เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3132 ผู้อาวุโสสองท่าน / ตอนที่ 3133 ไม่ตาม
ตอนที่ 3132 ผู้อาวุโสสองท่าน
“ท่านอาจารย์!”
พวกเขาตะโกน พากันเดินประคองออกจากเขตอาคม เขตอาคมทลายลงเมื่อพวกเขาเดินออกมาดังคาด กระแสอากาศสั่นสะท้านเล็กน้อย เขตอาคมที่อยู่หน้าถ้ำพลันจางหายไปในอากาศ
ผู้อาวุโสสองคนมองเขตอาคมที่แปลกใหม่นั้น ก่อนจะหันไปสบตากันอย่างตกใจครู่หนึ่ง พวกเขารีบก้าวเข้าไปสำรวจลูกศิษย์ของตนเอง เห็นรอยเลือดกระดำกระด่างเต็มตัวก็อดถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้ “เหตุใดพวกเจ้าบาดเจ็บขนาดนี้? แล้วคนอื่นเล่า? พวกศิษย์พี่และศิษย์น้องที่อยู่กลุ่มเดียวกับพวกเจ้าไปไหนแล้ว?”
“ท่านอาจารย์ พวกข้ามีกันสิบสองคน เพียงแต่คนอื่นๆ ล้วนประสบเคราะห์กรรมอยู่ในนี้หมดแล้ว พวกข้าเองก็โชคดีที่ได้ศิษย์พี่มู่หลิง ศิษย์พี่เผยจื่อเซวียน รวมถึงศิษย์พี่หลินเฉิงจิ่นช่วยไว้จึงรอดมาได้ ยังมีศิษย์อีกคนที่พวกข้าไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย” พวกเขาอธิบาย
ผู้อาวุโสทั้งสองได้ยินก็ชะงักไปเล็กน้อย “พวกเจ้าเจอพวกเขาแล้วหรือ? เขตอาคมนี้พวกเขาเป็นคนร่ายไว้หรือ? พวกเขาไปไหนแล้ว?” คำถามถูกถามออกมาพร้อมกันทีเดียวหลายประโยค สามคนนั้นล้วนไม่ธรรมดา แต่เหตุใดมาถึงที่นี่แล้วยังออกไปอีกเล่า
“เขตอาคมนี่เป็นอีกคนที่ร่ายไว้ คนผู้นั้นพวกข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”
หนึ่งในลูกศิษย์เอ่ย “พวกข้าแค่บังเอิญเจอพวกเขาสี่คน เพียงแต่พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ พวกเขาไปหลังจากที่ร่ายเขตอาคมไว้ให้พวกเรา ไปทางนั้นแล้วขอรับ” ศิษย์คนนั้นชี้ไปยังทิศทางที่พวกเฟิ่งจิ่วเดินจากไป
“พวกเจ้าบาดเจ็บขนาดนี้แล้ว เหตุใดยังไม่ใช้ป้ายหยกเคลื่อนย้ายออกไปจากที่นี่อีก?” ขณะเอ่ย ผู้อาวุโสท่านนั้นมองไปที่เอวของพวกเขา ก่อนจะขมวดคิ้วถาม “ป้ายหยกเคลื่อนย้ายของพวกเจ้าไปไหน?”
“ป้ายหยกเคลื่อนย้ายของพวกข้าหล่นหายระหว่างถูกสัตว์ร้ายไล่ล่าขอรับ” พวกเขาก้มหน้าตอบ เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงไม่สามารถกลับออกไปได้
ผู้อาวุโสอีกท่านยิ้มพลางเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ข้าเตรียมมา” เขาเอ่ย ก่อนจะเอาป้ายหยกออกมา และพูดกับพวกเขาว่า “มา หยดเลือดของพวกเจ้าลงไป บีบป้ายหยกให้แตกแล้วออกไปจากที่นี่ รีบกลับไปรักษาตัวที่สำนักเสีย!”
