เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 180 หนึ่งใบไม้ (1)
เธอเห็นฉันงั้นเหรอ? รู้แผนของฉันแล้วเหรอ?
ไม่! ไม่มีทาง!
แผนของฉัน มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้!
หนึ่งใบไม้ฝืนใจสะกดความรู้สึกกังวลใจไว้ แล้วดูไลฟ์สดต่อ
ชาวเน็ตตกใจ ขนลุกกับคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่
[ไป๋ลู่ คำที่เธอพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง? หัวเยี่ยนนีไม่ใช่เหยื่อเพียงคนเดียว? หนึ่งใบไม้หลอกผู้หญิงมาหลายคน ให้พวกเธอใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงชุดนั้น เพราะอยากรวบรวมบางอย่างจากตัวพวกเธองั้นเหรอ? พลังที่เธอพูดถึง หมายถึงโชคชะตาหรือเปล่า?]
[ถูกแล้ว! ฉันไปถามท่านอาจารย์มา เขาบอกว่าหนึ่งใบไม้ต้องการใช้ชุดแต่งงานนี้เก็บโชคชะตาของคนเจ็ดคน แล้วก็เผาชุดแต่งงานทิ้ง แล้วโชคชะตาของคนทั้งเจ็ดก็จะได้รับผลกระทบ!]
[ท่านอาจารย์? มันเริ่มแปลก ๆ แล้วนะ ฉันเผลอหลุดเข้ามาในนิยายกำลังภายในหรือยังไงเนี่ย ในไลฟ์สดมีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่เป็นคนธรรมดา?]
[ตอบคอมเมนต์ด้านบน ใช่แล้ว ข้าน้อยคือสมาชิกสำนักเหอฮวน]
เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้ว คิดไม่ถึงว่าช่องไลฟ์สดจะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากฝีมือ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนคาดเดาถูก
เจ้าของเดิมของชุดแต่งงานสีแดงตัวนี้ น่าจะเป็นหญิงสาวที่ต้องตายไปเพราะการแต่งงานกับผี ทำให้มีพลังหยินชั่วร้ายรุนแรง และเมื่อหญิงสาวที่มีดวงแปดตัวอักษรหยินสวมใส่ พลังก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อโชคชะตาของผู้คน
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยวิธีการบางอย่าง พลังบนชุดแต่งงานสีแดงก็สามารถถ่ายโอนไปยังคนอื่นได้ หรืออาจถ่ายความโชคร้ายจากการแต่งงานผีของเจ้าของเดิมไปยังหญิงสาวคนนั้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ย่อมบอกให้ชาวเน็ตฟังไม่ได้ เพื่อป้องกันการเลียนแบบ
ช่วงเวลานั้นเอง จู่ ๆ ยูทูบเบอร์สายเต้นชื่อ ‘ลั่วเหอ’ ซึ่งมีผู้ติดตามกว่าหนึ่งแสนคน ก็ส่งข้อความมาอย่างบ้าคลั่งว่า [ไป๋ลู่ช่วยฉันด้วย! คนที่ชื่อหนึ่งใบไม้ก็มาหาฉันเหมือนกัน เขาขอให้ฉันใส่ชุดแต่งงานสีแดงแล้วเต้นเพลงมงคลคู่! ฉันไม่มีโชคช่วยเหมือนเหยียนนี่ ฉันถ่ายวิดีโอด้วยความโง่ แล้วยังโพสต์วิดีโอนั้นไว้ในหน้าหลักด้วย! ตอนนี้ฉันควรทำยังไง? ด่วน! ด่วน! ช่วยฉันด้วย!]
[ฉันไปดูมาแล้ว ใช่จริง ๆ ด้วย! เป็นกำลังใจให้คุณนะ หวังว่าไป๋ลู่จะเห็น]
[ไฟต์ติง!]
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นคอมเมนต์นี้จึงเข้าไปที่หน้าหลักของลั่วเหอ แล้วค้นหาวิดีโอที่เธอเต้นเพลงมงคลคู่
ในวิดีโอ หญิงสาวสวมชุดวิวาห์สีแดงกับผ้าคลุมศีรษะสีเลือด นั่งนิ่งอยู่บนเตียงแต่งงาน ไม่เผยผิวทั้งตัวออกมาแม้แต่น้อย บนโคมไฟตัวอักษร ‘มงคลคู่’ ติด ๆ ดับ ๆ เป็นระยะ
ครั้นดนตรีดังขึ้น หญิงสาวก็เริ่มขยับ
เพียงแต่ท่าทางดูแปลกประหลาด เหมือนหุ่นที่ถูกชักใย ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นชักใยอยู่เบื้องหลัง ทำให้ทุกการกระทำดูแข็งเกร็งอย่างยิ่ง
และไม่ว่าลั่วเหอจะร่ายรำอย่างไร ผ้าคลุมศีรษะสีแดงก็ไม่ขยับปลิวสักนิด ส่วนชายเสื้อก็ดูราวกับถูกออกแบบไว้อย่างประณีต
กระทั่งในตอนท้ายเพลงที่ร้องว่า ‘วันที่สิบแปดเดือนหนึ่ง วันมงคลฤกษ์ยามดี’ ทันใดนั้นก็มีลมพัดทำให้ชายผ้าคลุมศีรษะเปิดขึ้นเล็กน้อย เผยริมฝีปากของหญิงสาวที่ยกยิ้มอย่างประหลาด
[โอ้โห วิดีโอนี้ยิ่งดูยิ่งพิลึกและน่ากลัว! พี่สาว คุณทนถ่ายต่อไปได้อย่างไร?]
