เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 57 การบูชายัญมนุษย์ (1)
บทที่ 57 การบูชายัญมนุษย์ (1)
[พี่น้องเอ๋ย ฉันหัวเราะจนสำลักจะตายแล้ว เจ้าตัวเล็กเพิ่งโพสต์กระทู้มา แต่ไม่รู้เหรอว่าไป๋ลู่บอกว่าอย่าโทรกวนน่ะ หน้านี่คงแดงฉ่าเพราะโดนตบหลายฉาดแล้วสิท่า ฮ่า!]
[หรือไป๋ลู่กับโจวอี้เจียจะคบกันจริง แต่ไป๋ลู่ไม่กล้ายอมรับ ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็แค่เด็กสิบแปดคงยากจะชนะใจไป๋ลู่]
[ฉันเข้าใจนะพี่ชาย คุณก็รู้ใช่ไหม ว่ากำลังพูดถึงภาพของไป๋ลู่กับโจวอี้เจีย ท่าทางอ้อนแอ้นอย่างกับผู้หญิง คงไม่เหมาะกับไป๋ลู่หรอก เจอหน้าก็เรียกพี่สาว ช่างน่าขยะแขยง แค่เห็นก็ทำเอาขนลุกไปหมดแล้ว]
[หยุดเถียงกันได้แล้ว ไป๋ลู่เริ่มไลฟ์แล้ว อยากรู้ก็ไปถามเอาเอง]
หลี่เซียวมักเข้าร่วมการไลฟ์สดของเฝ่ยไป๋ลู่เสมอ เนื่องจากเขาได้รับข้อมูลมาว่าเบื้องหลังความคิดเห็นของชาวเน็ตส่วนใหญ่ล้วนถูกบงการโดยมือมืดที่ซ่อนอยู่
เขาตัวสั่นและส่งข้อความถึงเวินสือเหนียน “คุณชายสาม คุณต้องการให้เราจัดการกับรายการค้นหาตอนนี้หรือไม่ครับ?”
เวินสือเหนียนใช้มือเรียวแตะหน้าจอ “ไม่ต้อง”
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่เริ่มไลฟ์ จำนวนผู้ออนไลน์ในช่องไลฟ์ก็สูงถึงหนึ่งแสนคนทันที กระแสความคิดเห็นไหลบ่าเข้ามาราวกับหิมะกระหน่ำ
[ไป๋ลู่ ผู้คนบนอินเทอร์เน็ตบอกว่าคุณกับโจวอี้เจียคบกันจริงไหม]
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบ “เปล่าค่ะ พวกเราต่างก็โสดทั้งคู่”
[ฮ่า ๆๆ!!! ฉันเห็นว่าโจวอี้เจียชอบคุณ เด็กหนุ่มอายุสิบแปดปีเรียกคุณพี่สาวไม่หยุด คุณไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?]
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว “เรื่องผู้ชายมีแต่จะส่งผลต่อความเร็วในการทำนายดวงของฉันเท่านั้น”
[ฉันจะสำลักหัวเราะตายแล้ว คุณสตรีมเมอร์ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ฉันสงสัยว่าเธอไม่ได้ล้อเล่น แต่คิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ]
“จงกล้าหาญและขจัดความสงสัย นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มเล็กน้อยและตอบความเห็นมากมาย พลันรู้สึกสนุกไม่น้อยที่ได้ตอบโพสต์ความคิดเห็นมากมาย
“การเชื่อมต่อกำลังจะเริ่ม ฉันหวังว่าทุกคนจะหยุดทำสิ่งที่ไม่จำเป็น” เฝ่ยไป๋ลู่พูดอย่างจริงจังทันที “พี่เปาผู้ถูกลิขิตในวันนี้โปรดเชื่อมต่อด้วยค่ะ”
หลังจากที่อีกฝ่ายเชื่อมต่อ หน้าจอก็ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ใบหน้าที่มืดมนและผุกร่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอฝั่งตรงข้าม
เขาคาบมวนบุหรี่ที่ปาก มีท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาวเป็นพื้นหลัง
จากการเปรียบเทียบด้วยตาเปล่า ก็เห็นว่าอีกฝ่ายน่าจะอยู่บนที่สูง น่าจะเป็นดาดฟ้า หรือสถานที่อะไรประมาณนั้น
ดาดฟ้าที่สุดแสนอันตรายและสีหน้าเศร้า องค์ประกอบทั้งสองล้วนถูกรวมเข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์ต่างคิดว่าเขากำลังจะฆ่าตัวตาย
[คนกำลังจะกระโดดตึกเหรอ?]
