เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 185 ต่อไปนี้ให้พักที่นี่ ห้ามกลับดึก
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 185 ต่อไปนี้ให้พักที่นี่ ห้ามกลับดึก
น้ำเสียงของเวินสือเหนียนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
เฝ่ยไป๋ลู่ได้ยินดังนั้น จึงยืนนิ่งอยู่กับที่
รอคุณกลับมา
สี่คำนี้ช่างเรียบง่าย แต่กลับสยบทุกความคิดซับซ้อนในหัวใจ ทำให้จิตใจสงบลง
โลกใบนี้วุ่นวาย แต่เธอกลับโดดเดี่ยวเดียวดาย ต้องอยู่คนเดียวมาตลอด
พ่อแม่บุญธรรมรักเธอ แต่ก็ต้องนอนอยู่บนเตียง เฝ้ารอโอกาสที่จะได้ลืมตาตื่น
ที่บ้านมีแค่งูที่พูดไม่ได้และไข่ที่ยังไม่ฟัก เมื่อกลับมาจากข้างนอก ไม่เคยมีใครเปิดไฟรอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีใครรอคอยเธอกลับมา
ในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ การได้ยินคำพูดแบบนี้เข้า ทำให้เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่สั่นเล็กน้อย “ดึกขนาดนี้แล้ว คุณไม่ต้องรอหรอก”
“ไม่เป็นไร ผมรอได้” เวินสือเหนียนละสายตาจากเฝ่ยไป๋ลู่ สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย เขาเสียงเย็น “ห้องจัดเสร็จแล้ว คุณไปนอนเถอะ ต่อไปนี้ให้พักที่นี่ ห้ามกลับดึก”
พอพูดจบ เขาก็บังคับรถเข็นเคลื่อนตัวไปที่ห้อง
เฝ่ยไป๋ลู่อดหัวเราะไม่ได้
ความรู้สึกแบบนี้นี่มัน…
ถ้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงเธอ คงคิดว่าเขาไม่ต้อนรับ
วันนี้หน้าต่างห้องที่เธอเคยพักพัง เวินสือเหนียนก็เอาใจใส่เปลี่ยนห้องอื่นให้เธอ
ขณะเธอกำลังนอนอยู่บนเตียงใกล้จะหลับ ก็พลันนึกถึงคำถามกวนใจขึ้นมาอีกครั้งว่า ถ้าทุกคนล้วนเป็นดอกบัว*[1] เธอจะยังรักษาความดีอันบริสุทธิ์ของตัวเองได้หรือไม่?
สายตาเฝ่ยไป๋ลู่ฉายแววสว่างไสว ตอนนี้ในใจเธอได้คำตอบแล้ว
บนโลกใบนี้ มีทั้งญาติ ทั้งมิตร ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถรักษาความดีอันบริสุทธิ์ของตัวเองได้
ดังนั้น ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านี้ การหยุดยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้นคือสิ่งที่เธอควรจะทำ เพื่อถือเป็นการตอบแทนชีวิตใหม่นี้ด้วย
คืนนั้นเฝ่ยไป๋ลู่นอนไม่หลับเกือบตลอดคืน ครั้นตื่นนอนก็เรียบเรียงความคิดให้เข้าที่เข้าทาง ใบหน้าไร้ความกังวล
“หัวหน้ามาเยี่ยมฉันอีกแล้วเหรอ ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง” เหมียวจื่ออั๋งปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง
การบาดเจ็บจากการประลองไสยเวทนั้นร้ายแรงกว่าการบาดเจ็บทั่วไปมากนัก
ฉีหงทำร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัส จึงต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลหลายวัน ดีที่นี่นับเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานจึงเบิกค่าใช้จ่ายได้ ไม่อย่างนั้นในฐานะคนโสดที่ไร้ญาติขาดมิตร เขาจะหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร
ช่วงหลายวันนี้ นอกจากคนที่สมาพันธ์ส่งมาแล้ว ก็มีแค่เฝ่ยไป๋ลู่คนเดียวที่แวะมาเยี่ยมเขา แบบนี้ใครจะไม่ซาบซึ้งใจบ้าง
“เลิกบ่นได้แล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่เอาเข็มทิศฮวงจุ้ยที่เก็บมาจากหนึ่งใบไม้ออกมา “ฉีหงทำเข็มทิศฮวงจุ้ยของนายเสียที่เมืองต้าหลิน นายลองใช้อันนี้ดูเป็นไง”
“ให้ผมเหรอ?”
ของที่หัวหน้าให้ ย่อมเป็นของวิเศษ!
