เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3049 ลงมือ / ตอนที่ 3050 ฉินซิน
ตอนที่ 3049 ลงมือ
ได้ยินอย่างนั้น พวกเขาก็ตะลึงงันไปเล็กน้อย ดวงตาฉายแววประหลาดใจ “ผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซินแพ้? แล้วยังคารวะผู้ชนะเป็นอาจารย์ด้วย”
“ขอรับ หนำซ้ำตอนนั้นพวกเขาสู้กันแบบสองต่อสอง ฉะนั้นพวกเขาจึงคารวะอาจารย์สองท่าน” ศิษย์คนนั้นเล่าต่อ
“นี่มัน…สองคนนั้นเป็นใคร?” อย่างที่ทุกคนรู้ดี ผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซินเป็นผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งมากที่สุดในหมู่ผู้อาวุโสของสำนักเซียน พวกเขาเป็นผู้แข็งแกร่งร ระดับเซียนสวรรค์ จะพ่ายแพ้ให้คนอื่นได้อย่างไร?
“คนหนึ่งชื่อเฟิ่งจิ่ว คนหนึ่งชื่อเซวียนหยวนโม่เจ๋อ” ศิษย์คนหนึ่งกระซิบบอกเสียงเบา อาจารย์ของผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซิน พวกเขาไม่กล้าเรียกชื่อตรงๆ หรอกนะ
“พวกเขาคนหนึ่งชอบใส่ชุดสีแดง คนหนึ่งชอบใส่ชุดคลุมสีดำ ได้ยินว่าคนชุดแดงเป็นหญิง หนำซ้ำยังเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับผู้อาวุโสโอสถแล้วด้วย พวกเขาเป็นคู่รักกัน ลงมาจากบันไ ไดสู่แดนเซียนด้วยกัน”
“หากไม่มีคนพามา ต้องมีวรยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียนขึ้นไปถึงจะสามารถเดินขึ้นมาถึงขั้นสูงสุดของบันไดสู่แดนเซียนได้ หนำซ้ำพวกเขายังสามารถเอาชนะผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซิน นได้อีก เห็นได้ชัดว่าวรยุทธ์ไม่ธรรมดา” พวกเขาเอ่ยอย่างทอดถอนใจ ลึกๆ ข้างในสงสัยเรื่องราวของสองคนนั้นมาก เพียงแต่ ไม่มีใครรู้ว่าหญิงชุดแดงก็คือคนชุดเขียวที่พวกเขาร่วมเดิ นทางด้วยกันมาตลอด เพราะตั้งแต่เริ่มแรกก็ไม่เคยได้ยินพวกเขาเรียกกันว่าเฟิ่งจิ่วเลยสักครั้ง
พอพวกเขามาถึงชั้นล่าง เห็นเฟิ่งจิ่วกินเสร็จแล้ว จึงถามขึ้นว่า “อาวุโส พวกเราจะเริ่มออกเดินทางกันเมื่อใดหรือ” วันนี้พักผ่อนมาทั้งวันแล้ว หากนั่งเรือบิน พวกเขาก็สามารถพักฟื้นร่ างกายอยู่บนเรือบินได้ จะได้ไม่ต้องมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่
“พวกเจ้ารีบมากหรือ?” เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองพวกเขาแวบหนึ่ง
พวกเขาอึ้งงัน หนึ่งในนั้นตอบว่า “ไม่รีบ พวกเราแค่คิดว่าหากจะออกเดินทางก็จะได้เก็บของเตรียมตัวไว้ก่อน หากอาวุโสยังมีเรื่องที่ต้องสะสางทางนี้ เชิญตามสบายได้เลย!”
“ใครบอกเจ้าว่าข้ามีเรื่องต้องสะสาง?” เฟิ่งจิ่วมองชายคนนั้นอย่างหยอกล้อ ทำเอาชายคนนั้นหน้าแดงไปถึงใบหู ก่อนจะยิ้มบอกว่า “พวกเจ้าบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ? อย่างนั้นก็พักผ่อนให้ ดีก่อนเถอะ! ตลอดทางนี้พวกเราไม่ค่อยได้พักผ่อนนัก โรงเตี๊ยมดีๆ แบบนี้ จะพักคืนเดียวได้เสียที่ไหนเล่า?”
