เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3047 ฐานะ / ตอนที่ 3048 จำไม่ได้
ตอนที่ 3047 ฐานะ
เช้าวันต่อมา ศิษย์หญิงสองคนยกอาหารเช้าไปให้ศิษย์พี่ของพวกนาง หลังจากได้พักผ่อนหนึ่งวัน ร่างกายของพวกเขาก็ดีขึ้นมากแล้ว พวกนางจึงเผยยิ้มออกมาอย่างวางใจ
“อาวุโสสองท่านนั้นตื่นหรือยัง” ศิษย์ชายคนหนึ่งถามขึ้น
“ยังไม่ตื่นเจ้าค่ะ! เงียบไปทั้งคู่เลย แต่พวกเขาแขวนป้ายไว้หน้าประตูว่าห้ามรบกวน” ศิษย์หญิงแซ่มู่ตอบคำถาม
คนที่เหลือได้ยินก็ชะงักงัน มีคนถามขึ้นว่า “พวกเขาสองคนเป็นใครกันแน่?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยพบมาก่อน น่าจะไม่ใช่คนในสำนักเซียนของเรา” ศิษย์หญิงสองคนคาดเดา
“สองคนนั้นดูเหมือนแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะคนชุดเขียว เมื่อวานเหมือนอาวุโสท่านนั้นบอกว่านางเป็นหญิง?” ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยอย่างลังเล เขาหันไปมองคนที่เหลือ “พวกเจ้าว่า อาวุโสชุ ดเขียวจะเป็นหญิงจริงหรือ? ผู้หญิงแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“แค่ดูนั้นดูไม่ออกหรอก แต่อาวุโสท่านนั้นก็พูดออกมาอย่างนั้นแล้ว น่าจะไม่ผิดแล้วล่ะ” พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ เห็นชายสีหน้าเย็นชาคนนั้นไม่พูดอะไร จึงถามต่อว่า “ศิษย์พี่ ฉิน ท่านคิดอะไรอยู่?”
ชายสีหน้าเย็นชาหันมามองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่าง “เช้านี้ตื่นมาข้าปล่อยสัญญาณออกไป หากแถวนี้มีศิษย์ของสำนักเรา พวกเขาจะมา อีกเดี๋ยวพวกเจ้าลงไปสังเกตดู ดีๆ สักหน่อยเถอะ!”
“พวกเราไม่ได้จะไปกับอาวุโสสองท่านนั้นหรือ? หากอาวุโสสองท่านนั้นรู้ว่าพวกรแอบติดต่อศิษย์คนอื่นในสำนักแบบลับๆ จะทำให้พวกเขาโกรธหรือไม่?” หนึ่งในนั้นพูดขึ้นมาด้วยความกังว วล
“ไม่หรอก อย่างไรพวกเราก็ไม่ได้ติดต่อคนอื่น แค่ติดต่อศิษย์ในสำนักเซียนของเราเท่านั้น”
“อย่างนั้นก็ได้! ข้าจะลงไปดูข้างล่างเอง” ศิษย์หญิงคนหนึ่งเสนอ ก่อนจะถอยออกไป
“ศิษย์น้องมู่ เจ้าก็ออกไปเถอะ! คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของสองท่านนั้นให้มากหน่อย” ชายแซ่ฉินคนนั้นกำชับ
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ ศิษย์พี่ฉิน” หญิงสาวรับคำ ก่อนจะถอยออกไป
หวันเหยียนสิบสามหลับยาวถึงเที่ยงวัน หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จถึงเพิ่งรู้ว่าเฟิ่งจิ่วยังไม่ตื่น เดิมทีตั้งใจจะไปเรียกนาง แต่นึกได้ว่าเมื่อวานนางกำชับไว้ เขาจึงยักไหล่และไม่ สนใจนางอีก เพียงสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ยกสุราอาหารมาให้
