เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3076 จับกลุ่ม / ตอนที่ 3077 ปกป้อง
ตอนที่ 3076 จับกลุ่ม
“ท่านอาจารย์ พวกเราเตรียมของมาให้ท่าน” ซื่อเชวียยื่นแหวนมิติให้นาง พลางเอ่ย “ในนี้มีวิธีฝึกจิตของสำนักอยู่ สองวันนี้ท่านต้องฝึกวิชานี้ ลูกศิษย์ที่จะเข้าไปในดินแดนลับวิญญาณลวงได้ จำต้องมีวิชาฝึกจิตของสี่สำนักเซียนใหญ่ติดตัว”
“ในนี้ยังมีป้ายหยกเคลื่อนย้ายด้วย หากท่านเจอภัยอันตรายสามารถบีบป้ายหยกให้แตก นอกเหนือจากนี้ ค่ายกลในห้วงมิติจะเปิดออกในอีกสามเดือนหลังจากนี้ อาศัยพลังจากวิชาฝึกจิตในตัวลูกศิษย์แต่ละคนเพื่อส่งลูกศิษย์ของแต่ละสำนักกลับไปยังจุดที่ตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายของพวกเขา”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “อืม ข้าเข้าใจแล้ว”
“อย่างนั้นพวกข้ากลับก่อน ไม่รบกวนอาจารย์แล้ว” ทั้งสองมอบสิ่งของให้เฟิ่งจิ่ว ก่อนจะอำลาและพากันกลับไป
หลังจากที่พวกเขากลับไป เฟิ่งจิ่วหยิบวิชาฝึกจิตขึ้นมาอ่านและท่องจำ จากนั้นก็กลับเข้าไปนั่งสมาธิฝึกวรยุทธ์ ใช้เวลาเพียงคืนเดียว เฟิ่งจิ่วก็สามารถฝึกวิชานี้จนถึงระดับเจ็ด
หลายวันหลังจากนั้น นางไม่ได้ออกไปไหน กระทั่งมู่ซินส่งคนมาบอกนางว่าต้องเตรียมตัวออกเดินทางแล้ว นางจึงก้าวเท้าออกจากถ้ำ
วันนี้ นางไปกับลูกศิษย์แปดคนนั้น นั่งเรือบินมุ่งหน้าไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายพร้อมกับศิษย์คนอื่นๆ ในสำนัก นางสังเกตด้วยสายตาคร่าวๆ ลูกศิษย์ของสำนักดาราครามเซียนมีประมาณหนึ่งร้อยคน
ขณะกำลังคิด ก็ได้ยินเสียงมู่หลิงกับเผยจื่อเซวียนที่อยู่ข้างๆ คุยกัน
“ได้ยินมาว่าครั้งนี้แต่ละสำนักส่งลูกศิษย์เข้าดินแดนลับหนึ่งร้อยกว่าคน รวมสี่สำนักก็สี่ร้อยกว่าคน ดูท่าคราวนี้ข้างในดินแดนลับคงคึกคักไม่น้อย”
“เข้าไปครั้งนี้ใช้เวลาสามเดือน เดาว่าก่อนเข้าไปล้วนต้องจับกลุ่มกันก่อน พวกเราควรหาคนมาเพิ่มหน่อยหรือไม่?” เข้าดินแดนลับล้วนต้องจับกลุ่ม หากกลุ่มของพวกเขาคนน้อยเกินไป พลังต่อสู้ก็จะต่ำตามไปด้วย ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีต่อพวกเขา
“ถึงที่นั่นแล้วพวกเราค่อยจัดการก็แล้วกัน! อย่างไรก็ต้องหาคนมาเพิ่มอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจำนวนคนน้อยกว่าคนอื่นเขา พลังต่อสู้ก็จะด้อยกว่าเช่นกัน”
เฟิ่งจิ่วฟังพวกเขาพูดคุยกัน ขณะเดียวกันก็อ่านตำราสมุนไพรในมือไปด้วย นางรับรู้ได้ว่ามีสายตาจากลูกศิษย์หลายคนที่นั่งเรือบินมาด้วยกันจ้องพิจารณานางอย่างเงียบๆ นางทำเป็นไม่รู้ ยังคงอ่านตำราต่อไป
