เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 228 สายตาดีเหมือนพ่อของแก (2)
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 228 สายตาดีเหมือนพ่อของแก (2)
บทที่ 228 สายตาดีเหมือนพ่อของแก (2)
หวงฟู่กุ้ยหน้าแดงก่ำ รีบอธิบายว่า “พ่อ เธอไม่ใช่แฟนผม ผมเชื่อมต่อไลฟ์กับอาจารย์เฝ่ยก็เพื่อพ่อนะ! อาจารย์เฝ่ย ผมคิดดีแล้ว คุณช่วยพ่อผมจัดการเรื่องผีหลอกนั่นทีเถอะ!”
แววตาของผู้เฒ่าหวงซึ่งขุ่นมัวยังไม่ละจากเฝ่ยไป๋ลู่
เขาอ้าปากเผยฟันสีเหลืองออกมา “อ๋อ ที่แท้ก็เป็นซินแสหรอกเหรอ ผีตนหนึ่งมันคอยตามรังควานฉัน มันจะฆ่าฉัน ทำให้ฉันนอนไม่หลับทุกคืน กระดูกแก่ ๆ นี่คงทนไม่ไหวแล้ว อาจารย์เฝ่ยคุณจะมาที่บ้านเราเมื่อไหร่ล่ะ?”
เขาคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดสุดขีด เพื่อแสดงความน่าสงสารของตัวเอง
ภาษากวางตุ้งที่เขาพูดก็กลายเป็นภาษาจีนกลางที่ฟังดูเป็นมิตรและติดสำเนียงเล็กน้อย
[รู้สึกว่าสายตาของเขาแปลก ๆ เหมือนไม่ได้มองไป๋ลู่ว่าเป็นอาจารย์ กลับเหมือนมองแกะตัวหนึ่งอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกแง่ร้ายของฉันเองหรือเปล่า]
[อย่าคิดร้ายกับลุงแก่ ๆ คนนี้เลย ตาแก่คนนี้จะทำอะไรกับสตรีมเมอร์ได้ สายตาที่เขามองไม่ใช่มองแกะ แต่มองเห็นความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ รีบให้สตรีมเมอร์ช่วยเขาเร็ว ๆ เข้าเถอะ]
[เฮ้อ ฉันดูไลฟ์มาตั้งแต่ไลฟ์แรก ฉันจำได้ว่าสตรีมเมอร์เคยพูดไว้ ‘ไม่มีผีสางหลอกหลอนในโลกนี้ มีแต่ความสกปรกของจิตใจคน’ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีคนโดนผีหลอกโดยไม่มีเหตุผล ลุงแก่ ๆ คนนี้อาจจะทำบาปกรรมอะไรไว้]
[ขอสนับสนุนความเห็นนี้ด้วย…]
ผู้เฒ่าหวงรู้หนังสือไม่มาก คอมเมนต์ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้สนใจคอมเมนต์ในช่องแสดงความคิดเห็น แต่อมยิ้มและคุยกับเฝ่ยไป๋ลู่ว่า “อาจารย์ตัวน้อย คุณมาจากที่ไหน ให้พวกเราพ่อลูกลองไปหาคุณดูไหม?”
“ผมบอกอะไรให้นะ ลูกชายผมคนนี้กตัญญูและเก่งกาจ แม้หน้าตาไม่หล่อเหลาเท่าไหร่ แต่เขาได้ข้อดีของผมกับแม่ของเขามาครบถ้วน เขาอาจจะไม่ขึ้นกล้อง แต่ตัวจริงหล่อกว่านี้มาก…”
[…] คอมเมนต์เงียบไปสองสามวินาทีอย่างประหลาด
กลายเป็นการโปรโมตลูกชายตัวเองเสียอย่างนั้น
เฝ่ยไป๋ลู่ทั้งสวย ทั้งเก่งกาจ ทั้งยังได้เงินจากการไลฟ์สด เธอจึงเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มสาวมากมาย
แต่ว่านอกจากดาราชายไม่ค่อยมีชื่อเสียงอย่างโจวอี้เจียแล้ว ยังไม่มีใครกล้าจับคู่ตัวเองกับเฝ่ยไป๋ลู่ หรือแนะนำให้เธอเดตกับใครต่อหน้าสาธารณชนเลย
แม้แต่หวงฟู่กุ้ยยังมองออกถึงเจตนาของผู้เป็นพ่อ ท่านหมายปองเฝ่ยไป๋ลู่ พ่อต้องการเป็นพ่อสื่อให้เขา!