แต่ทว่า เขากลับบังเอิญเห็นศิษย์สำนักเซียนพวกนั้นนั่งอยู่ที่ชั้นหนึ่ง พวกเขากำลังกินข้าว แล้วก็มีคนที่สวมชุดศิษย์สำนักดาราครามเซียนเพิ่มมาอีกสองคน
“อาวุโส ท่านตื่นแล้วหรือ” พวกเขาเห็นหวันเหยียนสิบสามก็ยิ้มและเข้ามาทักทาย
“ตื่นแล้ว” หวันเหยียนสิบสามรับคำ ก่อนพยักหน้าให้พวกเขาเล็กน้อย จากนั้นก็เดินตามลงไปนั่งที่โต๊ะชั้นหนึ่งด้วย
“อาวุโส สองคนนี้เป็นศิษย์ของสำนักเซียน พวกเขาอยู่ในเมืองนี้พอดี” ศิษย์หญิงแนะนำศิษย์อีกสองคนที่อยู่ข้างๆ
“อาวุโสหวันเหยียน” ทั้งสองเห็นว่าเป็นหวันเหยียนสิบสาม จึงรีบคารวะด้วยความนอบน้อม
“พวกเจ้ารู้จักข้าหรือ” หวันเหยียนสิบสามลูบคางขณะถาม
“ตอนที่อาวุโสหวันเหยียนไปสำนักเซียน พวกข้าบังเอิญเห็นพอดี ตอนนั้นข้าลองถามดูจึงได้รู้ว่าเป็นลุงสิบสามของอาจารย์อาหวันเหยียน” ศิษย์สองคนนั้นตอบ เพราะพวกเขาไม่ใช่ศิษย์ห หัวกะทิ วรยุทธ์ไม่สูงเท่าคนกลุ่มนี้ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องเรียกหวันเหยียนเชียนหวาว่าอาจารย์อา ไม่ใช่ศิษย์พี่
พวกเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะถามขึ้นมาว่า “อาวุโสหวันเหยียนคงจะมาที่นี่เพื่อสืบข่าวของอาจารย์อาหวันเหยียน เพียงแต่ไม่ทราบว่าท่านได้ข่าวของอาจารย์อาของพวกข ข้าบ้างหรือยังขอรับ?”
“อืม ได้ข่าวแล้ว” หวันเหยียนสิบสามตอบ ขณะเหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่ง
………………………………….
ตอนที่ 3048 จำไม่ได้
ประกายแห่งความยินดีปรากฏในดวงตาของพวกเขา “มีข่าวของอาจารย์อาหวันเหยียนแล้วหรือ?”
“มีน่ะมี แต่ทำไมข้าต้องบอกพวกเจ้าด้วยเล่า?” หวันเหยียนสิบสามมองพวกเขาด้วยหางตา ก่อนจะรินสุรา ท่าทางเหมือนคนไร้เหตุผล นั่นทำให้บรรดาศิษย์สำนักเซียนตะลึงงัน
ทำไมจึงไม่บอกพวกเขา? พวกเขาไม่ได้จะทำอะไรอาจารย์หวันเหยียนสักหน่อย
“เสี่ยวเอ้อร์ อาหารของข้าเสร็จหรือยัง? เหตุใดถึงช้าอย่างนี้?” หวันเหยียนสิบสามตะโกนอย่างหงุดหงิด
“มาแล้วๆ” เสี่ยวเอ้อร์รับคำ พลางยกอาหารออกมา จากนั้นก็จัดวางอาหารไว้บนโต๊ะ พูดกับหวันเหยียนสิบสามว่า “ลูกค้า ท่านกินอาหารสองจานนี้ก่อน ที่เหลือจะตามมาเร็วๆ นี้” พูดจบ บก็ถอยออกไป
หวันเหยียนสิบสามหยิบตะเกียบขึ้นมาเคาะโต๊ะ เหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “จ้องข้าทำไม? จะไปทำอะไรก็ไปทำสิ”
พวกเขาถูกตำหนิอย่างนี้ จึงแยกย้ายกันกลับห้องเพื่อพักฟื้นร่างกาย
ส่วนเฟิ่งจิ่ว กว่าจะออกจากห้องก็ล่วงเลยมาถึงยามหัวค่ำแล้ว เพียงแต่ เสือร้ายสองตัวของนางกลับไม่ได้ตามออกมาด้วย หวันเหยียนสิบสามเห็นว่าเสือร้ายสองตัวนั้นหายไป จึงถามว่า “เจ้าส่งพวกมันออกไปหรือ?”