“ศิษย์พี่มู่ คนผู้นี้คือศิษย์จากยอดเขาของพวกท่านหรือ? เหตุใดไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน?” ลูกศิษย์คนหนึ่งถาม ขณะที่สายตาจับจ้องไปที่เฟิ่งจิ่ว
“ถูกต้องแล้ว เขาเป็นศิษย์น้องของข้า” มู่หลิงพยักหน้าพร้อมยิ้มน้อยๆ
เฟิ่งจิ่วเองก็เงยหน้าและส่งยิ้มให้คนผู้นั้น จากนั้นก็ก้มหน้าอ่านตำราต่อไป หากไม่มีใครพูดถึง นางก็จะก้มหน้าก้มตาทำเรื่องของตนเองเงียบๆ ยามมีคนถามถึง นางก็จะขานรับและพูดคุยพอเป็นมารยาท แต่เพราะพูดไม่มาก กอปรกับอ่านตำราตลอดทาง จึงทำให้คนที่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับนางรู้สึกได้ว่า นางเป็นคนขี้อายและไม่ชอบพูด
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ค่อยมีใครสนใจนางนัก
อาจารย์ของพวกเขาเคยสั่งไว้ว่าห้ามถามเรื่องของมู่จิ่วมากเกินไป ฉะนั้นตลอดเส้นทาง ศิษย์ร่วมสำนักทั้งแปดจึงไม่ค่อยใกล้ชิดกับเขามากนัก เพราะไม่รู้จะคุยอะไรดี จึงได้แต่เงียบตลอดทาง กระทั่งเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง เรือบินจึงค่อยๆ ลงจอด
ลูกศิษย์จากสำนักอื่นทยอยลงมา กลุ่มของเฟิ่งจิ่วลงจากเรือบินก็เห็นว่ารอบข้างครึกครื้นนัก หลายคนจับกลุ่มพูดคุยกัน และนางก็เห็นว่าเสื้อผ้าของลูกศิษย์แต่ละสำนักมีสีที่ต่างกัน แยกแยะได้ง่ายมาก
“พวกเจ้าจับกลุ่มกันเอง แต่ละกลุ่มจำเป็นต้องมีสิบคนขึ้นไป” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งในสำนักบอก
………………………………….
ตอนที่ 3077 ปกป้อง
ลูกศิษย์นับร้อยรีบจับกลุ่มกันอย่างรวดเร็ว เฟิ่งจิ่วตามติดพวกมู่หลิง เห็นพวกเขาไม่รีบร้อนหาคนมาเข้ากลุ่ม จึงยืนเงียบๆ สังเกตผู้คนรอบข้างไปพลาง
“มู่หลิง กลุ่มของเจ้ามีคนพอหรือยัง? รวมพวกข้าด้วยเป็นอย่างไร?” ชายคนหนึ่งพาคนเดินมาหยุดตรงหน้า และถามมู่หลิง
มู่หลิงมองสี่คนตรงหน้า ก่อนหันไปถามเผยจื่อเซวียน “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
“ได้ รวมพวกเขาสี่คนด้วย ก็กลายเป็นสิบสามคน น่าจะพอแล้ว” เผยจื่อเซวียนพยักหน้าบอก
“อย่างนั้นก็ได้ พวกเจ้ารวมกลุ่มกับพวกข้าก็แล้วกัน! มา ข้าจะแนะนำคนในกลุ่มของเราให้พวกเจ้ารู้จัก” มู่หลิงว่า ก่อนจะแนะนำคนของฝั่งตนเอง
หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายทำความรู้จักกัน สายตาของสี่คนนั้นก็จับจ้องไปที่เฟิ่งจิ่ว “ศิษย์น้องผู้นี้ดูท่าทางอายุยังไม่มาก เขาเป็นคนของตระกูลมู่ของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
มู่หลิงยิ้มตอบ “ใช่แล้ว”
