เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 169 ได้เม็ดบัวมาแล้ว
สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่แท่นบูชาด้วยความศรัทธาแรงกล้า
หยวนฉ่างเดินไปยังแท่นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เปิดกล่องไม้สีดำ ถือดอกบัวตูมคล้ายหยกไว้ในมือทั้งสองข้าง แล้ววางลงในหม้อสามขา
ทันใดนั้น ของเหลวหนืดสีดำที่กำลังเดือดในหม้อก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ปล่อยกลิ่นที่ทำให้รู้สึกความชั่วร้ายและกลิ่นคาวเลือดออกมา
ภายในเลือดขึ้นฟอง ทุกหยดล้วนปรากฏสีหน้าเกรี้ยวกราดของมนุษย์ เห็นได้ว่าคนคนนี้เสียชีวิตอย่างน่าสังเวชและเคืองแค้นเพียงใด
เลือดมนุษย์! มันคือเลือดของผู้ฝึกตน!
เฝ่ยไป๋ลู่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ นี่ไม่ใช่ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นดอกบัวปีศาจ!
“ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์จงออกมา!” หยวนฉ่างบนแท่นบูชาออกคำสั่ง จากนั้นก็พึมพำร่ายคาถาด้วยเสียงต่ำและสั่นเครือ
ทันใด ดอกบัวตูมที่ใสดั่งคริสตัลก็เริ่มดูดซับเลือดมนุษย์ในหม้อสามขา และค่อย ๆ ผลิบานทีละนิดตามคำสั่ง
ดอกบัวขนาดใหญ่มีทั้งสิ้นเก้ากลีบ แต่ละกลีบมีเก้าชั้น กลีบขนาดเล็กเปล่งแสงแพรวพราวบนวงล้อหลากสีที่กำลังหมุนวน ทำให้จิตใจคนมองสับสน
สายตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นยะเยือก ดวงตาหยินหยางของเธอมองเห็นได้ชัดเจนว่าภายในฐานดอกบัวมีพลังแปลกประหลาดและโกลาหลปลดปล่อยออกมาช้า ๆ รากใต้กิ่งดอกบัวโผล่ออกมาจากหม้อสามขา เห็นได้ชัดว่ามันกำลังเติบโต และตอนนี้รากนั่นก็กำลังเลื้อยไปหาเหล่ายอดฝีมือจากเมืองเจียงที่ยืนเรียงรายกันอยู่
จะให้รากกลายเป็นกาฝากในร่างพวกเขาไม่ได้ ต้องทำลายมันซะ!
หน้าผากของเฝ่ยไป๋ชุ่มเหงื่อ หากไม่ตัดรากนั่นทิ้ง ปรมาจารย์เหล่านั้นจะต้องตายแน่นอน!
ถ้ามีฝนตกก็คงดี…
เพียงสิ้นความคิด กลุ่มเมฆก็รวมตัวกัน ฟ้าส่งเสียงร้อง และพลังอันอานุภาพก็ถูกส่งลงมาบนโลก ทำให้ทุกคนบนแท่นบูชาตกใจ สะดุ้งหลุดจากอาการหลอนประสาทที่เล็ดลอดออกมาจากดอกบัวศักดิ์สิทธิ์
“นิกายเราสามารถพยากรณ์ถึงอดีตหรืออนาคตได้ ด้วยวิชาที่แตกต่างกัน แต่เนื่องจากข้อเสียห้าประการและสามข้อบกพร่อง เราจึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่เหมือนกับคนธรรมดา ทั้งยังถูกกลุ่มคนที่บอกตนว่า ‘ผู้ผดุงคุณธรรม’ ขจัดเสียอีก”
“สวรรค์ไม่ยุติธรรมกับพวกเรา แล้วทำไมเราถึงยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้น?” หยวนฉ่างเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า น้ำเสียงของเขาไม่ได้แข็งกร้าว แต่กลับดังไปถึงหูของทุกคนอย่างชัดเจน ทำให้หัวใจของทุกคนที่ตื่นตระหนกกับเสียงฟ้าร้อง ราวกับถูกดึงลงสู่เหว
อาจารย์หลินมองดอกบัวศักดิ์สิทธิ์บนแท่นบูชา “ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ และเม็ดบัวที่ผลิตออกมาจะช่วยกำจัดพันธนาการแห่งข้อเสียห้าประการ ข้อบกพร่องสามประการ เราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ จะไม่ต้องถูกสวรรค์กักขังอีกต่อไป”
ชีวิตนิรันดร์? สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่แข็งทื่อ คนผู้นี้เชี่ยวชาญการสร้างปรากฏการณ์ฟ้าดิน รู้วิธีปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย กลลวงทั้งหลาย และมองเห็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้ แต่กลับปรารถนาจะหลุดพ้นจากบ่วงสวรรค์ มีชีวิตอมตะหรือ? ช่างเพ้อฝันเสียจริง!
