เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 40 แหวะ!!!
บทที่ 40 แหวะ!!!
ช่วงนี้แวดวงชนชั้นสูงในเมืองเจียงคึกคักอย่างมาก เพราะคุณชายสามเวินอยู่ที่นี่
คุณชายสามเวินเป็นผู้สูงศักดิ์ มีความแข็งแกร่งทางการเงิน สถานะทางสังคมโดดเด่น คนจำนวนมากรู้สึกภาคภูมิใจที่มีความสัมพันธ์กับคุณชายเวินแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม วันนี้จึงมีคนจำนวนมากอยากมาร่วมงาน
เช่นเดียวกับเฝ่ยมา หลายคนที่มางานต่างพาลูกสาวหน้าตาสะสวย มีช่วงวัยเหมาะสมมางานเลี้ยง พวกเขาล้วนหวังว่าจะได้เกี่ยวดองเป็นญาติกับคุณชายสามเวิน
ทันทีที่เวินสือเหนียนปรากฏตัว ผู้คนจำนวนมากก็เข้ามาทักทายต้อนรับ น้ำเสียงและท่าทางสอพลอ ประจบประแจง เหล่าผู้หญิงที่เข้ามาต่างอ่อนหวานและสวยงาม แต่ละคนล้วนมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
“ลูกไม่ต้องพูดอะไร แค่ดื่มไวน์กับคุณชายสามเวินก็พอ” เฝ่ยมาเตือนอย่างเป็นกังวล กลัวว่าเสียงที่เหมือนฆ้องพังนี้จะทำให้คนตกใจกลัว และทำลายแผนการ
เมื่อโดนรังเกียจเรื่องเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เฝ่ยชิงรั่วก็เม้มปากแน่น แล้วพยักหน้า
เธอเดินตามหลังเฝ่ยมา และคล้อยตามทุกการกระทำของเขา
“คุณชายสามเวิน…” ไม่ง่ายเลยที่เฝ่ยมาจะเข้าใกล้คุณชายสามเวินได้ ทว่าทันทีที่เขาเปิดปาก จู่ ๆ ก็มีกลิ่นเหม็นแปลก ๆ ลอยมา
กลิ่นเหมือนกองขยะหมักหมมอยู่ในท่อระบายน้ำมานานหลายปีจนเหม็นเน่า แล้วก็ยังเหมือนซากปลาเน่า กุ้งเน่า ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นเปรี้ยวและกลิ่นคาวทะลวงจมูกท้าทายประสาทรับกลิ่นอยู่ตลอดเวลา
มันเหม็นมากจนเฝ่ยมาคลื่นไส้อยู่หลายครั้ง ตระกูลเวินจัดการกันยังไง? ห้องน้ำพังก็ต้องรีบซ่อมสิ!
คนรอบ ๆ ตัวก็เอามือปิดปากและจมูกเช่นกัน เหล่าผู้คนต่างตามหาต้นตอของกลิ่น
เฝ่ยมาไม่อยากละทิ้งโอกาสหายากในการใกล้ชิดคุณชายสามเวิน เขาจึงกลั้นลมหายใจ และผลักเฝ่ยชิงรั่วไปข้างหน้า “คุณชายสามเวินครับ สาวน้อยคนนี้ชื่นชมคุณมากและอยากพบคุณมาตลอด…”
“จริงเหรอ?” เสียงชายคนนั้นทุ้มต่ำ และสีหน้าของเขาก็แสนเย็นชา
ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกถึงกลิ่นเหม็น เขายังคงถือลูกประคำและนับทีละเม็ด
เสียงหมุนลูกประคำแต่ละครั้ง ทำให้รู้สึกกดดันอย่างไม่มีสาเหตุ
เฝ่ยชิงรั่วหลุบตาลง ไม่กล้าสบตาเย็นชาของเวินสือเหนียนโดยตรง
เธอรู้สึกกลัวเล็กน้อยเมื่อสบสายตาคู่นี้
“อยู่ต่อหน้าไอดอลแล้วเขินเหรอ? รีบไปดื่มกับคุณชายสามเวินเร็วเข้า โอกาสแบบนี้หายากนะ” เฝ่ยมายิ้มแย้ม และส่งสายตากระตุ้นเฝ่ยชิงรั่ว
เฝ่ยชิ่งรั่วหายใจออก ทำใจให้สงบลง
ทำไมคุณชายสามเวินถึงมีพลังขนาดนี้ล่ะ? เขาไม่ใช่คนพิการและผีอายุสั้นที่อยู่ได้ไม่เกินสามสิบงั้นเหรอ?
