เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 8 สตรีมเมอร์ผู้มีคนติดตามนับล้านกับน้องเหมียว (3)
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 8 สตรีมเมอร์ผู้มีคนติดตามนับล้านกับน้องเหมียว (3)
บทที่ 8 สตรีมเมอร์ผู้มีคนติดตามนับล้านกับน้องเหมียว (3)
เฝ่ยชิงรั่วที่กำลังดูการถ่ายทอดสดอยู่ขมวดคิ้ว
เฝ่ยไป๋ลู่กำลังทำอะไรอยู่น่ะ?
ถึงอยากจะสร้างกระแสก็เถอะ แต่ก็ไม่ควรทำให้มันสยองนองเลือดนักไม่ใช่เหรอ!
หากเล่นตามน้ำไปจนกู่ไม่กลับขึ้นมา แบบนี้ตระกูลเฝ่ยจะไม่ขายขี้หน้าประชาชีหรือยังไงกัน?!
ถ้าไม่ใช่เพราะเอื้อมไปมือกระชากตัวอีกฝ่ายในโต้วโซ่วไม่ได้นะ เธอคงขอให้พ่อบล็อกแอ็กเคานต์ของเฝ่ยไป๋ลู่ไปตั้งนานแล้ว น่าเสียดายจริง!
ในไม่ช้าก็เร็ว กระแสมวลชนจะต้องตีกลับใส่เฝ่ยไป๋ลู่แน่นอน และการต้องมานั่งดูคลิปประเภทนี้ช่างเป็นเรื่องเสียเวลา!
เมื่อคิดอย่างนั้น เฝ่ยชิงรั่วก็กดออกจากช่องถ่ายทอดสด
ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาลจากเบื้องบน ในที่สุดบริษัทโต้วโซ่วก็ได้ซ่อมแซมเซิร์ฟเวอร์ที่เสียหายสำเร็จ และกลับมาออกอากาศอีกครั้งได้แล้ว
[เนื่องจากยอดการเข้าชมที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถรองรับจำนวนผู้เข้าชมได้ ส่งผลให้ผู้ใช้บางรายได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ทางเราต้องขออภัยอย่างสุดซึ้ง ทีมเทคนิคได้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว และตอนนี้การบริการได้กลับมาเป็นปกติแล้วครับ/ค่ะ]
ในที่สุดชาวเน็ตหลายคนก็สามารถเข้าไปในห้องถ่ายทอดสดได้สำเร็จ และความนิยมในห้องถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่ก็เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว
เหอซูเจี๋ยเห็นสัญญาณเตือนในห้องถ่ายทอดสดของตนเอง สมองที่ว่างเปล่าก็ตระหนักว่า เขาไม่ควรนั่งรอความตายเฉย ๆ
โทรศัพท์ของยังคงเครื่องค้างอยู่ จึงไม่สามารถปิดการถ่ายทอดสดได้ ก่อนอื่นชายหนุ่มจึงหาอะไรมาปิดกล้อง จากนั้นก็วิ่งไปทำลายศพแมว และกำจัดร่องรอยตรงระเบียง
ศพแมวจะซ่อนไว้ในบ้านไม่ได้ เหอซูเจี๋ยโยนถุงพลาสติกที่ใส่ศพแมวไว้ลงไปจากชั้นหก ก่อนจะหยิบน้ำหอมออกมาพ่นกลบกลิ่นคาวเลือด
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็ล้างมือ เขาทั้งล้างทั้งถูคราบเลือดและเศษเนื้อระหว่างซอกนิ้วเป็นพิเศษ ก่อนจะนั่งลบวิดีโอและรูปภาพที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในคอมพิวเตอร์อย่างไม่เต็มใจ
แววตาของเหอซูเจี๋ยน่ากลัวมาด ริมฝีปากซีดไร้สีสั่นเล็กน้อย ‘ยัยบ้าไป๋ลู่! สถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนของฉันตอนนี้เกิดจากยัยผู้หญิงนั่นคนเดียว!’
ทำไมเธอไม่ตาย ๆ ไปซะ! เธอน่าจะตายไปพร้อมกับพ่อแม่บุญธรรมของเธอตั้งแต่ตอนเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์สิ!
[หากสิ่งที่ไป๋ลู่กล่าวเป็นเรื่องโกหก เขาควรปฏิเสธและเผชิญหน้ากับเธออย่างตรงไปตรงมา แต่เขาก็ไม่ทำ มาตอนนี้ยังปิดกล้องหนีเราอีก ฉันฟันธงว่าจิตใจของเขาต้องมีปัญหาแน่นอน เพราะอย่างนั้นฉันเชื่อว่าไป๋ลู่กำลังพูดความจริง]
[ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ก็ยังได้ยินเสียงอยู่นะ ทั้งเสียงเมาส์และคีย์บอร์ดเลย หรือว่าเขากำลังลบวิดีโอใช่ไหม?]
