เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 78 เกิ้นหมายถึงภูเขา ภูเขาคือการจองจำ
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 78 เกิ้นหมายถึงภูเขา ภูเขาคือการจองจำ
บทที่ 78 เกิ้นหมายถึงภูเขา ภูเขาคือการจองจำ
หมอกดำทยอยกลายเป็นรูปร่างสัตว์ มีหู ตา จมูก และปาก สีหน้าก่อนตายยังคงอยู่ บ้างก็ดุร้าย บ้างก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด บ้างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บ้างเต็มไปด้วยความเกลียดชัง…
พวกมันแสยะยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัวให้กับฉีหง รอยแยกในปากเต็มไปด้วยฟันแหลมคม
ทว่าฉีหงได้รับการป้องกันจากเสื้อคลุมสีดำซึ่งลงอาคมบนตัว เหล่าหมอกดำจึงโจมตีมือที่โผล่ออกมา มือของฉีหงถูกกัดโดยที่ไม่ทันระวังตัว สีหน้าของเขาเลวร้ายมาก เขาดึงมือกลับเข้าไปในเสื้อคลุม พลางลอบใช้เลือดกระตุ้นเข็มทิศฮวงจุ้ย
“ไสหัวไป!” ฉีหงตวาดด้วยความโกรธจัด พลังงานอันน่ากลัวพุ่งออกมาจากร่างกาย ทำให้หมอกสีดำที่อยู่ใกล้ที่สุดสลายไปในชั่วพริบตา
ทว่า…หมอกดำนี้ก็หลั่งไหลเหมือนสายน้ำไม่หยุด
ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถต่อสู้กับหมอกดำได้อีกต่อไป เขาต้องทำลายค่ายกลโดยเร็วที่สุด!
รูปแบบค่ายกลของเฝ่ยไป๋ลู่ตั้งขึ้นอย่างเร่งรีบ มันจะต้องมีช่องโหว่มากมายแน่ ฉีหงตั้งมั่น แสงแปลก ๆ แวบขึ้นมาในดวงตา เขาพยายามหาทางทะลวงฝ่าค่ายกล…
เฝ่ยไป๋ลู่เฝ้ามองการกระทำของฉีหงด้วยสายตาเย็นชา “ไม่มีประโยชน์หรอก”
ความพยายามในการทำลายค่ายกลของฉีหงหลายต่อหลายครั้งจบลงด้วยความล้มเหลว ยังดีที่เขาเข้าใจถ่องแท้แล้วว่าเขาถูกกักขังไว้ด้วยค่ายกลอะไร
“ค่ายกลซื่อเกิ้น…” ใบหน้าของเขาหน้าบึ้งตึ้ง เสียงแหบแห้ง จ้องมองเธออย่างดุร้าย “แกเอาเปรียบฉัน!”
เกิ้น*[1]หมายถึงภูเขา และภูเขาหมายถึงการจองจำ
แรกเริ่มเฝ่ยไป๋ลู่ใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ และความได้เปรียบของภูมิประเทศ จากนั้นเธอใช้ประโยชน์จากปราณหยินและพลังงานชั่วร้ายที่เกิดจากฆ่าของเขาเอง ที่นึกไม่ถึงคือเธอสามารถวางรูปแบบในการสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ที่มีพลังขัดแย้งกันได้ในระยะเวลาอันสั้น
เพียงเขาใช้คาถาสร้างปราณหยิน ปราณหยินก็จะถูกค่ายกลดูดซับ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหมอกดำ มิน่าเล่าเขาถึงไม่สามารถใช้โซ่ทมิฬและเข็มทิศฮวงจุ้ยได้
เมื่อปราณหยินถูกดูดกลืนจนหมด เขาก็ไม่สามารถใช้พลังความแข็งแกร่งได้ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ
วิธีการดีนี่!
“เอาเปรียบงั้นเหรอ? แกหาเรื่องใส่ตัวเองต่างหาก” ใบหน้าเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชา
ในบันทึกของ ‘มนต์คาถาสำนักจงเกอ’ ภูเขาเป็นปราณหยางบริสุทธิ์ ทั้งยังยอมรับปราณหยินด้วย
ฉีหงฆ่าสิ่งมีชีวิตในเทือกเขานี้และหล่อเลี้ยงอาวุธด้วยเลือด ทำให้ปราณหยินที่นี่แข็งแกร่งมาก ฮวงจุ้ยจึงไม่สมดุล
นอกจากนี้เขายังเป็นหมอผีผู้ชั่วร้าย กระตุ้นปราณหยินเพื่อใช้เข็มทิศฮวงจุ้ยและโซ่ทมิฬ ปราณหยินในตัวดุร้ายเหมือนผีร้ายที่เคลื่อนไหวอยู่ในภูเขา
ค่ายกลซื่อเกิ้นคือการจัดวางรูปแบบเพื่อจัดการกับวิญญาณร้ายในภูเขา
ตอนเธอเตะฉีหงปลิวออกไป เธอก็ติดยันต์กระดาษไว้บนหลังของเขา สร้างค่ายกลเชื่อมต่อขนาดใหญ่เพื่อ ‘ถอนปราณหยิน’ ด้วยอานุภาพจากพรหลายประการ ค่ายกลซื่อเกิ้นใช้ความสามารถของมันอย่างเต็มที่และกักขังเขาไว้จนตาย!
