เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 35 เวินหมิน
บทที่ 35 เวินหมิน
คำพูดของเวินโจวทำให้เธอทำตัวไม่ถูก
เฝ่ยชิงรั่วยืนอึดอัดใจอยู่ที่เดิม สายตามองไปทางเวินหมินเพื่อขอความช่วยเหลือ
“คุณเฝ่ยเป็นแขกมาร่วมงานเลี้ยง พูดจาแบบนี้มันไม่สุภาพเกินไปแล้วนะ อาโจว!” เวินหมินดุเขา ครั้นเห็นเวินโจวมีสีหน้าคัดค้าน เขาก็เปลี่ยนเรื่อง หันไปพูดกับเฝ่ยชิงรั่วว่า “ได้ยินว่าน้องสาวของคุณก็มาที่นี่ด้วย นี่เป็นครั้งแรกของเธอที่เข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ประเภทนี้ นั่นย่อมหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดไม่ได้ คุณพาเธอมาที่นี่เถอะ มีคุณพามาเธอจะได้เรียนรู้และสัมผัสโลก”
“ตกลงค่ะ คุณพ่อก็บอกเรื่องนี้กับฉันไว้เหมือนกันค่ะ” เฝ่ยชิงรั่วถอนหายใจโล่งอก
ใครก็ตามที่เคยเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ จะได้รู้ว่าแม้เพียงเส้นผมของเฝ่ยชิงรั่ว เฝ่ยไป๋ลู่ก็เทียบไม่ได้เลยสักนิด
เธอกับเฝ่ยไป๋ลู่ต่างกันราวเมฆกับโคลนตม ดังนั้นการที่เธอได้อยู่ตระกูลเฝ่ยก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลแล้ว!
เวินโจวเบ้ปาก ในฐานะเจ้าของบ้าน เขาย่อมรู้ว่าครอบครัวเฝ่ยกำลังก่อปัญหาอะไรที่หน้าประตู
เฝ่ยไป๋ลู่ได้รับคำเชิญจากแขกผู้ทรงเกียรติอย่างคุณชายสามเวิน เธอจะเป็นคนขี้อายที่เพิ่งเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งแรกอย่างนั้นเหรอ?
พี่เวินหมินกับลูกสาวตัวปลอมดูถูกคนเกินไปแล้ว
เวินโจวเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเฝ่ยไป๋ลู่ เธอได้รับคำเชิญมาด้วยวิธีไหนกันแน่? และมีความสัมพันธ์อะไรกับคุณชายสามเวินกัน?
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ไม่สู้ได้เจอหน้า แล้วถามให้ชัดเจนตรงนั้นเลยก็ดี
เวินโจวกลอกตาแล้วเสนอ “ไม่ต้องเรียกเธอมาหรอก ยังไงเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ไปหาเธอกันเถอะ”
…..
“อาจารย์เฝ่ย ขอบคุณอย่างยิ่งที่ช่วยผมกำจัดคาถายืมโชคที่ชั่วร้ายนั่น ครอบครัวของเรารู้สึกขอบคุณคุณมาก…” เพียงเฉินซีคิดว่าหากไม่มีเฝ่ยไป๋ลู่ช่วย ตนเองจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์บ้านแตกสาแหรกขาด ในใจก็หวาดกลัวกับเหตุการณ์นั้นแล้ว
การได้เห็นเฝ่ยไป๋ลู่ ก็เหมือนกับเห็นพ่อแม่กลับมาเกิดใหม่
เฝ่ยไป๋ลู่คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกับเฉินซีที่นี่
เธอไม่ได้เจอเฉินซีมาสักระยะแล้ว บัดนี้ไม่มีความหดหู่ระหว่างคิ้วของเขาอีก บนหน้าปรากฏเพียงรอยยิ้มที่พึงพอใจและมีความสุข ดูเหมือนว่าทั้งครอบครัวและอาชีพการงานทุกอย่างดีขึ้น เปลี่ยนกลับสู่ดวงชะตาที่กำหนดไว้แต่แรก
“คาถาชั่วร้ายทำร้ายผู้คน ในฐานะคนในวงการจะมีเหตุผลอะไรนั่งมองอยู่เฉย ๆ โดยไม่สนใจ? แต่ถึงแม้ว่าโชคของคุณจะถูกเรียกคืนมาแล้ว แต่ค่ายกลยืมโชคยังคงสร้างความเสียหายบางอย่างให้คุณอยู่ ต่อจากนี้จะต้องทำความดีให้มาก สะสมคุณธรรมและคำอวยพรนะคะ”
เฉินซีพยักหน้าด้วยความเคารพ “ผมจะเชื่อฟังอาจารย์ทั้งหมดครับ ผมได้บอกให้คนดำเนินการบริจาคกำไรของบริษัทให้กับหมู่บ้านบนภูเขาที่ยากจนเป็นจำนวนสามเปอร์เซนต์ กระจายให้กับสังคมอย่างสม่ำเสมอ…”
ตอนนี้เองเวินโจวและคนอื่น ๆ ก็มาถึง เมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่กำลังพูดคุยกับชายวัยกลางคนอย่างเข้ากันได้ดีและมีความสุข ทันใดต่างคนต่างก็มีความคิดแตกต่างกันไป
เฝ่ยชิงรั่วประหลาดใจ “น้องสาวของฉันทำความรู้จักกับเพื่อนได้เร็วขนาดนี้เชียว ดูท่าความกังวลของฉันก่อนหน้านี้จะไม่จำเป็นแล้ว”
เวินหมินเยาะเย้ยเบา ๆ ในดวงตามีความดูถูกดูแคลน
เด็กสาวทำความรู้จักและเป็นเพื่อนกับเถ้าแก่วัยกลางคนงั้นเหรอ?
