เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3124 ไม่มียาแก้พิษ / ตอนที่ 3125 ร่างจริง
ตอนที่ 3124 ไม่มียาแก้พิษ
เฟิ่งจิ่วมองเขาอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะพลิกฝ่ามือสกัดจุดลมปราณทั่วทั้งร่างให้เผยจื่อเซวียนก่อน คนข้างหลังรีบเข้ามาประคองเขาไว้ จากนั้นนางจึงหันมามองชายวัยกลางคน
“เอายาแก้พิษมา”
นางพูดเสียงนิ่งๆ แต่กลับแฝงแววน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก ท่าทางสงบนิ่งทว่าน่ายำเกรงทำให้คนรอบข้างตะลึง ต่างก็คาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าคนคนนี้เป็นใครกันแน่
แม้เด็กหนุ่มตรงหน้าจะสวมชุดเครื่องแบบสีขาวของสำนักดาราครามเซียน แต่รัศมีอันน่าเกรงขามนั้นกลับทำให้พวกเขาอดสงสัยไม่ได้ ศิษย์ของสำนักดาราครามเซียนแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ ? เพียงลงมือครั้งเดียวก็สามารถซัดผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณปลิวออกไปได้
“ยาแก้พิษ? ไม่มีหรอก!”
ชายที่ล้มบนพื้นตอบ เขาจ้องเผยจื่อเซวียนด้วยสายตาเย็นเยียบ “เจ้าตายแน่!”
กัวจื่อฉีได้ยินก็ร้อนใจ ไม่มียาแก้พิษ? เป็นไปได้อย่างไร? หรือว่าพิษนี้ร้ายแรงมาก? ศิษย์พี่จื่อเซวียนต้องตายอยู่ที่นี่หรือ?
“ไม่มียาแก้พิษเช่นนั้นหรือ”
เฟิ่งจิ่วถามอย่างไม่สะทกสะท้าน นางสาวเท้าไปข้างหน้าช้าๆ หยุดยืนอยู่ข้างกระบี่คมเล่มนั้นที่ตกอยู่บนพื้น ก่อนจะใช้ปลายเท้าตวัดมันขึ้นมาถือไว้ในมือ จากนั้นก็พลิกฝ่ามือ ประกา ายคมกริบพาดผ่านต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จะมีคนรู้ตัว คมกระบี่ก็ปักเข้าไปที่หน้าอกของชายคนนั้น
“อ๊าก!”
“ศิษย์พี่เหอ!”
“ศิษย์พี่เหอ!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้น ลูกศิษย์ที่อยู่รอบๆ ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ เพียงแต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามา พวกเขาจ้องกระบี่ในมือเด็กหนุ่มชุดขาวคนนั้น เขาถือกระบี่แทงลงไปที่กลางอกขอ องศิษย์พี่เหอโดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย พวกเขาอดหวาดเสียวขึ้นมาไม่ได้ หากกระบี่เล่มนั้นเบี่ยงออกไปอีกเล็กน้อย เกรงว่าคงปักลงที่กลางใจของศิษย์พี่เหอแล้ว ถึงตอนนั้นแม้กระ ะบี่ไม่มีพิษก็เกรงว่าคงไม่รอดแล้ว
กระบี่คมแทงเข้ากลางอก พิษแล่นเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นตกตะลึง รีบล้วงยาแก้พิษออกมา เพียงแต่เขายังไม่ทันเปิดฝายาแก้พิษที่รีบควักออกมาด้วยความหวาดกลัว อีกฝ่ ายก็ใช้กระบี่ตวัดขวดยาแก้พิษแย่งเอาไป
“คืนยาแก้พิษให้ข้า!” ศิษย์คนนั้นร้องขึ้น ทำท่าจะเข้าไปแย่ง แต่กลับต้องล้มนอนลงไปบนพื้นอีกครั้งพร้อมกับร้องด้วยความเจ็บปวด
เฟิ่งจิ่วเหลือมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเปิดฝาขวดดมกลิ่นยา ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ชายคนนั้นซึ่งล้มเจ็บอยู่บนพื้น ชายคนนั้นจ้องนางเขม็ง ตอนนั้นเองสายตาของเฟิ่งจิ่วพลันไหวระริ ก
ตอนที่ได้กลิ่นยาที่ลอยออกมา นางก็หยักยิ้มมุมปาก เพียงแต่รอยยิ้มนั่นกลับดูเหมือนพญามารในสายตาของชายคนนั้น
“ยาแก้พิษนี้ไม่เลวเลย ให้เจ้ากินก่อนก็แล้วกัน!”
