เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 52 แย่แล้ว
บทที่ 52 แย่แล้ว
เวินสือเหนียนรู้สึกเจ็บแปลบตรงง่ามนิ้ว จากนั้นเขาก็รู้สึกว่ากล้ามเนื้อและเลือดบริเวณขาพลันเดือดพล่าน จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าว
สติของเขาพลันดับวูบ
“ฉิบหาย” เฝ่ยไป๋ลู่ประคองร่างคุณชายสามเวินที่หมดสติไปไว้ ไม่ให้เขาล้มลงกับพื้น
เฮ่อเหลียนเจี๋ยตะโกนดัง ดวงตาเบิกกว้าง “เธอกล้าดียังไงมาลงมือกับคุณชายสาม ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง?!”
เฝ่ยไป๋ลู่พูดไม่ออก “…ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรกับคุณชายสามของคุณ”
“ใครจะเชื่อเธอ” เฮ่อเหลียนเจี๋ยพึมพำ ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา
ทันใดเฮ่อเหลียนเจี๋ยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแบบเดียวกับคุณชายสามเวินจากเธออย่างอธิบายไม่ได้ หัวใจของเขาพลันบีบตัวแน่น ก่อนเขาจะตระหนักถึงบางสิ่ง และกล่าวด้วยความหวาดกลัว “คุณชายสามเป็นอะไร เธอทำอะไรกับคุณชายสาม เธอ…เธอ เธอต้องให้คำอธิบายกับฉัน ไม่อย่างนั้นอย่าหวังจะออกไปได้!”
เฝ่ยไป๋ลู่หลับตาด้วยความปวดหัว
ถ้ารู้แบบนี้ ฉันควรจะทำนายโชคชะตาให้ตัวเองก่อนออกจากบ้าน…
ราวกับว่ารู้ว่ามันทำผิด งูน้อยจึงคลอเคลียมือของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างประจบประแจง จากนั้นก็คลานเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋าของเธอ
เฮ่อเหลียนเจี๋ยตื่นตระหนก พอเกิดเรื่องกับคุณชายสามเวิน เขาจึงโยนความผิดไปให้เฝ่ยไป๋ลู่โดยไม่รู้ตัว
เขาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “รีบหาทางแก้เดี๋ยวนี้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณชายสามเวิน เธอเจอดีแน่!”
“พาคุณชายสามเวินไปนอนบนเตียง ฉันจะตรวจให้” เฝ่ยไป๋ลู่เม้มปาก
แม้ว่าเธอจะไม่ต้องการจัดการสถานการณ์นี้ แต่เธอจำต้องเข้าช่วยเหลือ
เฮ่อเหลียนเจี๋ยจ้องมองเธอ “ยันต์ที่เธอขายน่ะ คุณภาพต่ำ แล้วยังไม่มีบริการหลังการขายอีก ตอนนี้ยังบังอาจจะตรวจอาการของคุณชายสามเวินด้วยทักษะแมวสามขา*[1]ของเธอได้ยังไง ถึงเธอจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกฉันไม่ได้หรอกนะ!”
เครื่องหมายหงุดหงิดโผล่ขึ้นมาบนหัวของเฝ่ยไป๋ลู่!!
เธอหายใจเข้าลึก ๆ “ถ้าอย่างนั้นนายก็ไปตามหมอมา หยุดแหกปากโวยวายเสียที!”
พูดจบ หญิงสาวก็ไม่สนใจเฮ่อเหลียนเจี๋ยอีก เธออุ้มเวินสือเหนียนขึ้นไปยังห้องนอนบนชั้นสอง
มือที่ยื่นออกไปหมายจะช่วยของคุณพ่อเวินชักกลับมาช้า ๆ
อาจารย์เฝ่ยแข็งแรงมาก เธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาเลย
เฮ่อเหลียนเจี๋ยชี้ไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างโกรธจัด “เธอหมายความว่ายังไงฮะ โวยวายอะไรกัน ฉันพูดความจริงต่างหาก!”
