เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 14 เฝ่ยมา
บทที่ 14 เฝ่ยมา
เฝ่ยชิงรั่วงุนงง ‘???’
เธอออกจากห้องถ่ายทอดสด เพื่อดูให้แน่ใจว่านี่คือบัญชีของเฝ่ยไป๋ลู่จริง ๆ
แต่ว่าโฆษณาแอปป้องกันการหลอกลวงและฉ้อโกงของตำรวจหญิงนี่คืออะไรกัน?
“พี่สาวไป๋ลู่ไม่ได้ถูกจับไปสั่งสอนที่สถานีตำรวจงั้นเหรอ? แฟน ๆ ส่วนใหญ่ที่ติดตามเธอถูกดึงดูดด้วยการดูดวงของเธอ แล้วการดู ดวงก็เป็นการหลอกลวง ถ้าอย่างนั้นบัญชีนี้ก็น่าจะได้รับการร้องขอจากตำรวจ เพื่อใช้สำหรับการโฆษณาชวนเชื่อป้องกันการหลอกลวงและฉ้อโกงสินะ”
เฝ่ยชิงรั่วพึมพำกับตัวเอง
ความสับสนในดวงตาของเฝ่ยเฉิงหายไป ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าพี่ชิงรั่วพูดได้ถูกต้อง จึงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเอ็ดตะโรออกมา “สมน้ำหน้า! ไม่มีบัญชีแล้ว ดูซิว่าเธอจะยังเป็นตัวตลกบนอินเตอร์เน็ตได้อยู่รึเปล่า!”
ณ สถานีตำรวจเมืองเจียง
เฝ่ยไป๋ลู่กำลังให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่โจวในการลงบันทึก
ชายร่างใหญ่ทำงานทวงหนี้นอกระบบมานานหลายปีแล้ว วิธีการทวงหนี้ของเขาโหดเหี้ยมมาก และสองชีวิตที่เสียไปด้วยน้ำมือของเขาก็เพราะเหตุนี้
หลังจากเขาทุบตีคนจนตายโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาก็โยนศพลงไปในถังบำบัดน้ำเสียของบ้านเกิด ให้กลิ่นอุจาระกลบกลิ่นศพ หนอนย่อยสลายเนื้อศพ กระดูกจมลงสู่ก้นบ่อ ทำให้จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพบศพสองคนนั้น
สมาชิกครอบครัวของผู้เสียชีวิตคิดว่า พวกเขาซ่อนตัว หนีเจ้าหนี้ จึงไม่รู้เลยว่าพวกเขาได้เสียชีวิตอย่างน่าสลดไปแล้ว
เจ้าหน้าที่โจวลงบันทึกทีละรายการจนเสร็จ แล้วส่งเฝ่ยไป๋ลู่กลับ จากนั้นก็ติดต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อขอสืบสวนคดีฆาตกรรมของชายร่างใหญ่อย่างละเอียดทันที
ส่วนนักเลงสามคนนั่นก็ถูกพาตัวมาด้วย เฝ่ยไป๋ลู่หัวเราะเยาะ ความผิดของการสร้าง ‘หลักฐาน’ ต่าง ๆ เพื่อขู่บังคับผู้อื่นและรีดไถเงินจำนวนมาก นี่เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาต้องยากลำบาก คิดว่าเธอจะใจดีทำนายดวงชะตาให้พวกเขาจริงเหรอ?
เธอสร้างคำทำนายหลอก ๆ ขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็เรื่องชีวิต
ตอนเฝ่ยไป๋ลู่เดินออกมา ตำรวจหญิงที่กำลังดำเนินการโฆษณาเรื่องการป้องกันการหลอกลวงและฉ้อโกงอยู่ก็รีบสละตำแหน่ง แล้วดึงเฝ่ยไป๋ลู่มาหน้ากล้อง
“พวกคุณถามอยู่ตลอดเลยว่าไป๋ลู่มาแล้วหรือยัง? มาค่ะ ให้สตรีมเมอร์ไป๋ลู่ของพวกคุณทักทายทุกคนนะคะ แล้วดูว่ามีใครบ้างที่ยังไม่ได้โหลดแอป?”
[ไป๋ลู่ เธอไม่ได้ถูกตำรวจขังไว้เหรอเนี่ย…]
เฝ่ยไป๋ลู่งง ‘???’
ทำไมเหมือนทุกคนมีความเสียใจอยู่นิด ๆ ล่ะ?