ลั่วเหอแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว [ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน พอเห็นชุดแต่งงานแบบจีนแล้วก็เหมือนสมองกลายเป็นแป้งเปียก ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติเลย]
ลั่วเหอเล่าถึงสิ่งที่เธอได้ประสบ ซึ่งคล้ายกับหัวเยี่ยนนี หนึ่งใบไม้ปลอมเป็นผู้หญิง ดูไลฟ์สดของเธอและโดเนตให้ หลังจากนั้นก็ทักข้อความส่วนตัวมาบอกให้เธอทำตามเรื่องต่าง ๆ นานา กระทั่งคำพูดก็ยังถอดแบบมาเหมือนกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะแฟน ๆ บอกให้เธอไปดูไลฟ์สดของหัวเยี่ยนนี เธอก็คงไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกหลอก!
“ของที่เขาให้เป็นเงินสดสำหรับซื้อของ เขาติดต่อคุณเป็นการส่วนตัวเพื่อขอให้คุณทำบางอย่าง เมื่อคุณยอมรับเงื่อนไขของเขา ก็จะเกิดเป็นข้อตกลงขึ้นมา หากต้องการจะแก้ไขก็ง่ายมาก คุณแค่คืนเงินที่เขาให้มาไปให้หมด”
เฝ่ยไป๋ลู่มองชุดแต่งงานสีแดงแบบจีนชุดนั้น สายตาเย็นชา เธอกล่าว “เรื่องที่เหลือ ให้ฉันจัดการเอง”
‘เวรแล้ว! เจอคนรู้ทันซะแล้วสิ!’
ยิ่งหนึ่งใบไม้ดูไลฟ์เท่าไหร่ ก็ยิ่งเจ็บใจ จนสีหน้าเหมือนก้นหม้อดำ
“หกครั้งก่อนหน้านี้ล้วนราบรื่น อีกแค่ครั้งเดียว แผนการของฉันก็จะสำเร็จแล้วแท้ ๆ!” เขาจ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่ พร้อมกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “เฝ่ยไป๋ลู่! เธอทำให้สิ่งที่ฉันสร้างมาต้องสูญเปล่า! ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่! คอยดู!”
ดวงตาเขามองผ่านชุดแต่งงานสีแดงบนโต๊ะเป็นครั้งสุดท้าย แววตาแสดงออกถึงความไม่เต็มใจและอดกลั้น ก่อนจะกดออกจากไลฟ์สดไป
เฝ่ยไป๋ลู่กดปิดไลฟ์ แล้วซุนกั๋วซิ่งก็ถามเสียงอ่อน “อาจารย์ ถ้าเราไม่รู้ตัวและไม่เจอเรื่องนี้ ชะตากรรมของเสี่ยวนีจะเป็นยังไง?”
“หัวเยี่ยนนีเป็นเป้าหมายคนที่เจ็ด เจ็ดเปรียบเป็นเลขอันตราย เลขโค้งเหมือนเคียวคมกริบ ถ้าเธอใส่ผ้าคลุมหน้าสีแดง ทำพิธีจนเสร็จ โชคชะตาจะตกไปถึงจุดต่ำสุด เคียวจะตกใส่ เลือดจะไหลลงมาจากศีรษะ ย้อมชุดแต่งงานสีแดง” เฝ่ยไป๋ลู่เห็นอนาคตของหัวเยี่ยนนี
ครั้นได้ยินว่าหากช่วยไม่ทันจะมีคนต้องตาย ซุนกั๋วซิ่งก็แสดงอาการโล่งใจที่สามารถหยุดยั้งเหตุการณ์ไว้ได้ทัน
หัวเยี่ยนนีผู้รอดพ้นจากเงื้อมมือแห่งความตาย ขอบคุณเฝ่ยไป๋ลู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากกำหนดฤกษ์ดีในการเปิดกล้องให้กองถ่ายแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ก็ถือชุดแต่งงานสีแดงออกไป
เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังใหญ่บนภูเขา เฝ่ยไป๋ลู่แขวนชุดแต่งงานสีแดงไว้เด่นหราในห้องพักของตน
เวินสือเหนียนขมวดคิ้ว “ชุดแต่งงานสีแดงชุดนี้มีปัญหา ทำไมต้องเอามาไว้ที่นี่ ห้องว่างก็มีเยอะแยะ…”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ประหลาดใจที่เวินสือเหนียนชอบดูไลฟ์สดแล้ว แล้วเธอก็อธิบายว่า “หนึ่งใบไม้คัดเลือกผู้หญิงดวงแปดตัวอักษรที่มีพลังหยินเข้มข้นเจ็ดคน ในเมื่อได้ครบหกคนแล้ว เขาคงไม่ยอมแพ้กับชุดแต่งงานชุดนี้ไปได้หรอก”
“ฉันจะรอให้เขาส่งคนมาหา!” ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่วาววับ “เชิญนายท่านลงหม้อได้เลย!”