“คุณเลขาเฮ่อเหลียน คุณควรติดต่อแพทย์ประจำตัวคุณชายสามเวินโดยเร็วที่สุดนะ” คุณพ่อเวินเบาใจแล้ว แต่ในเวลานี้เขายังคงสนใจเรื่องนี้อยู่
เขาพูดอย่างสุภาพ “อย่าทำให้อาจารย์เฝ่ยขุ่นเคืองด้วยการพูดคุณอีกเลย”
เดิมทีความเข้าใจผิดระหว่างอาจารย์เฝ่ยกับคุณชายสามเวินเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่อธิบายให้ชัดเจนก็พอแล้ว
แต่เลขาคนนี้กลับปากพล่อยจนทำให้อาจารย์เฝ่ยขุ่นเคืองครั้งแล้วครั้งเล่า อาจารย์เฝ่ยจึงเข้าใจคุณชายสามเวินผิดกว่าเดิมแล้วนั่น
เวินอวี้เหนื่อยใจ ถ้าไม่รนหาที่ก็คงไม่ตาย เมื่อคุณชายสามเวินตื่นขึ้นมา เลขาเฮ่อเหลียนคงลำบากแน่
ทำไมทั้งสองคนถึงต้องพูดแทนเฝ่ยไป๋ลู่ด้วย พวกเขาต้องถูกเฝ่ยไป๋ลู่วางยาพิษแน่ ๆ!
เฮ่อเหลียนเจี๋ยยกหูโทรออกด้วยความโกรธ ติดต่อทีมแพทย์ของเวินสือเหนียน และบอกเลขาเจิ้งจื้อโหยวถึงเรื่องทั้งหมดด้วยความอัดอั้นตันใจ
แน่นอนว่าเขาปิดบังเรื่องที่ตนทำกิริยาไม่ดี และกล่าวหาว่าเฝ่ยไป๋ลู่เป็นคนหลอกลวงเท่านั้น
……
เฝ่ยไป๋ลู่วางร่างเวินสือเหนียนลงบนเตียง แล้วใช้มือตรวจชีพจรของเขา พลันเธอรู้สึกโล่งใจเมื่อชีพจรของเขายังคงที่
ทว่าหลังโดนงูน้อยกัด จู่ ๆ เวินสือเหนียนก็หมดสติไป…แบบนี้เจ้างูน้อยคงศพไม่สวยแน่ ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่พับขากางเกงของเวินสือเหนียนขึ้น และตรวจสอบขาของเขาอย่างระมัดระวัง
สุขภาพที่ไม่ดีของเวินสือเหนียน เธอคิดว่าเกิดจากบาดแผล แต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีสาเหตุมาจากยาพิษ
การเป็นลมของเขาในครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นจากแมลงพิษในร่างกายของเขา
งูน้อยโผล่หัวออกมาจากกระเป๋า มันกลืนน้ำลาย แสดงสีหน้าพร้อมที่จะเคลื่อนไหว
“เราพบมันช้าไป กู่พิษหลอมรวมเข้ากับกล้ามเนื้อและเลือดของเวินสือเหนียนแล้ว ถ้าแกกินเข้าไป เวินสือเหนียนจะไม่รอด” เฝ่ยไป๋ลู่ตีงูน้อย ปรามไม่ให้มันโลภจนฆ่าคน
แต่กลิ่นนั้นช่างหอมหวนเหลือเกิน… งูน้อยอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย มันจ้องมองไปที่เวินสือเหนียนด้วยดวงตาแนวตั้งของมัน ราวกับว่ามองอาหารอันโอชะที่ไม่มีใครเทียบได้
“ฟ่อ ๆ” ถ้ากินแมลงไม่ได้ แล้วจะกินอย่างอื่นได้ไหมนะ?