ทุกอย่างล้วนเป็นผลจากการที่เขาปลูกอะไร ย่อมได้ผลเป็นสิ่งนั้น
ในมือของเฝ่ยไป่ลู่คีบยันต์ห้าสายฟ้าเอาไว้ และเข้าไปใกล้ฉีหง
สายฟ้าและไฟเป็นพลังงานของธาตุหยาง มีพลังแข็งแกร่ง สามารถเผาไหม้ปราณหยินที่ชั่วร้ายและมีพลังโจมตีอันทรงพลังได้
เธอถามฉีหงด้วยน้ำเสียงที่รุนแรง “สำเนียงของแกไม่ใช่คนเมืองเจียง ทำไมแกถึงมาทำชั่วที่นี่? ใครสอนวิชาลับให้แก?”
เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ ฉีหงย่อมรู้แล้วว่าไม่มีหวัง ความแข็งแกร่งของเขาถูกจำกัดด้วยวิธีวางตำแหน่งฮวงจุ้ยและหมอกดำล้อมรอบ จึงยากต่อการดึงพลังสำรองมาต่อสู้กับเฝ่ยไป๋ลู่
แต่ในสายตาของเขาไม่มีความสิ้นหวังเลย และไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นชิ้นปลาที่วางอยู่บนเขียงด้วย
ครั้นเห็นดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่ที่สว่างขึ้นเรื่อย ๆ เพราะความโกรธ ฉีหงก็รู้สึกชื่นชมจริง ๆ ดวงตาของเขาตกอยู่ในภวังค์ เขาพึมพำกับตัวเอง “ถ้าควักมันออกมาติดกับโซ่ทมิฬของฉัน จะต้องสวยมากแน่ ๆ”
อะไรคือสวยไม่สวย? เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย คนบ้าคนนี้กำลังพูดถึงอะไร?
ช่างมัน จับเขาก่อนแล้วค่อยสอบสวน!
หากล่าช้าทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปร ดวงตาเฝ่ยไป๋ลู่เป็นประกาย เธอโยนยันต์ห้าสายฟ้าออกไป
ทันใดฉีหงกินยาเม็ดสีดำ พลังงานชั่วร้ายในตัวเขาก็เพิ่มสูงขึ้นและร่างของเขาก็หายไปทันที
“ครั้งหน้า ฉันจะต้องฆ่าแกแน่…” ลมชั่วร้ายพัดโหมกระหน่ำ เสียงอันน่าขนลุกและน่ากลัวของเขาดังก้องไปทั่วทั้งภูเขา บางครั้งสูงและบางครั้งก็ต่ำ บางครั้งไกลและบางครั้งใกล้ ราวกับแทรกซึมไปทั่วทุกที่
“ฟู่!” งูตัวน้อยตกใจจนตัวแข็งทื่อ
ขณะนี้ลมปราณอันทรงพลังปรากฏขึ้นบนตัวของเฝ่ยไป๋ลู่ ไม่ว่าคลื่นลมปราณจะไปตรงจุดใด พลังหยินก็แตกซ่าน ครั้นแสงตะวันสีทองทะลุผ่านหมอกดำเข้ามา
เฝ่ยไป๋ลู่คิดไม่ถึงว่าในระยะเวลาสั้น ๆ ฉีหงจะทำการปรับพลังของตนเองให้เพิ่มขึ้น และใช้วิธีลับกระโดดหนีออกจากขีดจำกัดของค่ายกลจองจำ
แต่อย่างไรก็ตาม…
การถูกยันต์ห้าสายฟ้า*[2] โจมตีก็เพียงพอจะทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสไประยะหนึ่ง
ฉีหงที่โชคดีหลบหนีมาได้ ตอนนี้ปรากฏตัวอยู่บนลานเล็ก ๆ ในหมู่บ้านใกล้ตีนเขา
เสื้อคลุมสีดำบนตัวได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง บนมือมีบาดแผลเปื้อนเลือด
คนอื่น ๆ ต่างตกใจ ด้วยแต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสภาพทุลักทุเลขนาดนี้มาก่อน พวกเขาจึงรีบเข้ามาช่วยชีวิต
“นี่คืออะไร?” มีคนเอายันต์กระดาษออกมาจากหลังฉีหง