[โอ้พระเจ้า นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว! เขายังกล้านั่งลบวิดีโอได้อย่างใจเย็นอีก หมอนี่มันโรคจิตผู้ชอบทารุณกรรมแมวจริง ๆ สินะ…]
ชาวเน็ตต่างตกตะลึงและโกรธเคือง หวังว่าเหอซูเจี๋ยเจ้าสวะคนนี้จะตกนรกหมกไหม้เป็นเถ้าธุลีไปซะ
เหอซูเจี๋ยลบวิดีโอชุดสุดท้ายเสร็จแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะได้เผยรอยยิ้มโล่งใจ ก็ถูกตำรวจที่ไม่รู้ว่าเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่จับมือทั้งสองข้างไพล่หลัง เพื่อไม่ให้เขาเคลื่อนไหวได้อีก
“อย่าขยับ เราเป็นตำรวจ! เราได้รับรายงานจากประชาชนว่าคุณต้องสงสัยถ่ายคลิปทารุณกรรมแมวอย่างผิดกฎหมาย เพื่อนำไปเผยแพร่และจำหน่าย”
น่าแปลกที่ตอนนี้ซูเจี๋ยดูใจเย็นมาก หรือบางทีเขาอาจคาดว่าตำรวจจะมาถึงหน้าประตูบ้านอยู่แล้ว เขาไม่ได้แสดงความกังวลใจใด ๆ พลางกล่าวว่า “คุณตำรวจ ผมไม่ได้ทำร้ายแมวหรือถ่ายวิดีโอเลยจริง ๆ อีกอย่างผมก็ชอบสัตว์มาก และยังช่วยเหลือแมวจรจัดไว้มากมาย รวมถึงบริจาคเงินให้แก่องค์กรต่าง ๆ เป็นประจำด้วย ถึงผมจะไม่รู้ว่าทำไมไป๋ลู่ถึงใส่ร้ายผม แต่ผมเป็นผู้บริสุทธิ์แน่นอน”
เจ้าของแมวแร็กดอลล์เป็นหญิงวัยกลางคนแซ่เติ้ง แมวตัวนี้เป็นของต่างหน้าที่ลูกสาวเหลือเอาไว้ให้เธอก่อนจะเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้นแมวตัวนี้ก็ไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัวของเธอ
ดังนั้น เมื่อป้าเติ้งได้ยินคำพูดกลับดำเป็นขาว*[1]ของเหอซูเจี๋ย เธอก็อยากจะเข้าไปตบเขาสักสองสามฉาด
เธอถือถุงพลาสติกสีดำเข้ามา ขณะสายตาจ้องมองเหอซูเจี๋ยไม่วาง “ตอนแกโยนแมวลงไปคงคิดไม่ถึงใช่ไหมว่าฉันจะอยู่ชั้นล่างพอดี แล้วบังเอิญเห็นสิ่งที่แกทำ! แกเป็นคนฆ่าปู้ปู้ของฉัน! และในเมื่อแกฆ่ามันจนตายอย่างอนาถขนาดนี้ ฉันก็จะไม่มีทางปล่อยแกไป!”
สีหน้าสงบนิ่งของเหอซูเจี๋ยพังทลายลงทันที
‘ให้ตายเถอะ เรื่องมันจะบังเอิญขนาดนี้ได้ยังไง!’
[ตำรวจก็มาแล้ว ยังมีใครบอกว่าเป็นละครอีกไหม ถึงฉันจะไม่รู้ว่าไป๋ลู่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง แต่ฉันต้องบอกว่าทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณไป๋ลู่ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังติดตามคนน่ารังเกียจแบบนี้อยู่…]
[ใครจะไปรู้ บางทีตำรวจพวกนี้อาจเป็นคนที่ไป๋ลู่เชิญมาก็ได้ ในเมื่อเธอสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อเงินใช่ไหมล่ะ? ไหนจะเรื่องโกงเงินบริจาคนั่นอีก!]
[คอมเมนต์บนนี่โง่ชะมัด ถึงเราจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่รับเงินมาเพื่อใส่ร้ายไป๋ลู่ แต่เธอก็ควรคิดทบทวนบ้างไหม ว่าการขอให้คนแกล้งเป็นตำรวจเพื่อมาเล่นตามสคริปต์ต่อหน้าคนจำนวนมากมันผิดกฎหมายน่ะ? ถ้าเธอไม่รู้ว่าจะใส่ร้ายไป๋ลู่ได้ยังไง ก็ไม่ต้องทำ!]
