เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3126 เจ้าเป็นใคร / ตอนที่ 3127 เฟิ่งจิ่ว
ตอนที่ 3126 เจ้าเป็นใคร
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองด้วยหางตา ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบ “เห็นแก่ที่เป็นศิษย์สี่สำนักเซียนใหญ่เหมือนกัน ให้เขาได้ตายสบายเถอะ!”
“ขอรับ” เจ้ากลืนเมฆารับคำ ก่อนจะหันไปขย้ำคอของชายคนนั้นจนหักท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเขา
ด้านหลัง พวกมู่หลิงทำท่าจะเอ่ยปาก แต่กลับสายไปเสียแล้ว พวกเขาขยับปาก แต่ก็พูดไม่ออกอยู่นาน โดยเฉพาะมู่หลิงที่กำลังตะลึงพรึงเพริด
คนตรงหน้านี้ก็คือเฟิ่งจิ่ว คืออาจารย์ของบรรพจารย์ของพวกเขา
รัศมีน่าเกรงขามของผู้แข็งแกร่งที่ไม่อาจล่วงเกิน ยิ่งกับผู้ที่มีจิตสังหารด้วยแล้วนั้น พวกเขายิ่งไม่อ่อนข้อ!
“พะ…พวกเจ้า…” ศิษย์ฝั่งตรงข้ามถอยหลังอย่างหวาดกลัว หากมีแค่ศิษย์จากสำนักดาราครามเซียนนั่นก็อีกเรื่อง แต่ตอนนี้กลับมีผู้แข็งแกร่งที่พลังสูงส่งยากคาดเดาปรากฏตัวขึ้น อีกทั้ งยังมีสัตว์เทวะขั้นสุดยอดและสัตว์เทวะระดับเจ็ดอีกตัว หากไม่อยากตายก็ไม่ควรคิดที่จะเดินหน้าต่อ
“พวกข้าทำไมหรือ?” เฟิ่งจิ่วชำเลืองมอง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ไยดี “หรือพวกเจ้าก็อยากลองมีจุดจบอย่างเขาดูบ้าง?”
ครั้นเอ่ยประโยคนี้จบ คนพวกนั้นรีบส่ายหน้า “มะ…มิกล้า”
“อ้อ? เช่นนั้นหรือ? อย่างนั้นไหนพูดสิว่าเขาตายอย่างไร?” เฟิ่งจิ่วถาม ก่อนจะกวาดสายตามองพวกเขาทีละคนๆ
อีกฝ่ายสะดุ้ง ก่อนจะรีบตอบคำ “ขะ…เขาตายเพราะถูกสัตว์ร้ายโจมตี…พวกข้ารับประกัน รับประกันว่าจะไม่พูดเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่พูดถึงแม้แต่คำเดียว!”
พวกเขากลัวว่าจะกระตุ้นอีกฝ่ายให้คิดสังหารตนเอง สุดท้ายจะถูกฆ่าปิดปากเสียหมด จึงรีบรับประกันอย่างหนักแน่น กระทั่งเอ่ยคำสาบานออกมาในตอนสุดท้าย
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก “ดีมาก จำคำพูดของพวกเจ้าไว้ให้ดี ไม่เช่นนั้นวันใดหากข้านึกขึ้นมาได้ อาจจะไปพูดคุยเรื่องนี้กับพวกเจ้าถึงสำนัก”
พวกเขาหน้าเปลี่ยนสี มองหน้าเด็กหนุ่มชุดขาวด้วยใบหน้าซีดขาว ก่อนหน้านี้พวกเขายังคิดจะกลับไปฟ้องอาจารย์ของพวกเขาให้มาจัดการเด็กหนุ่ม แต่ตอนนี้พวกเขาไม่คิดจะทำอะไรทั้งสิ้นแล้ว ว
คนผู้นี้บ้าไปแล้ว พวกเขาเองก็คงจะบ้าเช่นกันหากคิดจะไปกวนโทสะเขา
“ไสหัวไปเสีย!”