แต่…ขอเพียงแค่แผนการของพวกเขาเสร็จสมบูรณ์ หลังจากผ่านพ้นคืนนี้ไปก็ไม่ต้องกลัวคุณชายสามเวินแล้ว
เธอเปล่งเสียงไม่ได้ ดังนั้นเฝ่ยชิงรั่วจึงแสร้งทำเป็นเขินอายจนใบหน้าแดงก่ำ แล้วยกแก้วไวน์ให้เวินสือเหนียนอย่างอ่อนช้อย
ตอนเฝ่ยชิงรั่วขยับมือ “แหวะ!!!” ผู้คนรอบตัวพลันก้มลงอาเจียน
เฝ่ยมากับเฝ่ยชิงรั่วงุนงง “?”
ถึงแม้ไอดอลและการชื่นชมจะเป็นข้ออ้างที่ต่างรู้กันอยู่แก่ใจ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องดูหมิ่นตระกูลเฝ่ยขนาดนี้หรือเปล่า?
คุณพ่อเวินปิดจมูก และมองเฝ่ยชิงรั่วด้วยสายตายากจะอธิบาย “เธอยกอะไรมา? รีบเอาไปทิ้งเลย เหม็นจะตายอยู่แล้ว!”
เดิมทีคุณพ่อเวินคิดว่าท่อน้ำแตกเลยรีบเรียกคนมาตรวจดู คิดไม่ถึงเลยว่าผู้ร้ายคือแก้วไวน์ที่อยู่ในมือสาวน้อยคนนี้!
“แหวะ… เธอแกล้งทำเป็นไม่รู้ใช่ไหม? กลิ่นเหม็นขนาดนี้เนี่ยนะ… รสนิยมของลูกสาวตัวปลอมตระกูลเฝ่ยมีเอกลักษณ์จริง ๆ”
“ยังคิดจะให้คุณชายสามเวินดื่ม น่ากลัวว่าอยากจะฆ่าคุณชายสามเวินสินะ? รีบเอาตัวออกไปเร็ว ฉันทนไม่ไหวแล้ว!”
แขกผู้มีเกียรติทุกคนต่างพร่ำบ่น
จากนั้นสองพ่อลูกตระกูลเฝ่ยก็พบว่ากลิ่นเหม็นรุนแรงนั้นออกมาจากแก้วไวน์ในมือของเฝ่ยชิงรั่วตลอดเวลา
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เฝ่ยมาวิตกกังวลและสงสัย อาจารย์หลินบอกเพียงให้เขาใส่กู่พิษ*[1] ลงไปในไวน์แล้วให้คุณชายสามเวินดื่มลงไป จากนั้นคุณชายสามเวินจะตกหลุมรักเฝ่ยชิงรั่วตั้งแต่แรกเห็น แต่เขาไม่ได้บอกว่ากู่พิษจะเหม็น!
กลิ่นเหม็นขนาดนี้ คนปกติไม่มีใครดื่มมันหรอก? แล้วแบบนี้แผนการของพวกเขาจะสำเร็จได้ยังไง?
