เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3138 กู้ภัย / ตอนที่ 3139 อสูรน้อย
ตอนที่ 3138 กู้ภัย
ฝุ่นควันจากที่ไกลๆ ตลบอบอวล พายุทรายพวยพุ่งทะยานสู่ฟ้า บดบังการมองเห็นในป่าผืนนั้น พวกเขาเห็นแค่รางๆ ว่าในพายุฝุ่นที่อยู่ภายใต้ภูเขาลาดเอียงนั่น ต้นไม้ใบหญ้าเหล่านั้นก็จมอ อยู่ท่ามกลางฝุ่นควันเช่นกัน หินมากมายกำลังกลิ้งตกจากที่สูงกระแทกลงบนพื้น ทั้งเสียงและแรงสั่นสะเทือนดำเนินติดต่อกันเป็นเวลาครึ่งก้านธูป กระทั่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสงัด ด
พวกเขากลั้นหายใจ อารมณ์ตึงเครียด มู่ซินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าหนักใจ “ยอดเขาใหญ่ขนาดนั้นล้มเฉียงลงมา ต้นไม้ด้านล่างถูกกลบจนมิด ไม่รู้ว่าที่นั่นมีคนอยู่หรือไม่”
เผยจื่อเซวียนหันไปมองเฟิ่งจิ่ว “พวกเราไปดูกันเถอะ! ไม่รู้ว่าที่นั่นมีลูกศิษย์ถูกฝังอยู่หรือไม่”
หลินเฉิงจิ่นหันไปมองเฟิ่งจิ่ว หวังว่านางจะยอมไปดูที่นั่นด้วยกัน ภูเขาล้มเฉียงลงมาเช่นนั้นพบเจอได้ไม่บ่อย หากมีศิษย์ถูกทับอยู่ใต้นั่น เกรงว่า…
เฟิ่งจิ่วหันไปมองพวกเขา ก่อนบอกว่า “ไปกันเถอะ! อย่างไรหากจะกลับก็สามารถกลับเมื่อไรก็ได้” นางว่า ก่อนจะขี่กระบี่มุ่งหน้าไปทางนั้นพร้อมกับพวกเขา
ขณะเดียวกัน คนที่อยู่แถวๆ นั้นหลังจากได้ยินเสียงภูเขาถล่มก็มุ่งหน้าไปทางนั้นเช่นกัน ในกลุ่มคนเหล่านั้นยังรวมไปถึงผู้อาวุโสจากสำนักเซียนหลายคนอีกด้วย
ตอนที่พวกเฟิ่งจิ่วมาถึง เหล่าผู้อาวุโสจากสำนักเซียนก็มาถึงที่นั่นกันแล้ว ครั้นเห็นพวกเขาทั้งสี่ ผู้อาวุโสเหล่านั้นต่างก็ทำท่าทางประหลาดใจ สองคนในนั้นจำพวกมู่หลิงได้ “พวกเจ จ้าอยู่ที่นี่ด้วยหรือ? ในนี้อันตรายถึงเพียงนี้ เหตุใดยังไม่กลับออกไปอีก?”
“ผู้อาวุโส” พวกมู่หลิงจำได้ว่าเป็นผู้อาวุโสในสำนักของตน จึงรีบคารวะ “พวกข้ามาดูว่าช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่”
“ทางนี้! เร็วเข้า! มีคนถูกทับอยู่ตรงนี้!” ผู้อาวุโสจากสำนักเมืองมรกตตะโกนขึ้น พร้อมกับรีบยกหินที่ทับลูกศิษย์ออก
คนอื่นๆ ได้ยินเสียงก็รีบเข้ามาช่วย ลูกศิษย์คนนั้นถูกทับไม่ลึกมาก หินหลายก้อนดันกันเองทำให้มีช่องว่างให้แขนโผล่ออกมา นั่นทำให้พวกเขาพบศิษย์คนนี้อย่างรวดเร็ว
ทุกคนประสานแรงกันยกหินเหล่านั้นออก และช่วยศิษย์คนนั้นออกมา แต่กลับพบว่าหัวของเขามีเลือดไหล ขาหัก อีกทั้งทั่วตัวยังเต็มไปด้วยดินทราย สกปรกจนมองหน้าไม่ออก
“ศิษย์จากสำนักดาราครามเซียน!”