“แย่แล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ ที่นี่ถูกคนเปิดเผยแล้ว!” ผู้มีสายตาแหลมคมและเชี่ยวชาญการสร้างยันต์ต่างรู้ว่าสามารถติดตามร่องรอยและตำแหน่งที่ตั้งจากยันต์กระดาษได้
……
หมอผีผู้ชั่วร้ายได้จากไปแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ได้ช่วยทำพิธีกรรมแห่งความรอด*[3] ให้กับวิญญาณที่ตายอย่างน่าอนาถทั่วทั้งภูเขาลูกนี้
สวรรค์เมตตาต่อสรรพชีวิต กานว่างที่พยายามขับไล่ฉีหงจนเกือบตาย บัดนี้มีรังสีแห่งชีวิตโบยบินไปทางกานว่างและไหลเข้าไปในตัว รักษาชีวิตเขาเอาไว้ ทำให้ชีวิตเขาไม่ตกอยู่ในอันตราย
เฝ่ยไป๋ลู่ที่กำลังกังวลว่าจะเคลื่อนย้ายคนลงจากเขาอย่างไรดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าของกานว่างก็ดังขึ้น
“ศิษย์พี่ พี่หายไปอยู่ที่ไหน? อาจารย์มีเรื่องให้ตามหาพี่ ท่านโทรหาพี่ตั้งหลายครั้งแล้วทำไมพี่ไม่รับเลย?”
ก่อนหน้านี้ฮวงจุ้ยบนภูเขาได้เปลี่ยนแปลงไป สัญญาณโทรศัพท์ถูกจึงปิดกั้น คนอื่นโทรเข้าไม่ได้ และกานว่างโทรออกไม่ได้ ไม่มีทางขอความช่วยเหลือได้เลย
ทันทีที่มีสัญญาณ เจียงชิงก็โทรเข้ามาทันที
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว “ฉันเอง”
เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่เป็นที่จดจำมาก เจียงชิงนึกออกทันทีที่ได้ยิน เธอตกใจ “ทำไมเป็นเธอรับสายล่ะ!”
เขาเบิกตากว้างพูดตะกุกตะกักถามว่า “เธอ เธอ เธอ…เธอกับศิษย์พี่มีความสัมพันธ์อะไรกัน?”
ว่ากันว่าสำหรับคนรุ่นใหม่โทรศัพท์ก็คือเมียคนที่สอง…
ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้อง!
สำหรับเจียงชิงแม้ว่าเขากำลังจะตาย ขอเพียงยังมีลมหายใจ เขาก็จะปีนขึ้นมาลบเนื้อหาในโทรศัพท์ก่อนถึงจะตายตาหลับ
และเขาเชื่อว่าศิษย์พี่และเขาเป็นเหมือนกัน!
แต่ว่าตอนนี้ ทำไมเฝ่ยไป๋ลู่ถึงถือโทรศัพท์ของศิษย์พี่ล่ะ?
เฝ่ยไป๋ลู่ “…”
“ความสัมพันธ์แบบผู้มีพระคุณ” เฝ่ยไป๋ลู่ก้มมองอกซึ่งถูกเสียบทะลุของกานว่าง “ถ้านายยังมัวละล้าละลัง ศิษย์พี่นายตายแน่”
เจียงชิง “!!!”
……
ในโรงพยาบาล กานว่างนอนอยู่บนเตียง หน้าอกถูกพันด้วยผ้าก็อซทางการแพทย์ เหมือนกับมัมมี่
คุณหมออุทานซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเป็นปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ที่เขารอดชีวิตจากอาการบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ได้!
เจียงชิงนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง ดวงตาแดงก่ำ “ฉันบอกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าให้พี่อยู่ให้ห่างเฝ่ยไป๋ลู่ อยู่ใกล้เธอจะต้องมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นแน่ พี่ก็ไม่เชื่อ ตอนนี้เป็นไงล่ะ พี่เกือบจะตายแล้ว!”