พอได้ยินคำพูดของคนรอบตัวเธอ เฝ่ยชิงรั่วอับอายจนแทบอยากจะร้องไห้ เธออยากโยนแก้วไวน์ในมือทิ้ง ทว่าทันทีที่เธอขยับ กลิ่นเหม็นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น คนอื่น ๆ อาเจียนออกมาอีกครั้ง และเฝ่ยมาก็ไม่อนุญาตให้เธอเททิ้งเช่นกัน
เฝ่ยมากลั้นใจแล้วกัดฟันพูดด้วยเสียงกระซิบเตือนเฝ่ยชิงรั่ว “ข้างในนี้มีกู่พิษของอาจารย์หลิน ถ้าลูกเททิ้ง แผนจะไม่สำเร็จ กู่พิษไม่มีแล้ว แล้วจะอธิบายกับอาจารย์ว่ายังไง?”
พูดจบเขาก็อดไม่ได้ที่จะกุมคอของตัวเอง แล้วถอยออกห่างจากเฝ่ยชิงรั่วไปหนึ่งเมตรด้วยกลัวว่าเฝ่ยชิงรั่วจะยื่นแก้วให้เขา
“โธ่เอ๊ย ทุกคนบอกให้ทิ้ง แล้วยังมัวทำอะไรอยู่ล่ะ?”
“ให้ตายเถอะ ถ้าเธอตัดใจทิ้งไม่ได้ก็ดื่มมันลงไปเลย” ใครบางคนอดทนไม่ไหวจนด่าออกมา
เฝ่ยชิงรั่วตัวแข็งทื่อ เธอเคยโดนคนชี้ใส่แบบนี้เมื่อไหร่กัน?
น่าอายเกินไปแล้ว เธอรีบผลักแก้วไวน์ใส่มือเฝ่ยมา แล้วเอามือปิดหน้า วิ่งร้องไห้ออกไป
“แหวะ…” กลิ่นเหม็นรุนแรงจนเฝ่ยมาต้องกลอกตา
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะคิดหาวิธีจัดการแก้วไวน์เจ้าปัญหา เฝ่ยมาก็เห็นคุณชายสามเวินบังคับรถเข็นออกไป เขาจึงรีบตามไปด้วยใจจดจ่อ
ทว่าเลขาที่คอยติดตามเวินสือเหนียนอยู่ตลอดกลับเข้ามาขวางไว้ดุจภูเขา แล้วหยิบแก้วไวน์ออกจากมือเฝ่ยมาอย่างง่ายดาย “คุณเฝ่ย เพื่อสุขภาพของคุณชายสามเวินและแขกคนอื่น ๆ ผมจะจัดการแก้วไวน์นี้แทนคุณเอง คุณคงไม่มีอะไรคัดค้านใช่ไหม?”
น้ำเสียงของคุณเลขานุการเหมือนปรึกษา แต่สีหน้าไม่ได้เกรงใจขนาดนั้น
ตอนนี้ท่าทางของเฝ่ยมาดูเหมือนมีแผนการร้ายบางอย่าง และเหมือนเขาจะต้องการทำร้ายคุณชายสามเวิน
เฝ่ยมาอ้าปากพะงาบ แต่แล้วก็ทำได้เพียงกล้ำกลืนความขมขื่น แล้วมองตามหลังเลขาที่เดินจากไป
สิ่งเดียวที่ปลอบใจเขาอยู่ก็คือหนอนพิษกู่ที่ละลายอยู่ในไวน์ คนทั่วไปจะตรวจหาไม่เจอ ถึงแม้แผนการจะล้มเหลว แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าตระกูลเฝ่ยมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการนี้
ทว่าแผนล้มเหลวและอาจารย์หลินยังสูญเสียหนอนพิษกู่ที่มีค่าไป… ดวงตาของเฝ่ยมาเข้มขึ้น เขาได้แต่กังวลว่า จะอธิบายว่าอย่างไรตอนเจอหน้าอาจารย์หลิน!