เห็นเด็กหนุ่มย่างกรายเข้ามาหลังจากพูดประโยคนั้นจบ เขาก็ลนลานขึ้นมาทันที “ข้ายอมแล้ว! ข้าจะเอายาแก้พิษของจริงออกมา! เจ้าอย่าเข้ามา อย่าเข้ามานะ!”
ทุกคนที่ฟังอยู่จึงรู้ในทันทีว่าที่แท้ยาแก้พิษที่เขาแสร้งทำเป็นหยิบออกมานั้นเป็นยาพิษ ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้เขายังมีแก่ใจทำร้ายผู้อื่นอีกหรือ?
เวลานี้ สายตาแต่ละคู่ที่มองเขานั้นแลดูสับสน โดยเฉพาะลูกศิษย์หลายคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเขา ยิ่งรู้สึกหวาดระแวงมากขึ้น หากพวกเขาเผลอขึ้นมาเมื่อใด พวกเขาอาจถูกเขาเล่นงานด้วย ยใช่หรือไม่? ร่วมกลุ่มกับคนเช่นนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว
“เจ้าไม่คิดว่าหากข้าฆ่าเจ้า แล้วค้นตัวเจ้า ก็จะสามารถหายาแก้พิษออกมาได้เหมือนกันหรือ?” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว แววเย็นเยียบพาดผ่านดวงตาขณะจ้องหน้าชายคนนั้น
………………………………….
ตอนที่ 3125 ร่างจริง
“ไม่ ไม่เอา!” เขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้กำลังล้อเล่น อีกฝ่ายกล้าที่ฆ่าตนจริงๆ
“ยาแก้พิษ นี่คือยาแก้พิษ เจ้าไม่เชื่อก็ดู ข้าเองก็กินเหมือนกัน” เขารีบเอาขวดยาแก้พิษออกมาเทกินทันที จากนั้นก็อดทนต่อความเจ็บปวดตรงหน้าอกยื่นมันต่อให้เฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมอง ยื่นมือออกไปรับ นางดมกลิ่นดูเล็กน้อย ก่อนจะเอียงตัวหันไปยื่นยาแก้พิษให้มู่หลิง “ป้อนยาให้เขา” ทว่าในตอนนี้เอง ชายที่ล้มอยู่บนพื้นฉวยโอกาสตอนที่เฟ ฟิ่งจิ่วเอียงตัว ชักดาบสั้นที่ซ่อนในรองเท้าหนังก่อนพุ่งเข้าใส่นางทันที
“ระวัง!”
เสียงตะโกนดังออกจากปากของพวกกวนเยว่ พวกเขารีบพุ่งตัวเข้าไป แต่ก็ยังเร็วไม่สู้ชายคนนั้นที่ถือดาบสั้นพุ่งเข้ามาอยู่ดี ทว่าเฟิ่งจิ่วไม่แม้แต่จะหันไปมอง นางเพียงมองด้วยหา างตา เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย และยกเท้าถีบอีกฝ่ายออกไป
“กรร!”
เวลานี้เอง เจ้ากลืนเมฆาที่นอนอยู่บนต้นไม้พลันเดือดดาลขึ้นมา มันกระโดดลงมาจากบนต้นไม้ สะบัดขนขณะอยู่กลางอากาศ ก่อนจะกลายร่างกลับไปร่างเดิมพร้อมพุ่งใส่ชายคนนั้น
ชายคนนั้นกระอักเลือดออกจากปาก ในมือยังคงถือดาบสั้นเล่มนั้น หมายจะหยัดตัวลุกขึ้นยืน แต่ก็ถูกเจ้ากลืนเมฆาเหยียบกลับไปเหมือนเดิม ปากพยัคฆ์ขย้ำเข้าไปที่มือข้างนั้นของเขาท ที่ถือดาบสั้น
“ซี๊ด! อ๊าก…”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่น กลิ่นเลือดกระจายไปทั่วเมื่อแขนของเขาถูกกระชากออกมาทั้งแบบนั้น ภาพอันน่าสยดสยองนี้ทำเอาเหล่าผู้ฝึกตนต่างอกสั่นขวัญแขวน ร้องลั่นอย่างเก็บอาการไม่ อยู่
“อ๊า!”