เวินสือเหนียนเห็นเธอมั่นใจ ก็ไม่พูดอะไรอีก
พอตอนกลางคืน เฝ่ยไป๋ลู่ก็เปิดไลฟ์
จากการถ่ายภาพระยะใกล้ ชาวเน็ตจึงเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่ซีดเผือดราวกับคนเพิ่งหายจากการป่วยหนัก ยิ่งทำให้เธอบอบบางเข้าไปอีก
[ไป๋ลู่เป็นอะไรไปเหรอ เหมือนคนป่วยเลย]
[ในที่สุดคุณก็เปิดไลฟ์แล้ว! ไอ้เหวินฟู่ที่ปลอมเป็นแฟนเก่าของคุณเป็นยังไงบ้าง? แล้วคุณไปอยู่ในกองถ่ายละครเรื่อง The Same Mirror ได้ยังไง? เตรียมจะเล่นละครเข้าวงการหรือเปล่า?]
[ทุกคนอย่าถามเลย เธอคงเครียดเพราะไอ้เหวินฟู่คนนั้น อย่าพูดถึงชื่อเขาอีกเลย พวกเราแค่ดูไลฟ์กันเงียบ ๆ ก็พอแล้ว ส่วนเรื่องเข้าวงการบันเทิงก็อย่าเพิ่งพูดกันลอย ๆ]
เฝ่ยไป๋ลู่แกล้งไอแห้ง ๆ สองสามครั้งด้วยริมฝีปากซีดเซียว
ด้วยท่าทางของเธอ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็เหมือนพูดทุกอย่าง ชาวเน็ตตีความแล้วก็สงสารเฝ่ยไป๋ลู่ไปต่าง ๆ นานา
ขณะเดียวกันนี้ ภายในห้องมืดสลัว เงาร่างหนึ่งกำลังมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“ฉันจะไม่ให้เธออยู่เป็นสุข เธอทำให้แผนของฉันพังไม่เป็นท่า ฉันจะทำให้เธอต้องชดใช้!”
ณ บ้านตระกูลเฝ่ย
ความคิดที่ไม่อยากล้มละลายเป็นแรงกระตุ้นให้คุณแม่เฝ่ยเดินทางไปที่บ้านเช่าของเฝ่ยไป๋ลู่ แต่ก็ยังต้องประสบกับการปิดประตูใส่หน้าเช่นเคย
คราวนี้เมื่อได้เห็นคอมเมนต์ที่บอกว่าเฝ่ยไป๋ลู่ล้มป่วย คุณแม่เฝ่ยเหมือนกับได้บันไดให้ลงจากหลังเสือ ความโกรธจึงลดน้อยลง
“เหมือนว่าตัวซวยอย่างเฝ่ยไป๋ลู่จะล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่ได้ตั้งใจหลบหน้าฉันหรอก”
“น้องไป๋ลู่เจอกับข่าวฉาวช่วงก่อน จะเครียดจนล้มป่วยก็ไม่แปลกค่ะ” เฝ่ยชิงรั่วหัวเราะอย่างนุ่มนวล ทว่าสายตากลับแฝงไปด้วยความสะใจ
ควงเหวินฟู่ลากเฝ่ยไป๋ลู่ล่มจมไม่ได้ แต่อย่างน้อยการทำให้เฝ่ยไป๋ลู่โกรธจนป่วย ก็ยังทำให้เธอรู้สึกสะใจได้อยู่บ้าง
“สมควรแล้วที่เธอป่วย!” คุณแม่เฝ่ยกล่าวด้วยความรังเกียจ “ไม่มีมูลหมาไม่ขี้*[1]หรอก เฝ่ยไป๋ลู่คงไปทำอะไรไม่ดีไว้แน่ ๆ ไม่อย่างนั้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่ไปทำร้ายคนอื่น แต่เล่นงานแค่เธอคนเดียวล่ะ”
เฝ่ยชิงรั่วยิ้มจาง ๆ ไม่ได้พูดอะไร และนั่งดูไลฟ์ต่อ
“วันนี้เราจะทำนายดวงกันสามครั้งเหมือนเดิม ผู้ชมที่สนใจสามารถขอร่วมรายการได้เลยค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลง
ผู้คนในไลฟ์สตรีมมีจำนวนมาก ความคิดเห็นลอยผ่านดั่งเกล็ดหิมะ
และหนึ่งในนั้นต้องมีบัญชีผู้ใช้ของหนึ่งใบไม้แน่ ๆ
ก่อนไลฟ์สตรีมเธอตั้งใจทารองพื้นเพื่อให้ตัวเองดูโทรมเป็นพิเศษ หวังว่าหนึ่งใบไม้จะไม่ทำให้ความตั้งใจของเธอสูญเปล่า