[ท่าทีของเจ้าหน้าที่แปลกมาก สตรีมเมอร์ที่เผยแพร่ความเชื่องมงายอย่างไป๋ลู่ไม่สมควรถูกแบนเหรอ? ทำไมท่าทีของน้องตำรวจหญิงถึงเป็นมิตรขนาดนี้ล่ะ?]
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม “ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณผิดหวัง”
[ฉันดาวน์โหลดแอปป้องกันการหลอกลวงและฉ้อโกงแล้ว เพราะงั้นไป๋ลู่บอกฉันได้ไหมว่า สุดท้ายแล้วเธอพูดอะไรกับชายร่างใหญ่นั่น? / ใบหน้าจริงใจ]
ในที่สุดก็มีคนถาม เฝ่ยไป๋ลู่อ่านความคิดเห็น และกล่าวว่า “ฉันบอกว่าเขาไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้าและอาหาร เพราะอีกครึ่งค่อนชีวิตจะได้กินแต่ข้าวของทางการเท่านั้นยังไงล่ะ”
[ไม่เข้าใจ หมายความว่าไงอ่ะ?]
[โง่จริง มันก็คือชีวิตที่ติดคุกแล้วก็กินข้าวแดงไง]
[ก็จริงที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้าเลย แต่ว่า…แบบนี้นับว่าเป็นการฉ้อโกงทางข้อความหรือเปล่า?!]
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม “จะถือว่าโกงได้ยังไง แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง”
“เอาล่ะ ฉันขอใช้เหตุการณ์ในวันนี้เพื่อเตือนทุกคนว่า ในอนาคตหากพวกคุณเจอคนแปลกหน้ามาบอกว่า เขามีใบกู้ยืมเงินของคุณ หรือภาพโป๊เปลือยของคุณ ขู่ให้คุณโอนเงินชำระหนี้นอกระบบ หากไม่คืนเขาจะลากคุณไป จะขึ้นบัญชีดำคุณ และจะส่งจดหมายจากทนายความมาให้ พวกคุณอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด”
“มิจฉาชีพมีหลากหลายวิธีในการหลอกเอาเงินของคุณ ทั้งสามารถปลอมแปลงใบกู้ยืมเงิน สามารถใช้โปรแกรมเอไอเปลี่ยนใบหน้า หรือปรับแต่งเสียง… ดังนั้นรีบดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก ‘ศูนย์ต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ’ เพื่อช่วยรักษาเงินของคุณนะคะ”
[ดีมาก เป็นหัวข้อเสริมสร้างแล้ว จิตวิญญาณของฉันก็ได้รับการเสริมสร้างไปด้วยเหมือนกัน]
[ช่วยด้วย ตอนแรกฉันแค่เข้ามาเผือก ผลคือถูกบังคับให้ร่วมเรียนวิชาสำคัญ แต่ว่าไป๋ลู่พูดก็ถูก นักเลงสี่คนนั้นเตรียมตัวมาพร้อมเพราะต้องการรีดไถเงิน ถ้าฉันเป็นไป๋ลู่ในตอนนั้น ฉันต้องกลัวจนฉี่ราดไปแล้วแน่นนอน ทุกคนได้โปรดอย่าหลงกลนะ]
[ไป๋ลู่ อธิบายหน่อยว่าทำไมเธอถึงรู้เรื่องนักเลงมากมายขนาดนั้น? เธอทำนายดวงชะตาได้จริง ๆ เหรอ?]
“สำหรับสถานการณ์พิเศษทุกคนสามารถรอประกาศจากตำรวจได้เลยค่ะ” เฝ่ยไป่ลู่ขยิบตา พูดติดตลกว่า “ถ้ากลัวว่าตัวเองจะถูกหลอกลวงและฉ้อโกง ตอนนี้คุณสามารถดาวน์โหลดแอปของ ‘ศูนย์ต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ’ ได้เลยค่ะ”
ตำรวจหญิงหัวเราะคิกคักออกมา บรรยากาศสบาย ๆ ในห้องถ่ายทอดสดกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
สีหน้าของเฝ่ยชิงรั่วกับเฝ่ยเฉิงแย่ลงไปเล็กน้อย
“ไม่ดูแล้ว! ไม่เห็นมีอะไรน่าดูเลย ปลอมมาก” เฝ่ยเฉิงเข้าใจต้นสายปลายเหตุจากความคิดเห็นที่วิ่งบนหน้าจอแล้ว เขาออกจากห้องถ่ายทอดสดอย่างโกรธเคืองพลางพึมพำว่า “ต้องเป็นเฝ่ยไป๋ลู่กับคนของตำรวจร่วมกันแสดงละครปั่นหัวพวกเราแน่นอน”
เฝ่ยชิงรั่วมุมปากกระตุก เธอค่อนข้างเห็นด้วย
อารมณ์ของเฝ่ยชิงรั่วเธอแย่ลง
เฝ่ยไป๋ลู่ร่วมมือกับตำรวจได้ยังไง? เธอควรจะถูกแบนสิถึงจะถูก!
