เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3061 เดินทางถึงเมือง / ตอนที่ 3062 กลับบ้าน
ตอนที่ 3061 เดินทางถึงเมือง
คำพูดของเฟิ่งจิ่วทำให้ฉินซินชะงักไปเล็กน้อย แม้จะแปลกใจ แต่นางก็รับคำ ก่อนจะเดินกอดพิณไปนั่งฝึกอยู่อีกด้านหนึ่ง
ศิษย์สำนักเซียนพวกนั้นล้วนเป็นระดับหัวกะทิของสำนัก แล้วก็เป็นบุตรสายตรงจากตระกูลผู้ดีด้วย แต่ที่นี่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฟิ่งจิ่ว พวกเขากลับไม่กล้าวางมาด ทำได้เพียงก้มหน้าก้มต ตาทำหน้าที่ของตนเอง
เฟิ่งจิ่วรับหน้าที่ย่างเนื้อ คนที่เหลือทำหน้าที่เป็นลูกมือของนาง เพียงไม่นาน กลิ่นหอมของเนื้อย่างก็ลอยขึ้นมา ทำเอาศิษย์สำนักเซียนพากันกลืนน้ำลาย
“ข้าได้กลิ่นหอมลอยมาแต่ไกลเลย” หวันเหยียนสิบสามเดินมาพร้อมเสียงหัวเราะ เอ่ยว่า “ข้าจับปลาได้ที่ด้านล่างแม่น้ำ ทำความสะอาดมาเรียบร้อยแล้ว มา ย่างไปพร้อมกันเลยเถอะ!”
“เสียงปลาเข้ากับกิ่งไม้เสีย” เฟิ่งจิ่วยื่นกิ่งไม้ให้เขา พลางหันไปเติมเครื่องเทศบนเนื้อย่าง จากนั้นก็ปาดมาชิมรสชาติหนึ่งชิ้น ก่อนจะพูดกับพวกเขาว่า “กินได้แล้ว มาปาดเอง” เ เอ่ยจบ ก็เรียกฉินซินมากินด้วย
สิ้นเสียงของเฟิ่งจิ่ว ทุกคนก็เริ่มลงมือกิน ตอนอยู่ข้างนอกพวกเขาก็ย่างเนื้อกินเอง แต่กลับไม่หอมเท่าที่เฟิ่งจิ่วย่าง ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาทั้งวัน รวมถึงความตื่นตระหนกที่ ถูกลอบสังหาร ล้วนถูกปลดปล่อยออกมาในเวลานี้
หลังจากกินเสร็จ เฟิ่งจิ่วกลับไปนั่งขัดสมาธิฝึกวรยุทธ์ในเรือบิน ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่นอกเรือบินนั่งล้อมอยู่รอบกองไฟ พูดคุยกับหวันเหยียนสิบสาม “อาวุโสหวันเหยียน ที่แท้นางก็ค คืออาจารย์ของผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซินเองหรือ!”
หวันเหยียนสิบสามชำเลืองมองด้วยหางตา “พวกเจ้าเพิ่งรู้หรือ?”
“พวกข้าเพิ่งรู้ตอนที่ท่านเรียกชื่อนาง หาไม่เช่นนั้นแล้ว ใครจะเชื่อกันเล่าว่านางจะเป็นหญิง? หนำซ้ำยังเป็นอาจารย์ของผู้แข็งแกร่งระดับเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุดถึงสองท่านอีก”
พวกเขาพูดคุยกันอยู่ตรงนี้ ฉินซินที่ได้ยินก็ตะลึงงัน นางหันไปถามหวันเหยียนสิบสามอย่างสงสัย “นายท่านเป็นหญิงหรอกหรือ?” นางนึกว่าเฟิ่งจิ่วเป็นชายมาโดยตลอด
“เป็นผู้หญิงน่ะสิ” หวันเหยียนสิบสามกัดเนื้อหนึ่งคำ ก่อนจะบอกนางว่า “ซ้ำยังเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งด้วย”
ฉินซินชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็เพียงพยักหน้าเบาๆ ที่แท้ก็เป็นหญิง แม้ภายนอกไม่แสดงออก แต่ลึกๆ ข้างในก็ผิดหวังเล็กน้อย นางนึกว่านายท่านเป็นผู้ชาย แล้วนางก็มองนายท่านเป็นผู้ ชายมาตลอด นึกไม่ถึงว่ากลับเป็นผู้หญิง
สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง การที่มีชายหนุ่มยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ซ้ำยังปฏิบัติกับนางเป็นพิเศษ ย่อมมีความคิดในใจอยู่บ้าง แม้นางไม่กล้าอาจเอื้อมต่อนายท่าน แต่ลึกๆ ข้างใน คุณชายรูป ปงามในชุดสีเขียวได้สลักลึกในใจของนางแต่แรกแล้ว
หวันเหยียนสิบสามเห็นนางเหม่อลอย จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในลำคอ “เจ้าแอบชอบนางอยู่เงียบๆ หรือ? พอรู้ว่านางเป็นหญิงจึงผิดหวัง?”