น้ำเสียงของนางแช่มช้า แฝงรอยยิ้มระคนหยอกเย้า “ยิ่งไปกว่านั้น ได้พักในโรงเตี๊ยมชั้นดีอย่างนี้ หนำซ้ำข้ายังไม่ต้องเป็นคนจ่ายเงินอีก คุ้มค่าขนาดนี้ พักอีกสักวันสองวันจะเป็นไรไ ไป!”
ทุกคนมุมปากกระตุกเมื่อได้ฟังประโยคนั้น ที่แท้ที่นางไม่ยอมไป ก็เป็นเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้ใหญ่และแพงที่สุดในเมือง หนำซ้ำยังไม่ต้องจ่ายเงินเองอีก? นะ…นี่มันเหตุผลอะไรกัน น?
ผู้แข็งแกร่งมักทำตัวประหลาดจริงๆ
เวลานี้เอง เสือร้ายหนึ่งในสองตัววิ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วดุจประกายแสง มันพุ่งเข้าไปในอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่ว คนที่เหลือเห็นต่างก็ตะลึงงัน นั่นสัตว์เทวะหนึ่งในสองตัวนั้ นหรือ?
ขณะที่พวกเขากำลังสงสัยว่าสัตว์เทวะทั้งสองที่หดตัวทำให้ดูไม่สะดุดตานี้ไปทำไปอะไรที่ไหนมาอยู่นั้น แต่พอเห็นเฟิ่งจิ่วเหลือบมองมา พวกเขาก็ขอตัวออกไปอย่างรู้กาลเทศะทันที
“นายท่าน หญิงชราคนนั้นทนไม่ไหวตายไปเมื่อเช้านี้แล้ว ตอนที่หญิงนางนั้นกำลังจะไปจากบ้านหลังนั้น ก็ถูกคนของหอหญิงงามจับตัวไป” เสือร้ายนอนหมอบอยู่ในอ้อมแขน พลางรายงานเสียง งเบา
หวันเหยียนสิบสามที่อยู่ด้านหนึ่งได้ยินก็อดหันไปมองเฟิ่งจิ่วไม่ได้ แม่หนูน้อยคนนี้คาดเดาได้แม่นยำจริงๆ เพียงแต่ ตอนนี้นางจะทำอย่างไรต่อไป?
“หอหญิงงามลงมือรวดเร็วดีจริงๆ” เฟิ่งจิ่วหยักยิ้ม ดวงตาเป็นประกายฉายแววมืดหม่น นางยกมือลูบหัวของเสือร้ายในอ้อมแขนเบาๆ ก่อนจะออกคำสั่งว่า “ไปเถอะ! เจ้าไปจัดการตามเห็นสมควร แ แค่จำไว้ว่าต้องพานางกลับมาให้ข้าก็พอ”
………………………………….
ตอนที่ 3050 ฉินซิน
“ขอรับ” เสือร้ายตัวนั้นรับคำ จากนั้นก็กระโจนอออกไปข้างนอก
“ให้พวกมันไปกันแค่สองตัว? จะได้เรื่องหรือ?” หวันเหยียนสิบสามถาม รู้สึกว่าแม้พวกมันจะเป็นสัตว์เทวะ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งของหอหญิงงาม เกรงว่าจะต้านทานไม่ไ ไหว
เฟิ่งจิ่วดื่มสุรา บอกว่า “รอดูก่อนก็แล้วกัน! ไม่เร่งรีบ” หากต้องการรับคนคนหนึ่งมาอยู่ด้วย ต้องรอให้นางจนตรอกก่อน ยิ่งไปกว่านั้น หญิงนางนั้นมีนิสัยเย่อหยิ่งเล็กน้อย ปล่อยให ห้ความตรากตรำขัดเกลานางหน่อยก็ดี
“เรื่องท่านพี่ของข้า ต้องไปดูที่พรรคเริงรมย์หน่อยหรือไม่” นางหันไปถามหวันเหยียนสิบสาม
“ที่จริงในพรรคเริงรมย์ก็มีศิษย์จากตระกูลของข้าอยู่เหมือนกัน หลังจากรู้ข่าว ข้าก็ได้ส่งข่าวไปบอกทางบ้านให้พวกเขาไปตามหาดูแล้ว ฝั่งอาจารย์ของเชียนหวา ข้าก็ส่งข่าวไปแจ้งนาง งแล้วเช่นกัน เรื่องพวกนี้ไม่ต้องเป็นห่วง”
หวันเหยียนสิบสามเอ่ยต่ออีกว่า “ใช่แล้ว ข้ายังบอกคนในสำนักดาราครามเซียนด้วยนะว่าศิษย์กลุ่มที่อยู่ชั้นบนอยู่กับพวกเรา และบอกให้พวกเขาส่งคนมารับกลับไปแล้วด้วย”