เหล่าลูกศิษย์ทำตามที่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านบอก หลังจากหยดเลือดใส่ป้ายหยกเคลื่อนย้ายเพื่อให้มันทำงาน พวกเขาก็บีบป้ายหยกจนแตกและไปจากที่นี่ หลังจากที่พวกเขาไปแล้วนั้น สองผู้อาวุโสก็หันมามองหน้ากัน “ผู้ที่ร่ายเขตอาคมนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ!”
“นั่นสิ ท่ามกลางลูกศิษย์เรา ไม่มีใครมีพลังเช่นนี้อยู่แน่”
“ไปกันเถอะ! พวกเรารีบตามพวกเขาไป รีบไปบอกให้พวกเขาออกจากที่นี่โดยเร็ว” หนึ่งในนั้นกล่าว ก่อนจะส่ายหน้าพูดคล้ายบ่นว่า “พวกนี้ก็เหลือเกิน ในสถานการณ์ที่เห็นๆ อยู่ว่ามีอันตราย เหตุใดยังอยู่ต่ออีก? ช่างไร้กฎระเบียบจริงๆ”
ทั้งสองรีบมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ศิษย์คนก่อนหน้าชี้บอก
ในอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่กำลังพาทั้งสามเหินตัวแหวกผืนป่า ย่อมไม่รู้ว่าด้านหลังพวกเขามีผู้อาวุโสสองคนกำลังตามหาพวกเขาอยู่ ทั้งยังกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้…
ท่ามกลางป่าทึบ เฟิ่งจิ่วหยุดพักเด็ดยาทิพย์ที่เจอข้างทาง ในตอนนี้เอง เสียงของหลินเฉิงจิ่นก็ดังขึ้น
“ตรงนั้นแหละ หน้าผาของภูเขาลูกนั้นแหละ เอ็นวิญญาณนิลพันปีอยู่ที่นั่น” หลินเฉิงจิ่นชี้ไปยังหน้าผาที่สามารถมองเห็นได้จากที่ไกล เขาพูดอย่างตื่นเต้น “ที่นั่นเลย! ไม่มีทางพลาดแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วมองไปตามที่เขาชี้ สายตาหยุดอยู่ตรงหน้าผาไกลออกไปนั่น ต้นไม้ไม่ได้บดบังสายตาแต่อย่างใด ทำให้สามารถมองเห็นหน้าผาแห่งนั้นจากตรงนี้ได้
เอ็นวิญญาณนิลพันปีอยู่ที่นั่นอย่างนั้นหรือ?
………………………………….
ตอนที่ 3133 ไม่ตาม
เผยจื่อเซวียนกับมู่หลิงหันไปมองทางนั้น ที่นั่นอยู่ห่างออกไปค่อนข้างไกล “ดูจากตรงนี้เหมือนอยู่ไม่ไกล แต่หากจะไปถึงที่นั่น อย่างเร็วก็คงต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองวัน”
หากเดินเท้าในป่าทึบ ย่อมใช้เวลาหนึ่งถึงสองวัน แต่พวกเขารู้ว่าหากขี่กระบี่ไปก็สามารถไปถึงได้ในเวลาเพียงหนึ่งวัน
ทว่า ท่ามกลางป่าทึบเช่นนี้ หากขี่กระบี่กลางท้องฟ้า เกรงว่าจะถูกสัตว์ร้ายหมายหัว และกลายเป็นเป้าโจมตี
เฟิ่งจิ่วที่กำลังมองหน้าผาแห่งนั้นขยับใบหูเล็กน้อย นางเอียงหน้าเล็กน้อยมองไปยังทิศทางหนึ่ง สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่าง จึงปล่อยดวงจิตออกไปยังทิศทางนั้นทันที
สายตาของนางไหวระริกเมื่อเห็นผู้อาวุโสสองคนนั้นกำลังสังหารสัตว์ร้ายสองตัวที่กำลังโจมตีพวกเขาอยู่ สองคนนี้ตามพวกเขามา แสดงว่าคงส่งตัวลูกศิษย์พวกนั้นที่อยู่ในถ้ำออกไปหมดแล้ว
ครั้นเห็นพวกเขาสังหารสัตว์ร้ายสองตัวนั้นได้อย่างง่ายดาย นางจึงเก็บดวงจิตกลับมา ก่อนหันไปพูดกับทั้งสามว่า “ผู้อาวุโสสองคนจากสำนักดาราครามเซียนกำลังมาทางนี้ พวกเจ้าจะตามพวกเขากลับไปหรือไม่?”