“แกอยากกินอะไร” เฝ่ยไป๋ลู่ถาม
งูน้อยส่งเสียง “ฟ่อ” มันบอกว่า…ไม่รู้เหมือนกัน แต่แค่อยากกินน่ะ
มันรู้สึกราง ๆ ว่าถึงจะกินหมด ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
และจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเขาด้วยซ้ำ
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่เข้าใจความคิดไร้สาระของมัน จึงย่นคิ้วเล็กน้อย “รีบไปเรียนภาษาจีนกลางเถอะ หลังจากเรียนมานาน แกก็ยังไม่สามารถออกเสียงได้แม้แต่พยางค์เดียว แกไม่ละอายต่อสติปัญญาของตัวเองบ้างหรือไง”
เมื่อถูกตำหนิเจ้างูตัวจ้อยก็รู้สึกผิด
ดวงตาสีเข้มของงูตัวน้อยพลันมีน้ำคลอหน่วย
เฝ่ยไป๋ลู่ใจอ่อน “เอาละ ในเมื่อแกบอกว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเวินสืออเหนียน ก็รีบกินมันซะก่อนที่ใครจะรู้”
เวินสือเหนียนเคยโกหกเธอครั้งหนึ่ง ดังนั้นเธอย่อมให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงจิตวิญญาณของตนมากกว่า
งูตัวน้อยมองเวินสือเหนียนด้วยสายตาโลภมาก
มันพันรอบข้อมือของเฝ่ยไป๋ลู่ จากนั้นหญิงสาวก็สัมผัสร่างกายของเวินสือเหนียน แล้วหลับตาลง
เฝ่ยไป๋ลู่สัมผัสจมูกของเธออย่างเชื่องช้า
การสัมผัสขาของเวินสือเหนียนทำให้เธอรู้สึกแปลกอยู่เสมอ
โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ ไม่อย่างนั้นฉากนี้…
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่กล้าคิดเรื่องนี้ต่อ… ดวงตาหยินหยางของเธอเปล่งประกาย พลันก็เห็นว่าเวินสือเหนียนถูกปกคลุมไปด้วยพลังงานแห่งความตายและความชั่วร้ายที่แข็งแกร่ง
พลังปราณอันทรงพลังดังกล่าวสามารถนำโชคร้ายมาสู่คนรอบข้างได้
เธอสัมผัสเขาเพียงชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่มือของเธอก็แปดเปื้อนไปด้วยไอสีดำน่ากลัวแล้ว
ทันใด ก่อนที่ไอพลังงานความตายนี้จะกระจายออก เจ้างูตัวน้อยก็ดูดกลืนมันเข้าไป
เมื่อเฝ่ยไป๋ลู่เห็นสิ่งนี้ ม่านตาพลันหดตัวและหัวใจก็แข็งทื่อ
เจ้างูนี่ไม่เพียงสามารถคายผลบุญออกมาได้ แต่ยังสามารถกลืนพลังแห่งความตายได้ด้วยหรือ?