พ่อกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง!
หวงฟู่กุ้ยอับอายจนไม่กล้ามองกล้อง ดึงเสื้อผ้าของผู้เฒ่าหวง “พ่อ! พ่อพูดอะไรอย่างนั้น!”
“อย่ารังเกียจที่พ่อแกพูดอย่างนี้ คนเราสามส่วนมาจากโชคชะตาลิขิต อีกเจ็ดส่วนมาจากความขยันหมั่นเพียร แกจะได้ภรรยาที่ดียังไงถ้าไม่กล้าเสี่ยงลงมือทำ” ผู้เฒ่าหวงยิ้มกว้างให้ลูกชาย “แกเป็นลูกชายของฉัน แกต้องใจกล้าเหมือนพ่อ! ผู้หญิงคนนี้ไม่เลวเลยนะ เหมาะสมที่จะเป็นคู่ครองของแก!”
เหมาะสม?
ถ้าคุณกินถั่วลิสงสักหน่อย คุณก็คงไม่เมาจนเป็นแบบนี้!
ทันใดนั้น คอมเมนต์ด่าทอหยาบคายก็หลั่งไหลตามมา
เฝ่ยไป๋ลู่หัวเราะเสียงเย็นชา “กล้าหาญดี! นี่เป็นเหตุผลที่คุณรู้กฎหมายแต่ฝ่าฝืน จงใจล่อลวงนักเรียนมัธยมปลายมาเป็นภรรยาหรือเปล่า?”
ประโยคนี้เปรียบเสมือนหินก้อนหนึ่งโยนลงไปในทะเลสาบ จนสร้างคลื่นใต้น้ำขึ้นมา!
[ล่อลวง? นักเรียนมัธยมปลาย? เป็นภรรยา? ฉันรู้จักคำเหล่านี้ทุกคำ แต่พอเอามาเรียงกัน ฉันกลับอ่านไม่เข้าใจเสียอย่างนั้น?]
[คำเหล่านี้อ่านแล้วยิ่งรู้สึกหนาวเย็นกว่าเดิม พอนึกถึงเมืองหยาง*[1] เมื่อยี่สิบสามสิบปีก่อน… ขนลุกไปหมดแล้ว! เสียวสันหลังวาบเลย!]
[นี่มันเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือเปล่า ไป๋ลู่ คุณกล้ายืนยันว่าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริงไหม ถ้าคุณกล้า บังเอิญว่าฉันก็อยู่ในเมืองหยาง ฉันกล้าไปดูที่เกิดเหตุให้ แล้วก็จะเรียกตำรวจไปด้วย!]
“อาจารย์เฝ่ย คุณหมายความว่าแม่ของผมเป็นคนที่พ่อผมล่อลวงมาอย่างนั้นเหรอ?” สีหน้าหวงฟู่กุ้ยเปลี่ยนไปอย่างมาก
“ไอ้เวร! แกเพ้อเจ้อ!” ผู้เฒ่าหวงตกใจจนเกือบจะลุกจากเตียง “ภรรยาฉันเป็นลูกสาวของญาติห่าง ๆ ฉันจะไปล่อลวงเธอมาได้ยังไง”
เสียงตะโกนของเขาทำให้บ้านสั่นสะเทือน ชาวเน็ตต่างก็ไม่รู้ว่าเขากำลังทำตัวมีพิรุธหรือโกรธกันแน่
หวงฟู่กุ้ยเอ่ยต่อ “ใช่แล้ว แม่ของผมเป็นญาติห่าง ๆ ของตระกูลหวง ปู่ย่าตายายของผมยังมีชีวิตอยู่ พวกเรามักเดินทางไปเยี่ยมญาติทุกปี รากเหง้าของแม่ผมอยู่ที่นี่!”