“เปล่า” ฉินซินรีบปฏิเสธ
“ฮะๆ ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง[1]”
เขาชำเลืองมองด้วยหางตา บอกว่า “แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก นายท่านของเจ้าเหมือนผีเสื้อบุปผาก็ไม่ปาน ไปไหนก็ล่อผึ้งเรียกผีเสื้อ เจ้าจะแอบชอบนางก็เป็นธรรมดา เพราะอย่างไรวีรบุรุษ ษช่วยโฉมงามก็มักจะได้ใจหญิงงามเสมอ”
คนในวงสนทนาได้ยินเช่นนั้นก็เผยยิ้มออกมา พวกเขานั่งล้อมวงคุยกันรอบกองไฟ กระทั่งฟ้าเริ่มมืด จึงค่อยกลับไปพักผ่อนบนเรือบิน กระทั่งเช้าตรู่วันต่อมา กลุ่มคนที่พักผ่อนเต็มที่แล้ วก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสูงเมืองสี่ทิศต่อไป…
สองวันต่อมา เมื่อใกล้ถึงเมืองสี่ทิศ เฟิ่งจิ่วก็เริ่มชะลอความเร็วของเรือบินลง และบังคับทิศทางให้มุ่งหน้าไปยังสำนักเซียน นางหันไปมองศิษย์สำนักเซียนพวกนั้น ก่อนจะยิ้มบอกว่ า “ข้าไปส่งพวกเจ้าที่ประตูใหญ่สำนักเซียนก็แล้วกัน! กลับไปอย่าลืมเอาของที่ติดค้างข้าไปให้ซื่อเชวียกับมู่ซินด้วยเล่า พวกเขาจะรับไว้แทนเอง”
………………………………….
ตอนที่ 3062 กลับบ้าน
พอได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็รับคำอย่างประดักประเดิด “ขอรับ / เจ้าค่ะ พวกเราจะจำไว้”
ครั้นมาถึงประตูสำนักเซียน เรือบินลงจอด ชายหนุ่มสองคนเข้าไปประคองชายแซ่ฉินผู้นั้นออกมา หลังจากพักฟื้นมาสองสามวัน แม้จะยังไม่หาย แต่สีหน้าก็ดูดีขึ้นมากแล้ว
“ตลอดการเดินทางนี้ต้องขอบคุณอาวุโสทั้งสองท่านมาก” เหล่าศิษย์สำนักเซียนประสานมือคารวะ
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ นี่เป็นเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เข้าไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนโบกมือเก็บเรือบิน จากนั้นก็ขี่กระบี่บินมุ่งหน้าไปยังเมืองสี่ทิศพร้อมกับหวันเหยียน นสิบสาม
ครั้นมาถึงหน้าประตูจวนเฟิ่งที่อยู่ในเมืองก็อดตะลึงไม่ได้ หน้าประตูจวนเฟิ่งมีคนยืนต่อแถวรายล้อมอยู่มากมาย หนำซ้ำดูจากการแต่งกายและวรยุทธ์แล้วไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป เฟิ่งจิ่วจ จึงอดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“นี่คือจวนของเจ้าหรือ? เหตุใดข้างนอกจึงมีคนรายล้อมมากมายเช่นนี้?” หวันเหยียนสิบสามมองคนเหล่านั้นที่ยืนเรียงแถวกัน
“ไม่รู้” เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า นางที่เพิ่งกลับมาจากการเดินทาง จะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น?
“ข้าจะไปถามดู”
หวันเหยียนสิบสามเอ่ย สาวเท้าเดินไปถามกลุ่มคนที่อยู่ข้างหลัง ไม่นานก็เดินกลับมา พร้อมกับมองเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาแปลกๆ “บางคนก็มาขอยาใน บางคนก็มาขอยา แล้วก็มีบางคนมาขอรับการรั กษาด้วย”
เขามองเฟิ่งจิ่วอย่างประหลาดใจ “จวนของเจ้าใกล้จะกลายเป็นโรงหมอเต็มทีแล้ว เหตุใดมีคนมาขออะไรมากมายเช่นนี้?”