เพื่อนประเภทที่นอนบนเตียงได้หรือเปล่า?
เขารู้จุดประสงค์ของหญิงสาวซึ่งมาจากสถานที่เล็ก ๆ อย่างเฝ่ยไป๋ลู่ที่มาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์แบบนี้ดี ไม่แปลกใจเลยที่ครอบครัวเฝ่ยอยากเก็บเฝ่ยชิงรั่วไว้มากกว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
เวินโจวขมวดคิ้ว หรือว่าเฝ่ยไป๋ลู่ได้รับคำเชิญจากเถ้าแก่เฉิน?
ไม่สนแล้ว ยังไงก็มาแล้ว เข้าไปทักทายเสียหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร
“เถ้าแก่เฉิน ไม่เจอกันนานเลยครับ ได้ยินว่าช่วงนี้คุณโชคดีมาก ได้โปรเจกต์ติดต่อกันหลายโครงการเลย น่าอิจฉาจริง ๆ ครับ!”
เฉินซีเหลือบมองเฝ่ยไป๋ลู่ ครั้นเห็นสีหน้าของเธอเรียบเฉย ก็ครุ่นคิดคำนึงท่าทางของอาจารย์ในใจ และเมื่อหันไปคุยกับเวินโจวจึงปิดบังเรื่องบางส่วนไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ “บางทีที่ช่วงนี้ผมโชคดีอาจเพราะได้พบกับเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง*[1] ก็เป็นได้… ละมั้ง”
“ท่านนี้คือ…? เพื่อนตัวน้อยที่เถ้าแก่เฉินเพิ่งจะทำความรู้จักในงานเลี้ยงใช่ไหม?” เวินโจวยิ้ม สายตาของเขาเบนไปที่เฝ่ยไป๋ลู่ แล้วดวงตาก็ฉายประกายความประหลาดใจ
ผู้หญิงคนนี้มีสีหน้าที่เย็นชา ม่านตาสีดำลึก ให้อารมณ์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอย่างมาก!
เฉินซีไม่กล้าเรียกอาจารย์เฝ่ยว่าเพื่อน เขาจึงพูดกึ่งจริงกึ่งเท็จว่า “คุณเฝ่ยคือสตรีมเมอร์ของโต้วโซ่วครับ ผมเป็นแฟนคลับของเธอ วันนี้มีโอกาสได้พบเลยเข้ามาพูดคุยด้วยสองสามคำ”
“สตรีมเมอร์งั้นเหรอ? ชื่อแพลตฟอร์มโต้วโซ่วของคุณเฝ่ยชื่ออะไรเหรอ? ผมเองก็ติดตามอยู่หนึ่งช่อง…” เวินโจวฉวยโอกาสในสถานการณ์นี้ควักโทรศัพท์ออกมา
เขาอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมของเฝ่ยไป๋ลู่ และจะดีที่สุดถ้าสามารถค้นหาได้ว่าใครเป็นผู้ให้บัตรเชิญที่อยู่ในมือของธอ
เป็นแค่ความสัมพันธ์ของสตรีมเมอร์กับแฟนคลับเท่านั้นเหรอ? ทำไมถึงได้ไม่ออกเหมือนอย่างที่เธอจินตนาการล่ะ? เฝ่ยชิงรั่วกัดริมฝีปาก ครั้นเห็นเวินโจวแสดงความสนใจเฝ่ยไป๋ลู่อย่างมาก เธอก็ชิงพูดก่อนที่เฝ่ยไป๋ลู่จะเปิดปากพูด
“คุณชายเวินคะ คอนเทนต์ของน้องสาวฉันทั้งหมดเกี่ยวกับการทำนายดวงชะตาค่ะ มันเป็นเรื่องลี้ลับและลึกลับ ทั้งยังมีความเชื่องมงายอยู่สักหน่อย คุณไม่น่าจะสนใจใช่ไหมคะ?”
“ดูดวงเหรอ? ไม่ใช่หรอกมั้ง?” เวินโจวได้ชื่อของเฝ่ยไป๋ลู่มาจากเฉินซี เขาค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองบนอย่างเอือมระอาไปที่เฝ่ยชิงรั่วเงียบ ๆ แล้วเอ่ยว่า “คุณเรียกสิ่งนี้ว่าดูดวงเหรอ? กับหัวข้อ ‘สาเหตุที่อาหารน่าดึงดูดอย่างมากคือกลิ่นหอมหรือว่าความเผ็ดกันนะ’ เนี่ยน่ะเหรอ?”