เหมียวจื่ออั๋งดีใจจนออกนอกหน้า รับเข็มทิศฮวงจุ้ยมาพิจารณา แต่ก็พบว่าฐานเข็มทิศเว้าแหว่ง แลดูเก่าและโทรมมาก
“ทำไมมันถึงได้น่าเกลียดขนาดนี้” เหมียวจื่ออั๋งอดผิดหวังไม่ได้
เฝ่ยไป๋ลู่ปากกระตุก
คราวก่อนก็บอกว่าตราประทับหยินเป็นของไร้ประโยชน์ คราวนี้ยังบอกว่าเข็มทิศฮวงจุ้ยน่าเกลียดอีก เหมียวจื่ออั๋งนี่ช่างไม่รู้จักของดีเสียจริง
เข็มทิศฮวงจุ้ยพลันโกรธขึ้นมา มันจึงฟาดลงบนหัวเหมียวจื่ออั๋งเต็มแรง
“โอ๊ย!” เหมียวจื่ออั๋งร้องครวญคราง พร้อมเอามือลูบหัว “อุ้ย เข็มทิศฮวงจุ้ยนี่ตีคนแรงขนาดนี้เลยเหรอ” หัวเขาบวมเป่งทันตา
เฝ่ยไป๋ลู่ก็ไม่รู้ว่าเข็มทิศฮวงจุ้ยนี้คืออะไร แต่ก็มั่นใจว่าต้องเป็นสมบัติล้ำค่าแน่นอน จึงกล่าวว่า “นายมีข้อมูลเยอะ ลองหาดูสิว่ามันคือเข็มทิศอะไร ฉันมอบมันให้นายแล้ว ถ้านายไม่สามารถทำให้มันยอมรับเป็นเจ้าของได้ ก็หาเจ้าของคนใหม่ให้มัน”
ส่วนเจ้าของเดิมของเข็มทิศฮวงจุ้ยอย่างหนึ่งใบไม้…
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่คิดสนใจ
ในโลกเซียน ทั้งการฆ่าฟันเพื่อแย่งสมบัติ การต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากร เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา ที่นั่นปกครองด้วยกฎปลาใหญ่กินปลาเล็ก จึงเป็นไปได้ที่หนึ่งใบไม้จะแย่งชิงเข็มทิศฮวงจุ้ยนี้มาจากที่อื่นเช่นกัน
และตอนนี้เข็มทิศฮวงจุ้ยอยู่ในมือเธอแล้ว เธอจะจัดการกับมันอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ
เหมียวจื่ออั๋งเลิกทำหน้าทะเล้น เขาเผยยิ้มน้อย ๆ พร้อมกับแววตาที่จริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เข็มทิศฮวงจุ้ยนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
“นอกจากนี้ ฉันต้องการให้นายช่วยสืบสักเรื่องสองเรื่องให้หน่อย ค่าจ้างจ่ายแยกต่างหาก” เฝ่ยไป๋ลู่บอกจุดประสงค์ที่มาเยี่ยมในวันนี้ “หนึ่ง สืบข่าวของเหวินชิงหย่าแม่แท้ ๆ ของเฝ่ยชิงรั่ว สอง ตามหาคนที่คอมีรอยประทับดอกบัว โดยเฉพาะผู้หญิง”
อีกฝ่ายมอบหมายงานสำคัญให้แบบนี้ แสดงว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาก้าวหน้าขึ้นแล้วหรือเปล่านะ?!
ดวงตาเหมียวจื่ออั๋งพลันเป็นประกาย ตบหน้าอกตัวเองรับปาก “หัวหน้า เรื่องที่คุณสั่ง ให้ฉันจัดการเอง! เรื่องเงินทองไม่สำคัญ! คุณช่วยชีวิตฉันไว้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง พูดเรื่องเงินมันไม่ดีต่อความสัมพันธ์”
สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่เคร่งขรึม เธอชอบวิธีเจรจาธุรกิจมากกว่า “สองงานนี้ไม่ง่าย นายมีเงื่อนไขอะไรบอกมาได้เลย ฉันสามารถให้เงินทุนและทรัพยากรอย่างอื่นได้ แค่พยายามรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดก็พอ”
เหมียวจื่ออั๋งเป็นคนรู้จักยืดหยุ่นและรักชีวิต เรื่องความปลอดภัย คงไม่ต้องให้เธอพูดมากนัก
“ได้!” ราวกับไฟกำลังลุกโชนอยู่ในใจเหมียวจื่ออั๋ง ดวงตาที่มองเฝ่ยไป๋ลู่จึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาจะต้องเป็นมือขวาที่แข็งแกร่งของลูกพี่ให้ได้!