ไม่ ไม่น่าจะเป็นไปได้…
การคาดเดาแปลกประหลาดเกิดขึ้นในใจของเธอ และหญิงสาวก็ระงับความคิดนั้นอย่างรวดเร็ว…
“เฝ่ยไป๋ลู่ ยัยคนโกหก บอกว่าไม่มีความคิดสกปรกต่อคุณชายสาม แต่จริง ๆ แล้วเธอฉวยโอกาสจากการที่พวกเราไม่อยู่ ถอดกางเกงของคุณชายสามออกแล้วแตะต้นขาของเขาเรอะ!” เฮ่อเหลียนเจี๋ยที่พาหมอมากระแทกประตูเข้ามาโวยวายทันที
เฝ่ยไป๋ลู่สะดุ้งกับคำพูดของเขา นี่มันใส่ร้ายกันชัด ๆ
เธอปล่อยมือ เงยหน้าขึ้น แล้วก็สบกับดวงตาสีเข้มคู่หนึ่ง
เวินสือเหนียนฟื้นแล้ว
เขากำลังมองเธอ หรือถ้าพูดให้ถูกคือกำลังมองมือของเธอ
หนังศีรษะของเฝ่ยไป๋ลู่ชาวาบ เหมือนจะเห็นฉากฆาตกรรมที่ทำให้เธอกลัวที่สุดปรากฏขึ้น
เธอหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยใบหน้าสงบนิ่ง ชักมือกลับมาอย่างใจเย็น “ฉันเรียนรู้เทคนิคการนวดพิเศษ พอดีเห็นว่ากล้ามเนื้อขาของเขาลีบ ฉันจึงนวดขาให้เขา”
เฮ่อเหลียนเจี๋ยสงสัย “เธอไม่ได้กำลังกินเต้าหู้*[2]คุณสามจริง ๆ เหรอ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หน้าของเวินสือเหนียนพลันถมึงทึง
ดวงตาของเขาเคลื่อนจากเฝ่ยไป๋ลู่ไปยังเฮ่อเหลียนเจี๋ยและกลุ่มแพทย์ที่อยู่ข้างหลัง
หายากมากที่คุณชายสามเวินจะจ้องมองอย่างเงียบขรึม
เส้นเลือดบนหน้าผากเฝ่ยไป๋ลู่พลันปูดโปนขณะกล่าว “ไม่ใช่!!”
ไอ้งูงั่งนั่นทำให้เธอต้องอับอายจริง ๆ กลับไปเธอจะทำซุปงูเพื่อบรรเทาความตกใจนี้
ความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาอย่างไร้สิ้นสุด จนงูตัวน้อยซึ่งซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋ากลัวมาก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเรอ
เฮ่อเหลียนเจี๋ยอยากจะพูดอย่างอื่น แต่เสียงพูดด้วยความโกรธก็ดังขัดขึ้น “พาหมอออกไป ส่วนคุณเฝ่ยอยู่ต่อ”
“คุณชายสาม ฟื้นแล้วเหรอครับ” เฮ่อเหลียนเจี๋ยประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของคุณชายสามเวิน เขาก็กลับออกไปพร้อมหมออย่างเชื่อฟัง กระนั้นก่อนเดินออกไปเขาก็ไม่วายเตือนเฝ่ยไป๋ลู่ “นวดคุณชายสามเวินให้ดี ๆ เข้าใจไหม”
ใบหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่พลันเย็นชาขึ้น
คุณเฝ่ยสงบนิ่งเหมือนสายน้ำมาตลอด เวินสือเหนียนจึงไม่เคยเห็นเธอโกรธขนาดนี้มาก่อน
แต่เลขาของเขาก็เป็นคนแปลก ๆ เช่นกัน
เวินสือเหนียนคลี่ยิ้มและพูดติดตลก “คุณเฝ่ย ทำไมคุณไม่นวดต่อล่ะ”
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองเขาก่อนแค่นเสียง
“คุณยังอยากจะทำต่อใช่ไหม ฉันจะพยายามอ่อนโยนให้มากที่สุด เพราะงั้นอดทนกับฉันอีกหน่อยนะ”
เฝ่ยไป๋ลู่กดมือลงบนจุดฝังเข็มหลายจุดบนต้นขาของชายคนหนุ่มทันที
“อู้…” เวินสือเหนียนร้องเสียงอู้อี้
เฮ่อเหลียนเจี๋ยที่กำลังแอบฟังอยู่นอกประตู เผลอสูดลมหายใจเร็วขึ้นครึ่งจังหวะ
เขาเพิ่งทำลายเรื่องดี ๆ ของคุณชายสามหรือเปล่า
ประโยคพวกนี้เขาแอบฟังได้ใช่ไหม?
[1] แมวสามขา เป็นคำอุปมา เปรียบกับคนที่ไม่มีความสามารถ เหมือนกับแมวมี 3 ขา ย่อมจับหนูไม่ได้
[2] กินเต้าหู้ เป็นคำแสลงของจีน มีความหมายว่า ลวนลาม