“สะ…สัตว์เทวะขั้นสุดยอด!”
ลูกศิษย์เหล่านั้นตะลึงไปตามๆ กัน แรงกดดันอันแข็งแกร่งที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวของเจ้ากลืนเมฆาทำให้พวกเขาขาอ่อน ส่วนเจ้าตัวเมียที่นอนพักอยู่บนต้นไม้เองก็กลับคืนสู่ร่างเดิมด้วย เช่นกัน
ครั้นเห็นอสูรน้อยอีกตัวกลายร่างเป็นสัตว์เทวะระดับเจ็ดไปอีกตัว ผู้คนรอบข้างต่างก็อึ้งค้าง มองด้วยแววตาที่ทั้งตกใจและหวาดกลัว
เทียบกับลูกศิษย์เหล่านั้นแล้ว พวกมู่หลิงกลับสามารถเข้าใจได้ในทันทีเมื่อได้เห็นอสูรกลืนเมฆาสองตัวนั้น ว่าเหตุใดตลอดเส้นทางพวกเขาจึงไม่เจอสัตว์ร้ายเลยแม้แต่ตัวเดียว มีสัตว์ อสูรที่แข็งแกร่งอยู่ด้วยถึงสองตัวเช่นนี้ สัตว์ร้ายหน้าไหนยังจะกล้าเสนอหน้าเข้ามาโดยไม่ดูตาม้าตาเรืออีก?
ครั้นหันกลับมาดูภาพตรงหน้าอีกครั้ง แขนของชายคนนั้นถูกกระชากออกมาพร้อมกับแขนเสื้อ เหตุการณ์เลือดสาดและโหดร้ายที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาขวัญผวา
น่ากลัวเกินไปแล้ว! ชายคนนั้นถูกกระชากแขนออกมาในพริบตา ร่างกายของมนุษย์จะทนรับการขย้ำจากสัตว์เทวะเช่นนั้นได้อย่างไร? แต่เขารนหาที่ตายเอง ทั้งที่มู่จิ่วไม่ได้ทำอะไรเขา แล้วแท้ๆ ทั้งที่ตั้งใจจะไว้ชีวิตเขาแล้ว แต่เขาก็ยังกระโจนเข้าไปรนหาที่ตายเอง จะโทษใครได้ที่เขาต้องพบกับจุดจบเช่นนี้?
ชายคนนั้นกรีดร้องด้วยใบหน้าซีดขาวระคนหวาดกลัว อสูรกลืนเมฆาเหยียบร่างของเขาไว้กับพื้น ก่อนจะหันไปถามเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ “นายท่าน จะให้ฆ่าผู้ชายคนนี้อย่างไร?”
เปิดปากคำแรกก็ถามว่าจะให้ฆ่าอย่างไร เห็นชัดว่าชีวิตของเขาไม่ได้อยู่ในสายตาของมันเลยสักนิด แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าสัตว์เทวะทั้งสองตัวเช่นนี้ พวกเขาคิดว่ายิ่งพูดน้อยยิ่งเป็นผลดีต่อตนเอง
“ยะ…อย่าฆ่าข้า ข้าเป็นศิษย์ของสี่สำนักเซียนใหญ่ พวกเราสี่สำนักเซียนใหญ่ไม่เข่นฆ่ากันเอง…”
ชายคนนั้นพูดเสียงสั่น อดกลั้นต่อความเจ็บปวดร้องอ้อนวอน หากรู้ว่าเด็กหนุ่มจะวิปริตถึงเพียงนี้ เขาไม่มีทางกล้าเล่นสกปรกแน่นอน