ทั้งสามอึ้งไปเล็กน้อย “มีผู้อาวุโสกำลังมาทางนี้จริงหรือ? อย่างนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ พวกเขาจะได้ตามไม่ทัน”
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย เหลือบมองพวกเขา ก่อนบอกว่า “ไปเถอะ!”
เอ่ยจบก็เหินตัวออกไปทันที สามคนข้างหลังรีบตามไปติดๆ เพราะรู้ว่ามีผู้อาวุโสกำลังตามหลังมาสองคน พวกเขาจึงไม่กล้าชักช้า เพราะเกรงว่าจะถูกตามทัน
หลังจากที่พวกเขาไปได้ไม่นาน ผู้อาวุโสสองคนนั้นก็มาถึงที่นี่ สีหน้าพวกเขาเริ่มคร่ำเครียด “เจ้าเด็กพวกนี้! เมื่อครู่หนึ่งในพวกเขาใช้ดวงจิตสำรวจเจอพวกเรา แต่นี่กลับหนีไปเสียแล้ว? เหลวไหลเกินไปแล้ว!”
“ข้าว่าพวกเขาไม่อยากออกไป หนำซ้ำมีเจตนาเลี่ยงพวกเราด้วย”
ผู้อาวุโสอีกคนครุ่นคิด ก่อนบอกว่า “พวกเขาเองก็นับว่ามีพลังที่สูงพอสมควร เรียกได้ว่าโดดเด่นที่สุดในศิษย์ที่มีพลังระดับเดียวกัน ตอนนี้ยังวิ่งหนีให้เราไล่ตามได้ เดาว่าคงมีความมั่นใจว่าจะเอาตัวรอดในนี้ได้ แทนที่จะเอาแต่ไล่ตามลูกศิษย์ที่วิ่งหนีเรา สู้ไปตามหาคนอื่นดีกว่า”
ผู้อาวุโสอีกคนเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน! ไปกันเถอะ!”
ทั้งสองเปลี่ยนทิศทาง พวกเขาออกเดินไปพร้อมกับคอยตะโกนเรียกศิษย์สำนักดาราครามเซียนโดยใช้พลังวิญญาณไปด้วย…
ครั้นรู้สึกได้ว่าผู้อาวุโสทั้งสองไม่ได้ตามมาแล้ว เฟิ่งจิ่วจึงค่อยๆ ชะลอความเร็วลงเพื่อรอสามคนข้างหลัง ทั้งสามเห็นนางลดความเร็วลงจึงถาม “พวกเขาไม่ตามมาแล้วหรือ?”
“ไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วตอบ ก่อนจะได้ยินเสียงดังก้องกลางท้องฟ้า เหมือนมีสัญญาณขอความช่วยเหลือดังขึ้นอีกครั้ง
“สัญญาณขอความช่วยเหลือของสำนักเมืองมรกต” มู่หลิงกล่าว เขามองไปยังตำแหน่งนั้น “ห่างจากพวกเราระยะหนึ่งเลยล่ะ” ถึงพวกเขาอยากไปดูก็ไปไม่ได้ เพราะที่นั่นห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่ค่อนข้างมาก
พวกเขาไปช่วยไม่ได้ แต่มีผู้อาวุโสของสำนักเมืองมรกตเห็นแล้ว และกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นโดยเร็ว…
การเดินทางหลังจากนั้น พวกเขาไม่ค่อยได้พัก แม้แต่ยามกลางคืน เฟิ่งจิ่วก็พาพวกเขาแหวกป่าฝ่าดง ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเจอกับฝูงสัตว์ร้ายฝูงแล้วฝูงเล่าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง พวกเขาผ่านการฝึกฝนที่หนักหนาสาหัสราวขุมนรกเป็นเวลาติดกันสองวัน บาดแผลบนตัวเพิ่มขึ้นทีละนิดๆ ขณะเดียวกัน การตอบสนองและพลังต่อสู้ก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน
………………………………….