“อืม” เฟิ่งจิ่วหมุนถ้วยเหล้าในมือเบาๆ ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ หวันเหยียนสิบสามฉีกยิ้ม ก่อนถามว่า “ออกมาคราวนี้พวกเรานับว่าได้กำไรแล้ว อย่างไรเสียข้าก็นับว่าเป็นลุงสิบสา ามของเจ้าเหมือนกัน เจ้าว่า กลับไปควรเชิญข้าไปเลี้ยงข้าวที่จวนดีๆ สักมื้อหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขา ก่อนเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ท่านเป็นลุงสิบสามของท่านพี่ข้า ข้ากับท่านพี่เป็นพี่น้องร่วมสาบาน ไม่ได้นับญาติกับคนอื่นในตระกูลหวันเหยียนเสียหน่อย”
“โธ่เอ๋ย คนอื่นก็ช่างเขาไป แต่อย่างไรพวกเราก็นับว่าสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน แล้วข้าก็อาวุโสกว่าเจ้าด้วย เจ้าเรียกข้าว่าลุงสิบสามก็ไม่เกินไปเสียหน่อย”
เฟิ่งจิ่วมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยิ้มแกมเหยียดๆ “ลุงสิบสาม?”
“อ้อ”
“อ้ออะไรกัน? ท่านดูตัวเอง มีท่าทางของคนเป็นอาวุโสเสียที่ไหน? แล้วยังอยากให้ข้าเรียกว่าลุงสิบสามอีก ข้าคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้” นางส่ายหน้าเหมือนรังเกียจ
หวันเหยียนสิบสามมุมปากกระตุก มองนางอย่างหมดคำจะพูด เขาไม่ตอแยอีก เพียงลุกขึ้น “อย่างนั้นก็ช่างเถอะ! ข้าก็ไม่หวังอะไรอีกแล้ว ข้ารู้อีกเดี๋ยวเจ้าต้องออกไปแน่ ข้าก็จะออกไ ไปเดินตลาดบ้าง”
เขาลุกขึ้น บิดขี้เกียจแล้วเดินออกไป พลางถามว่า “ใช่แล้ว จะให้ข้าซื้ออะไรมาให้ระหว่างเดินตลาดหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม ก่อนตอบว่า “อย่างนั้นก็รบกวนท่านซื้อขนมอบกลับมาให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน!”
“ไม่มีปัญหา” เขาโบกมือก่อนจะออกจากโรงเตี๊ยม เดินไปทางถนนใหญ่
หลังจากที่เขาออกไปได้ไม่นาน เฟิ่งจิ่วก็ออกไปด้วย เหลือไว้เพียงศิษย์กลุ่มนั้นที่ชะโงกหน้าออกมาดูจากหน้าต่างชั้นสองของโรงเตี๊ยม…
ในหอหญิงงาม
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งมองหญิงสาวที่แต่งกายเป็นชาย บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นที่ถูกจับตัวกลับมา ก่อนจะเชิดคางของนางขึ้นมา “ได้ยินว่าเจ้าชื่อฉินซิน? ชื่อเหมาะสมกับตัวเจ้าดีนะ ทักษ ษะการดีดพิณของเจ้า แม้แต่หญิงงามในหอหญิงงามของข้าก็ยังเทียบไม่ติด”
ชายวัยกลางคนหยุดพูดไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองรอยแผลเป็นที่หางตาของนางอย่างเสียดาย “น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ หญิงงามคนหนึ่งกลับมีจุดด้อยเช่นนี้ ยิ่งนึกไม่ถึงว่าคนในหอหญิงงา ามของข้าจะมองพลาด กลับตัดสินให้เจ้าที่เป็นหญิงอัปลักษณ์เช่นนี้เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งได้ นับเป็นความอัปยศอดสูของหอหญิงงามจริงๆ!”
“เจ้าต้องการอะไร?”
นางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชา แววตาไร้ความกลัว ไม่ขัดขืน เพราะนางรู้ดีว่าขัดขืนไปก็เหนื่อยเปล่า คนที่นี่มีวรยุทธ์เหนือนางทุกคน
“ข้าต้องการอะไร? เจ้าไม่รู้หรือ?”