พูดจบคิ้วที่ขมวดของเขาก็คลายลง “ผมเรียกคุณว่าอาจารย์เฝ่ย เพราะคิดว่าคุณมีความสามารถจริง ๆ แต่กลับไม่คิดว่าแม้แต่เรื่องของครอบครัวผม คุณก็ยังทำนายไม่ถูก”
“ถ้าคุณรู้สึกว่าคำพูดเมื่อกี้ของพ่อผมทำให้คุณไม่พอใจ ผมขอโทษด้วย พวกเราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา คำพูดแบบนี้ของคุณต้องการจะบีบบังคับให้พ่อผมตายงั้นเหรอ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้เฒ่าหวงก็ทำทียกหัวโขกกำแพง ปากร่ำร้องไม่หยุด “ฉันไม่ขอมีชีวิตอยู่แล้ว! ฉันผู้เฒ่าหวงคนนี้มีชีวิตมายาวนาน แต่ในบั้นปลายชีวิตกลับยังถูกคนสาดน้ำโคลนใส่ โอ๊ย เจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน หัวก็เจ็บด้วย ฟู่กุ้ย พ่อคงต้องโกรธจนเป็นลมตายเสียแล้ว! อย่าปล่อยเธอให้ลอยนวลนะ!”
ไม่ว่าผู้เฒ่าหวงจะอาละวาดอย่างไร เฝ่ยไป๋ลู่ก็ยังคงสงบนิ่ง
ผู้เฒ่าหวงดิ้นรนเอาเป็นเอาตาย สร้างความวุ่นวายจนเสียงแหบพร่า เขาเงยหน้าขึ้นแอบมองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยดวงตาสามขาว จึงเห็นผู้หญิงคนนี้นั่งดื่มชาอย่างสบายใจ
ส่วนเหล่าความคิดเห็นนั้น [ร้องไห้ โวยวาย แล้วก็ขู่แขวนคอตาย แสดงได้สมเป็นมืออาชีพจริง ๆ นะ]
[ตาเฒ่าเอ๋ย ใครจะปล่อยใครให้ลอยนวลกันแน่! ฟู่กุ้ยลูกชายคุณทั้งโพสต์ บัญชีผู้ใช้งาน เผยแพร่คลิป มีชาวเน็ตจำได้แล้วว่าบ้านเจ้าอยู่ที่ไหน หมู่บ้านตงกวา เขตไป๋ เมืองหยางนั่นเอง! รอก่อนเถอะ จะมีคนไปจัดการคุณแน่!]
บ้านที่ตนเองอยู่ถูกเปิดเผยแล้วจริง ๆ!
หวงฟู่กุ้ยเห็นสถานการณ์เปลี่ยนไปในทางที่ไม่อาจแก้ไขได้ คิ้วของเขาขมวดแน่นจนสามารถหนีบแมลงวันตายได้ เขาหันมองต้นเหตุของเรื่องอย่างเฝ่ยไป๋ลู่ “อาจารย์เฝ่ย คุณจงใจชี้นำให้ชาวเน็ตโจมตีครอบครัวของพวกเราทำไม?”
“โจมตี? ฉันก็แค่เอาความจริงมาพูด” สีหน้าสงบบนใบหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่หายไป แทนที่ด้วยความเย็นชา “ตั้งแต่เริ่มการเชื่อมต่อ ฉันบอกคุณแล้วว่า หากฉันช่วย พวกคุณจะต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่ตามมา”
“ผมให้คุณช่วยเรื่องที่พ่อผมถูกวิญญาณร้ายสิง แต่คุณกลับบอกว่าแม่ผมเป็นผู้หญิงที่ถูกล่อลวงมา สองเรื่องนี้มันมีความเกี่ยวข้องกันยังไง!” หวงฟู่กุ้ยโกรธมาก น้ำเสียงจึงค่อนข้างห้วน
“ข้อแรก ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทุกสิ่งที่พ่อของคุณเจออยู่ในตอนนี้ ล้วนเกิดจากการกระทำของเขาเองทั้งสิ้น” น้ำเสียงของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชา “ข้อที่สอง คุณบอกว่าแม่คุณเป็นลูกของญาติห่าง ๆ ถ้าอย่างนั้นนำบัตรประชาชนเธอออกมา”
[ถูกต้องเลย บัตรประจำตัวประชาชนเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ตัวตนได้อย่างดี นำบัตรประจำตัวประชาชนของแม่นายออกมาให้พวกเราดู แล้วเราจะเชื่อนายเอง!]
