า “ศิษย์น้องหก ให้ฉันต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของนิกายเอง!”
ศิษย์พี่ห้าเถียนไคหล่างอดแสยะยิ้มไม่ได้แล้วแซวว่า “นายจะเอาอะไรมาสู้? นายเพิ่งมีสองคะแนนเท่านั้น ฉันมีคะแนนมากกว่านายอีก”
หน้าของเจียงชิงที่แสร้งเป็นผู้ใหญ่พลันแข็งทื่อ ข่าวนี้จะต้องมาจากศิษย์พี่รองแน่ ๆ!
เขาเหลือบมองกานว่างที่อยู่ข้าง ๆ แล้วกลอกตา ทิ้งคำพูดไว้แล้วเผ่นแน่บทันที “ก็ยังดีกว่าศิษย์พี่รองที่ไม่มีสักแต้มเลยแล้วกัน!”
กานว่างและเถียนไคหล่างมองหน้ากันแล้วยิ้ม
เมื่อมีศิษย์พี่เหล่านี้อยู่รอบ ๆ เขา ก็ไม่ใช่หน้าที่ของเจียงชิงที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง
“หัวหน้า ฉันว่าฉันรู้นะ ว่าทำไมในดวงตาของเจียงชิงถึงเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เพราะไม่เคยถูกสังคมโจมตีและคนของนิกายเก้าสวรรค์ก็คอยโอ๋เขาอยู่ไงล่ะ” เหมียวจื่ออั๋งลอบกระซิบกับเฝ่ยไป๋ลู่
เขาเป็นแค่คนไม่มีชื่อเสียงและบารมีในสมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋า ทว่าเขารู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับนิกายและตระกูลต่าง ๆ
แม้แต่นิกายที่เล็กที่สุดก็ยังมีเรื่องอื้อฉาวมากมาย ตระกูลใหญ่เหล่านั้นก็มีเรื่องอื้อฉาวเกินจะนับไหว ยากมากที่จะเห็นบรรยากาศรักใคร่กลมเกลียวและบริสุทธิ์เหมือนศิษย์พี่ศิษย์น้องของนิกายเก้าสวรรค์
“หัวหน้า ฉันจะบอกอะไรคุณนะ สองคนนี้ดูเหมือนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันใช่ไหม?” เหมียวจื่ออั๋งชี้ไปยังศิษย์พี่ศิษย์น้องคู่หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลเงียบ ๆ “ความจริงแล้วพวกเขาลอบใช้กลอุบายมากมายมาทำลายอีกฝ่าย ทั้งยังพยายามลดตำแหน่งของอีกฝ่ายด้วย จุ๊ ๆ”
ขณะที่มองเหมียวจื่ออั๋งซุบซิบนินทา เฝ่ยไป๋ลู่แตะคางตัวเอง ทันใดนั้นก็นึกบางอย่างออก
เธอหยิบสมุดเปล่าเล่มนั้นที่ได้รับจากไป๋หลิ่วออกมา
“นายได้ชื่อว่าเป็นไป๋เซียวเชิงแห่งเมืองเจียง งั้นนายรู้จักคนคนนี้หรือเปล่า?”
[1] ชุดเต้าผาว เป็นชุดคลุมประจำตัวนักพรตเต๋า เสื้อยาวทรงตรง คอเสื้อป้ายทับกัน สีเขียวครามน้ำเงิน
………………………………………………………………………………………………………………………..