[คอมเมนต์บน เธอเองก็โดนเปิดโปงแล้ว… ฉันว่าแล้ว ว่าทำไมเวลาไป๋ลู่เริ่มถ่ายทอดสดถึงเจอแต่พวกแอนตี้แฟน ที่แท้เธอก็เป็นพวกแอนตี้แฟนมืออาชีพนี่เอง ไป๋ลู่ไปทำให้ใครขุ่นเคืองเข้าหรือยังไงกัน?]
[ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าไป๋ลู่ไปทำให้ใครขุ่นเคืองหรือเปล่า ฉันแค่อยากรู้ว่าไป๋ลู่รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง!]
เหอซูเจี๋ยถูกใส่กุญแจมือ เขาทรุดนั่งอยู่ตรงมุมห้องด้วยสีหน้าหดหู่ ได้แต่มองตำรวจค้นบ้านโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ค้นเจอเครื่องมือที่เขาไม่มีเวลาซ่อน ทั้งยังกู้คืนไฟล์ต่าง ๆ ที่เขาลบออกจากคอมพิวเตอร์ไปแล้วขึ้นมาด้วย
หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ คดีก็ปิดได้แล้ว
ป้าเติ้งติดตามช่องถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่ แต่เธอไม่สามารถติดต่อกับหญิงสาวได้ เธอจึงทำได้เพียงถอดฝาครอบกล้องโทรศัพท์มือถือของเหอซูเจี๋ยออก เพื่อแสดงความขอบคุณต่อเฝ่ยไป๋ลู่ผ่านกล้องของเหอซูเจี๋ย
“ขอบคุณมากนะคะไป๋ลู่ ถ้าคุณไม่ตามสืบข้อมูลของเหอซูเจี๋ยและบอกเรื่องนี้กับฉันผ่านทางอินเทอร์เน็ต ฉันคงไม่รู้ว่าปู้ปู้ของฉันตกไปอยู่ในมือของคนชั่วร้าย แล้วยังถูกทารุณกรรมมากมายขนาดนั้น…”
ป้าเติ้งดูอ่อนระโหย ราวกับเธอถูกทำร้ายเสียเอง ทำให้ชาวเน็ตรู้สึกทุกข์ใจตามเธอไปด้วย
เฝ่ยไป๋ลู่ถอนหายใจ “ไม่เป็นไรค่ะ ต้องขอบคุณชาวเน็ตที่พยายามค้นหาตัวคุณ และแจ้งเบาะแสแก่คุณ ทั้งยังโทรแจ้งตำรวจให้ก่อน ไม่อย่างนั้นเหอซูเจี๋ยก็คงทำลายศพแมวทัน และเราก็อาจจะจับเขาไม่ได้”
โลกออนไลน์ถือเป็นดาบสองคม และชาวเน็ตก็เช่นกัน ดังนั้นการแสดงเจตนาใด ๆ บนโลกออนไลน์ล้วนขึ้นอยู่กับว่าผู้คนใช้มันอย่างไร
แม้เธอจะไม่ชอบลักษณะการแสดงความคิดเห็นของคนในปัจจุบัน แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าพลังของชาวเน็ตนั้นมีมากมายมหาศาล
ป้าเติ้งตาแดงก่ำ เธอโค้งคำนับให้กับกล้อง “ขอบคุณคุณไป๋ลู่ที่เปิดโปงสิ่งที่เจ้าสารเลวคนนี้ทำ ขอบคุณชาวเน็ตทุกท่านที่ให้เบาะแสและช่วยเหลือ ฉันจะไม่ปล่อยให้ปู้ปู้ตายอย่างไร้ค่า และจะทำให้เหอซูเจี๋ยจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเขา!”
ชาวเน็ตที่ได้รับการโค้งคำนับนี้ต่างตกตะลึง เพราะพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าข้อความที่พวกเขาส่งต่อกันแบบไม่ได้ตั้งใจจะช่วยใครได้จริง ๆ และใครคนนั้นก็ยังมาแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจด้วย…
“การถ่ายทอดสดยังมีอยู่หรือเปล่า ขอผมพูดอะไรกับไป๋ลู่หน่อยได้ไหม?” เจ้าหน้าที่หวงที่กำลังนำจะตำรวจคน ๆ จากไปถามขึ้น ป้าเติ้งจึงยื่นโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการถ่ายทอดสดให้เขา
เจ้าหน้าที่หวงมองกล้องด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณไป๋ลู่ เราดูช่องถ่ายทอดสดของคุณระหว่างทางออกตรวจตราพื้นที่ ผมมีคำถามสองสามข้อที่หวังว่าคุณจะตอบได้ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกไหมครับ?”
ถ้าตำรวจถามว่าสะดวกไหม แล้วจะตอบว่าไม่สะดวกได้ไหมเล่า?