หวงฟู่กุ้ยเผยสีหน้างุนงง “ยายของผมมีลูกหลายคน แม่ผมเป็นลูกหลง ไม่มีทะเบียนบ้านและไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน พวกเราอยากจะทำบัตรประจำตัวประชาชนให้แม่ แต่พวกเราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาไม่มีเส้นไม่มีสาย จึงไม่สามารถทำได้… ”
[คำพูดแบบนี้ เมื่อสิบกว่าปีก่อน อาจมีคนหลงเชื่อ แต่ตอนนี้ยุคไหนแล้ว การสำรวจสำมะโนประชากรทั้งประเทศ! ไม่มีเส้นสายก็จะไม่ทำให้เหรอ พวกคุณไม่กล้าทำมากกว่ามั้ง!]
[ช่วงเวลาหลายสิบปีที่หายไป ไม่มีทะเบียนบ้าน ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งพ่อกับแม่คุณก็ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แบบนี้มันปกติแล้วเหรอ?]
[แม่เธออาจจะเป็นผู้ร้ายหลบหนี หรือไม่ก็โดนล่อลวงมา แต่เธอบอกว่าเป็นอย่างหลัง นั่นก็คงจะเป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย! จริงหรือไม่ ฉันก็แจ้งตำรวจไปแล้ว!]
แม้ผู้เฒ่าหวงอ่านหนังสือไม่ออก แต่ก็ยังอ่านคำว่าแจ้งตำรวจออก
เขาตื่นตระหนก คิดจะรีบปิดไลฟ์สด แต่ก็พบว่าปิดอย่างไรก็ปิดไม่ได้
มันน่ากลัวกว่าการโดนผีเข้าเสียอีก ผู้เฒ่าหวงเหงื่อแตกพลั่ก หัวใจเต้นรัวไม่หยุด
เขาตบหน้าหวงฟู่กุ้ยอย่างแรง “เวรเอ๊ย ใครใช้ให้แกไปยุ่งเรื่องแบบนี้ ฉันให้กำเนิดแกมาเป็นตัวเคราะห์ร้ายจริง ๆ แกพาครอบครัวโชคร้ายไปด้วยแล้ว!”
หวงฟู่กุ้ยไม่กล้าลงมือโต้ตอบ “พ่อตกใจอะไร แม่ผมไม่ใช่ผู้ร้ายหลบหนี ไม่ได้โดนล่อลวงมาด้วย เธอก็มีพ่อแม่พี่น้อง เรื่องแค่นี้พวกเราก็รู้กันดี ถึงตำรวจจะมา เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรนี่!”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มมุมปาก “ดีมาก หวังว่าเมื่อตำรวจมาถึง พวกคุณจะตอบคำถามได้เหมือนเดิมนะ”
หวงฟู่กุ้ยจ้องหน้าเฝ่ยไป๋ลู่ “คุณใส่ร้ายและระรานครอบครัวผมทางออนไลน์ ผมจะให้ตำรวจจับคุณ! พร้อมทั้งหาทนายความมาฟ้องคุณด้วย!”
ไอ้ลูกชายตัวดี! ฉันอยากจะตีแกจนตายให้มันรู้แล้วรู้รอดจริง ๆ! เมื่อเห็นหวงฟู่กุ้ยพูดจาหนักแน่นแบบนี้ ผู้เฒ่าหวงก็อยากจะตบหน้าเขาสักฉาด
[1] เมืองหยาง คือ ชื่อเล่นของเมืองกว่างโจว