เมื่อเห็นพ่อและลูกสาวตระกูลเฝ่ยคอตกกลับไป เฝ่ยไป๋ลู่ก็หรี่ตาเล็กน้อย แล้วยกมุมปากยิ้ม
เธอเงยหน้าขึ้น ดื่มไวน์ในแก้วทรงสูงหมดในอึกเดียว
ในเวลาเดียวกัน กลิ่นคาวที่กระจายอยู่ทั่วห้องจัดเลี้ยงก็ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสดชื่น
“ในที่สุดชีวิตก็คืนมาแล้ว เมื่อกี้ฉันไม่กล้าหายใจเลย เกือบจะหายใจไม่ออกตายแน่ะ”
“ลูกสาวบุญธรรมตระกูลเฝ่ยคนนั้นรสนิยมประหลาดไปหน่อยนะ คิดไม่ถึงว่าจะชอบไวน์กลิ่นเหมือนอึ”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันอยากจะอ้วก…”
สีหน้าคุณพ่อเวินเคร่งขรึมผิดปกติ
กลิ่นเหม็นคาวเมื่อครู่เหมือนกับกลิ่นยันต์สงบสุขที่ลุกไหม้ของอาจารย์เฝ่ยทุกประการ ให้ความรู้สึกถึงความอัปมงคลและวิญญาณชั่วร้ายนัก
เฝ่ยมาคิดจะลงมือกับคุณชายสามเวินงั้นเหรอ?
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ คุณพ่อเวินก็นั่งไม่ติดทันที เขาจึงรีบเรียกคนมา “ส่งคนไปตรวจสอบตระกูลเฝ่ย และตั้งแต่นี้ไปรักษาระยะห่างกับตระกูลเฝ่ย!”
“คุณชายสาม เราควรจัดการเรื่องนี้ยังไงดีครับ?” ใบหน้าเลขาเฉิงจื้อโหยวบิดเบี้ยว เขาพยายามระงับสติอารมณ์เต็มที่
เวินสือเหนียนหยิบแก้วไวน์จากมือเขามาใกล้จมูก แล้วสูดดม “เหม็นมากจริงเหรอ?”
เฉิงจื้อโหยวพยักหน้าแรงสุดพลัง …เหม็นสุด ๆ! เห็นแวบแรกก็รู้แล้วว่าน่าสงสัย!
อล้วเวินสือเหนียนก็หมดความสนใจ เขาวางแก้วลงบนโต๊ะ แล้วพูดอย่างเสียใจว่า “เสียดายที่ฉันไม่ได้กลิ่น”
คนภายนอกรู้ว่าคุณชายสามเวินมีร่างกายผิดปกติ การก้าวเดินไม่ถนัดถนี่
แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าคุณชายสามเวินไม่มีประสาทรับรสและกลิ่น
ไม่ว่าอาหารหรือรสชาติใด ๆ สำหรับคุณชายสามเวินแล้ว พวกมันล้วนไม่มีรสชาติ ไม่ต่างไปจากน้ำต้มสุก
เนื่องจากข้อบกพร่องนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย ดังนั้นตระกูลเวินจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับอย่างแน่นหนา ยกเว้นคนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ และไม่ควรมีคนรู้อีก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจของเฉิงจื้อโหยวก็รู้สึกระแวดระวังขึ้นมาทันที หรือว่าตระกูลเฝ่ยจะรู้อะไร? พวกเขาต้องการทดสอบคุณชายสามเวินหรือเปล่า?
“คุณชายสาม ต้องจัดการตระกูลเฝ่ยหรือเปล่าครับ…”
ตระกูลเวินมีรูปแบบการจัดการและแก้ไขความเสี่ยงที่อันตรายที่ต้นเหตุมาตลอด
“ไม่จำเป็น” ในตระกูลเฝ่ย มีคนที่จัดการได้อยู่
เวินสือเหนียนคิดถึงเฝ่ยไป๋ลู่ที่กำลังดูละครอยู่ชั้นบน พลันมือขาวเรียวยาวชะงักไปชั่วครู่ ทำให้เขานับลูกประคำผิดไปหนึ่งเม็ด
[1] หนอนพิษกู่ หรือเรียกสั้น ๆ ว่ากู่พิษ คือสัตว์พิษที่ผ่านพิธีกรรมของชนเผ่าเหมียว ใช้วางพิษสังหารคนหรือใช้ถอนพิษ