[อย่าหุนหันพลันแล่นนะพี่ชาย มีอะไรค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จา คุณสตรีมเมอร์ทำนายดวงได้ คุณย่อมมีทางออกสำหรับปัญหาที่เผชิญอยู่]
[อันตรายเกินไป พี่ชายรีบลงมาเร็ว ฉันกลัวความสูงและเริ่มรู้สึกเวียนหัวแล้ว]
หลี่เปาซึ่งมีชื่อเล่นว่าพี่เปาอ่านความเห็นที่ไหลผ่านไปด้วยคิ้วขมวด
เขาอยู่ห่างจากขอบดาดฟ้ามาก หาที่นั่ง แล้วมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่ผ่านหน้าจอ “ฉันได้ยินมาว่าคุณจะดูดวงให้ฟรีถ้าสามารถเชื่อมต่อได้”
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า “ใช่”
“งั้นฉันอยากให้คุณช่วยฉันตรวจสอบว่า ฮวงจุ้ยของสถานที่ก่อสร้างนี้มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” หลี่เปาเบนกล้องไปทางสถานที่ก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จด้านนอก
“ฉันเป็นผู้รับเหมาและต้องรับผิดชอบสถานที่ก่อสร้างแห่งนี้ แต่เดือนนี้สถานที่ก่อสร้างเหมือนจะถูกสาป คนงานของฉันเหยียบตะปูเหล็กหรือได้รับบาดเจ็บจากวัตถุที่ตกลงมาจากที่สูงกันบ่อยมาก มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนทีเดียว”
“เจ้านายกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นจึงขอให้อาจารย์ฮวงจุ้ยมาดู ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยบอกว่าไม่มีปัญหา แต่วันนั้นคนงานคนหนึ่งก็นิ้วหักเพราะเครื่องจักรทันทีเลย พวกเรากระทั่งคิดว่ามีผีสิงแล้ว”
ดวงตาของหลี่เปากะพริบและใบหน้าของเขาก็ดูเคร่งขรึม
“เหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นทุกที เจ้านายจึงกลัวว่าคราวหน้าจะมีคนตาย ทำให้โครงการทั้งหมดล่าช้าไป ถึงกับบอกว่าเพื่อนร่วมงานเรามีโชคไม่ดีจึงอยากไล่ทีมวิศวกรออก”
เขาไม่สามารถทนดูเพื่อนร่วมงานตกงานได้ จึงต้องการหาปรมาจารย์ฮวงจุ้ยด้วยตัวเอง แต่ราคาก็สูงจนน่าขัน เขาจึงไม่มีเงินจ่าย
ดังนั้นเขาจึงมาหาเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความคิดที่จะลองดู แต่ไม่คาดคิดว่าตัวเขาจะเชื่อมต่อได้
ชายวัยกลางคนหวังว่าสตรีมเมอร์หญิงคนนี้จะมีความสามารถจริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวว่า “ครั้งแรกที่เหยียบตะปูเหล็กและถูกสิ่งของหล่นใส่ แสดงถึงอานุภาพทำลายล้างของคนคิดร้ายคงทำได้เพียงสร้างบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต่อมากลับกลายเป็นอันตรายต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ การหยุดงานไปย่อมเป็นทางเลือกที่ฉลาด ไม่อย่างนั้นหากเกิดเหตุกับใครอีกคงยากจะยอมรับได้”
การหยุดงานไม่ใช่เรื่องผิด แต่ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีกแล้วเนี่ยสิ
พวกเขายังต้องกิน ดื่ม และเลี้ยงดูครอบครัว
ถ้าถูกเจ้านายไล่ออก แรงงานต่างด้าวเหล่านี้จะไปหางานที่ไหน
หลี่เปามองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างประหม่า “คุณบอกได้ไหมว่าอะไรทำให้เกิดปัญหา มันถูกสาปหรือเปล่า หรือมีผีจริง ๆ เหรอ”
[ผีเหรอ? นี่มันน่ากลัวไปแล้ว! ถ้ามีผีจริง ๆ จะทำยังไงล่ะ]
[รีบจ้างคนมาจับผีสิ คุณสตรีมเมอร์ทำได้แค่ดูดวง แต่จับผีไม่ได้หรอกนะ]
[ผมจำได้ว่าอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นที่ไซต์ก่อสร้างของผมเหมือนกัน หลังจากเจ้านายขอให้ใครสักคนจุดธูปและประกอบพิธีกรรมก็ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกเลย]
ชาวเน็ตต่างให้ความคิดเห็นกันหลากหลาย
“ในโลกนี้ไม่มีผีหรอก มีแต่ความชั่วร้ายในใจผู้คน” น้ำเสียงที่สงบของเฝ่ยไป๋ลู่ทำให้หลี่เปามั่นใจ
[เพราะตัวเองมีความสามารถตื้นเขิน มองไม่เห็นผีรึเปล่า ถ้าไม่เข้าใจ ก็อย่าพูดไร้สาระ ทำให้คนอื่นช้าไปด้วยเลย!]