และเฝ่ยไป๋ลู่ก็รู้ว่าเขาต้องการถามอะไร “คุณอยากถามว่าฉันรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เหอซูเจี๋ยขโมยแมวและทารุณกรรมได้ยังไงใช่ไหมคะ?”
นี่เป็นคำถามที่ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดอยากรู้มากที่สุดเช่นกัน
เจ้าหน้าที่หวงพยักหน้า ก่อนหน้านี้ตำรวจหนุ่มในทีมของเขาเปิดคลิปช่องคอนเทนต์ของเฝ่ยไป๋ลู่ให้ดู และก็เห็นว่าหญิงสาวพูดเพียงไม่กี่คำก็สามารถบอกได้ว่าอีกฝ่ายก่ออาชญากรรมอะไร หากไม่มีใครโทรแจ้งตำรวจจริง ๆ และพบผู้ต้องสงสัยเข้า เขาคงคิดว่าคำพูดนั้นเป็นเพียงมุขตลก
เฝ่ยไป๋ลู่พูดตามจริง “ถ้าฉันบอกว่าฉันทำนายดวงได้ คุณจะเชื่อฉันไหมคะ?”
ในฐานะศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่งสำนักเต๋า เธอมีความเชี่ยวชาญในศิลปะทั้งห้าแขนงของสำนักเต๋า และหนึ่งในห้าศาสตร์ อย่างการดูโหงวเฮ้ง*[2] ก็ไม่มีใครเทียบเธอได้
เพียงมองแวบเดียว เธอก็มองเห็นความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันละเอียดอ่อนของเหอซูเจี๋ยได้แล้ว
ที่เหอซูเจี๋ยบอกว่าเขาช่วยเหลือแมวจรจัดนั้นเป็นเรื่องจริง แต่แมวจรจัดทุกตัวที่ได้รับการช่วยเหลือล้วนตายสิ้น ความขุ่นเคืองของวิญญาณแมวที่ตายอย่างอนาถไม่สามารถลบออกไปได้ จึงกลายเป็นพลังหยินที่เกาะอยู่บนร่างกายของเขา
และต่อให้ใบหน้าแท้จริงของเขาจะไม่ถูกเปิดเผยในตอนนี้ แต่เขาก็จะต้องตายอย่างอนาถในอนาคตอันใกล้นี้
“คุณบอกว่าคุณทำนายดวงชะตาได้ แต่เท่าที่ผมรู้ แม้คุณสองคนจะอยู่ในเมืองเจียง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เคยเจอกันมาก่อน แล้วคุณจะทำนายได้ยังไง?” เจ้าหน้าที่หวงใช้สายตาที่เหมือนกำลังมองคนโง่จ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่
ในฐานะนักวัตถุนิยมผู้แข็งขัน เขาย่อมสงสัยว่าเฝ่ยไป๋ลู่กำลังพูดเรื่องเหลวไหลอยู่ และจะทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่เรียกว่าการสร้างกระแส
เฝ่ยไป๋ลู่อยากจะบอกว่าเธอสามารถมองเห็นอดีตและอนาคตได้ แต่เมื่อเผชิญกับสายตาไม่ไว้วางใจเช่นนั้น เธอก็ตระหนักได้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์
ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาร่วมวงอีกครั้ง และกล่าวว่าเฝ่ยไป๋ลู่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ในยุคศักดินา
“อันที่จริงก็ไม่ถึงขนาดนั้น และสิ่งนี้ก็เกี่ยวข้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วย” เฝ่ยไป๋ลู่แตะจมูกพลางพึมพำ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องฉับพลัน
“คุณตำรวจแค่คิดว่าฉันเป็นประชาชนที่กระตือรือร้นก็พอค่ะ มีบางเรื่องที่ไม่สะดวกที่จะพูดออกอากาศ หลังจากจบการถ่ายทอดสดนี้ ฉันจะแจ้งเบาะแสบางอย่างให้กับคุณ เพราะต่อให้เหอซูเจี๋ยคนนี้ถูกจับกุม ก็ยังมีเหอซูเจี๋ยหลายล้านคนที่ทำแบบนี้อยู่”
มีผู้อยู่ในวงการธุรกิจสีเทาอยู่เบื้องหลังเหอซูเจี๋ย
หากเราไม่ใช้ประโยชน์จากกระแสในปัจจุบันจัดการกับคนเหล่านี้ ก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีสัตว์บริสุทธิ์จำนวนเท่าไหร่ที่ต้องถูกฆ่า
[1] กลับดำเป็นขาว หมายถึง การกล่าวถึงสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นถูก
[2] โหงวเฮ้ง คือ ลักษณะต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งบ่งบอกได้ทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ซึ่งประกอบด้วยธาตุทั้งห้า