เฟิ่งจิ่วเองก็ส่งยิ้มให้พวกเขาเล็กน้อย
เมื่อค่ายกลเปิดออก ผู้คนที่จับกลุ่มกันเสร็จแล้วก้าวเข้าไปตามคำสั่งของผู้อาวุโส ก่อนหายลับเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้าย…
เฟิ่งจิ่วกับคนในกลุ่มปรากฏตัวอีกครั้งในป่าทึบแห่งหนึ่ง อีกหลายกลุ่มที่เข้ามาพร้อมกับพวกเขาก็อยู่บริเวณเดียวกัน ทุกคนมองหน้ากัน ยกมือประสานทักทาย จากนั้นต่างก็เลือกทิศทางที่จะไป
ข้างในนี้ คนในสำนักจะคอยช่วยเหลือสนับสนุนกัน คอยระวังก็แต่คนจากสำนักอื่นเท่านั้น ส่วนคนจากสำนักเดียวกัน พวกเขาไม่มีทางคิดเล่นงานกันเองอยู่แล้ว
“พวกเรานั่งคุยกันสักเดี๋ยว เผื่อว่าพลัดหลงกันแล้วหากลุ่มไม่เจอ พวกเราต้องสร้างสัญญาณกันก่อน” มู่หลิงพูดขึ้น เขามองหน้าทุกคน พูดขึ้นอีกว่า “พวกเรามีกันสิบสามคน แต่ละคนต้องมีสัญญาณลับ ของข้าคือสิ่งนี้”
เขาวาดใบไม้ลงบนพื้น ก่อนหันไปมองคนอื่น “หากข้าพลัดหลง ข้าจะสลักรูปใบไม้ลงบนต้นไม้หรือก้อนหิน หากข้าไปทางใดก็จะสลักสัญลักษณ์ไว้ทางนั้น”
ทุกคนพยักหน้า “อย่างนั้นข้าจะวาดรูปสายฟ้าก็แล้วกัน!” เผยจื่อเซวียนยิ้มบอก เขาวาดรูปสายฟ้าลงบนพื้นดิน “จำง่ายดี”
“อย่างนั้นข้าจะวาดวงกลมที่มีเลขสิบอยู่ข้างใน”
“ข้าวาดกระบี่เล็กๆ ก็แล้วกัน!”
“ข้าวาดผลไม้”
“ข้า…”
แต่ละคนล้วนวาดสัญลักษณ์แทนตัวเองลงบนพื้นให้ทุกคนเห็น สุดท้าย พอเห็นเฟิ่งจิ่วที่ไม่ค่อยพูดยังไม่วาดอะไร จึงบอกว่า “มู่จิ่ว เจ้าเล่า?”
“ข้าจะเขียนเลขเก้าก็แล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก นางไม่คิดว่าตนเองจะได้ใช้มัน
“ดี อย่างนั้นทุกคนจำให้ดี อย่าได้ลืม อยู่ข้างในนี้ นอกจากสัตว์ร้ายแล้วพวกเรายังสามารถเด็ดยาทิพย์ล้ำค่าได้ด้วย แต่ต้องระวังตัว ยิ่งเป็นยาทิพย์ที่มีค่า สัตว์ร้ายที่คอยคุ้มกันอยู่ยิ่งมีระดับสูง กลุ่มของเรามีสิบสามคน พวกเราเวียนกันเป็นหัวหน้ากลุ่มคนละหนึ่งวัน ยุติธรรมดี พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?” มู่หลิงหันไปถามทุกคน
ทุกคนแสดงออกว่าไม่มีปัญหา ด้วยเหตุนี้ วันนี้มู่หลิงรับหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม หลังจากจัดแจงเรื่องราวต่างๆ เสร็จ ก็พาพวกเขาออกเดินทาง
เพราะมีคำสั่งของอาจารย์ติดตัวว่าต้องปกป้องมู่จิ่วให้ดี ด้วยเหตุนี้ มู่หลิงจึงคอยสังเกตมู่จิ่วที่เดินอยู่ข้างหลังเป็นพิเศษ ครั้นเห็นเขาที่ตอนแรกเดินอยู่บริเวณกลางขบวนเริ่มรั้งท้าย ก็หันไปส่งสายตาให้พวกเฉิงจวิ้นหนาน
ต่างคนต่างรู้กัน พวกเขาค่อยๆ ชะลอฝีเท้าให้อยู่ข้างๆ มู่จิ่ว สุดท้ายก็เดินล้อมโดยมีอีกฝ่ายอยู่ตรงกลาง
………………………………….