ทำไมไม่ถูกแบนนะ? ทำไมถึงยังมีชีวิตรอดอยูในโลกออนไลน์อยู่อีก?
เฝ่ยชิ่งรั่วไม่มีอารมณ์จะดูการถ่ายทอดสดต่อ เธอจึงพลาดส่วนน่าตื่นเต้นที่สุดของการถ่ายทอดสดไป
เฝ่ยไป๋ลู่ให้ความร่วมมือกับตำรวจดำเนินงานประชาสัมพันธ์จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่เธอออกมาจากสถานีตำรวจพร้อมกับถือโทรศัพท์ที่ยังไลฟ์สดอยู่ รถยนต์หรูสีดำคันหนึ่งก็มาจอดขวางตรงหน้าเธอ
ชายคนหนึ่งลงจากรถ เขาเดินมาอยู่ตรงหน้าเฝ่ยไป๋ลู่ สีหน้าวิตกกังวล และน้ำเสียงก็ตำหนิอยู่กลาย ๆ “ไป๋ลู๋ ลูกติดหนี้นอกระบบแล้วทำไมไม่บอกพ่อสักคำ? พ่อมีเงิน สามารถจ่ายคืนให้ได้นะ! ถ้าไม่ใช่เฝ่ยอวี้บอกพ่อ พ่อคงไม่รู้ว่าที่ลูกมาอยู่สถานีตำรวจเพราะติดหนี้นอกระบบ…”
[ไม่ใช่ละ เขาพูดว่าไป๋ลู่ติดหนี้นอกระบบ คุณรู้ความจริงของเรื่องนี้ชัดเจนแล้วใช่หรือเปล่า? ยังมีพ่อแบบคุณอยู่อีกเหรอ?]
[ทุกคน ฉันงงไปหมดแล้ว ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะเป็นประธานของเจียงเฉิงเฝ่ยกรุ๊ปนะ …เขาคือพ่อของไป๋ลู่เหรอ? ถ้าไป๋ลู่มีพ่อสุดปังขนาดนี้ทำไมยังต้องการเงินบริจาคล่ะ? ไม่ถูกสิ ทำไมเธอถึงมีพ่ออีกคน เธอมีแค่พ่อแม่บุญธรรมไม่ใช่เหรอ?]
[ดูเหมือนว่าครอบครัวเฝ่ยจะมีลูกสาวคนเดียวนะ เป็นอีกคนที่ติดการค้นหามาแรงเพราะการเล่นเปียโนเมื่อนานมาแล้ว… โดยส่วนตัวแล้วฉันว่าไป๋ลู่มีแนวโน้มจะเป็นลูกสาวนอกสมรสของเขา?]
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลง และมองเฝ่ยมาที่ทำร้ายครอบครัวของเจ้าของร่างเดิมจนบ้านแตกสาแหรกขาดอย่างตั้งใจ
เขาคือคนของครอบครัวเฝ่ยคนที่สองที่เธอได้เจอ
เหมือนกับเฝ่ยอวี้ เฝ่ยมาก็มีเมฆแห่งหายนะรวมกันอยู่เหนือศรีษะ และหว่างคิ้วก็มีพลังงานสีดำไหลทะลัก
แต่เฝ่ยมาร้ายแรงกว่าเฝ่ยอวี้ เขาถูกปกคลุมด้วยพลังไอเย็นหรือที่เรียกว่าพลังหยิน หมายความว่า ต้องเผชิญโชคร้ายครั้งใหญ่ และต้องชีวิตพังทลาย
เขามีแค่เพียงกลุ่มพลังงานสีดำที่เคลื่อนไหวเท่านั้นจริง ๆ
เฝ่ยมาตกตะลึงเมื่อถูกสายตาของเธอจ้องมองมา เขาจึงสังเกตดูเฝ่ยไป๋ลู่กลับอย่างละเอียด
ไม่ได้เจอหลายวัน ใบหน้าของเธอยังเหมือนเดิม แต่สีหน้าที่สิ้นหวัง อ่อนแอหายไป และแทนที่ด้วยความสงบนิ่ง เฉยเมย รัศมีบนตัวเธอทำให้คนรู้สึกว่าเธอสูงเกินเอื้อม ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
สูงเกินเอื้อมงั้นเหรอ? ไร้สาระจริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่คู่ควรกับการคุกเข่าลงแทบเท้าเขา และสวดอ้อนวอนเพื่อความอยู่รอด
เฝ่ยมาปกปิดแสงสลัวในดวงตา แล้วมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างอบอุ่น “เมื่อหลายวันก่อนพ่อไปเจรจาธุรกิจ เลยให้พี่ชายไปรับ ทำไมลูกไม่กลับมาล่ะ? โกรธใช่ไหม? ครั้งนี้พ่อมารับด้วยตัวเอง อย่าโกรธเลย รีบกลับไปกับพ่อนะ”
“หนี้นอกระบบที่ลูกติดอยู่ พ่อจะให้คนไปจ่ายให้ ลูกปล่อยคนทวงหนี้พวกนั้นออกมาเถอะ ถึงยังไงชีวิตของพวกเขาก็ไม่ง่ายเลย ข้างหลังพวกเขายังมีครอบครัวต้องเลี้ยงดูนะ”
เขาช่างเป็นคนใจกว้างจริง ๆ นะ!