ทัณฑ์สวรรค์ส่งสายฟ้าฟาดลงมาประหนึ่งพระผู้เป็นเจ้าทรงกริ้ว ทว่ากลับโดนค่ายกลขัดขวางเอาไว้
ครั้นหยวนฉ่างเห็นอย่างนี้ เขาก็หัวเราะด้วยความพึงพอใจ “ค่ายกลของท่านอาจารย์ขัดขวางทัณฑ์สวรรค์ไว้ได้ แสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว มนุษย์สามารถพิชิตสวรรค์ได้!”
“มนุษย์พิชิตสวรรค์ มนุษย์พิชิตสวรรค์!” เสียงยั่วยุต่อสวรรค์ดังก้องไปทั่วแท่นบูชา
เฝ่ยไป๋ลู่คิดในใจ ‘อย่างกับโดนล้างสมอง…’
อาจารย์หลินตะโกนหลายครั้ง แต่เมื่อเขาเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ไร้การเคลื่อนไหว เขาก็รู้สึกประหลาดใจ “ทำไมคุณไม่ตะโกนล่ะ?”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มเยาะเย้ย ตะโกนเพื่ออะไรกัน?
เธอคว้าคอเสื้อของอาจารย์หลินด้วยมือเดียว กระโดดขึ้นไปบนแท่นบูชา วิ่งอย่างรวดเร็วไปยังตำแหน่งของดอกบัว
“ฉี…ฉีหง คุณจะทำอะไร!?” อาจารย์หลินตกใจมากจนแทบเสียสติ
หยวนฉ่างจับตาดูเฝ่ยไป๋ลู่ ไม่นานก็ชักกระบี่จากข้างเอวแล้วโจมตี “แกไม่ใช่ฉีหง!”
ลำแสงเย็นเยียบหลายเล่มพุ่งตรงมาทางใบหน้าอาจารย์หลิน ผู้เป็นเสมือนโล่มนุษย์พลันตกใจ “ศิษย์พี่ใหญ่ ผมยังอยู่ในกำมือเธอ อย่าเพิ่งทำร้ายผม!”
ลำแสงกระบี่ของหยวนฉ่างหยุดลงหลังพุ่งมาได้ครึ่งทาง แต่เสี้ยววินาทีนั้นเอง เฝ่ยไป๋ลู่เข้าประชิดหม้อสามขา หญิงสาวมองคนในลัทธิที่กำลังดูดซับเลือดในหม้อสามขาใบใหญ่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตัวเอง ขณะที่รากบัวอ่อนเลื้อยชอนไชเข้าสู่ร่างของเหล่าผู้ฝึกตน
เธอเกลียดชังภาพตรงหน้าสุดขั้วหัวใจ
ต้องทำลายมันเสีย!
ราวกับเห็นถึงเจตนาของเฝ่ยไป๋ลู่ ท่าทางของหยวนฉ่างพลันเปลี่ยน เขาไม่สนใจอาจารย์หลินผู้เป็นโล่มนุษย์อีก รีบร่ายอาคม ร่างกายส่งกลิ่นอายรุนแรง ในขณะเดียวกันกระบี่ก็พลันเปล่งประกายแสง และโจมตีไปที่เฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างมีไหวพริบ พร้อมกันนั้นก็โยนร่างอาจารย์หลินไปทางหม้อสามขา ยกเท้าขึ้น และเตะเขาอย่างแรง
“เอื้อก!” อาจารย์หลินเสียหลัก และล้มลง
เขาตกลงไปในสระเลือด ทันใดก็รู้สึกได้ชัดเจนว่ารากของดอกบัวกำลังชอนไชแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย
“แกทำลายพิธีมงคลของเรา! บัดซบ!” ม่านตาของหยวนฉ่างสั่นระริก แล้วดวงตาซึ่งมองเฝ่ยไป๋ลู่ก็เข้มขึ้น เขาตวัดกระบี่ทั้งเก้าเล่มด้วยโทสะ ลมกระโชกพัด
ทันใด เฝ่ยไป๋ลู่ขว้างตราประทับหยินในมือขวาออกไป ตราประทับศักดิ์สิทธิ์พลันขยายใหญ่ เปล่งลวดลายอักขระโบราณคั่นกลางระหว่างมันกับเฝ่ยไป๋ลู่
คลื่นพลังกระแทกกวาดไปในอากาศ
หยวนฉ่างถูกกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาของเขาจับจ้องเฝ่ยไป๋ลู่ผู้มีตราประทับหยินอยู่ในมือ
เขายกมือเช็ดเลือดออกจากมุมปาก ท่าทางตกใจไม่น้อย นี่มันอาวุธศักดิ์สิทธิ์ใดกัน ถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างไปแบบนี้!