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ย เขาแยกออกเพราะชุดเครื่องแบบที่ศิษย์ตรงหน้าสวมใส่อยู่ ครั้นเห็นว่าไม่ใช่ศิษย์สำนักตนเอง ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
“เป็นศิษย์จากสำนักดาราครามเซียนจริงๆ ด้วย ในเมื่อเขาอยู่ที่นี่ แสดงว่าจะต้องมีคนอื่นอยู่ด้วยอีกแน่ หาเร็ว! รีบช่วยกันหา!” ผู้อาวุโสสำนักดาราครามเซียนสั่งให้พวกหลินเฉิงจ จิ่นช่วยกันตามหาด้วย
“ทำแผลที่หัวของเขาก่อน ห้ามเลือดด้วย อย่าปล่อยให้เลือดไหลอยู่ตลอด” ผู้อาวุโสคนนั้นเอ่ย ก่อนจะมอบหมายให้เป็นหน้าที่พวกหลินเฉิงจิ่น จากนั้นเขาก็ก้าวออกไปด้านหน้า ปล่อยดวง งจิตออกไปเพื่อค้นหาดูว่ายังมีศิษย์ถูกทับอยู่ที่ไหนอีกหรือไม่
“ตรงนี้ ยังมีอีกคนตรงนี้!” ดวงจิตของเขาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่อยู่ใต้ดิน เขาตะโกนด้วยความดีใจ “ผู้ใดเป็นผู้ฝึกตนธาตุดิน? รีบมาช่วยเร็วเข้า!”
“ข้าเอง! ข้าธาตุดิน” ผู้อาวุโสจากสำนักเมืองมรกตเสนอตัว เขาก้าวเข้าไปและใช้พลังในตัวควบคุมผืนดินให้แหวกออก
เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ฝึกตนธาตุดินหากต้องการที่จะช่วยชีวิตคนออกมาจากใต้ดิน พวกเขาเพียงต้องขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณ เท่านี้ก็จะสามารถกำจัดดินพวกนั้นออกไปได้ อีกทั้งย ยังสามารถควบคุมไม่ให้ดินไถลเพื่อรักษาความปลอดภัยให้คนที่ด้านล่างได้อีกด้วย
………………………………….
ตอนที่ 3139 อสูรน้อย
เฟิ่งจิ่วเดิมทีก็มีธาตุทั้งห้าอยู่ในร่างกาย เห็นดังนี้จึงบอกพวกหลินเฉิงจิ่น ก่อนจะรีบเข้าไปช่วยชีวิตคนที่ถูกทับอยู่ใต้ดิน
“ช่วยได้อีกคนแล้ว ศิษย์สำนักเมืองมรกต!”
“อะไรนะ? เหตุใดศิษย์ของสำนักเราจึงมาอยู่ที่นี่?”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งตกใจ เดิมนึกว่าศิษย์คนแรกที่ถูกช่วยขึ้นมาเป็นศิษย์ของสำนักดาราครามเซียน เช่นนั้นศิษย์ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินนี้คงล้วนแต่เป็นศิษย์ของสำนักดาราครามเซียน ใค ครจะรู้ว่ามีศิษย์ของพวกเขาอยู่ด้วย
“ซี๊ด! ขาของเขา…” ผู้อาวุโสสำนักเมืองมรกตรีบสาวเท้าเข้ามาดู พบว่าขาข้างหนึ่งของศิษย์คนนั้นหักเสียแล้ว
เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะไปช่วยคนที่สามารถช่วยได้ขึ้นมาทั้งหมด เมื่อเวลาผ่านไป คนยิ่งแห่แหนมาทางนี้มากขึ้นเรื่อยๆ การช่วยเหลือจึงราบรื่นไปด้วย
ทว่ายามเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังก้อง แผ่นหลังของกลุ่มคนที่กำลังทำการช่วยเหลือพลันนิ่งค้างไป ก่อนจะหันขวับไปมอง
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่มีสัตว์ร้ายนานาชนิดล้อมรอบพื้นที่แถบนี้เอาไว้ สัตว์ร้ายพวกนั้นต่างพากันแยกเขี้ยวกางกรงเล็บพร้อมเปล่งเสียงขู่คำราม นัยน์ตาฉายแววกระหายเลือดจับจ้องมาที่ พวกเขา
เวลานี้ นอกจากลูกศิษย์ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งถูกเคลื่อนย้ายไปรวมกันอยู่บนลานกว้างแล้ว ยังมีลูกศิษย์จากสำนักต่างๆ ที่มุ่งหน้าตามเสียงมาทางนี้ เวลานี้ทุกคนต่างรวมตัวกันอยู่ที่นี่ รวมไปถึงผู้อาวุโสทั้งหลายด้วย
“ศิษย์ทุกคนจงเตรียมพร้อมสู้!”