เฟิ่งจิ่วขับไล่ไสส่ง มองพวกเขาด้วยหางตา แม้สังหารศิษย์ของสำนักเซียนที่นี่ แต่นางก็ไม่ได้กลัวว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นตามมา กลับเป็นซื่อเชวียกับมู่ซินเสียอีกที่ข่มขู่ให้คน พวกนี้หุบปาก เพื่อเลี่ยงไม่ให้เรื่องบานปลายและถูกทางสำนักลงโทษในภายหลัง
นอกจากมู่หลิงคนเดียว เผยจื่อเซวียนกับหลินเฉิงจิ่นกับคนอื่นๆ ต่างก็จ้องสัตว์เทวะขั้นสุดยอด และสัตว์เทวะระดับเจ็ดตัวนั้นด้วยสายตาซับซ้อน แต่ละเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา าชัดเจนขนาดนั้น จะให้พวกเขาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องก็คงไม่ได้แล้ว
“มู่จิ่ว เจ้าบอกพวกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าเป็นใคร?” ซ่าวข่ายจือถาม สายตาของเขาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มชุดขาว
มู่หลิงมุมปากกระตุก จู่ๆ ภาพตอนที่เขาถามนาง แล้วนางตอบว่านางเป็นบรรพชนของเขาก็ผุดขึ้นมาในหัว
คำตอบของนางเหมือนจะกำเริบเสิบสาน ไร้มารยาท แต่พอคิดดูดีๆ แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่า นางเป็นบรรพชนของเขาจริงๆ ไม่ใช่หรอกหรือ?
นางเป็นบรรพจารย์ของตระกูลมู่ ย่อมเป็นบรรพจารย์ของตระกูลปี้ด้วย หากคนอื่นเป็นคนถามคำถามนี้อาจไม่แปลก แต่ปี้ข่ายจือดันเป็นผู้ถาม หากนางตอบไปว่า ‘ข้าเป็นบรรพชนของเจ้า’ ไม ม่รู้ทุกคนจะมีสีหน้าอย่างไร?
“นั่นน่ะสิมู่จิ่ว เจ้าเป็นใครกันแน่? จะ…เจ้ามีสัตว์เทวะขั้นสุดยอดได้อย่างไร? สัตว์เทวะระดับเจ็ดตัวนั้นเป็นตัวที่ไล่ล่าพวกเราก่อนหน้านั้นไม่ใช่หรือ” กัวจื่อฉีเองก็อดไม่ ได้ที่จะถามขึ้นมา
………………………………….
ตอนที่ 3127 เฟิ่งจิ่ว
ไม่ใช่แค่เขา นอกจากมู่หลิง ทุกคนต่างก็อยากรู้ว่ามู่จิ่วเป็นใครกันแน่?
ครั้นเห็นแต่ละคนหันมองมาที่นาง เฟิ่งจิ่วก็เผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะตอบว่า “ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว”
ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว?
เพียงคำพูดไม่กี่คำนี้กลับทำให้พวกเขาตะลึงงันไปทันที เฟิ่งจิ่ว? ชื่อนี้คุ้นหูนัก เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
ทว่าหลังจากได้ยินชื่อนี้ ปี้ข่ายจือกลับเบิกตากว้างหลังจากอึ้งงันไปครู่หนึ่ง เขามองคนที่แต่งกายเป็นเด็กหนุ่มตรงหน้า “จะ…เจ้าคือเฟิ่งจิ่ว?” ยะ…อย่างนั้นเขาก็เป็นบรรพจารย์ ของตระกูลปี้น่ะสิ?
เขาหันขวับไปทางมู่หลิง “เจ้ารู้แต่แรกแล้วหรือ?”
มู่หลิงยิ้มขมขื่น “รู้ก่อนพวกเจ้าไม่นาน”
เฟิ่งจิ่ว? เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่ว? พวกเขาน่ะหรือ? นางน่ะหรือ?
แววตกตะลึงพาดผ่านดวงตาของเผยจื่อเซวียนกับหลินเฉิงจิ่น เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาเป็นหญิงเช่นนั้นหรือ? หนำซ้ำยังเป็นอาจารย์ของอาจารย์พวกเขาด้วย? นะ นี่มัน…
ไม่ว่าจะคาดเดาอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางคาดเดาได้ว่านางจะเป็นอาจารย์ของอาจารย์พวกเขา หนึ่งในสองคนที่สร้างวีรกรรมอันเลื่องลือกลางสี่สำนักเซียนใหญ่
ได้ยินว่าเฟิ่งจิ่วยังเป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุระดับผู้สูงศักดิ์โอสถอีกด้วย! ไม่น่าเล่านางถึงได้มีสัตว์เทวะขั้นสุดยอดและสัตว์เทวะระดับเจ็ดคอยติดตามตลอด ไม่น่าเล่าพวกเขาถึงไ ได้แคล้วคลาดจากอันตรายมาตลอด ที่แท้ข้างกายพวกเขาก็มีผู้แข็งแกร่งระดับเซียนสวรรค์อยู่ด้วยนี่เอง!