“ใช่!”
เฟิ่งจิ่วรับคำ ก่อนจะลงมาที่ชั้นหนึ่งเพื่อสั่งสุราหนึ่งกา และอาหารอีกสองสามอย่าง ระหว่างนั่งรออาหารขึ้นโต๊ะ นางสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังมองมาที่ตนจึงหันไปมอง แล้วก็เห็นว่าเ เป็นคนที่ใส่ชุดศิษย์สำนักเซียนสองคน นางเลิกคิ้วพร้อมถามว่า “สองคนนั้นใครกัน? มาจากไหน?”
“บอกว่าบังเอิญเจอในเมือง” หวันเหยียนสิบสามบอก ก่อนจะมองเฟิ่งจิ่วด้วยรอยยิ้มที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ข้าเดาว่าพวกเขาคงอยากรู้ว่าเจ้าเป็นใคร ได้ยินว่าพวกเขาเป็นศิษย์ที่ ออกมาฝึกฝนข้างนอก ไม่ได้กลับสำนักมานานแล้ว ฉะนั้นพอได้เจอศิษย์สองคนนั้น จึงหลีกไม่พ้นที่จะสอบถามข้อมูลของเจ้า”
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง”
นางพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเข้าใจแล้ว สายตาของศิษย์สองคนนั้น ดูแล้วไม่น่าจะจำนางได้ เพราะตอนนี้นางแปลงโฉมอยู่ แล้วก็ไม่ได้ใส่ชุดสีแดงด้วย เดาว่าแม้แต่ซื่อเชวียกับมู่ซินม มาเห็นก็ยังจำนางไม่ได้ด้วยซ้ำ
ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง กลุ่มลูกศิษย์หัวกะทิหันไปมองศิษย์สองคนนั้น “คนชุดเขียวผู้นั้นเป็นใคร? รู้จักหรือไม่?”
ศิษย์สองคนส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นนะ! ไม่รู้ว่าเป็นใคร”
“เป็นไปไม่ได้กระมัง!” ชายคนหนึ่งในกลุ่มแปลกใจ เขาครุ่นคิดก่อนจะบอกว่า “อาวุโสชุดเขียวน่าจะแปลงโฉม ข้าได้ยินตอนที่พวกเขาคุยกัน อาวุโสหวันเหยียนบอกว่านางเป็นหญิง”
“ไม่รู้สิ ดูไม่ออก” สองคนนั้นส่ายหน้า
ชายแซ่ฉินถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “หลังจากที่พวกข้าออกจากสำนัก ในสำนักมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้างหรือไม่?”
“เหตุการณ์สำคัญ…”
ทั้งสองลังเลเล็กน้อย ท่าทางเหมือนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ช่วงที่ผ่านมาย่อมมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นอยู่แล้ว หนำซ้ำยังสะท้านไปทั้งสำนักด้วย นอกจากศิษย์ที่ออกมาฝึกข้างนอก ในสำนัก กก็รู้เรื่องนั้นกันแทบจะทุกคนแล้ว
“เล่ามา! อย่ามัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ” เขาตำหนิเสียงต่ำ
“ศิษย์พี่ฉิน ระหว่างที่พวกท่านไม่อยู่ในสำนัก เคยเกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นในสำนักของเราจริงๆ” ศิษย์ชายคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า “ในสำนักเรา ผู้อาวุโสซื่อเชวียกับ บผู้อาวุโสมู่ซินประลองแพ้ สุดท้ายก็คารวะผู้ชนะเป็นอาจารย์”