การค้นหาล่าสุดทั้งหมดคือ เธอเป็นสตรีมเมอร์ที่ทำคอนเทนต์เรื่องของกิน ข้อมูลเด่นสะดุดตา ทั้งยังมีความคิดเห็นและกดไลก์มากมาย
เฝ่ยชิงรั่วสำลัก “…”
พอเห็นเฝ่ยชิงรั่วจำต้องรับความพ่ายแพ้ มุมปากของเฝ่ยไป๋ลู่ก็ยกขึ้นเป็นเส้นโค้ง “เธอพูดถูกค่ะ ฉันดูดวงได้จริง ๆ”
เธอจ้องดวงตาคู่โตของเวินโจว ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่เกินสามวัน คุณจะตายกะทันหันด้วยเหตุผลบางอย่าง”
เวินโจวตะลึงไปชั่วขณะ ทันใดดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา จู่ ๆ ก็ถูกคนสาปแช่งว่าจะมีชีวิตอยู่ไม่เกินสามวัน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจยอมรับได้
เวินหมินรู้สึกโกรธมาก “คุณกำลังพูดเหลวไหลอะไร? อาโจวร่างกายแข็งแรง ไม่มีนิสัยส่วนตัวที่จะส่งผลต่อชีวิตและสุขภาพ เขาจะตายด้วยเหตุผลบางอย่างได้ยังไง?! คนหลอกลวงกล้ามาหลอกถึงตระกูลเวินเลยเหรอ? ใครให้คุณเข้ามากัน? จากนี้ไปทั้งคุณและคนที่พาคุณเข้ามา อย่าได้คิดจะเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ตระกูลเวินจัดขึ้นอีก!”
ในใจเฝ่ยชิงรั่วรู้สึกยินดีกับความโชคร้ายของเฝ่ยไป๋ลู่มาก
นี่คืองานเลี้ยงที่ตระกูลเวินจัดขึ้น แต่เฝ่ยไปลู่กลับสาปแช่งคุณชายตระกูลเวินแบบนี้ นี่เธอไม่กลัวว่าจะถูกคนไล่ออกไปเลยหรือไง?!
ถึงจะอยากแสดงฝีมือดูดวงก็เถอะ แต่ก็ควรพูดสิ่งที่เป็นมงคลสิ ไม่ควรพูดอะไรที่ไม่ดีออกมา ความฉลาดทางอารมณ์ของเฝ่ยไป๋ลู่ต่ำจริง ๆ!
“คุณชายเวิน ไม่ฟังที่คุณเฝ่ยพูดให้จบสักหน่อยละครับ?” เฉินซีกล่าว เขาลังเลจะพูดว่าเขาเองก็เคยเห็นความสามารถของเฝ่ยไป่ลู่มาก่อน
การทำนายอันแปลกประหลาดของอาจารย์เฝ่ย ย่อมจะต้องมองเห็นอะไรบางอย่าง ถึงสรุปได้ว่าเวินโจวจะมีชีวิตอยู่ไม่เกินสามวัน
เฉินซีร่วมงานกับตระกูลเวินมาบ้าง เขาจึงรู้ว่าเวินโจวไม่ใช่คนชั่วช้าเลวทรามอะไร เขาทนไม่ได้จริง ๆ ที่จะเห็นอีกฝ่ายพลาดโอกาสที่จะมีชีวิตรอด
“ได้ เธอพูดต่อเลย! ฉันอยากจะดูนัก ว่าเธอจะปั้นแต่งคำพูดอะไรออกมาบ้าง!” เวินโจวอยากรู้อยากเห็นข้อมูลทั้งหมดของเฝ่ยไป๋ลู่ จะได้ปฏิบัติต่อเธอในฐานะนักต้มตุ๋นหญิงไปเลย
ทว่าเวินหมินมีความคิดเห็นต่างออกไป เขาไม่เห็นด้วย “อาโจว คนคนนี้เป็นคนหลอกลวง เตะเธอออกไปก็สิ้นเรื่องแล้ว ฟังเธอต่อไปหูจะต้องสกปรกแน่นอน!”
เฝ่ยไป๋ลู่ส่งเสียง ‘เฮอะ’ ออกมาเบา ๆ สายตามองตรงมาที่เวินหมิน “คุณไม่ใช่ไม่อยากฟัง แต่ไม่กล้าฟังใช่ไหมล่ะ?”
พอได้ยินแบบนี้ เวินโจวก็มองไปทางเวินหมินอย่างสงสัย
เวินหมิน “ว่ามาเลย …คิดว่ามีอะไรที่ฉันจะไม่กล้าฟังหรือไง!
[1] เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (财神爷) แปลตามภาษาจีน คือ เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน ผู้คนนิยมกราบไหว้บูชา