[ฉันกลัวน้ำตาแทบไหล ฉันกลัวผีมากที่สุด แต่โชคดีที่ฉันรู้ว่านี่คือโลกวิทยาศาสตร์ผีไม่มีอยู่จริง อมิตตาภพุทธ]
[ตลกดี ที่นี่คือไลฟ์อภิปรัชญาที่ว่าด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์]
[วิทยาศาสตร์และอภิปรัชญาไม่แยกจากกัน เอาละ กลับเข้าประเด็นกันดีกว่า ที่ไป๋ลู่กล่าวถึงก็คือ มีคนแสร้งทำตัวเป็นผีหลอกให้เกิดอุบัติเหตุในไซต์ก่อสร้างต่างหาก]
“ใช่หรือไม่ แค่ไปดูก็รู้แล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่ขอให้หลี่เปาถือโทรศัพท์เดินไปรอบ ๆ สถานที่ก่อสร้าง “ทางใต้อยู่ใกล้น้ำมีพลังหยินมาก จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ”
หลี่เปาเลิกสูบบุหรี่และทำตามที่เฝ่ยไป๋ลู่พูด
เนื่องจากโครงการก่อสร้างต้องหยุดลงอย่างรวดเร็ว สถานที่ก่อสร้างจึงยังอยู่ในสภาพเดิม ทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือต่างก็ไม่ได้ถูกจัดเก็บเป็นระเบียบ ทำให้ไซต์ดูรกเล็กน้อย
หลี่เปาเดินไปรอบ ๆ สถานที่ก่อสร้างเป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่าเชือกผูกรองเท้าของตนคลายออก เขาก็คุกเข่าลงเพื่อจะผูกเชือก
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น “ออกไปจากตรงนั้น!”
หลี่เปาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และก่อนที่เขาจะได้ตอบสนอง ร่างกายของเขาก็เคลื่อนไหวเร็วกว่าสมอง พลันกลิ้งไปข้างหน้า
ด้วยความรีบ โทรศัพท์ก็หล่นลงพื้น
!!!
ทำให้ภาพถ่ายทอดสดฝั่งหลี่เปาดับไป เนื่องจากนั่งร้านเหล็กพังครืนลงมาทับ
ด้วยเสียง ‘ตู้ม’ ทำให้การเชื่อมต่อตัดไปทันที
กระแสความเห็นต่างหลั่งไหลด้วยความตื่นตระหนก
[ให้ตายเถอะ ทำไมนั่งร้านเหล็กถึงพังเร็วขนาดนี้ โครงสร้างทำมาจากเต้าหูเหรอ]
[อันตรายมาก คุณโอเคไหม ถ้าโดนแผ่นเหล็กหนักขนาดนั้นทับ ฉันเกรงว่าร่างจะต้องแหลกเป็นชิ้น ๆ ไม่ตายก็พิการ]
[คุณสตรีมเมอร์เตือนล่วงหน้าแล้วว่าให้เขาออกไป เขาคงจะสบายดีใช่ไหม ใครเป็นเจ้าของสถานที่ก่อสร้างนี้ ติดต่อใครสักคนเพื่อตรวจสอบได้ไหม ฉันกังวลจริง ๆ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพี่เปา]
“ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“สิ่งนี้คือ การบูชายัญมนุษย์”
ใบหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่มืดมน น้ำเสียงยิ่งเย็นชา