นักเลงทวงหนี้พวกนั้นมีชีวิตไม่ง่าย แล้วคนบริสุทธิ์อย่างเธอง่ายงั้นเหรอ? เธอเป็นพระแม่มารีหรือยังไง?
ธุรกิจของครอบครัวเฝ่ยสกปรก เบื้องหลังปล่อยเงินกู้นอกระบบ ฝึกคนให้เชี่ยวชาญเรื่องทวงหนี้ นักเลงพวกนี้คือลูกน้องของพวกเขา
เขาคงกลัวว่าพอนักเลงพวกนั้นถูกจับแล้วธุรกิจรีดไถเงินของเขาจะถูกทำลาย เขาถึงได้มาที่นี่เพื่อเก็บกวาดคนเหล่านั้นโดยเฉพาะสินะ?
น่ากลัวว่าจะทำให้เขาผิดหวังแล้ว
“ฉันไม่ได้เป็นหนี้นอกระบบ คำพูดเหล่านี้คุณไปพูดกับคนของสถานีตำรวจเถอะ แล้วดูว่าตำรวจจะสงสารความยากลำบากของพวกเขาหรือเปล่า” เฝ่ยไป่ลู่ยกมุมปากขึ้น “อีกอย่าง คุณจะให้ฉันกลับไปครอบครัวเฝ่ยในฐานะอะไรเหรอ? แล้วลูกสาวที่อยู่ในบ้านคนนั้นจะจัดการยังไง?”
เฝ่ยมารู้สึกไม่สบายใจกับท่าทีของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาขมวดคิ้วและพูดว่า “ลูกเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อ พวกเราไม่มีทางปฏิบัติต่อลูกไม่ดีหรอก”
เหมือนเขาจะคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่ต้องการขับไล่เฝ่ยชิงรั่วออกจากครอบครัวเฝ่ย จึงตั้งใจอธิบายเป็นพิเศษ “ชิงรั่วอยู่กับเรามานานหลายปี เธอกตัญญู เอาใจใส่ ทั้งยังรู้มารยาท แม่ของลูกชอบเธอมาก และเธอก็ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก พวกเราไม่อาจทนปล่อยเธอไปจากครอบครัวเฝ่ยได้หรอก เธอจะอยู่ในฐานะลูกสาวบุญธรรมและจะไม่คุกคามสถานะของลูก ลูกก็ไม่ควรมองเธอเป็นศัตรูมากเกินไป”
“แล้วเธอก็เป็นคนใจดีมาก ถ้าหากวันนี้เธอพบเจอเรื่องแบบนี้ จะต้องทนดูคนทวงหนี้พวกนั้นติดคุกไม่ไหวแน่ ดังนั้นลูกวางใจเถอะ เธอจะไม่แย่งชิงอะไรกับลูก พวกลูกทุกคนล้วนเป็นลูกสาวของพ่อ พ่อและคนอื่น ๆ ในครอบครัวจะปฏิบัติต่อลูกอย่างจริงใจ”
ฟัง ๆ แล้ว ครอบครัวเฝ่ยช่างมีน้ำใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจริง ๆ ช่างเป็นครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่นอย่างมาก
ถ้าหากเธอไม่รู้วาเฝ่ยชิงรั่วคือลูกสาวของเฝ่ยมากับชู้รัก เธอคงประทับใจกับคำพูดนี้ไปแล้ว!