“จะ…เจ้าคืออาจารย์ของผู้อาวุโสซื่อเชวียและผู้อาวุโสมู่ซินคนนั้นน่ะหรือ?” เจิ้นไห่จ้องเฟิ่งจิ่วตาโต เขาพึมพำกับตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ “มะ…หมายความว่าเจ้าเป็นหญิง? หนำซ้ำย ยังเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุดด้วย?”
สวรรค์! ไม่นึกเลยว่าพวกเขากำลังฝึกฝนอยู่กับนาง! ไม่น่าเล่าพวกเขาถึงได้แคล้วคลาดปลอดภัยมาตลอดทาง เขาโชคดีเกินไปแล้วกระมัง! ไม่คิดว่าจะได้เจอเฟิ่งจิ่วในนี้!
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนพูดว่า “ข้าเข้ามาตามหายาทิพย์อายุพันปีชนิดหนึ่ง ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องของพวกเจ้ามากนัก”
นางพูดอย่างจนใจ ตอนแรกไม่ได้คิดจะยุ่ง แต่กลับยื่นมือเข้ามาแทรกแซงหลายครั้ง กอปรกับเขตต้องห้ามในนี้ทลายลง บอกได้เพียงว่า มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด
ได้ยินเช่นนั้นทุกคนจึงรู้ว่าที่แท้นางก็เข้ามาเพื่อตามหายาทิพย์พันปี คิดดูแล้วก็คงใช่ นางเป็นผู้สูงศักดิ์โอสถ ย่อมต้องมีความมุ่งมั่นต่อยาทิพย์เป็นพิเศษ ถึงได้กล้าเสี่ยงอันตร รายเข้ามาที่นี่ ต้องบอกก่อนว่าตอนที่เขตต้องห้ามของที่นี่ยังไม่ทลาย วรยุทธ์ของนางทั้งหมดถูกกดทับไว้ ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าพวกเขาแต่อย่างใด
“สถานการณ์ข้างในนี้อันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ในเมื่อพวกเจ้ารู้แล้วว่าข้าเป็นใคร อย่างนั้นข้าก็ขอแนะนำให้พวกเจ้าไปจากที่นี่เสีย เพราะยิ่งเดินลึกเข้าไปข้างใน ก็ยิ่งไม่ส่ งผลดีต่อพวกเจ้า” เฟิ่งจิ่วพูดกับพวกเขา
“พวกข้าไม่กลัว” เจิ้นไห่ว่า “พวกข้าทำได้”
เฟิ่งจิ่วมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย วาจาที่เอ่ยออกมายิ่งไม่ไว้หน้า นางพูดอย่างตรงไปตรงมา “หากข้าไม่ปกป้องพวกเจ้า พวกเจ้าคงอยู่ที่นี่ได้ไม่เกินหนึ่งวัน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเจ้าทำ ำให้การเดินทางของข้าล่าช้าลง”
พวกเขาเงียบ ก็จริง หากนางไม่คอยปกป้องพวกเขา พวกเขามีหรือจะรอดชีวิตจากการโจมตีของสัตว์เทวะมาได้? หากแยกกับนาง พวกเขาอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งวันจริงๆ
มู่หลิงครุ่นคิด ก่อนหันไปเสนอความคิดกับคนอื่นๆ “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! พวกเจ้าออกไปก่อน! ในนี้ไม่เหมาะกับการฝึกฝนอีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ต้องแจ้งเรื่องที่เขตต้องห้ามทลายให้คน ข้างนอกรู้”
เขาหันไปพูดกับเฟิ่งจิ่วอีกว่า “ให้คนอื่นออกไปจากที่นี่ แล้วให้ข้ากับจื่อเซวียนติดตามท่านเถอะ!”