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวเข้าไปในห้องผู้ป่วย ก็รับผิดว่า ‘เป็นผู้ก่อกรรมทำชั่ว’…
ครั้นเห็นเจียงชิงยังต้องการบรรยาย ‘ความผิด’ ของเธอเป็นข้อ ๆ เฝ่ยไป๋ลู่ก็ไอออกมา
เจียงชิงหุบปากทันที เขาไม่กล้าพูดต่อหน้าเจ้าตัว
ถึงเฝ่ยไป๋ลู่จะมีนิสัยอ่อนโยนที่ดึงดูดให้ผู้คนอยากเข้าใกล้ แต่ความรู้สึกที่มอบให้เขากลับลึกลับและลึกซึ้งมากกว่า ทำให้สับ เหินห่างและหวาดกลัว
“คุณเฝ่ยเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงตายไปนานแล้ว! นายมีอคติ นายคาดเดาเธอด้วยเจตนาร้าย รีบขอโทษเธอเดี๋ยวนี้!” กานว่างดูอ่อนแอ แต่รัศมีของความเป็นศิษย์พี่ไม่ได้ลดลง ทำให้เจียงชิงตกใจมาก เขาขมวดคิ้วแล้วก้มศีรษะลง
เมื่อเจียงชิงได้ยินคำพูดของกานว่างก็รู้ว่าตัวเองเดาผิดแล้ว เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับยุง เขาพูดกับเฝ่ยไป๋ลู่อึก ๆ อัก ๆ และคลุมเครือ “ขอโทษ”
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้าเบา ๆ
เจียงชิงถอนใจโล่งอก แต่ความไม่สบายใจยังเขียนอยู่บนหน้า บนเก้าอี้เหมือนมีเข็มทิ่มตัวไม่หยุด ไม่นานเขาก็หาข้ออ้างออกจากห้องผู้ป่วยไป
กานว่างมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างขอโทษ “ศิษย์น้องของผม…”
“ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่เคยเป็นศิษย์พี่หญิง ย่อมรู้ว่าศิษย์น้องชายหญิงนั้นควบคุมได้ยาก เธอจึงไม่มีความตั้งใจที่จะโต้เถียงกับรุ่นน้อง
“คุณรู้จักชายในเสื้อคลุมสีดำที่ทำร้ายคุณหรือเปล่า?” เฝ่ยไป๋ลู่เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
ยันต์กระดาษของเธอขาดการติดต่อเมื่อไปถึงครึ่งทาง คาดว่าถูกทำลายไปแล้ว
กานว่างสีหน้าเคร่งขรึม เขาส่ายหัว “ไม่รู้จัก วันนี้ฉันมาที่ภูเขาซานไท่เพื่อตามหาชีพจรมังกร*[4] บังเอิญเจอชายคนนั้นฆ่าสัตว์อย่างป่าเถื่อน ใช้เลือดหล่อเลี้ยงอาวุธ ฉันต้องการยับยั้ง แต่น่าเสียดายที่ชายคนนั้นแข็งแกร่งเกินไป…”
ถ้าเฝ่ยไป๋ลู่ปรากฏตัวไม่ทันเวลา เขาคงตายลงนรกไปแล้ว จากนั้นกานว่างก็นึกถึงภาพที่เขาเห็นก่อนจะโคม่า เขาจึงต้องการถามเฝ่ยไป๋ลู่เกี่ยวกับเรื่องวิชาข้ามท้องฟ้า
ทว่าทันใดนั้นดวงตาของเขาก็ตกอยู่ในภวังค์ ความทรงจำในสมองที่ชัดเจนพลันเปลี่ยนเป็นพร่ามัว ราวกับมีใครบางคนจงใจลบข้อมูลสำคัญ
กานว่างขมวดคิ้วอย่างสับสน “เมื่อกี้ผมจะถามอะไรนะ?”
สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่เป็นปกติ
“ศิษย์พี่ อาจารย์มาแล้ว…”
เสียงที่มีความสุขของเจียงชิงขัดจังหวะความคิดของกานว่าง
[1] เกิ้น เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์บนแผนภูมิปากหว้า เป็นตัวแทนของภูเขา ความแข็งแกร่ง
[2] ยันต์ห้าสายฟ้า เป็นคาถาของลัทธิเต๋าที่มีเอกลักษณ์ โดยถูกสร้างขึ้นจากเวทมนตร์แห่งธาตุทั้งห้า
[3] พิธีกรรมแห่งความรอก เป็นพิธีกรรมลัทธิเต๋าที่ทำสำหรับผู้ตายเพื่อพบกับความสงบสุข
[4] ชีพจรมังกร ตามความเชื่อของศาสตร์ฮวงจุ้ย ชีพจรมังกรแฝงอยู่ในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ถ้าดักจับชีพจรมังกรได้ก็จะโชคดี มั่งคั่งร่ำรวย ในการเลือกพื้นที่ตั้งหรือก่อสร้างของจีนในสมัยโบราณ จะมีการวินิจฉัยมังกรซึ่งก็คือการสำรวจชีพจรมังกร ในพื้นที่นั้น ๆ เป็นการดำเนินการวิเคราะห์และวินิจฉัยว่าฮวงจุ้ยดีหรือเลว