เฝ่ยไป๋ลู่ใช้โอกาสนี้วิ่งหนี เว้นระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่าย
สิ่งที่เธอทำเหมือนจะง่าย แต่ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่ในตอนนี้กลับมืดมนสุดขีด
หยวนฉ่างเชี่ยวชาญการใช้กระบี่หนักก็จริง ทว่าตอนนี้แขนทั้งท่อนชาดิกด้วยความตกตะลึง ส่วนเฝ่ยไป๋ลู่ผู้กำลังหนีกวาดตามองรอบ ๆ ก่อนจะเห็นคนกลุ่มหนึ่งมองเธอด้วยสายตากระตือรือร้น ทำเอาหัวใจดวงน้อยดิ่งวูบ
คนเดียวก็ยากพอแล้ว แต่นี่ต้องสู้กับหลายคน…
ช่างยากเย็นเหลือเกิน…
เฝ่ยไป๋ลู่หายใจเข้าลึก ๆ และกระชับตราประทับหยินในมือ
ศึกความต่างระหว่างพลังครั้งใหญ่กำลังจะปะทุขึ้น
ทันใดนั้น ก็มีคนตะโกนขึ้นว่า “เม็ดบัว… เม็ดบัว…”
สายตาของทุกคนมองข้ามเฝ่ยไป๋ลู่ไปยังดอกบัวทันที
อาจารย์หลินผู้นอนอยู่บนพื้น มีดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ฝังอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอก ลำคอ และสองแก้ม
ครั้นอ้าปากก็เห็นรากที่คดงอ ดอกบัวบานอยู่ในปาก และมีเม็ดบัวก็อยู่บนฐานบัว
หากมีดอกบัวนี่ พวกเขาก็กำจัดข้อเสียห้าประการ ข้อบกพร่องสามประการ และจะได้รับชีวิตอมตะ!
ลมหายใจทุกคนร้อนผะผ่าว ทันใดก็เริ่มแย่งชิงผลประโยชน์ส่วนตัว ไร้สิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพบนเส้นทางเต๋า หรือผลประโยชน์ส่วนรวมของผู้ศรัทธาในลัทธิ
พวกเขาละความสนใจจากเฝ่ยไป๋ลู่ ต่างคนต่างรีบรุดไปคว้าเม็ดบัว ทุกครั้งที่พวกเขาฉกฉวยไปทีละนิด สีหน้าอาจารย์หลินก็ดูจะขุ่นเคืองน้อยลงทุกที
“หยุด! เราควรมอบเม็ดบัวให้ท่านอาจารย์!” หยวนฉ่างยกกระบี่ขึ้น เตะคนที่พยายามจะเก็บเม็ดบัว ใครบังอาจไม่เชื่อฟังเขาจะฆ่าไม่ให้เหลือ!
ด้วยพลังกดดันของหยวนฉ่าง ผู้คนในลัทธิต่างตกใจ
‘ลาก่อนนะ’
เฝ่ยไป๋ลู่คลี่ยิ้มบาง สองนิ้วตวัดลากเส้นด้วยเลือดที่ซึมออกมาและคาถาสะกด เธอเขียนคำว่า ‘หยิน’ ที่ด้านล่างของตราประทับหยิน
เมื่อวาดเส้นสุดท้ายเสร็จ ช่องว่างที่มองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวเข้าสู่ช่องว่างดังกล่าว หยิบยันต์ออกมาจากกระเป๋า มองสายตาอันน่ากลัวของหยวนฉ่าง และกล่าวเสียงดัง “ฉันมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้คุณแล้ว ไม่ต้องเกรงใจนะคะ”
ตู้ม!
ยันต์อันทรงพลังและบริสุทธิ์พลันส่งประกายวาบ มันส่งระเบิดรุนแรงสลายแท่นบูชาจนแทบจำไม่ได้ หม้อสามขาซึ่งตั้งอยู่ใจกลางค่ายกลเกิดรอยร้าว ค่ายกลพลันทลายลง ทันใดนั้นอัสนีสวรรค์ก็ฟาดใส่ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์
ส่วนผู้กระทำก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
หยวนฉ่างแผ่กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัว เขายกกระบี่ขึ้น แทงยอดฝีมือทั้งหลายที่ถูกสังเวย ราวกับจะระบายความโกรธ
“ฆ่ามัน!”
ทว่า…ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่กลับกลายร่างเป็นยันต์ขนาดเล็ก ลอยละล่องในระนาบเดียวกับผืนดิน
กระทั่งตอนนี้ หยวนฉ่างก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาพูดอย่างความโกรธ “อย่าให้ฉันรู้ว่าแกเป็นใคร!”
“แค่ก ๆๆ” เฝ่ยไป๋ลู่ร่วงจากกลางอากาศลงพื้น เธอเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากปาก สีหน้าซีดเผือด
การหลบหนีผ่านช่องว่างมิติสิ้นเปลืองพลังเกินไป
ปราณวิญญาณในร่างหมดแล้ว และเธอก็ไร้เรี่ยวแรงเต็มที เปลือกตาของเฝ่ยไป๋ลู่เริ่มหนักอึ้ง ไม่ทันไรก็หมดสติไป
ช่วงขณะนั้น งูน้อยอ้าปากกว้าง แล้วคายเหล่าปรมาจารย์ทั้งหมดออกมา
มันเข้าคลอเคลียเฝ่ยไป๋ลู่ เลื้อยวนสองสามรอบ และราวกับมันสัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างได้ มันคลานไปในทิศทางนั้นทันที
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………