ผู้อาวุโสจากทุกสำนักตะโกนออกคำสั่งพร้อมกัน กลิ่นอายพลังวิญญาณถูกปลดปล่อยออกไป เสียงพวกเขาดังก้องอยู่ในหูของเหล่าลูกศิษย์ เหล่าลูกศิษย์รีบตั้งท่าเตรียมพร้อม ทว่าแม้เหล่าอาจาร รย์ของพวกเขาจะอยู่ที่นี่ด้วย และพวกเขาเองก็มีจำนวนคนไม่น้อย แต่ก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้
สัตว์ร้ายพวกนั้นล้วนมีระดับสูง แต่ละตัวร่างกายกำยำแข็งแรง ท่าทางโหดเหี้ยมกระหายเลือดทำให้พวกเขาอกสั่นขวัญหาย หากต้องสู้กันจริงๆ พวกเขาไม่กล้ารับประกันเลยว่าจะรอดชีวิตจากกรงเล็ บของสัตว์ร้ายพวกนี้ไปได้
ครั้นเห็นแต่ละคนมีท่าทางตึงเครียด ร่างกายเกร็งด้วยความประหม่า มู่หลิง เผยจื่อเซวียนและหลินเฉิงจิ่นก็อดที่จะหันไปมองเฟิ่งจิ่วไม่ได้
พวกเขารู้ว่าหากต้องการแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้ ที่จริงแล้วมีวิธีที่ง่ายดายกว่า อีกทั้งวิธีการนั้นยังสามารถลดอัตราการตายของศิษย์สำนักเซียนได้ด้วย หากต้องสู้กันขึ้นมาจริงๆ ผู้คนที่อยู่ตรงนี้จะต้องล้มตายไปกว่าครึ่งอย่างแน่นอน
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองสัตว์ร้ายพวกนั้นเล็กน้อย เพราะการถล่มของภูเขาลูกนี้ ศิษย์จากทั้งสี่สำนักจึงต่างมุ่งหน้ามาทางนี้ สัตว์ร้ายพวกนั้นย่อมตามมาด้วย ในจำนวนนั้นยังมีสัตว์เทว วะรวมอยู่ด้วยหลายตัว
ครั้นเห็นบรรดาผู้อาวุโสและศิษย์พวกนั้นทำท่าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูน่ากลัว พวกมู่หลิงต่างก็จับจ้องมาที่นางอย่างไม่ละสายตา นางทอดถอนใจเงียบๆ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเบาๆ แ แล้วเจ้ากลืนเมฆาก็มานั่งอยู่ข้างกายนาง
“ไปเถิด!” เฟิ่งจิ่วสะบัดแขนเสื้อ สั่งให้มันไปเดินรอบๆ
พวกหลินเฉิงจิ่นพอเห็นเจ้าอสูรน้อยตัวนั้นออกมา ก็ลอบถอนหายใจเงียบๆ หัวใจที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลง เจ้านั่นต้องเป็นสัตว์เทวะขั้นสุดยอดแน่ๆ หากมันปลดปล่อยแรงกดดันออกไป สัตว ว์ร้ายพวกนั้นคงจะล่าถอยออกไปเอง
ด้วยเหตุนี้ ขณะที่บรรดาอาวุโสและเหล่าลูกศิษย์ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ กลั้นหายใจพลางจ้องมองการเคลื่อนไหวของสัตว์ร้ายพวกนั้น จู่ๆ พวกเขาก็เห็นอสูรน้อยตัวกลมๆ ที่โผล่ออกมาจากท ที่ใดไม่รู้ เดินไปรอบๆ ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด
“กรร!”
เจ้าอสูรตัวน้อยนั่งลงและส่งเสียงคำรามเพียงครั้งเดียว สัตว์ร้ายเหล่านั้นแววตาพลันบังเกิดความหวาดกลัว พากันถอยหลังไปทีละตัว