“ขอบใจ” เฝ่ยไป๋ลู่ต้องการเตรียมวางแผนรับมือล่วงหน้า แต่ก็ไม่ได้กังวลจนเกินเหตุ
จากนั้น เธอก็ให้ยาขวดหนึ่งกับเหมียวจื่ออั๋งก่อนจากไป นี่เป็นสิ่งที่เธอสัญญากับเขาไว้
แต่ทันทีที่ก้าวออกจากประตู เธอก็เห็นคุณแม่เฝ่ยกับเฝ่ยชิงรั่วมาตรวจที่โรงพยาบาลเช่นกัน
แม้ไม่ได้เจอกันนาน แต่เฝ่ยไป๋ลู่ก็สังเกตเห็นถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นกับเฝ่ยชิงรั่วได้ทันที
เฝ่ยชิงรั่วเปลี่ยนไปแล้ว
ความซีดเซียวและอาการเจ็บป่วยในตัวเธอแทบมองไม่เห็น ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลราวกับมีแสงเรืองรองชวนดึงดูดใจ หางตาเชิดเล็กน้อยน่าทะนุถนอม ยามเคลื่อนไหวร่างกายไปมาก็ชวนให้คนหลงใหล
ตระกูลเฝ่ยตกต่ำ คุณแม่เฝ่ยและคนอื่น ๆ ซูบผอมลง แต่เฝ่ยชิงรั่วกลับดูเบ่งบานราวกับเพิ่งเป็นสาวสะพรั่ง ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็น
วินาทีนั้นเองที่ความสงสัยผุดขึ้นมาในใจของเฝ่ยไป๋ลู่
อีกด้านหนึ่ง คุณแม่เฝ่ยจูงมือเฝ่ยชิงรั่วอย่างมีความสุข “หมอบอกว่าสุขภาพของเธอค่อย ๆ ดีขึ้นแล้ว ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมารับความทรมานที่โรงพยาบาลบ่อย ๆ บ้านเราจะได้ประหยัดเงินด้วย” พูดจบก็เริ่มคร่ำครวญถึงค่าใช้จ่ายในการมารักษาที่โรงพยาบาลในวันนี้
รอยยิ้มของเฝ่ยชิงรั่วแข็งค้าง อารมณ์ที่ดีมาทั้งวันพลันหายไปหมด กลายเป็นความรู้สึกรำคาญคุณแม่เฝ่ยที่เอาแต่คิดเรื่องเล็กน้อย แต่เธอก็ต้องฝืนยิ้มเหมือนนางฟ้า โกหกไปสองสามคำ
“ใช่ ฉันก็หวังว่าตัวเองจะหายดีไว ๆ จะได้ไม่ต้องใช้เงินของที่บ้าน แล้วก็จะตั้งใจทำงานหาเลี้ยงครอบครัวให้ผ่านพ้นช่วงยากลำบากนี้ไปให้ได้ค่ะ”
ไม่รู้ว่าคำพูดไหนของเธอไปถูกใจคุณแม่เฝ่ยเข้า หล่อนเหลือบมองลูกสาวบุญธรรม แล้วเริ่มพูดถึงแผนการ “เธอว่า คนที่ชื่อหนึ่งใบไม้นั่นจะทำสำเร็จไหม เราจะต้องติดสินบนใครสักคนให้ไปจัดการเฝ่ยไป๋ลู่จนพิการให้ได้ แล้วให้เธอพึ่งพาเราเท่านั้น”
แม้จะเย็นชาและเห็นแก่ตัวมาตลอด แต่เฝ่ยชิงรั่วยังอดตัวสั่นไม่ได้
ถึงยังไง เฝ่ยไป๋ลู่ก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของคุณแม่เฝ่ย แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ภรรยาเศรษฐี คุณแม่เฝ่ยถึงกับคิดจะจ้างคนให้ไปจัดการเฝ่ยไป๋ลู่จนพิการเลยหรือ?
คุณแม่เฝ่ยถึงกับพูดอย่างเปิดเผยขนาดนี้
น่ากลัวว่านี่คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำเรื่องร้ายแบบนี้กับคนอื่น
เมื่อคิดถึงพ่อแม่บุญธรรมที่นอนไม่รู้สึกตัวมาจนถึงตอนนี้ เฝ่ยไป๋ลู่ก็ทำหน้าถมึงทึง
เธอลอบส่งแผ่นยันต์สองแผ่น แปะไว้ที่หลังของคุณแม่เฝ่ยกับเฝ่ยชิงรั่ว
แผ่นยันต์สองแผ่นนี้จะทำให้พวกเธอถูกมารในใจรังควาญทุกวัน และต้องประสบกับการต่อว่า ติเตียนเรื่องเลวร้ายที่เคยทำลงไป จิตวิญญาณของพวกเขาจะรู้สึกราวกับเผชิญหน้ากับการพิพากษาของยมบาล ตกลงสู่นรกสิบแปดขุม!
ทว่าเมื่อแผ่นยันต์แปะลงบนตัวของเฝ่ยชิงรั่ว มุมหนึ่งของแผ่นยันต์ก็เผาไหม้ทันที
เฝ่ยชิงรั่วพลันสัมผัสได้ เธอจึงหันกลับมามอง ทำให้สบตากับเฝ่ยไป๋ลู่
[1] ดอกบัว หรือ 莲花女 หมายถึง “ผู้หญิงที่บริสุทธิ์” มีที่มาจากตำนานและนิทานพื้นบ้าน เรื่อง “ธิดาดอกบัว” เล่าถึงหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้ายจนต้องพลัดพรากจากครอบครัว แต่เธอก็ยังคงรักษาความดีงามไว้ได้