เฟิ่งจิ่วสายตาไหวระริก “เข้าประตูหลังกันเถอะ!” พูดจบ เฟิ่งจิ่วก็พาเขาไปที่ประตูหลัง
ครั้นเห็นว่าประตูหลังของจวนก็ยังมีการวางค่ายกลไว้ด้วย ทำให้มองไม่เห็นประตูเมื่อมองเข้ามาจากข้างนอก หวันเหยียนสิบสามอดประหลาดใจไม่ได้ “เจ้าวางค่ายกลที่นี่ด้วย? แบบนี้ก ก็ได้ด้วยรึ?”
เฟิ่งจิ่วพาเขาเข้าไปข้างใน พลางตอบว่า “ทำไมจะไม่ได้เล่า? บ้านของข้า อยากทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น จวนของข้ามีค่ายกลและเขตอาคมอยู่เต็มไปหมด ท่านเข้าไปแล้วก็อย่าเดินเพ่นพ่า านส่งเดช”
“รู้แล้วๆ” หวันเหยียนสิบสามรับคำ ก่อนจะเดินตามเฟิ่งจิ่วเข้าไป แต่กลับเห็นว่าจวนหลังใหญ่นี้ไม่มีองครักษ์คอยคุ้มกันแม้แต่คนเดียว จึงถามอีกว่า “เหตุใดไม่เห็นองครักษ์คุ้มกันสัก คน?”
“ที่นี่ไม่ต้องการองครักษ์”
ขณะตอบ เฟิ่งจิ่วเห็นตาเฒ่าหัวโล้นคนหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้ พอเห็นพวกเขา ตาเฒ่าคนนั้นก็กวาดสายตามองเฟิ่งจิ่วขึ้นลง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างทันที “ข้าก็นึกว่าใคร! ที่แท้ก็คุณห หนูกลับมาแล้วนี่เอง”
“เขาเป็นผู้เฝ้าประตูของจวนข้า อาวุโสเหมย” เฟิ่งจิ่วหันไปแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน ก่อนจะหันไปพูดกับอาวุโสเหมยว่า “นี่คือหวันเหยียนสิบสาม นี่คือฉินซิน หวันเหยียนสิบสามเ เป็นแขก ส่วนฉินซินจะเป็นคนในจวนตั้งแต่นี้ไป”
“อ้อ” อาวุโสเหมยรับคำ ก่อนจะพยักหน้า จ้องพิจารณาคนทั้งสองแวบหนึ่ง
“ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ในจวนเรียบร้อยดีหรือไม่” นางเดินเข้าไปข้างใน พลางเอ่ยถาม
“เรียบร้อยดี วันๆ มีแต่คนมาเยี่ยมเยือน นี่ก็ยังมีคนมาต่อแถวอยู่ข้างนอกประตูนั่น ไล่ก็ไล่ไม่ไป” อาวุโสเหมยรายงานขณะเดินตามข้างๆ ก่อนจะเอ่ยอีกว่า “เมื่อวานพวกตู้ฝานกลับมา หลังจากทำภารกิจสำเร็จ ครั้นรู้ว่านายท่านไม่อยู่ ก็พักอยู่ในจวนต่อ”
มองดูทั้งสองเดินพูดคุยกันเข้าไปข้างใน หวันเหยียนสิบสามที่อยู่ข้างๆ ลอบประหลาดใจ เฟิ่งจิ่วคนเดียวก็แล้วไป ตาเฒ่าหัวโล้นเฝ้าประตูคนนี้เป็นใครอีก? เหตุใดจึงมองพลังของเขาไม่ออ อก?
จวนหลังใหญ่ขนาดนี้มีองครักษ์แค่ไม่กี่คน หนำซ้ำพวกเขาเข้ามาจากประตูหลัง ไม่ได้ส่งเสียงดังแต่อย่างใด ตาเฒ่าคนนี้กลับรู้ว่ามีคนเข้ามาทางประตูหลัง? ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ๆ!
“นายท่านกลับมาแล้ว!” เหลิ่งหวาในชุดคลุมสีขาวเดินออกมา พอเห็นเฟิ่งจิ่วก็เผยรอยยิ้มออกมา
………………………………….
[1] ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง เป็นสำนวนหมายถึงสร้างเรื่องไว้แล้ว คิดปกปิดกลับกลายเป็นยิ่งเปิดเผย